ิเฉิงตอนนี้กำลังนั่งอ่านตำราฝังเข็มหมื่อนโอสถ โดยไม่รับรู้เื่ราวภายนอก เขาในตอนนี้กำลังบรรลุตำราแพทย์ วิธีรักษาพิษต่างๆ สมุนไพรต่างๆ วิถีโอสถ การปรุงยา การปรุงพิษ ล้วนแล้นเข้ามาในสมองของิเฉิง ทันใดนั้นพลันบังเกิดเป็อายแสงสีเขียว ขาว ทอง ขึ้นรอบๆตัวของิเฉิง เขาค่อยๆลืมตาขึ้นพลันพูดว่า "" หมื่นเข็มทะลวงชีพจร ไม่มีพิษใดที่รักษาไม่ได้"" พูดจบิเฉิงก็หลี่สายตาลง...
"หืออ.. หมื่นเข็มทะลวงชีพจร.. ซิ่วอิงพลางพูดขึ้น.... วิชานี้เป็วิชาที่ตาเฒ่านั้นสร้างชื่อเสียงไปทั่วใต้หล้า เ้ากลับสามารถบรรลุตำราของตาเฒ่านั้นได้เพียงไม่กี่วัน..
"อาจารย์.. ข้ามีวิธีคืนกายหยาบให้ท่านได้.... ิเฉิงพูดตัดบทนาง
" ซิ่วอิงที่กำลังพูดอยู่ พลันได้ยินเช่นนี้นางก็ต้องเบิกตากว้าง
"เ้าเด็กงี่เง่า เ้าว่าอะไรนะ... นางพลันถามขึ้นมาอีกทีเพราะกลัวตัวเองจะหูฝาด
"ข้ามีวิธีคืนกายหยาบให้ท่านได้... แต่... ิเฉิงเงียบไป
"แต่อะไร??
"ต้องมีหญ้าพรหม์หมื่นปี
"หญ้าพรหม์หมื่นปีอย่างนั้นหรอ..นางเงียบสักพักแล้วกล่าวต่อ หญ้านี้อาจารย์เคยได้ยินมาบ้าง แต่มันเป็เพียงตำนานเท่านั้น อาจารย์คงไม่มีวันได้กายหยาบคืนหรอกช่างมันเถอะ... แล้วนางก็เงียบไป
"ไม่.. สักวันข้าจะต้องหาหญ้านี้ให้พบแล้วคืนกายหยาบให้ท่าน.. ิเฉิงพูดด้วยความมุ่งมั่น...
ประกายความอบอุ่นพลันบังเกิดขึ้นในส่วนลึกของดวงจิตนางอีกครั้ง แม้นางจะรู้ว่านี่เป็เพียงวาจาที่ไม่มีวันเป็จริงเพราะหญ้าพรหม์หมื่นปีเป็เพียงแค่ตำนานเท่านั้น "" อื่ม.. นางยิ้มน้อยๆแล้วตอบกลับิเฉิง หากิเฉิงเห็นรอยยิ้มของนางยามนี้ชายหนุ่มคงถูกกระซากลงไปในห้วงวภังค์เป็แน่ นี่เป็รอยยิ้มที่งดงามหาใดเปรียบ เป็รอยยิ้มแรกในรอบหลายปี
หลังจากที่เผลอยิ้มน้อยๆไป นางพลันมีสีหน้าเ็าขึ้นมา "" ไม่ได้... นางพูดในใจ ข้าต้องแก้แค้นให้สำเร็จ ข้าจะมีอารมณ์หวั่นไหวหรือใดๆไม่ได้ ตัวเ้าในอดีตนั้นตายไปแล้ว ซิ่วอิง เ้าจะต้องอยู่เพื่อแก้แค้นเท่านั้น นางพูดกับตัวเอง... แล้วนางก็กลับมาเ็าเหมือนเดิม นางมีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนิเฉิงให้กลายเป็ปีศาจ แต่ทว่านางกลับไม่รู้ว่าตัวนางนั้นแหละที่กำลังเปลี่ยน
หลังจากที่ได้รู้จักกับิเฉิงและได้เป็ศิษ อาจารย์กัน ิเฉิงนั้นมีสองบุคคลิก บุคคลิกที่หนึ่งเยือกเย็นไร้ใจอำมหิต บุคคลิกที่สองเป็คนที่อบอุ่น นางกำลังถูกบุคคลิกด้านอบอุ่นของิเฉิงค่อยๆเปลี่ยนนาง โดยที่นางก็ไม่รู้ตัว...
