สองวันต่อมา องค์หญิงเจินหลินทูลลาท่านอ๋องเพื่อกลับบ้านเก่า โดยอ้างว่าจะไปขนสมุนไพรเพื่อเตรียมการออกศึกครั้งนี้ เนื่องจากต้องเอาไว้ใช้สำหรับรักษาผู้าเ็จากศึกา อีกทั้งต้องคิดค้นสูตรยาตัวใหม่ที่ใช้แก้พิษของปิศาจค้างคาว เพราะไม่อาจข้ามมิติไปเก็บดอกสมุนไพรได้อีกแล้ว นางได้ยินข่าวว่าประตูมิติพังทลายไม่เหลือชิ้นดี แต่เป้าหมายที่แท้จริงของพระองค์ก็คือเพื่อสืบหาฉินหลงตัวจริงว่าอยู่ที่ไหน
องค์หญิงเจินยี่เดินอุ้ยอ้ายออกมาส่งพี่สาวที่หน้าจวนท่านอ๋อง
“เ้าไม่ต้องมาส่งพี่ก็ได้นะ เจินยี่” องค์หญิงเจินหลินทรงเป็ห่วงน้องสาว
“ได้แม่นมของเฉียนฟงมาช่วยดูแล ข้าจึงมีอาการดีขึ้นมากแล้ว ตอนนี้ข้าไม่เป็อะไรแล้วเสด็จพี่” องค์หญิงเจินยี่ตรัส
“เห็นเ้าดีขึ้น พี่ก็ดีใจ รักษาตัวด้วย อีกสองสัปดาห์พี่จะกลับมา” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“เดินทางปลอดภัยเพคะ เสด็จพี่” องค์หญิงเจินยี่ตรัส
องค์หญิงเจินหลินจึงทรงม้ารีบไปที่บ้านในป่าเพื่อปฏิบัติภารกิจสำคัญ โดยที่องค์หญิงช่างไม่รู้เลยว่า มีสองหนุ่มแอบมองอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ที่อยู่หน้าจวนท่านอ๋อง
“แล้วทำไมเ้าไม่ไปส่งองค์หญิงเจินหลินดีๆ มาแอบแบบนี้ทำไมน่ะ เฉียนฟง” ลู่หยางรีบถาม
“ก็ถ้าให้ข้าไปส่งนาง นางก็จะมาบอกให้ข้าช่วยดูแลเจินยี่ด้วย อะไรทำนองนี้” เฉียนฟงกล่าว
“ไม่เห็นเป็อะไรเลย เจินยี่ก็เหมือนน้องสาวเ้าไม่ใช่หรอ” ลู่หยางกล่าว
“ก็เวลาที่ข้าได้ยินเจินหลินพูด มันเหมือนกับว่านางกำลังผลักไสสามีให้คนอื่นอยู่น่ะสิ” เฉียนฟงกล่าว
“เฮ้ย อย่าลืมว่านางยังไม่ใช่ฮูหยินของเ้านะ” ลู่หยางรีบเตือน
“แต่ข้ารู้สึกแบบนั้นไปแล้ว มันแก้ไม่ได้แล้วล่ะ” เฉียนฟงกล่าว
“ตอนนี้นางก็ไปแล้ว พวกเรารีบไปประชุมกองทัพกันเถอะ” ลู่หยางกล่าว
******************************************
ตลอดระยะเวลาสองสัปดาห์ อาการแพ้ท้องขององค์หญิงเจินยี่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะได้ผู้เชี่ยวชาญอย่างแม่นมของเฉียนฟงมาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด ส่วนเฉียนฟงและลู่หยางก็ไปฝึกทหารเพื่อเตรียมศึกครั้งใหญ่
ฉู่หลานเองก็ไม่อยากอยู่เฉยๆ นางก็เลยไปช่วยท่านกุนซือวาดแผนที่ เพื่อใช้สำหรับวางแผนการรบ
เหตุการณ์สงบมาด้วยดีจนกระทั่งวันหนึ่ง ฝ่ายปิศาจมีแผนการชั่ว โดยให้ปิศาจค้างคาวใช้อาวุธใหม่ซึ่งเป็ขลุ่ยควบคุมอสูรมาใช้กับเฉียนฟง ปิศาจค้างคาวเป่าขลุ่ย เสียงขลุ่ยควบคุมให้เฉียนฟงกลายร่างเป็มนุษย์หมาป่า และทำให้เฉียนฟงไม่อาจคุมสติได้ เขาจึงออกอาละวาดทำร้ายผู้คนในค่ายทหาร ไม่เพียงเท่านั้นยังวิ่งมุ่งตรงไปที่จวนของท่านอ๋อง ลู่หยางที่มีหน้าที่ปกป้องท่านอ๋องก็รีบออกมาขวางเฉียนฟงไว้
“เ้าเป็อะไรไปน่ะ เฉียนฟง ควบคุมสติสิ” ลู่หยางรีบกล่าวเตือนเพื่อน
เฉียนฟงก็ยังคงออกอาละวาดอยู่ ทำให้ลู่หยางจำเป็ต้องต่อสู้กับเขาอย่างช่วยไม่ได้
ในตอนนั้นองค์หญิงเจินหลินก็กลับมาพอดี และได้เห็นเฉียนฟงออกอาละวาดทำร้ายคนในวัง นางรีบวิ่งไปหาท่านกุนซือทันที
“มันเกิดอะไรขึ้นคะท่านกุนซือ ทำไมเฉียนฟงเป็แบบนี้” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“ข้าเดาว่าเป็เพราะเสียงขลุ่ยมันควบคุมให้เฉียนฟงทำร้ายพวกเรา” ท่านกุนซือกล่าว
