เสียงกรีดร้องที่ดังออกมาจากนาฬิกาพกโบราณไม่ใช่เสียงที่คลื่นเสียงสั่นะเืผ่านอากาศ แต่มันคือแรงสั่นะเืที่กรีดลึกเข้าไปในระดับจิติญญา นนท์ทรุดฮวบลงกับพื้นห้องหรูที่บัดนี้ดูเหมือนฉากในหนังฝันร้าย อากาศรอบตัวหนืดข้นเหมือนจมอยู่ในบ่อโคลนสีดำ เข็มกระดูกสัตว์ที่เคยหยุดกึกกลับเริ่มสั่นระริกราวกับมันกำลังหวาดกลัวบางสิ่ง... หรือไม่ก็กำลังรอคอยบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่า
"ดูสิ... กุญแจกำลังตอบรับเ้าของที่แท้จริง" เวนแค่นยิ้มเ็า รอยสักรูปนาฬิกาทรายที่ข้อมือซ้ายของเขาเรืองแสงสีส้มหม่นจนดูเหมือนเหล็กที่กำลังถูกเผาไฟ เขาเยื้องย่างเข้ามาหานนท์ด้วยความมั่นใจ ราวกับว่าพื้นที่ที่กาลเวลาบิดเบี้ยวนี้คืออาณาจักรของเขา "ส่งมันมาให้ฉัน นนทพัทธ์ ก่อนที่นายจะเหลือเพียงเถ้าถ่านที่แม้แต่พระเ้าก็จำไม่ได้"
"ฝัน... ไปเถอะ!" นนท์กัดฟันกรอก เสียงของเขาสั่นเครือและแหบพร่า ร่างกายของเขาบัดนี้ดูสยดสยอง เส้นเืสีดำข้นไม่ได้หยุดแค่ที่ลำคอ แต่มันลามขึ้นมาถึงโหนกแก้มและลามเข้าสู่ดวงตาขาวจนกลายเป็สีเทาหม่น
ความเ็ปจากการถูก 'กระชาก' ิญญาพุ่งทะลุขีดจำกัดจนกลายเป็ความชาหนึบ นนท์รู้สึกได้ว่าความทรงจำเกี่ยวกับเก่ง... เพื่อนที่เขารักที่สุด กำลังจางหายไปเหมือนภาพถ่ายที่ถูกไฟเผา เขาจำหน้าเก่งได้ แต่กลับนึกชื่อไม่ออก เขาจำเสียงหัวเราะได้ แต่จำไม่ได้ว่าเคยหัวเราะด้วยกันที่ไหน ความสูญเสียนั้นกระตุ้นความโกรธและความละโมบในใจให้พุ่งพล่าน
เขามองกระเป๋าเงินที่วางอยู่ข้างกาย และมองนาฬิกาในมือ 'ถ้าต้องสูญเสียไปทั้งหมด... งั้นก็ขอแลกให้มันพังพินาศไปพร้อมกัน!'
นนท์ไม่ได้กดปุ่มหยุดเวลาแบบเดิมอีกต่อไป แต่เขาใช้นิ้วโป้งกดลงไปบนหน้าปัดที่แตกร้าวแรงๆ จนเศษกระจกบาดลึกเข้าไปในเนื้อ เืสีดำไหลซึมลงไปในกลไกฟันเฟืองกระดูกสัตว์ เขาเค้นพลังทั้งหมดที่มี ะโก้องในใจว่า 'หยุด... ทุกอย่าง... แม้แต่ความตายก็ต้องหยุด!'
*วูบบบบบ!*
คลื่นพลังงานสีดำทมิฬะเิออกจากตัวนนท์เหมือนะเินิวเคลียร์ที่เงียบเชียบ รัศมีของมันแผ่ขยายออกไปไกลกว่าร้อยเมตร พลังนี้รุนแรงกว่าทุกครั้งที่เขาเคยใช้ แสงไฟในคอนโดที่เคยกระพริบดับวูบลงถาวร วัตถุรอบตัวเริ่มเกิดปรากฏการณ์บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง แจกันหรูบนชั้นวางสั่นะเืจนแตกสลาย แต่เศษกระเบื้องกลับไม่ตกสู่พื้น พวกมันลอยค้างและเริ่มหมุนวนเป็วงกลมซ้ำๆ (Time Loop) อย่างบ้าคลั่ง
เอเวอลีนที่กำลังพุ่งตัวเข้ามาหมายจะชิงนาฬิกาถึงกับชะงัก ร่างปราดเปรียวของเธอถูกพันธนาการด้วยกระแสเวลาที่หนาแน่นจนขยับไม่ได้ "ผู้บัญชาการ! พลังของเขามัน... มันผิดปกติ!" เธอร้องออกมาด้วยความใ ใบหน้าสวยคมของนักฆ่าสาวฉายแววหวาดหวั่นเป็ครั้งแรก
เวนเองก็เริ่มเสียอาการ รอยสักที่ข้อมือของเขาสั่นอย่างรุนแรงจนิัรอบๆ เริ่มมีเืซึม "แก... แกกำลังดึงพลังจาก 'ครึ่งหลัง' ของนาฬิกามาใช้! หยุดเดี๋ยวนี้! แกจะเรียก *พวกมัน* มา!"