"อาจารย์.. ไปวิหารไท่ชิงกันเถอะ...
หลังจากพูดจบิเฉิงก็มุ่งหน้าเดินทางต่อ ขณะกำลังเดินทางอยู่นั้น ก็มีเสียงรถม้าที่วิ่งตามหลังของิเฉิงมา เป็เพีบงที่ดูหรูหลามีราคา ข้างๆรถม้ามีชายที่คุ้มกันรถม้า4คน พอรถม้ากำลังจะวิ่งผ่านิเฉิงไป ก็พลันมีเสียงคนในรถม้าดังขึ้น
"ช้าก่อน... เป็เสียงของชายหนุ่ม
"น้องชาย.. ไม่ทราบว่าเ้ากำลังจะไปที่ใด ชายหนุ่มในรถม้าเอ่ยถามิเฉิง
"ข้ากำลังจะมุ่งหน้าไปวิหารไท่ชิงเพื่อเข้าสอบเป็ศิษสายนอก
"ฮ่าๆๆๆ ... พี่ชายก็จะไปที่วิหารไท่ชิง.. เช่นนั้นเชิญน้องชายขึ้นรถม้าไปกับพวกเราก็ได้ กว่าจะถึงวิหารไท่ชิงต้องข้ามไปอีก2เขา อีก1วันวิหารไท่ชิงจะเริ่มคัดเลือกศิษแล้ว หากน้องชายเดินไปเช่นนี้เกรงว่าคงจะไม่ทันการเป็แน่ น้องชายเชิญ... ชายหนุ่มในรถม้าเชิญชวนิเฉิงด้วยน้ำเสียงที่เป็มิตร
"เช่นนั้นต้องรบกวนพี่ชายแล้ว ิเฉิงตอบกลับแล้วก็ขึ้นไปนั่งในรถม้า
"น้องชาย..ข้าชื่อห่าวอู๋ เป็คนของตระกูล อู๋ ไม่ทราบว่าน้องชายชื่ออะไร
"ข้าชื่อิเฉิง..ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบ
"ฮ่าาา น้องิ.. บุคคลิกของน้องิถูกชะตาข้านักขนาดเดินยังสุขุมนุ่มลึก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงน้ำเสียงในการพูด ฮ่าๆๆๆ
"พี่อู๋ กล่าวชมเกินไปแล้ว ิเฉิงตอบกลับ
"น้องิ...แล้วเหตุใดในตระกูลเ้าไม่ส่งคนมาคุ้มกันการเดินทาง??
"ข้า... ข้าไม่มีครอบครัวหรอก ข้าเป็เพียงผู้ฝึกตนโดดเดี่ยว ิเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ
"ไอ๊ย่า น้องิข้าขอโทษที่ถามโง่ๆ
"ไม่ใช่ความผิดของท่านหรอก พี่อู๋อย่าได้ใส่ใจเลย..
"น้องิเป็ผู้ฝึกตนโดดเดี่ยวแต่พลังยุทธ์กลับอยู่ที่ขอบเขตสถิติญญาขั้นต้น ... แสดงว่าน้องิเป็ผู้มีพร์
"ิเฉิงส่ายหัว.. ตัวข้าเมื่อเทียบกับพี่อู๋ที่พลังยุทธ์สถิติญญาขั้นสูง.. จะเทียบพี่อู๋ได้อย่างไร