บทที่ 12 ค่ำคืนแห่งความมึนเมา
"สุราวีรชน? ชื่อดี สุราฤทธิ์แรงเช่นนี้ มีแต่วีรบุรุษเท่านั้นที่ดื่มได้"
หัวหน้าใหญ่พยักหน้าด้วยความพอใจ
เวลาเดียวกัน บรรดาโจรทั้งหลายก็ได้สุรากันแล้ว พวกเขาทยอยดื่มจนเกลี้ยง แล้วส่งเสียงครวญครางด้วยความพอใจในรสชาติ
เพียงครู่เดียว ทั้งค่ายโจรก็เหมือนกับหอนางโลม
ความจริงแล้ว ถ้าหญิงสาวส่งเสียงเช่นนี้ย่อมไพเราะชวนหลงใหล แต่เมื่อเป็เหล่าชายฉกรรจ์ ลืมมันไปเสียเถอะ ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกขนลุก!
ช้าก่อน หญิงสาว?
เนี่ยเฉินหันไปมองเวิงชิวฉานซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ
ทว่านางกลับมีสีหน้าแดงก่ำ ดวงตาสั่นระริก เห็นได้ชัดว่าดื่มเร็วเกินไป จึงทนฤทธิ์สุราไม่ไหว
เวิงชิวฉานเดินเซไปมา พยายามทรงตัวเอาไว้และเดินเข้ามาหาเนี่ยเฉิน พร้อมตบบ่าเขาแล้วกล่าวว่า
“เ้าเก่งนะ ทำสุรารสเลิศขนาดนี้ได้ มารดาคงดูถูกเ้าไปหน่อย
และเพราะเื่นี้ มารดาจะขอสาบานเป็พี่น้องกับเ้า!
มาเถิด ์เบื้องบนและแผ่นดินเบื้องล่างเป็พยาน วันนี้ข้าเวิงชิวฉานกับ…”
"ปล่อยข้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!..."
เนี่ยเฉิน ช่ายร่างเล็กผอมบางพยายามดิ้นรนสุดแรงเกิด เพื่อเป็อิสระจากเงื้อมมือของโจรสาว แต่อนิจจา โจรสาวแกร่งกล้าเกินไป เนี่ยเฉินจึงต่อต้านไม่ได้เลย
"บังอาจ! ไร้มารยาท..."
หัวหน้าใหญ่มองบุตรีของตนที่เมาสุราได้ที่แล้ว เขาขมวดคิ้วตวาดลั่น
"อย่ามายุ่ง! ข้าจะดื่มสุราสาบานเป็พี่น้องกับเขา..."
"อย่าเป็เช่นนั้นเลย หลานสาวที่รัก ลำดับาุโของเราจะสับสนวุ่นวาย..."
เนี่ยเฉินกล่าวด้วยความรู้สึกอับอายจนหน้ามืด เขาคาดการณ์ได้ล่วงหน้าว่าเมื่อเวิงชิวฉานสร่างเมา และนึกถึงสิ่งที่ตนกระทำลงไปในตอนนี้แล้วจะโกรธแค้นมากแค่ไหน ถึงเวลานั้นเกรงว่าคงจะต้องโมโหจนทำลายข้าวของ แล้วหันมาโทษเขาเพื่อให้สาแก่ใจตนอีกเป็แน่
ตอนนี้โซ่วโฮ่วที่ส่งไปจัดหาเสบียงเมื่อเช้ากลับมาแล้ว
พวกเขาดึงเกวียนเสบียงหลายคันขึ้นเขา ตามหลังด้วยเหล่าชายวัยกลางคนที่มีสีหน้าหวาดกลัวและตื่นตระหนก
เนี่ยเฉินฉวยโอกาสโยนเวิงชิวฉานเข้าไปในอ้อมกอดของหัวหน้าใหญ่ แล้วเดินเข้าไปต้อนรับ
"รองหัวหน้า สิ่งของที่ท่าน้า ข้าซื้อกลับมาแล้ว และยังนำคนกลับมาให้ด้วย"
โซ่วโฮ่วร้องด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะสูดกลิ่นเข้าไป
"อ้าว? กลิ่นอะไรหอมจริง พวกเ้าดื่มอะไรกัน?"
