ชายหนุ่มมองเอี๊ยมสีชมพูกลีบบัวแล้วกลืนน้ำลายลงไปอึกหนึ่ง เขาหันไปหยิบเสื้อนอนมาสวมให้นาง “ข้าก็แค่เปลี่ยนชุดนอนให้เ้า”
“เื่นี้...ข้าทำเองได้” นางเถียงเสียงอ่อยๆ
“ในฐานะสามี ให้ข้าทำเอง” เขายกยิ้มมุมปาก “ชุดของเ้าหลายชั้นเหลือเกิน”
ความจริงที่เขาทำเช่นนี้ นอกจากจะทดสอบร่างกายของตนเองแล้ว ยังเป็การตรวจว่านางได้แอบนำเอาอาวุธเข้ามาด้วยหรือไม่? หากคืนแรกนางคิดจะลอบสังหารเขาล่ะก็ เขาอาจจะได้นอนเป็ศพเฝ้าห้องหอ
ผ้าห่มที่เขาสะบัดออกเปิดเผยให้รู้ว่าไม่มีสิ่งใดซ่อนอยู่ในเตียง ก่อนจะเข้าหอ พ่อบ้านต้วนแอบกระซิบบอกเขาแล้วว่าตรวจห้องหอเรียบร้อย เื่พวกนี้คนในครอบครัวของเขารอบคอบนัก
“เ้านอนได้แล้ว” น้ำเสียงของเขาเคร่งขรึม “อ้อ...อีกอย่าง ต่อไปเ้าต้องเรียกข้าว่าท่านพี่”
“เ้าค่ะ”
กัวเอินถงไม่กล้าเงยหน้ามองเขา นางค่อยๆ กระเถิบตัวแล้วนอนหันหลังให้ นางรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวราวจะลุกไหม้ เมื่อครู่เขาได้เห็นร่างกายของนางแล้ว นางพยายามข่มใจนอนให้หลับ นางรู้สึกเจ็บใจที่ถูกเขาจับถอดเสื้อผ้า
‘คนบัดซบ! ข้าคิดว่าเ้าเป็บุรุษที่ทำเื่อย่างว่าไม่ได้แล้วแท้ๆ แต่กลับมาขอถอดเสื้อผ้าข้าเสียได้’
จีหลุนนอนกอดอกมองด้านหลังนาง เรือนร่างของนางงดงามเย้ายวน เขาพยายามใช้ปลายนิ้วแตะต้องร่างกายส่วนที่เปิดเผยของนางแต่ที่รู้สึกก็เพียงร้อนวูบวาบ ไม่ได้เป็อย่างเช่นตอนที่บีบคอนางด้วยความคั่งแค้น เขาไม่ได้อยากจะสัมพันธ์ทางกายกับศัตรู หากว่าอาการนี้ดีขึ้น วันหน้าเขาจะได้วางแผนทำให้นางกลับไปยังห้าแคว้นเสีย แล้วเขาค่อยหาฮูหยินคนใหม่
ต่างฝ่ายต่างครุ่นคิดเื่ของตนเองจนกระทั่งหลับไป
จวบรุ่งสาง หญิงสาวลืมตาขึ้นตามความเคยชิน แสงสว่างเรื่อเรืองอยู่นอกหน้าต่างทำให้นางต้องปรับตาถี่ๆ ตรงหน้าของนางมีเพียงความว่างเปล่า เหย้าหลีเดินเข้ามาหยุดหน้าเตียง
“คุณหนูเ้าคะ ลุกขึ้นเถิดเ้าค่ะ ต้องรีบเตรียมตัวไปยกน้ำชาให้ ท่านกั๋วกงกับกั๋วฮูหยิน”
“แล้วเขา?”
“ท่านแม่ทัพตื่นไปฝึกอาวุธั้แ่เช้าแล้วเ้าค่ะ”
หยวนจู้เดินไปเตรียมน้ำอาบและเสื้อผ้าให้นางหลังฉาก เหย้าหลีกวาดตามองทั่วพื้นฟูกนอน กัวเอินถงรู้นัยในสายตาของสาวใช้จึงกระแอมเบาๆ
“เก็บสิ ดูอยู่ทำไมเล่าเหย้าหลี?” น้ำเสียงของนางติดจะแหบต่ำด้วยความเขินอายเมื่อนึกถึงตอนที่เขาถอดอาภรณ์ชุดเ้าสาวของนาง
ผ้าสี่เหลี่ยมสีขาวปูไว้บนเตียงพอเป็พิธี คนสกุลจีรู้ดีว่านางร่างกายท่อนล่างไร้ความรู้สึก แต่ยังต้องทำตามธรรมเนียมให้ครบถ้วน ผ้าสำหรับแสดงพรหมจรรย์ของเ้าสาวผืนนี้จึงถูกนำมาปู
“เหตุใดฮูหยินน้อยต้องหน้าแดงขนาดนั้นด้วยเ้าคะ?” เหย้าหลีหันมามองใบหน้าของคุณหนูตนที่ดูราวผลผิงกั่วสุก นางเองก็รู้เื่ที่แม่ทัพจีไม่อาจจะมีเื่สุขสมบนเตียงได้ “ข้าก็แค่สงสัยว่าเหตุใดผ้าจึงได้ยับยู่ยี่มาเช่นนี้?”