“แล้วต้นเสียงมันมาจากไหนกันน่ะ” องค์หญิงเจินหลินสงสัย
“ข้ากำลังมองหา แต่หาไม่เจอจริงๆ คาดการณ์ว่าอาจเป็ฝีมือปิศาจ” ท่านกุนซือกล่าว
“แล้วจะทำยังไงดี ลู่หยางอาจต้านเขาไม่ไหว” ฉู่หลานเป็ห่วงสามี
ท่านกุนซือไม่อยากสูญเสียผู้คนไปมากกว่านี้ เลยเสี่ยงใช้วิธีนี้ “มีทางเดียวแล้วเจินหลิน ข้าเคยอ่านตำรามา ต้องให้หญิงพรหมจรรย์จุมพิตอสูรนั่น แล้วเขาจะกลับคืนสู่ปกติ”
“แล้วจะหาหญิงพรหมจรรย์ได้ที่ไหน” องค์หญิงเจินหลินทรงสงสัย
“ก็เ้าไง เจินหลิน” ฉู่หลานกล่าว
“ให้คนอื่นก็ได้นี่” องค์หญิงเจินหลินทรงไม่ยอม
“แล้วหญิงพรหมจรรย์คนไหนจะกล้าเข้าไปหาเฉียนฟงล่ะ ถ้าไม่ใช่เ้า” ท่านกุนซือกล่าว เพราะท่านคิดในใจว่าต้องเป็องค์หญิงเจินหลินคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถเรียกสติของเฉียนฟงให้กลับคืนมาได้
“ทำไมต้องเป็ข้าล่ะ” องค์หญิงเจินหลินทรงไม่อยากจูบกับเขา
“เ้าเป็ถึงองค์หญิงนะ เ้าอยากสละชีวิตผู้คนอีกอย่างนั้นหรือ” ท่านกุนซือพูดแกมบังคับ
องค์หญิงเจินหลินมองไปรอบๆ ก็เห็นเหล่าทหารได้รับาเ็เป็ทิวแถว เลยกลั้นใจวิ่งไปขวางเฉียนฟงไว้
“เ้าจะทำอะไรน่ะ เจินหลิน มันอันตรายนะ” ลู่หยางใ
“เ้าถอยไปก่อนเถอะลู่หยาง ข้ามีวิธีทำให้เขากลับมาเป็ปกติ” องค์หญิงเจินหลินตรัส
ลู่หยางเห็นเจินหลินแสดงสีหน้าลังเล เลยว่า “เ้าแน่ใจนะ ว่าจะได้ผล”
“ไม่ลองไม่รู้ เ้าออกไปก่อนเถอะ” องค์หญิงเจินหลินตรัสทั้งๆ ที่ตนก็ลังเล
ลู่หยางจึงยอมออกไป
เฉียนฟงก็เลยเปลี่ยนเป้าหมาย หมายจะเข้าไปทำร้ายเจินหลิน แต่เจินหลินกลับวิ่งเข้าไปหาเขา พร้อมกับกอดเขาไว้แน่น นางหลับหูหลับตาจูบกับเฉียนฟงที่เป็มนุษย์หมาป่า โดยที่ไม่ได้มั่นใจเลยว่าวิธีนี้จะได้ผลจริง
ภาพที่เห็นทำให้ทุกคนอึ้ง ที่องค์หญิงเจินหลินจะกล้าจูบกับอสูร และที่แปลกใจหนักกว่านั้นก็คือเฉียนฟงค่อยๆ กลายร่างกลับมาเป็มนุษย์จริงๆ
กุนซือพึมพำว่า “ไม่น่าเชื่อว่าจะได้ผลจริงๆ”
“อะไรนะคะ!” ฉู่หลานใในคำพูดนั้น
“ข้าแค่ให้องค์หญิงลองทำดูน่ะ ข้าไม่รู้หรอกว่ามันจะได้ผลจริงๆ” ท่านกุนซือสารภาพ
“นี่ท่านกล้าให้องค์หญิงไปเสี่ยงชีวิตอย่างนั้นหรือ” ฉู่หลานเริ่มโวยวาย
“ข้าเชื่อมั่นว่าเฉียนฟงรักองค์หญิงเจินหลินมาก เขาไม่ทำร้ายองค์หญิงหรอก” ท่านกุนซือกล่าว
และแล้วมันก็เป็ดังนั้นจริงๆ นอกจากที่เขาจะกลายร่างเป็มนุษย์แล้ว เขายังจูบตอบและไม่ยอมปล่อยองค์หญิงเจินหลินด้วย ทั้งคู่จูบกันอยู่นาน จนองค์หญิงเจินหลินตั้งสติได้แล้วรีบผลักเขาออกด้วยความอาย
“เอ่อ นี่ท่านเป็ปกติแล้วนี่” องค์หญิงเจินหลินตรัสแทบจะไม่เป็คำ
“ขอบคุณมากเจินหลิน เป็เพราะเ้า” เฉียนฟงกล่าวยิ้มๆ
องค์หญิงเขินมากที่จูบกับเขาต่อหน้าทุกคนในจวน นางก็เลยวิ่งหนีกลับไปที่ห้องทันที
ฉู่หลานเริ่มสังเกตเห็นปิศาจที่บนหลังคา เลยรีบะโบอกสามี “นั่นไง ปิศาจค้างคาว มันเป่าขลุ่ยอยู่บนนั้น”
เฉียนฟงและลู่หยางกำลังจะตามไปกำจัดมัน แต่ปิศาจค้างคาวรีบหนีไปเสียก่อน
เหตุการณ์เมื่อคืนทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันต่างๆ นานา และมันกลายเป็ว่าทำให้องค์หญิงเจินหลินเสียหาย ท่านกุนซือจึงฉวยโอกาสนี้…