กาลเวลาค่อยๆล่วงเลยไปถึงสองปี ณ หมู่บ้านทะเลไผ่ สายลมฤดูร้อนค่อยๆพัดพาความสดชื่นเข้ามาจากภายนอกคล้ายเป็การทักทายของต้นฤดูที่เพิ่งมาเยือน ชาวบ้านในละแวกแง้มหน้าต่างออกมารับลมร้อนแรกฤดูเริ่มต้นกิจวัตรประจำวันที่เคยทำมาแต่ก่อน
..............ลึกเข้าไปในป่า
“ฮ่า....ฮ่า..” เสียงเด็กหนุ่มค่อยๆกลั้นหายใจไม่ให้เล็ดรอดออกมาราวกับว่าลมหายใจของเขาจะเป่าโลกทั้งใบให้หายไปได้ สายตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองไปยังกวางหนุ่มตัวเขื่องที่กำลังเล็มหญ้าอย่างสำราญใจ ก่อนจะค่อยๆบรรจงประทับลูกศรเข้าที่สาย ยกคันธนูขึ้นเสมอตัวแล้วจึงรั้งสายออกห่างอย่างช้าๆ ั์ตายังคงจ้องมองกวางหนุ่มที่บัดนี้กำลังจะเป็เหยื่อ โดยไม่รู้ตัว
ฟิ้วววว...............ฉึก! เสียงลูกธนูแหวกอากาศพุ่งตรงไปปักยังท้องกวางผู้เคราะห์ร้ายอย่างแม่นยำมันทำได้เพียงลงไปตะเกียกตะกายบนพื้นเหมือนกับไม่ยอมรับชะตากรรมของตัวที่กำลังจะมาถึง เด็กหนุ่มสาวเท้าเดินเข้ามาไกล้กับกวางที่กำลังหายใจรวยรินก่อนหยิบมีดขึ้นมาปาดคอในทันที “เท่านี้ก็น่าจะเพียงพอสำหรับวันนี้แล้วนะ”
เหยียนชิง.... หนุ่มน้อยที่เคยไร้เดียงสา บัดนี้มีอายุ17ปีบริบูรณ์ ร่ายกายที่เติบโตตามวัยทำให้เขาดูสมชายชาตรีขึ้นผมดำยาวถูกรวบเอาไว้บนศีรษะคล้ายหางม้าพลิ้วไปมาจากสายลมที่พัดเอื่อยๆ ดวงตาคมดุจเหยี่ยวที่สาดประกายเบื่อหน่ายออกมาเป็บางคราใบหน้าที่ได้สัดส่วนประดับไปด้วยรอยยิ้มที่เหมือนจะอยากรู้อยากเห็นตลอดเวลา ทำให้เขาดูมีเสน่ห์เป็ของตัวเองอย่างที่ผู้อื่นไม่อาจมีได้
“หากนับรวมกวางนี่ก็สิบตัวพอดี ่นี่สัตว์ชุกชุมขึ้น ข้าเลยล่าง่ายกว่าเดิมเยอะเลยแฮะ” เหยียนชิงกล่าวอย่างอารมณ์ดีจากนั้นชายหนุ่มจึงค่อยๆแบกซากกวางที่ล่ามาได้เดินไปวางไว้ในรถเข็นของเขา “อืมมม......กระต่ายป่าห้าตัว หมูป่าสามตัว กับกวางอีกสองตัว วันนี้ได้มาตั้งสิบตัว นี่พอกินไปอีกหลายวันเลยนะนี่”
เหยียนชิงกล่าวกับตัวเอง เขาลากรถเข็นมาตามทางลงเขาด้านหลังหมู่บ้านระหว่างทางก็แวะเด็ดผลไม้ป่ามากินด้วยความเพลินเพลิน
ชายหนุ่มลากรถเข็นที่บรรทุกสัตว์ที่เขาล่าได้มาจนถึงในหมู่บ้านทะเลไผ่ชายหนุ่มหยิบกระต่ายที่เขาล่าได้ขึ้นมาทั้งหมดก่อนเดินไปยังบ้านไม้หลายหลังที่เรียงรายกันอยู่รอบๆหมู่บ้าน
“ป้าหวัง! วันนี้ข้าล่ามาได้เยอะ ข้าเลยเอากระต่ายป่านี่มาแบ่งท่าน!”เหยียนชิงเคาะประตูยกยิ้มขึ้นมาอย่างไร้เดียงสาแล้วะโเรียกคนข้างในบ้าน
“ตายแล้วเด็กคนนี้!ขอบใจมากนะจ๊ะ ตัวเท่านี้ก็พอทำหาหารกินทั้งบ้านไปได้อีกมื้อหนึ่งเลย”ป้าหวังกล่าวขอบคุณพลางรับกระต่ายเอาไว้ด้วยความยินดี
“น้าเซี่ย!ข้าเอากระต่ายที่ล่ามาให้ท่าน!”
“ลุงเหวิน! ข้ามี.....”