เมื่อเหล่าชายวัยกลางคนที่โพกศีรษะด้วยผ้าเห็นเนี่ยเฉิน ต่างก็รีบคุกเข่าลงคำนับทันที
"ไว้ชีวิตข้าน้อยด้วยเถิดท่านผู้ยิ่งใหญ่ ข้าน้อยมีบิดามารดาที่แก่ชราและบุตรต้องดูแล โปรดเมตตาข้าน้อยด้วย ข้าน้อยจะยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดให้ ขอเพียงท่านผู้ยิ่งใหญ่ไว้ชีวิตอันต่ำต้อยของข้าน้อยก็พอ!"
"ท่านผู้ยิ่งใหญ่ ข้าน้อยจะทำทุกสิ่งที่ท่านผู้ยิ่งใหญ่สั่งก็ได้ ขอเพียงท่านผู้ยิ่งใหญ่อย่าฆ่าข้าน้อย ข้าน้อยมีบุตรชายวัยไม่ถึงสิบหนาวอยู่ที่บ้าน หากข้าน้อยตายลงที่นี่แล้ว ลูกเมียของข้าน้อยจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างไร!"
เนี่ยเฉินมองผู้คนที่คุกเข่าอยู่ที่พื้น เขารีบเข้าไปประคองพวกเขาขึ้นมาแล้วกล่าวว่า
"อย่าใไปเลย ข้าไม่มีความคิดจะฆ่าพวกเ้าแต่อย่างใด ข้าเชิญพวกเ้ามาเพื่อให้ช่วยงานเล็กน้อยเท่านั้น โปรดวางใจ ส่วนค่าจ้างข้าจะจ่ายให้ครบถ้วน ไม่ให้ขาดแม้แต่ตำลึงเดียว"
"ขอบคุณท่านผู้ยิ่งใหญ่ ขอบคุณท่านผู้ยิ่งใหญ่!"
ช่างไม้ทั้งหลายต่างลุกขึ้น และเมื่อได้เห็นเนี่ยเฉินที่ยังมีอายุยังน้อยก็อดแปลกใจไม่ได้
"โซ่วโฮ่ว วันนี้ค่ำมากแล้ว เ้านำเหล่านายช่างไปพักผ่อนก่อน เตรียมของอร่อยและเครื่องดื่มดี ๆ เอาไว้ด้วย จากนั้นพรุ่งนี้ค่อยทำงาน เอาอย่างนี้ก่อน ให้เงินคนละหนึ่งตำลึงเป็เงินล่วงหน้า เมื่อทำงานเสร็จแล้วจะจ่ายส่วนที่เหลือให้"
โซ่วโฮ่วแปลกใจมาก เมื่อใดกันที่โจรปล้นคนต้องให้เงินค่าจ้าง
ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้โต้แย้งคำสั่งของรองหัวหน้า ตนแค่ทำตามคำสั่งก็พอ
ไม่นานโซ่วโฮ่วก็จัดการช่างไม้เรียบร้อย เขาวิ่งถือจอกสุรามาราวกับสายลมเพื่อร่วมดื่มกิน
"โซ่วโฮ่ว ธุระที่สั่งเ้าไปเป็อย่างไรบ้าง"
"รองหัวหน้าหมายถึงการกระจายข่าวใช่หรือไม่ ท่านวางใจได้ เมื่อโซ่วโฮ่วลงมือ รับรองว่าทั้งเมืองจะต้องรู้ว่าูเาหนิวพีร่ำรวยแล้ว และมีกำลังซื้อของมากมาย"
“ดีแล้ว เช่นนั้นดื่มอีกจอกเถิด”
เนี่ยเฉินพยักหน้าด้วยความพอใจ แล้วรินสุราวีรชนอีกจอก ก่อนจะเดินเข้ามาในโถงจวี้อี้เพื่อเสพภาพหญิงงามเมามาย
แต่น่าเสียดายที่เวิงชิวฉานเป็คนนิสัยโผงผาง หลังจากดื่มเสร็จก็ไม่ได้อยู่ในท่าทางอ่อนโยนชวนหลงใหลเช่นที่เขาจินตนาการไว้ ทว่ากลับลากเขาให้เป็พี่น้องร่วมสาบาน ทำให้ภาพหญิงงามเมามายขาดเสน่ห์ไปหลายส่วน