หัวหน้าเผ่าเหลียนซารู้ข่าวในทางลับว่ากุนซือของจีหลุนตามหาตัวยาที่ช่วยรักษาความไร้สมรรถภาพของส่วนลับของบุรุษ
‘เห็นทีแม่ทัพจีจะถูกทวนของเ้าเข้าไปยังจุดสำคัญแล้ว ตำแหน่งที่เ้าว่านั้นดูท่าจะทำลายพลังของบุรุษเสียสิ้นแล้ว’
หลังจากนั้นผ่านไปอีกสามปีลี่เทียนเป่าก็ยังไม่ลดละความพยายามที่จะหาตำราลับตำหรับยาดีๆ จากตรอกสามานย์ในเมืองฉู่จิ้ง และติดต่อพ่อค้ายาสมุนไพรจากต่างแคว้นเพื่อหายามารักษาอาการนี้
‘ในเมื่อเขายังไม่หาย เช่นนั้นก็เหมาะแล้วที่เสี่ยวถงจะแต่งกับเขา’ มองดูบุตรสาวที่นั่งอยู่บนรถเข็น ‘ในเมื่อร่างกายของเ้าเป็เช่นนี้ ควรจะแต่งให้กับบุรุษที่ไร้ความ้าเพื่อจะได้ไม่มีปัญหาเื่อนุภรรยาหรือสาวใช้อุ่นเตียง และที่โชคดียิ่งไปกว่านั้นคือ บุรุษผู้นี้เป็ทายาทคนโตของฝูกั๋วกงแห่งสกุลจี’
‘ท่านพ่อ แต่เขาคงปักใจแค้นพี่เยี่ยนสือ เขาคงจะไม่ฆ่าข้าตายในวันวิวาห์หรอกนะเ้าคะ’
‘เขาไม่กล้าทำหรอก คนสกุลจีแม้จะอยู่อย่างเงียบๆ แต่ระมัดระวังตัวยิ่ง หากเ้าได้รับสมรสพระราชทาน เขาย่อมไม่กล้าทำร้ายเ้าอย่างแน่นอน ในสกุลจีมีสิ่งที่เรา้า และด้วยตำแหน่งและความสามารถของจีหลุนผู้นี้ก็เหมาะที่จะเป็บุตรเขยของหัวหน้าห้าเผ่า’
กัวเอินถงแข็งค้างไปอึดใจ “เ้าอย่าซักข้าเลยน่า เขาก็แค่อยากจะฆ่าข้าก็เลยมีการบีบคอกันนิดหน่อย”
เหย้าหลีตาเหลือก “บีบคอ! บีบคอเลยหรือเ้าคะ? ฮูหยินน้อยเจ็บมากหรือไม่?”
