ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    เล่มที่ 5 บทที่ 147 แป้งทอด

            ผู้เฒ่าหวังวางตะเกียบลง“คนในกองทัพมีตั้งมากมาย หวังเฮ่าเป็นเพียงนายทหารชั้นประทวนเท่านั้นไหนเลยจะมีเนื้อตกมาถึงท้องเขาได้ ห้าปีหวังเฮ่าไม่ได้ฉลองปีใหม่ที่บ้านมาห้าปีเต็ม”

            เมื่อก่อนทางบ้านมีฐานะยากจนแม้ว่าอาหารที่ทานกันยามคืนส่งท้ายปีเก่าจะไม่ได้ดีนักทว่าก็ยังได้ทานร่วมกันกับคนทั้งครอบครัว ยามนี้หวังเฮ่าอยู่ในกองทัพทั้งไม่ได้ทานของดี ทั้งไม่อาจมาร่วมทานกับคนในครอบครัวได้

            ครั้นผู้เฒ่าหวังนึกถึงบุตรชายคนโตแท้ๆที่กำลังลำบากอยู่ในกองทัพ ไม่ว่าจะวันฉลองปีใหม่หรือเทศกาลใดๆล้วนต้องอยู่เพียงลำพังแล้ว ก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจจนแทบทนไม่ไหว

            ยามนี้ความเป็นอยู่ในบ้านดีขึ้นแล้วอาหารในคืนส่งท้ายปีหลากหลายอย่างตั้งอยู่เต็มโต๊ะต่อให้เป็นอาหารยามปกติก็ยังมีทั้งปลา เนื้อ และไข่ไก่เพียบพร้อมทว่าหวังเฮ่าที่อยู่ในกองทัพเช่นนั้น กลับไม่ได้ทานอะไรสักอย่าง

            อีกทั้งหวังเฮ่าก็แต่งงานกับหลี่ชิงชิงแล้วหวังเฮ่าที่มีภรรยาแต่กลับมิได้ร่วมหลับนอนด้วย ไม่ต่างอะไรกับคนไร้ภรรยาไม่รู้ว่าเมื่อไรจะมีบุตรกับเขาสักที

            ผู้เฒ่าหวังยิ่งรักและอาดูรหวังเฮ่ายิ่งกว่าเดิม

            หลี่ชิงชิงเห็นผู้เฒ่าหวังเริ่มเช็ดน้ำตาจึงเอ่ยออกมาว่า “ท่านพ่อ ท่านแม่ ไม่ต้องคิดมากหรอกเจ้าค่ะ เดี๋ยวอีกสองวันพอพวกเราไปหาหวังเฮ่าที่กองทัพก็จะได้รู้แล้วเจ้าค่ะ”

            หวังเยวี่ยเอ่ยยิ้มๆ“น้องสามเห็นพวกเราย่อมต้องตกใจเป็นแน่!”

            “ใช่แล้วเจ้าค่ะพวกเราต้องทำให้เขาตกใจยกใหญ่เลย” หลี่ชิงชิงลุกขึ้นแล้วเดินไปด้านข้างผู้เฒ่าหวังรินสุราให้เขาจนเต็มจอกด้วยตนเอง “ท่านพ่อ พรุ่งนี้ต้องรีบเร่งเดินทางคืนนี้ท่านดื่มให้น้อยลงหน่อยเถิดเจ้าค่ะ”

            “ได้เอาตามเจ้าว่า ข้าดื่มหมดจอกนี้ก็ไม่ดื่มแล้ว” ผู้เฒ่าหวังยังคิดอยู่ว่าพรุ่งนี้จะเร่งออกเดินทางแต่เช้าตรู่สักหน่อย

            “ปีนี้บ้านเรามีแต่เรื่องดีๆเกิดขึ้นมากมายเหลือเกิน หวังว่าปีหน้าจะเป็นเช่นนี้อีก”สายตาของหลิวซื่อจับจ้องอยู่ที่หลี่ชิงชิง “ขอให้ปีหน้าในท้องของชิงชิงตั้งครรภ์บุตรของหวังเฮ่า!”

            หวังพั่นตี้สามพี่น้องพากันส่งเสียงร้อง“อ้อ!” ออกมา ทำเอาหลี่ชิงชิงเขินอายจนหน้าแดงก่ำไปหมด จะว่าไปแล้วนางยังไม่มีระดูเลยเข้าหอกับหวังเฮ่านางก็ยังไม่ได้เข้า แล้วจะไปตั้งท้องได้อย่างไร?