ชายหนุ่มไล่แจกกระต่ายให้กับชาวบ้านในหมู่บ้านจนครบทุกหลังจนเริ่มเข้าสู่ยามเย็น ในรถเข็นบัดนี้เหลือเพียงกวางหนึ่งตัวกับหมู่ป่าอีกสองตัวเท่านั้น เหยียนชิงเข็นรถไปจนถึงบ้านของตน
ยกมือเตรียมเคาะประตูเรียกป้าของตน แต่ยังไม่ทันได้เคาะประตูก็เปิดออกเสียก่อน
“ชิงเอ๋อร์ กลับมาแล้วเหรอลูก” หลี่ฟางยิ้มทักทายหลานตัวเอง
“ท่านป้า? รู้ได้อย่างไรว่าข้ากลับมาแล้ว” เหยียนชิงเอียงคอถามขึ้นด้วยความสงสัย
หลี่ฟางยังไม่ทันได้ตอบ เสียงของหลี่เคอก็ดังออกมาจากข้างในบ้าน
“เฮอะ! ทำไมจะไม่รู้ ข้ารู้ั้แ่ตอนที่เ้าะโไล่แจกกระต่ายที่เ้าล่ามาได้ให้กับคนในหมู่บ้านนั่นแล้ว ใจบุญสุนทานจริงๆนะเ้า” หลี่เคอแค่นเสียงพร้อมเดินออกไปยังรถเข็นก่อนจะช่วยเหยียนชิงแบกหมูป่ากับกวางเข้าไปในบ้าน
“แหม พี่นี่ก็ หลานเราเป็คนใจกว้างจะตาย ดูสิใครๆในหมู่บ้านต่างก็รักใคร่มัน มีแต่เื่ดีทำไมพี่ต้องโมโหด้วยเล่า”
“โมโห? ข้าเนี่ยนะโมโห! ข้าไม่ได้โมโห ข้าแค่ไม่ชอบที่เ้าแจกจ่ายน้ำพักน้ำแรงของเ้าไปโดยเปล่าประโยชน์ก็เท่านั้นเอง!” หลี่เคอยังเถียงหลี่ฟางอย่างไม่ยอมแพ้ดูเถิดอุตส่าห์ล่ามาได้ตั้งมากมาย ดันเอาไปแจกให้กับคนในหมู่บ้านซะได้
“เปล่าประโยชน์อะไร!? เด็กคนนี้ก็ทำมาั้แ่ที่พี่สอนล่าสัตว์ั้แ่เมื่อหลายปีก่อนนี่แล้วจะมาบ่นอะไรให้ข้าเสียอารมณ์อีก ระวังไว้เ้าจะได้ไม่ได้กินข้าวไปเจ็ดวัน!”หลี่ฟางเริ่มที่จะเดือดหลี่เคอ ตาเฒ่านี่..... เมื่อวานไม่ได้ออกไปล่า ยังจะมาบ่นมาว่าหลานรักของนางอีก
“โอ้.....เหยียนชิงหลานรัก อืมม.....ลุงว่าที่เ้าทำไปก็มีเหตุผลเหมือนกันใครๆก็อยากมีหลานจิตใจเมตตาเช่นเ้า ฮ่า ฮ่า มาๆไปกินข้าวเย็นกันเถอะ!” หลี่เคอเหงื่อตกทันที หลังจากยกหมูป่ากับกวางที่ล่ามาได้วางไว้แล้วก็รีบกุลีกุจอดึงหลานตัวเองไปนั่งที่โต๊ะกินข้าวทันที
ทั้งสามนั่งกินข้าวกันอย่างมีความสุขเหยียนชิงเล่าว่าเขาล่าสัตว์แต่ละตัวมาอย่างไรบ้างจนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงดึกดื่น
“โอ้ ใช่แล้วๆ พรุ่งนี้ข้าจะเข้าเมืองซักหน่อย ชิงเอ๋อร์เ้าจะไปกับลุงรึไม่?”หลี่เคอถามพลางยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม
เข้าเมือง? เหยียนชิงหันมาหาลุงของเขาด้วยสายตาเป็ประกาย ั้แ่เกิดมาเขายังไม่เคยออกจากหมู่บ้านไปยังเมืองแม้แต่ครั้งเดียวที่เขาไปได้มีเพียงแค่ป่าบนูเาเพื่อล่าสัตว์เท่านั้น
“ข้าจะไป!” เหยียนชิงพยักหน้าขึ้นลงอย่างรวดเร็ว “เช่นนั้นคืนนี้เ้าก็จงรีบเข้านอน พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันไปแต่เช้า ข้าพนันได้เลยวันตอนเ้าไปถึงที่นั่นเ้าต้องประหลาดใจแน่”
หลี่เคอคลี่ยิ้มเมื่อนึกขึ้นได้ว่าหลานของเขายังไม่เคยเข้าไปในเมืองแม้แต่ครั้งเดียวในชีวิต
“ที่นั่นมีผู้คนมากมาย พวกพ่อค้าแม่ค้าก็มาค้าขายกันที่นั่น แม้แต่ผู้ฝึกยุ....”