สาวใช้คนสนิทรีบจับบ่าสองข้างของกัวเอินถงแล้วก้มลงมองรอยรอบคอ ก็เห็นเพียงรอยแดงปลายนิ้วที่กดอยู่คอด้านใน ดูเผินๆ แล้วคล้ายกับรอยจูบ สีกุหลาบ
“ฮูหยินน้อยเ้าคะ รอยนี่หากคนไม่รู้ก็คงคิดว่าเป็รอยถูกจูบเสียมากกว่า ทั้งแดงทั้งเหลือเพียงขนาดแค่ปลายนิ้วก้อยนี่เอง”
“จริงหรือ?” ใบหน้าที่แดงของกัวเอินถงพลันเผือดสี “ประคองข้าไปดูที”
ร่างของกัวเอินถงถูกอุ้มใส่รถเข็นไปยังโต๊ะเครื่องแป้ง นางส่องจาก คันฉ่องบานใหญ่แล้วถึงกับชะงัก
“จริงด้วย...ข้าจะทำอย่างไรดี? คนอื่นเห็น คงเข้าใจผิดกันหมด”
หยวนจู้หัวเราะคิกๆ “ฮูหยินน้อยเ้าคะ จะมิให้ผู้อื่นคิดอย่างไรได้หรือ ในเมื่อท่านกับท่านแม่ทัพร่วมหอลงโรงกันแล้วเยี่ยงนี้ แล้วนี่ก็เป็คืนแรกเสียด้วย”
“ไม่รู้ล่ะ พวกเ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ข้าแล้วก็หาผ้าพันคอไว้ด้วย น่าเกลียดชะมัด เมื่อคืนข้าเฉียดตายมาแท้ๆ ผู้อื่นยังจะมาคิดบัดสีอีก”
สาวใช้ทั้งสองสบตากันแล้วก็พากันหัวเราะ ความจริงเมื่อคืนทั้งสองนางก็เคร่งเครียดพอๆ กับผู้เป็นาย พวกนางรู้ว่าเื่ใหญ่ของบุรุษคือเื่ส่วนลับนั่น ในเมื่อจีหลุนโกรธแค้นที่ถูกทำลายความสุขชั่วชีวิตมีหรือจะไม่ทำร้ายน้องสาวของศัตรู
“ฮูหยินน้อย ท่านแม่ทัพทำเพียงบีบคอใช่หรือไม่?”เหย้าหลีที่หยุดหัวเราะเพราะนึกขึ้นมาได้ว่าตนเองทำหน้าที่อารักขา ยังไม่ตรวจสอบร่างกายคุณหนูให้ดีกลับมายืนหัวเราะ
“ไม่เป็ไร เขาทำเพียงแค่นั้น ครู่เดียวก็ปล่อยแล้ว” ดวงตาของกัวเอินถงเหม่อลอย ความร้อนจากมือของเขาทำเอานางรู้สึกวาบหวิวใจสั่น ส่วนเขาก็นิ่งไปแล้วค่อยคลายมือจากคอของนาง
“เพราะเหตุใดเ้าคะ? บีบเพียงครู่เดียว ข้าคิดว่าเขาจะลงมือกับท่านหนักกว่านี้เสียอีก”
“ข้าก็สงสัยเหมือนกัน ตอนที่เขาบีบคอข้าก็ด่าทอเกรี้ยวกราดเสียยกใหญ่ ครู่หนึ่งกลับชะงัก ปล่อยข้าแล้วก็วิ่งเข้าไปหลังฉาก จากนั้นก็อาบน้ำแล้วขึ้นเตียงนอน”
สาวใช้ทั้งสองฟังกัวเอินถงเล่าแล้วก็พากันขมวดคิ้ว
ข้างฝ่ายจีหลุนเขาไม่ยอมรอกัวเอินถงแต่กลับไปนั่งที่ห้องโถงใหญ่พูดคุยกับบิดามารดา รอจนนางมาถึงก็คารวะน้ำชา
กั๋วฮูหยินที่ได้เห็นใบหน้าของลูกสะใภ้ถนัดถนี่ก็ถึงกับชะงัก ใบหน้าของสตรีพิการตรงหน้างดงามหมดจด น่าเสียดายที่นางเป็ศัตรู
“ให้ข้าเรียกเ้าว่าอย่างไรหรือ?”
“ท่านแม่ เรียกข้าว่าเสี่ยวถงเถิดเ้าค่ะ”
“ได้ เสี่ยวถง ธรรมเนียมของแคว้นิ ลูกสะใภ้ต้องมาคารวะน้ำชาแม่สามีทุกเช้า เ้าไหวหรือไม่?”
“ไหวเ้าค่ะ เป็หน้าที่ของข้าอยู่แล้ว”
“กฎระเบียบในวังจี ข้าจะให้พ่อบ้านต้วนชี้แจงกับเ้าและบริวารก็แล้วกัน เบี้ยหวัดในฐานะฮูหยินน้อยของเ้าก็รับได้ที่พ่อบ้าน รวมทั้งผู้ติดตามทั้งสองของเ้าด้วย”
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านแม่”
แม้มารดาของสามีจะพูดจาสุภาพเรียบร้อยแต่กลับห่างเหินยิ่ง กัวเอินถงรู้สึกได้ถึงความระแวดระวังของคนในสกุลจี เป็อย่างที่คนของนางได้ข่าวมา คนในสกุลจีเข้าถึงได้ยาก
“ตอนเช้ารับประทานอาหารพร้อมกันที่โต๊ะนี่ หากเ้าชอบอาหารประเภทใดก็บอกให้พ่อครัวทำให้ได้ ไม่จำเป็ต้องกินแบบที่พวกเรากิน” ฝูกั๋วกงยิ้มน้อยๆ ใบหน้าของผู้าุโดูสงบเคร่งขรึม
“ขอบคุณเ้าค่ะ ท่านพ่อ”
“ต่อไป หวังว่าเราจะอยู่ร่วมกันโดยสันติ”
******************