            เมื่อได้ยินคำว่าตั้งครรภ์สองคำนี้แล้วจางซื่อก็มองไปที่หวังจื้ออย่างรวดเร็วเห็นสายตาของหวังจื้อเอาแต่จับจ้องอาหารทั้งหลายบนโต๊ะแล้ว จึงได้แต่ก้มหน้าลง

            หลิวซื่อหันไปเอ่ยกำชับกับหวังจื้อและจางซื่อ“วันพรุ่งนี้พวกข้าออกเดินทางแล้ว พวกเจ้าสองคนก็คอยดูแลชงเยวี่ยและดูแลบ้านให้ดีมีเรื่องอันใดก็ไปหาท่านผู้นำตระกูล”

            “ท่านแม่วางใจเถิด”หวังจื้อเองก็อยากไปเยี่ยมหวังเฮ่า แต่ในฐานะที่เป็นบุตรคนโตจึงจำต้องอยู่ดูแลบ้านตามคำของบิดามารดา อีกอย่างบุตรสาวตัวน้อยของเขาก็เพิ่งจะอายุได้ไม่กี่เดือนไม่เหมาะพาออกเดินทางไกล

            “วันปีใหม่นี้ข้าไม่กลับไปบ้านเดิมแล้วบ้านเดิมจะเป็นฝ่ายมาเยี่ยมข้าเจ้าค่ะ” จางซื่อเคยบอกเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วเพื่อที่จะให้จางซื่อได้อยู่ดูแลบ้านกับหวังจื้อได้อย่างสบายใจตระกูลจางจึงไม่ให้จางซื่อกลับไปเยี่ยมบ้านทั้งยังเป็นฝ่ายเสนอว่าจะเป็นฝ่ายมาเยี่ยมจางซื่อที่บ้านตระกูลหวังด้วยตนเอง

            หลี่ชิงชิงไม่เอ่ยถึงเรื่องบ้านเดิมเลยแม้แต่น้อยกระทั่งเรื่องกลับไปบ้านนางยังไม่กลับไป นับประสาอะไรกับวันปีใหม่ด้วยเหตุผลเดียวกันนี้ นางเองก็ไม่ได้คาดหวังว่าคนในครอบครัวฝั่งมารดาจะมาเยี่ยมนางในวันปีใหม่เช่นกัน

            หลิวซื่อตัดขาดกับบ้านเดิมมานานแล้วหลายปีมานี้ไม่เคยกลับบ้านเดิมเลยสักครั้ง ทว่าช่วงก่อนหน้านี้ไม่นาน ทางฝั่งบ้านเดิมได้ยินว่าตระกูลหวังมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นทั้งสร้างเรือนอิฐ ทั้งขุดบ่อน้ำ จึงไหว้วานให้คนมาแจ้งข่าวกับหลิวซื่อว่าขอแค่หลิวซื่อกลับไปก็จะไม่ถือสาหาความเรื่องเก่าก่อน แต่หลิวซื่อไม่คิดกลับไปมานานแล้วไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งไม่ได้บอกเรื่องนี้กับผู้เฒ่าหวังด้วย

            หลังทานอาหารคืนวันส่งท้ายปีกันเสร็จเรียบร้อยหลี่ชิงชิงก็นำแป้งที่จะทอดออกมาทอดตั้งแต่ตอนนี้

            เมื่อแป้งทอดโรยงาทอดออกมากลิ่นหอมฉุยก็โชยเข้าจมูก

            ปริมาณในการทำน้ำตาลของแคว้นต้าถังนั้นน้อยมากน้ำตาลกลายเป็นสิ่งฟุ่มเฟือยสำหรับประชาชน ครั้นตระกูลหวังมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหลี่ชิงชิงก็มักจะซื้อน้ำตาลมาทานกับคนในครอบครัวเป็นประจำ

            แม้จะเป็นเช่นนี้คนในตระกูลหวังก็ยังคงชอบทานน้ำตาลกันมากอยู่ดี

            หลี่ชิงชิงทอดทั้งแป้งทอดน้ำตาลแป้งทอดต้นหอม ทุกชิ้นมีขนาดเท่าฝ่ามือผู้ใหญ่ เนื้อแป้งนิ่มด้วยทำมาจากแป้งหมักทำให้เมื่อทอดออกมาแล้วตัวแป้งทอดจึงทั้งบางทั้งนิ่ม เด็กทานได้ผู้ใหญ่ทานดี

            ผู้เฒ่าหวังกับหลิวซื่อทานอาหารคืนส่งท้ายปีจนท้องอิ่มแล้วทว่าเมื่อได้กลิ่นหอมฉุยของแป้งทอดลอยมาก็อดใจไม่ไหว วิ่งเข้าห้องครัวไปทานแป้งทอด

            หวังจื้อกับจางซื่อที่ล้างจานชามและเก็บเตาอยู่ด้านข้างยิ่งอดใจไม่ไหวแป้งทอดกระทะแรกสุกแล้วก็นำมาทานทันที พร้อมทั้งเอ่ยชมด้วยความตื่นตะลึง“แป้งทอดนี่อร่อยจริงๆ!” “อร่อยยิ่งกว่าซาลาเปาเสียอีก!”

