หลังจากส่งกงกงกลับพระราชวังเรียบร้อยแล้ว หลิวซู่อิ๋ง ถึงกลับมานั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทำเสียอย่างกับว่าราชโองการฉบับเมื่อครู่เป็ชื่อของตนเองอย่างนั้น
ส่วนคนที่มีชื่ออยู่จริงๆ บัดนี้ยังนั้นหน้าบอกบุญไม่รับ สมองเต็มไปด้วยคำถามไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหนดี
“คุณหนูใหญ่ของบ้านเราวาสนาดีเสียจริงๆ นะเ้าคะ ไม่ต้องเข้าวังแต่ก็ไม่พ้นเป็สะใภ้ราชวงศ์ ฮ่าฮ่าฮ่า”
หลิวซู่อิ๋ง รู้มาตลอดว่าหลี่เยว่ซินรักอิสระขนาดไหนหวาดกลัวการถูกขังอยู่ในตำหนักเพียงใด แต่ก็ยังไม่วายได้ถูกแต่งเป็สะใภ้ราชวงศ์อยู่ดี
การที่นางกำจัดหลี่เยว่ซินให้พ้นบ้านไปได้ เวลาที่นางจะได้ขึ้นเป็ฮูหยินเอกก็อยู่ไม่ไกล แถมการแต่งงานออกไปครั้งนี้มีแต่ได้กับได้ ใครเล่าจะไม่ยินดี
“สมใจฮูหยินรองแล้วซินะครานี้ ได้เขยทั้งรวย ทั้งมีอำนาจ แต่อย่าลืมว่าข้ากลายเป็พระชายา ท่านจะมายืนหัวเราะ หรือลงไม้ลงมือกับข้าเช่นแต่ก่อนมิได้แล้วนะเ้าคะ”
หลี่เยว่ซินรู้สึกหมั่นไส้แม่เลี้ยงตนเองเป็ทุนเดิม ยิ่งเจอเสียงหัวเราะสูงแหลมจนแสบแก้วหู ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะเตือนสติเสียหน่อย
“จะยังไง คุณหนูใหญ่ก็ยังเป็คุณหนูใหญ่ เป็บุตรสาวของนายท่าน เื่นี้ไม่มีวันเปลี่ยนไปแน่นอนเ้าค่ะ”
หลิวซู่อิ๋ง นางเข้าใจดีว่าต่อไปตำแหน่งนางกับหลี่เยว่ซินต่างกันแล้ว แต่ยังไงซะ หลี่เยว่ซินก็ยังเป็บุตรีของหลี่ิอยู่ดี แคว้นจ้าวนับถือคนความกตัญญู หากหลี่เยว่ซินไม่กตัญญูต่อบิดายังนับเป็อะไร
“เหอะ!!! ดีแต่เอาท่านพ่อมาอ้าง สักวันข้าจะให้ท่านพ่อได้เห็นหน้าที่แท้จริงของท่าน”
พูดจบหลี่เยว่ซินก็กลับเรือนตนเองด้วยความโมโห
เรือนสงบสุข* (เรือนนอนของหลี่เยว่ซิน)
“เ้าว่าข้าควรหนีไปหาท่านยายที่เจียงหนิงดีหรือไม่ ถึงยังไง เปียวเกอกับเสด็จป้าก็คงไม่ลงโทษ ปะาทั้งตระกูลหรอกกระมัง”
หลี่เยว่ซินกลับมาคิดทบทวน นางรักอิสระ อยากที่จะออกไปท่องโลกกว้าง หลายต่อหลายครั้งที่คิดอยากจะไปอยู่กับสกุลจินที่เจียงหนิง ที่นั่นมีทั้งทะเล ูเา ท่านตา ท่านยาต่างเอ็นดูนาง คงไม่จับนางแต่งงานแบบนี้กระมัง