“พี่เคอ!” เสียงหลี่ฟางดังออกมา นางค้อนมองสามีตัวเองอย่างเคืองๆไปหนึ่งครั้งก่อนจะไม่พูดอะไร
“หืม? ท่านป้า? มีเื่อะไรเหรอ?” เหยียนชิงนึกสงสัย
“โอ้..........ไม่มีอะไรหรอก สงสัยป้าเ้ายังโกรธเื่ที่ข้าว่าเ้าเมื่อตอนเย็นนั่นแหละ ไปเถอะเ้าเข้านอนได้แล้ว ถ้าพรุ่งนี้ข้าปลุกแล้วเ้าไม่ตื่น ข้าจะทิ้งเ้าแล้วเข้าเมืองคนเดียวนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า” หลี่เคอพยายามเปลี่ยนเื่คุยกับเหยียนชิง
ชายหนุ่มยังคงครุ่นคิดในเื่ที่พูดกันเมื่อครู่ ผู้ฝึกอะไร? ฝึกสัตว์อย่างนั้นรึ? แต่เหยียนชิงก็ไม่ได้ถามอะไรให้มากความ เหยียนชิงเดินขึ้นไปห้องนอนของตน
แสงตะเกียงบนโต๊ะกินข้าวยังคงส่องสว่างไปทั่วชั้นล่างเผยให้เห็นคนสองคนยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่เปลี่ยนแปลง
บรรยากาศอันเงียบงันเข้าปกคลุมตัวบ้าน หลังจากที่เหยียนชิงเข้านอนแล้วสองสามีภรรยาที่นิ่งเงียบไม่พูดจาเริ่มเอ่ยปาก
“......พี่สัญญาแล้วว่าจะไม่ให้เขารู้เื่นี้......”หลี่ฟางพูดอย่างระอา
“ข้าขอโทษ มันพลั้งปากไปเอง เ้าก็รู้ นี่เป็ครั้งแรกที่มันจะได้ไปเที่ยวเมือง ข้าเลยเผลอพูดเื่นั้นออกไป....”
หลี่เคอ กล่าวขอโทษอย่างสำนึกผิด
“เฮ้อ............ไม่ว่าอย่างไรก็เลิกพูดถึงมันเถอะ หากหลานเรารู้เข้า ข้าก็คิดไม่ออกว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร”หลี่ฟางพูดขึ้นอย่างเสียใจ
“ข้ารู้...........รู้มาั้แ่ตอนที่ข้าสอนมันล่า ข้าเพียงสอนมันได้ไม่กี่เดือน มันก็เก่งกว่าข้า เ้าจำตอนที่ข้าสอนยิงธนูให้มันได้รึไม่? ตอนที่มันรั้งธนูก่อนยิงนั่น ข้าจับััตัวตนของมันไม่ได้เลย...
แม้กระทั่งจิตสังหารมันก็ไม่ปล่อยออกมา ราวกับว่าทั้งมันและธนูรวมกันเป็หนึ่งทำให้ข้าคิดว่านั่นเป็ทักษะของผู้ล่าที่แท้จริง” หลี่เคอพูดขึ้นพลางรำลึกความหลัง่ที่เขาสอนให้เหยียนชิงล่าสัตว์ เหยียนชิงมีพร์ทั้งยิงธนูและเพลงดาบเขาแค่สอนวิธีป้องกันตัวระยะประชิดเท่านั้นแต่เ้าเด็กนั่นกลับบัญญัติกระบวนดาบของตัวเองขึ้นมาซะได้!
“นั่นเป็เหตุผลที่ข้าอยากให้เขาได้เรียนหนังสือ!เขาจะได้ออกห่างจากเื่พวกนี้ ไม่ต้องเข้าไปเกี่ยวพันกับโลกผู้ฝึกยุทธ์ แต่เ้ากลับเอาหนังสือบทกวีมาให้เขา! แต่ที่ข้าตกตะลึงมากที่สุด คือเ้าเด็กนี่ดันเรียนหนังสือจากบทกวี มิหนำซ้ำยังล่าสัตว์ได้เก่งอีกด้วย!” หลี่ฟางพูดขึ้น หลานชายของเธอช่างน่าอัศจรรย์เขาคงเป็บุรุษที่สมบูรณ์แบบถ้าหากว่าเขา.....
“หยุดเถียงกันเื่นี้เถอะ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เราไม่อาจฝืนลิขิตฟ้าได้หรอกภรรยาข้า ขอเพียงแค่เ้าเด็กนั่นไม่รู้ก็พอ....... แค่นั้นก็พอแล้วจริงๆ..............”หลี่เคอถอนใจพลางสวมกอดภรรยาตนแล้วพากันเข้าห้องนอนพลางอ้อนวอนต่อฟ้าดิน ให้หลานของตนนั้นไม่ต้องรู้เื่ที่ไม่สมควรรู้ตลอดไป........