            หลิวซื่อทนฟังซาลาเปาถูกเอาไปเทียบกับอาหารอย่างอื่นไม่ได้จึงเอ่ยขึ้นมาเสียงดังลั่น “แป้งทอดเทียบกับซาลาเปาไม่ได้ในแป้งทอดไม่มีไส้อะไรเลย”

            ผู้เฒ่าหวังกังวลว่าหวังเฮ่าจะไม่ได้กินแป้งทอด“ชิงชิง แป้งทอดนี่สามารถเก็บไว้ได้หรือไม่?”

            “เก็บได้เจ้าค่ะ”แป้งทอดที่หลี่ชิงชิงทำนั้นบางมาก พอเอาลงไปวางในกระทะที่มีน้ำมันอยู่สักพักหนึ่งก็พลิกอีกด้านได้แล้วทอดจนทั้งสองด้านมีสีเหลืองทองจึงตักออกมาได้ หนึ่งกระทะสามารถทอดได้เจ็ดถึงแปดชิ้นในคราวเดียว

            ผู้เฒ่าหวังเอ่ย“เช่นนั้นก็ทอดให้มากหน่อย พรุ่งนี้จะได้เอาไปให้หวังเฮ่า”

            “ท่านพ่อเจ้าคะวันนี้ข้าคิดแล้วคิดอีกว่าพวกเราไปกันหลายคนขนาดนี้ พอไปถึงค่ายทหารแล้ว หากจะให้พักในโรงเตี๊ยมค่ากินค่าอยู่ก็จะแพงเกินไป ไม่สู้ลองหาดูว่าพอจะมีบ้านของชาวบ้านให้เช่าระยะสั้นๆสักหลังเจ้าค่ะ” ขณะที่หลี่ชิงชิงพูดมือก็ขยับไม่หยุดนางใช้ตะเกียบคีบแป้งทอดสีทองอร่ามในกระทะขึ้นไปวางในกระจาดด้านบนเตาอย่างรวดเร็ว

            จางซื่อตกตะลึงพึมพำเบาๆ “พวกเราจะพักในบ้านชาวบ้าน?”

            จากประสบการณ์ทั้งชีวิตของจางซื่อนางเคยได้ยินแค่คำว่าโรงเตี๊ยมเท่านั้น ไม่เคยได้ยินเรื่องเช่าบ้านชาวบ้านระยะสั้นอีกประการ สำหรับคนจนที่ไม่มีเงินทองแล้ว ปกติยามต้องค้างแรมข้างนอกมักจะไม่ได้พักที่โรงเตี๊ยมแต่มักจะค้างแรมตามอารามร้างหรือไม่ก็อาศัยตามชายคาบ้านผู้อื่น

            “ใช่เจ้าค่ะถึงเวลานั้นพวกเราก็เข้าไปอยู่ในบ้านชาวบ้าน ทั้งราคาถูก ด้านในยังมีเตามีหม้อให้พวกเราสามารถทำอาหารกันเองได้เจ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม“ข้าจะทำของกินให้หวังเฮ่า ไม่ว่าจะซาลาเปา แป้งทอด เกี๊ยว ผัดผักหรืออะไรก็ทำได้ทั้งนั้นอีกทั้งอาหารก็ยังอุ่นๆ หวังเฮ่าจะได้ทานของอร่อยๆ”

            หวังพั่นตี้พี่น้องเดินออกมาจากด้านในห้องครัวในมือของทุกคนล้วนถือแป้งทอดคนละแผ่น กินจนมีคราบน้ำมันเปื้อนเต็มปาก

            หวังพั่นตี้สวมเสื้อผ้านวมตัวใหม่กางเกงผ้านวมตัวใหม่ และรองเท้าผ้าคู่ใหม่เอี่ยม นี่เป็นการฉลองปีใหม่ที่ดีที่สุดของนางนับตั้งแต่ลืมตาดูโลกมากลิ่นหอมๆ ของแป้งทอดทำให้นางยิ้มซื่อๆ ออกมาอย่างมีความสุข ทว่าพอยืนได้สักพักก็ต้องเอ่ยออกมา“ข้างนอกหนาว”