เมื่อก่อนตอนเด็ก นางมักจะพูดคุยถึงความฝันกับเปียวเกอ หรือฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน ให้ฟังบ่อยๆ ว่า นางอยากจะออกไปดูโลกภายนอก ออกไปขี่ม้า นั่งเรือ ขึ้นเขา ลงทะเล
นางมักได้ยินจินซื่อแม่ของนางเล่าให้ฟังเป็ประจำว่าเดินทางขึ้นไปทางเหนือมีหิมะขาวปกคลุมไปทั่ว ไปทางตะวันออกเจอทะเลไกลสุดลูกหูลูกตา ไปทางตะวันตกก็จะเจอผู้คน วัฒนธรรมที่แตกต่างจากเรา
นางอยากจะลองไปดูสักครั้งหนึ่ง นางถึงขอของขวัญวันเกิดตอนเด็กจากเปียวเกอและเสด็จป้า เป็คำสัญญาว่าจะไม่ให้นางแต่งเข้าไปอยู่ในวังเป็อันขาด ใครจะคาดคิดว่ากลับให้นางแต่งไปเป็พระชายาอยู่ดี
“คุณหนู!!! อย่าเชียวนะเ้าคะ” ผิงผิง กล่าวห้ามเตือนทั้งยังใกับความคิดของเ้านายนาง
“ฝ่าา และ ไทเฮาทรงมีพระเมตตา อาจจะไม่ทรงปะาทั้งตระกูล แต่!! คุณหนูมั่นใจหรือเ้าคะ ว่าท่านอ๋องจะปล่อยวางได้ คุณหนูขัดขืนราชโองการหนีการแต่งงาน เท่ากับหักหน้าท่านอ๋องเชียวนะเ้าคะ”
ผิงผิงเตือนสตินายตนเองให้คิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ สิ่งที่นางเป็กังวลหาใช่ฝ่าา หรือหลี่ไทเฮา เพราะรู้ว่าทั้งสองพระองค์เอ็นดูนายสาวของตนมากแค่ไหน แต่ที่ผิงผิงอดหวาดกลัวไม่ได้ คือท่านอ๋อง แค่คิดว่าเป็ผู้ที่อยู่บนหลังม้า ถือดาบปาดคอพวกศัตรู ขนกายของผิงผิงก็ลุกตั้งชันไปตั้งตัว
“ผิงผิง เปลี่ยนชุด ข้าจะไปเข้าเฝ้าเสด็จป้า” หลี่เยว่ซินตัดสินใจเข้าวัง เพราะว่าเื่นี้มีเพียงสองพระองค์เท่านั้นที่จะช่วยนางได้
ตำหนักเฉิงเฉียน ที่ประทับหลี่ไทเฮา
“กระหม่อม จ้าวหยางหลง ถวายพระพรเสด็จแม่ ขอทรงพระเจริญพันปี พันพันปี”
จ้าวหยางหลงคุกเข่ากล่าวคำนับหลี่ไทเฮา มารดาที่เลี้ยงดูเขามาั้แ่เกิด ถึงแม้จะมิได้เป็ผู้ให้กำเนิดแต่สิ่งที่มารดาผู้หนึ่งสมควรทำกับบุตร หลี่ไทเฮาก็มิเคยบกพร่อง
“หยางหลง!! เ้ากลับมาแล้ว เร็วเข้า รีบลุกขึ้นมาให้แม่ดูใกล้ๆ” หลี่ไทเฮาทรงดีพระทัยที่ได้พบหน้าโอรสองค์โต ที่ตนอุ้มชูมาั้แ่เกิดเปรียบเสมือนบุตรในไส้ของตนเอง
“ลูกสบายดีพ่ะย่ะค่ะ ทำให้เสด็จแม่เป็กังวลแล้ว”
จ้าวหยางหลงตอบกลับขณะเดินเข้าไปเพื่อให้หลี่ไทเฮาได้ทอดพระเนตรใกล้ๆ จากกันสิบปีหลี่ไทเฮาทรงชราไปมากในสายตาของจ้าวหยางหลง มิได้ทรงแข็งแรงกระฉับกระเฉงดังแต่ก่อน