แต่คำเตือนนั้นสายไปเสียแล้ว
เมื่อพิกัดของกาลเวลาถูกบิดเบือนอย่างรุนแรงเกินกว่าที่กฎสมดุลจะรับไหว รอยร้าวสีม่วงคล้ำเริ่มปริแตกขึ้นกลางอากาศรอบๆ ห้อง มันไม่ใช่รอยร้าวของกำแพง แต่มันคือรอยร้าวของ 'มิติเวลา' กลิ่นอับชื้นเหมือนสุสานโบราณและเสียงกระซิบที่ฟังไม่ได้ศัพท์นับพันเสียงดังระงมไปทั่วห้อง
จากรอยร้าวเ่าั้ เงาดำทะมึนที่ไม่มีรูปร่างแน่นอนเริ่มแทรกตัวออกมา พวกมันมีลักษณะเหมือนควันสีน้ำเงินเข้มที่มีดวงตาหลายคู่ดวงตาสีแดงฉานดั่งเพลิงนรก 'บางสิ่ง' ที่เวนหวาดกลัวได้ปรากฏตัวขึ้นแล้ว... ผู้เก็บเกี่ยวเศษซากกาลเวลา หรือที่ถูกลืมเลือนในนาม 'Wraiths of the Debt' (เรธส์ ออฟ เดอะ เด็ท)
มีนาที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ดวงตาสีน้ำเงินเข้มของเธอเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เธอชักดาบสั้นสีดำสนิทออกมาจากเงามืด "นนท์! หยุด! นายกำลังเปิดประตูที่ไม่มีวันปิดได้!"
แต่นนท์ในตอนนี้ไม่ได้ยินเสียงใครอีกต่อไป เขานอนหอบหายใจรวยริน ร่างกายของเขาสั่นสะท้อนมองเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในเศษกระจกที่ลอยอยู่... ใบหน้าของเขาครึ่งหนึ่งกลายเป็กะโหลกที่ยังมีเนื้อเยื่อติดอยู่ และที่น่าสยองยิ่งกว่าคือ 'บางสิ่ง' ที่หลุดออกมาจากรอยร้าวเ่าั้ กำลังเริ่มเอื้อมมือที่ทำจากควันเย็นเยียบมาที่หน้าอกของเขา
เงาดำตัวหนึ่งพุ่งผ่านร่างของเอเวอลีนไปเพียงนิดเดียว ทำให้แขนเสื้อของเธอสลายกลายเป็ผงคลีในพริบตา ราวกับว่าแขนของเธอถูกกาลเวลากัดกินไปนับร้อยปี
"มันมาเพื่อทวงหนี้..." มีนากระซิบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "และหนี้ครั้งนี้... คือิญญาทั้งหมดในรัศมีนี้"
ท่ามกลางความมืดมิดที่มีเพียงแสงสลัวจากนาฬิกาพก นนท์เห็นเงาดำขนาดมหึมาที่สุดค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเื้ัผู้บัญชาการเวน มันไม่ได้โจมตี แต่มันกำลังอ้าปากที่กว้างเหมือนหลุมดำ และความทรงจำสุดท้ายที่นนท์มีเกี่ยวกับ 'เก่ง' ก็คือภาพของเพื่อนสนิทที่บัดนี้กลายเป็เพียงหุ่นนิ่งๆ ที่ไม่มีใบหน้า
"ไม่..." นนท์พยายามจะขยับตัว แต่เขากลับพบว่ามือของเขาที่ถือนาฬิกาอยู่นั้น... บัดนี้ได้กลายเป็กระดูกขาวโพลนไปเรียบร้อยแล้ว
เสียงกรีดร้องของนาฬิกาดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็เสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ดังประสานไปกับเสียงลมพัดแรงที่พัดพาเอาตัวตนของทุกคนในห้องนั้นไปสู่ความว่างเปล่า
ความโลภมักจะพาเราไปไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับเสมอครับ ตอนนี้นนท์ได้เรียก "บางสิ่ง" ที่น่ากลัวออกมาแล้ว และดูเหมือนว่าแม้แต่ผู้บัญชาการเวนเองก็ยังคุมสถานการณ์ไม่อยู่! มาติดตามกันต่อไปนะครับว่าใครจะอยู่หรือใครจะถูกกาลเวลากลืนกิน อย่าลืมคอมเมนต์เป็กำลังใจให้ด้วยนะ! ทุกความเห็นคือกำลังใจสำคัญครับ!