            หวังฉิวตี้พูดจาออดอ้อน“พี่หญิงใหญ่ ข้าอยากดูประทัด”

            หวังเจาตี้ส่ายหน้าไปมาแล้วกล่าว“ข้างนอกหนาว ข้าจะเข้าไปกินแป้งทอดในห้อง”

            “น้องสามตามพวกเราเข้าห้องเถิด”หวังพั่นตี้กินแป้งทอดในมือจนหมด รู้สึกว่าท้องแทบจะแตกอยู่รอมร่อ

            เมื่อสามพี่น้องเดินเข้ามาในห้องก็เอ่ยกับหวังเลี่ยงและหวังจวี๋ที่กำลังกินผลไม้แห้งพลางคุยเล่นกันอยู่ว่า“แป้งทอดของท่านอาสะใภ้สามอร่อยยิ่งนัก อาเล็ก อาหญิงเล็กพวกท่านรีบไปกินที่ห้องครัวเร็วเจ้าค่ะ”

            หลี่ชิงชิงทอดแป้งทอดเสร็จก็เห็นว่าในห้องครัวยังมีเต้าหู้อีกสองสามชิ้นจึงให้หวังจื้อเอาเต้าหู้ไปสับและผสมเข้ากับหมูสับใส่ต้นหอมและเครื่องปรุงลงไปอีกเล็กน้อย จากนั้นก็ทอดเป็นลูกชิ้นเต้าหู้หมูสับ

            ได้นอนหลับพักผ่อนอยู่สองวันอาการเหนื่อยล้าตามร่างกายจึงดีขึ้นมาก พอกระปรี้กระเปร่ามีกำลังแล้วก็เริ่มทำอาหาร

            ลูกชิ้นเต้าหู้หมูสับทอดเป็นของกินที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งรสชาติแตกต่างจากแป้งทอด ทว่าล้วนอร่อยมากเหมือนกันทั้งคู่

            คนตระกูลหวังแทบอยากให้ตนมีท้องงอกออกมาอีกหนึ่งเพื่อใส่ของอร่อยพวกนี้ลงท้อง

            ตามประเพณีของเมืองเซียงเมื่อทานอาหารคืนสิ้นปีเรียบร้อยและเฝ้าปีจนถึงยามจื่อ [1] ทุกคนก็จะทานไข่ต้มพุทราแดงคนละชามด้วยแฝงความนัยว่าครอบครัวอยู่กันพร้อมหน้า และชีวิตชื่นมื่นมีสุขตลอดปี

            พอถึงยามจื่อ คนตระกูลหวังไหนเลยจะมีคนทานไข่ต้มพุทราแดงลงได้อีกทว่าประเพณียังคงต้องรักษาไว้และปฏิบัติตาม ทุกคนจึงมารวมตัวกันทานคนละสองถ้วย

            เสียงประทัดด้านนอกดังสนั่นแต่ละครัวเรือนในหมู่บ้านหวังล้วนจุดประทัดปีใหม่ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กันด้วยความดีใจ

            ผู้เฒ่าหวังเป็นห่วงต้าหวงจึงตั้งใจไปดูมันที่คอกสักหน ทั้งยังเติมถั่วให้ต้าหวงอีกหนึ่งกำมือ

            คนฉลองปีใหม่แล้ววัวก็ต้องฉลองปีใหม่เช่นกัน

            ยามที่หวังเลี่ยงพาหวังเจาตี้สามพี่น้องไปจุดประทัดทั้งหกชุดหลี่ชิงชิงก็เอนตัวนอนอยู่ในรังผ้าห่มแล้ว

            วันสิ้นปีครั้งแรกของหลี่ชิงชิงในแคว้นต้าถังก็จบลงด้วยประการฉะนี้

            วันที่หนึ่งเดือนแรกของปีแสงอรุณสะท้อนอยู่บนผืนน้ำแข็งขนาดใหญ่ มีผู้คนหลายสิบคนยืนอยู่ที่ด้านนอกรั้วบ้านตระกูลหวัง

            “ท่านอาห้ามีแขกมาบ้านพวกท่านขอรับ!”

            -------------------------------------------------

            เชิงอรรถ

            [1] ยามจื่อ (子时) หมายถึง ช่วงเวลา 23.00 น. – 01.00 น.

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ] ที่คุณอ่าน