“ดี ดี ดีจริงๆ เราไม่ได้อยู่พร้อมหน้าแบบนี้กันนานแล้ว ฝ่าาอยู่เสวยมื้อเที่ยงกับแม่ แล้วก็หยางหลงด้วยกันซิเพคะ แม่ให้ห้องเครื่องเตรียมของที่ทั้งสองชอบไว้ด้วย”
หลี่ไทเฮาตื่นเต้นั้แ่ทรงทราบข่าวว่าจ้าวหยางหลงยกทัพกลับมาถึงประตูเมือง พระนางคอยให้กงกง นางกำนัลสืบข่าวอย่างต่อเนื่อง
พอทราบว่าจ้าวหยางหลงอยู่ในท้องพระโรงก็ให้ห้องเครื่องเตรียมอาหารไว้รอ ก่อนจะให้คนไปกระซิบจางกงกงทูลต่อฮ่องเต้ พระนางไม่ได้กล่าวชวนจ้าวหยางหลง แต่เป็การมัดมือจ้าวหยางหลงไว้แล้ว ว่ายังไงวันนี้ต้องอยู่ร่วมโต๊ะกันทั้ง3พระองค์
“ดีเลยพ่ะย่ะค่ะ เราไม่ได้กินข้าวพร้อมหน้ากันนานแล้วจริงๆ”
“ลำบากเสด็จแม่แล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ในใจของจ้าวหยางหลงตอนนี้ความหวาดระแวงก่อนหน้าออกเดินทางแทบไม่หลงเหลืออยู่เลย ตรงหน้าของเขาเหลือเพียงครอบครัวที่เขาโหยหามาตลอดสิบปี ทั้งมารดาที่เอาใจใส่ดูแล และน้องชาย เขาหวังเป็อย่างยิ่งว่าในอนาคตก็ยังคงเป็ภาพเช่นนี้ต่อไป
“เสด็จแม่ทรงยังไม่ทราบ ในท้องพระโรง เสด็จพี่มาถึงก็คืนตราพยัคฆ์ให้กับเราเลย เห็นเราเป็น้องชายที่ระแวงพี่ชายหรืออย่างไร”
จ้าวเทียนหลงฮ่องเต้ได้ทีก็ฟ้องสิ่งที่พี่ชายกระทำไว้ในท้องพระโรงทันที เวลาที่อยู่ต่อหน้าหลี่ไทเฮาเขาเพียงแค่อยากกลับไปเป็บุตรชายเท่านั้น หาใช่โอรส์ที่ผู้คนเกรงขาม
พระหัตถ์ที่ตักน้ำซุปของหลี่ไทเฮาชะงัก ก่อนจะหันมามองหน้าพระโอรสองค์โต ซึ่งพระนางเองก็มิได้คาดเดาว่าจ้าวหยางหลงกลับมาถึงเมืองหลวง จะตั้งใจคืนตราพยัคฆ์ถวายแก่ฮ่องเต้เป็อันดับแรก
ดูท่าจ้าวหยางหลงโอรสที่พระนางเลี้ยงดู ยังคงเป็โอรสพระองค์เดิม มิได้กระหายอำนาจหรือ้าแย่งชิงบัลลังก์อย่างที่พระนางเป็กังวล
“กระหม่อมแค่เป็กังวล หากตราพยัคฆ์ยังอยู่ในมือของกระหม่อม ขุนนางในราชสำนักอาจจะไม่พอใจ ฝ่าาก็ทรงต้องมานั่งปวดหัวกับฎีการ้องเรียนอีกเป็แน่”
สิ่งที่จ้าวหยางหลงคิดใช้ว่าจะยังไม่เกิด เพราะก่อนหน้านั้นมีขุนนางขอเข้าเฝ้าฮ่องเต้จริง แต่พระองค์เพียงตรัสถามกลับไปว่า
“ถ้าเอาตราพยัคฆ์คืนมาแล้วจะให้ใครถือต่อ ถ้าไม่ไว้ใจพี่ชายตนเองแล้วจะยังไว้ใจใครได้”
เพียงเท่านี้ขุนนางเ่าั้ก็หมดคำโต้แย้งทันที เพราะราชสำนักตอนนี้ยังหาผู้ใดที่เหมาะสมกับตราพยัคฆ์มิได้ อีกทั้งการที่เสร็จศึกใหญ่ แต่กลับถูกยึดอำนาจ ปลดจากตำแหน่ง ลึกๆ แล้วใครเล่าจะยินดี ขวัญกำลังใจของทหารมิสูญหายหมดสิ้นหรอกหรือ
“เสด็จพี่ทรงคิดมากไปแล้ว มากินข้าวกันเถิด ดูสิ มีของที่ท่านชอบด้วย รสชาติเหมือนเดิมหรือไม่คงต้องให้ท่านตัดสิน” ฮ่องเต้ตัดจบบทสนทนา เพราะทรงคิดว่าหากยังกล่าวถึงเื่วันนี้อีก จะพาให้เสียบรรยากาศบนโต๊ะอาหารไป
หลังจากเสร็จจากบนโต๊ะเสวยทั้งสามพระองค์ต่างแยกย้ายกันไปจัดการราชภารกิจที่ยังคงคั่งค้างอยู่ ฮ่องเต้ทรงเสด็จกลับตำหนักเถียนชิงเพราะว่ายังมีฎีกาที่รอตรวจอีกมากมาย
ส่วนจ้าวหยางหลงต้องกลับค่ายไปบอกข่าวดีเื่รางวัลต่างๆ แก่พี่น้องทหาร รวมถึงจัดสรรวันหยุดให้แต่ละหน่วย ยังให้เฟยหง เฟยหลิง ล่วงหน้าไปจัดการจวนใหม่ของเขาอีกด้วย
เหลือเพียงหลี่ไทเฮาที่กลับมาเอนหลังในตำหนักของพระนางเอง แต่ยังไม่ทันที่พระนางจะได้พักผ่อนเต็มที่ ขันทีน้อยก็เข้ามากราบทูลว่าคุณหนูใหญ่หลี่ขอเข้าเฝ้า ดูท่าคงรู้เื่พระราชทานสมรสแล้วอย่างแน่นอน
“หม่อมฉัน หลี่เยว่ซิน ถวายพระพรไทเฮา ขอทรงพระเจริญพันปี พันพันปี”
“โอ๊ะ! ลุกขึ้นเถิด เหตุใดวันนี้คุณหนูหลี่ถึงได้คำนับข้าเสียเต็มพิธี มีเื่อันใดถึงรีบมาเข้าเฝ้าเร่งด่วนขนาดนี้”
ทั้งๆ ที่หลี่ไทเฮาทรงทราบอยู่ว่าสาเหตุใดหลี่เยว่ซินถึงได้มาเข้าเฝ้าเวลานี้ แต่ก็อดกระเซ้าเย้าแหย่มิได้เพียงเห็นหน้าของนางที่นิ่งสงบ หลี่ไทเฮาเองก็อดมิได้ที่จะเบิกบานใจ
“หามิได้เพคะ หม่อมฉันกิริยามารยาทงดงาม อ่อนน้อมถ่อมตน ทั้งยังมีความเฉลียวฉลาด เื่มารยาทการถวายพระพรจะขาดตกบกพร่องมิได้เพคะ”
หลี่เยว่ซินยกทั้งประโยคที่ได้ฟังจากราชโองการทูลไทเฮาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง หลี่ไทเฮาหลังจากได้ฟังคำกล่าวของหลานสาวก็อดสรวลออกมาดังๆ มิได้
“ฮ่าๆๆ ประโยคนี้เปียวเกอของเ้าเป็คนเขียน หาใช่ข้า หากเ้าจะเอาความเกรงว่าคงมาผิดตำหนัก”
“หม่อมฉันไปตำหนักเถียนชิงได้หรือเพคะ”
หลี่เยว่ซินยังควรถามคำถามด้วยแววตาใสซื่อ รู้ทั้งรู้ว่าตำหนักเถียนชิงเป็ตำหนักทรงงานของฮ่องเต้ หากมิได้มีรับสั่งใครก็เข้าไปที่นั่นไม่ได้
“เอาหละๆ ว่ามาเถิดมาหาข้าเพราะเื่แต่งงานของเ้ากับท่านอ๋องใช่หรือไม่”
หลี่ไทเฮาทรงถามถึงแม้จะรู้คำตอบอยู่แล้วก็ตาม
“เพคะ หลายวันก่อน หม่อมฉันทูลเสด็จป้าว่า หลิวซู่อิ๋ง อยากจะให้หม่อมฉันดูตัวแต่งงาน ยิ่งเร็วยิ่งดี เพียงแต่หม่อมฉันยังไม่อยากแต่ง เสด็จป้าทรงรับปากว่าจะหาทางช่วย แต่เหตุไฉนกลับกลายเป็หม่อมฉันถูกพระราชทานสมรสเล่าเพคะ”
หลายวันก่อน ตอนที่หลี่เยว่ซินถูกเรียกตัวเข้าเฝ้าหลี่ไทเฮา พระนางทรงถามถึงชีวิตความเป็อยู่ของนาง นางมิได้ทูลฟ้องเื่ทรัพย์สมบัติมารดา
เพียงแต่ทูลเื่การจับคู่แต่งงานของหลิวซู่อิ๋ง ที่เ้ากี้เ้าการ ต้อนรับแม่สื่อเช้าเย็นแทบทุกวัน นางเพียงหวังว่า เสด็จป้าของนางจะหาทางออก ให้นางไม่ต้องแต่งงาน แล้วให้นางได้ใช้ชีวิตที่อยากเป็ ใครจะไปคาดคิด ว่าวิธีของเสด็จป้านาง กลับกลายเป็พระราชทานสมรสกับท่านอ๋อง
“ข้าว่ามันเป็ทางออกที่ดีนะ เ้าลองคิดดู ท่านอ๋องเป็แม่ทัพอยู่แดนเหนือมาสิบปี ทิวทัศน์แดนเหนือ การเดินทางผู้คนที่นั่น คงใช่เวลาหลายปีกว่าท่านอ๋องจะเล่าให้เ้าฟังหมด เื่การขี่ม้ายิงธนู จะมีใครเก่งกาจเกิน หากเ้าสนใจเรียน
พอแต่งงานแล้วก็ลองขอให้ท่านอ๋องสอน แถมเ้ายังได้ออกจากบ้านสกุลหลี่ไม่ต้องเจอหน้าหลิวซื่อ แต่ก็อยู่ใกล้กันหากเ้าคิดถึงแม่เ้า ก็กลับมาได้ ข้าว่ามันดีกับเ้าถึงเพียงนี้ เ้ายังจะมาโกรธข้ากับเปียวเกอของเ้าอีกหรือ”
หลี่ไทเฮาทรงยกข้อดีของการแต่งงานครั้งนี้ขึ้นมา ฟังผิวเผินอาจจะเป็ผลดีต่อหลี่เยว่ซินเสียด้วยซ้ำ แต่เหตุใดนางจึงยังรู้สึกว่าการแต่งงานครั้งนี้นางไม่ควรจะยินดีกับมัน
“เอาหละเ้ากลับไปได้แล้ว ส่วนเื่สินเดิม สินสมรส เ้าไม่ต้องกังวลข้าเป็เสด็จแม่ของท่านอ๋อง แต่ก็ยังเป็เสด็จป้าของเ้าด้วย งานแต่งของเ้ายิ่งใหญ่เป็รองแค่ตอนเปียวเกอเ้าแต่งฮองเฮาเท่านั้นเอง”
หลี่ไทเฮาตัดบท เพราะหากพระนางยังต่อความกับ หลี่เยว่ซินอีกเ้าตัวก็คงจะยกเหตุผลร้อยแปดเพื่อมาขอยกเลิกงานแต่งงานครั้งนี้เป็แน่
-----------------------------------------------------------------------------------------
ปล.เชื่อเสด็จป้าเถอะ แต่งแล้วดีจริงๆนะ ^^