หัวหน้าใหญ่เห็นบุตรสาวของตนแล้วหมดหนทาง
ภรรยาของเขาสิ้นชีพไปนานแล้ว เหลือทิ้งไว้เพียงบุตรสาวคนนี้ เขาจึงมิได้แต่งงานใหม่ อีกทั้งปกติเขาก็เลี้ยงดูบุตรสาวคนนี้ด้วยความรักและตามใจทุกอย่าง จนทำให้หญิงสาวมีนิสัยที่ไม่ดีนัก
เมื่อดื่มสุราวีรชนเรื่อย ๆ ทุกคนก็เมามายหนักยิ่งขึ้น แม้เนี่ยเฉินจะดื่มสุราเก่ง แต่ร่างกายนี้ยังคงเป็ร่างเดิมของเ้าของร่าง อีกฝ่ายไม่เคยดื่มสุราแรงขนาดนี้มาก่อน จึงเมาเป็อย่างมากในเวลาสั้น ๆ
เวิงชิวฉานที่สุราลงคอไวที่สุดเมาหัวราน้ำไปแล้ว นางเอาแต่พูดจาเพ้อเจ้อไร้สาระ
หัวหน้าใหญ่เห็นนางแล้วหงุดหงิด จึงโบกมือให้เนี่ยเฉินกับต้าจ้วงพาเวิงชิวฉานกลับไปนอน
เวลาหญิงสาวเมาสุราจะอันตรายเป็อย่างยิ่ง การที่หัวหน้าใหญ่ให้เนี่ยเฉินกับต้าจ้วงพาบุตรสาวกลับไปนั้น มิใช่ไว้ใจเนี่ยเฉิน แต่เขาไว้ใจต้าจ้วง
ทั้งสองคนลากแขนเวิงชิวฉานเดินออกไป
เพิ่งเลี้ยวโค้งไปก็เจอกับโจรอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังนั่งยกไหสุราดื่มอยู่
พวกนี้คือโจรที่เพิ่งขุดแร่กลับมา พวกเขาเห็นพวกี้เีที่เอาแต่เฝ้าบ้านได้ดื่มสุรา แต่พวกตนที่ไปทำงานหนักกลับไม่ได้ดื่มก็แค้นใจนัก จึงรุมซ้อมพวกนั้น แล้วแย่งไหสุราที่เหลือมาแบ่งกันดื่ม
พวกโจรเห็นต้าจ้วงกับเนี่ยเฉินมาก็ชวนให้มานั่งดื่มด้วยกัน ทว่าเนี่ยเฉินกับต้าจ้วงต่างบอกว่าไม่ดื่ม
โจรกลุ่มนี้ไม่ค่อยรู้จักเนี่ยเฉิน แต่รู้จักต้าจ้วงดี จึงลากต้าจ้วงให้มาดื่มสุรา
ต้าจ้วงเมาจนหน้ามืดใจร้อน เขารีบไปดื่มสุรากับกลุ่มโจรเ่าั้
เนี่ยเฉินใจนพูดไม่ออก
ต้าจ้วง เ้าตั้งใจหรือไม่? เมื่อคืนเ้าก็เป็แบบนี้!
เมื่อไม่มีทางเลือก เนี่ยเฉินจึงแบกเวิงชิวฉานที่เมามายกลับไป
เวิงชิวฉานเป็สตรีเพียงคนเดียวในค่ายโจร ที่พักจึงอยู่ไกลจากที่พักของเหล่าโจรพอสมควร มันเป็ลานบ้านเล็ก ๆ ที่มุมตะวันออกของค่าย
เนี่ยเฉินแบกเวิงชิวฉานอยู่ จึงเตะประตูห้องของนางจนเปิดออกแล้วเดินเข้าไป วางนางลงบนเตียง แล้วนั่งลงด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ
"บัดซบ เหนื่อยจริง ๆ คนเมาหนักขนาดนี้เลยหรือ!"
ตอนนี้เนี่ยเฉินเองก็มึนหัว เดินเซ
แต่จิตใต้สำนึกของเขายังรู้ว่าต้องกลับไปนอน
ทว่าเขาเพิ่งจะลุกขึ้นก็ถูกมือเล็ก ๆ ข้างหลังคว้าเอาไว้แล้วดึงเข้าหาตัว
"อย่าเพิ่งไป มาเป็พี่น้องกัน..."
"แม่ง!..."
เนี่ยเฉินถูกนางดึงขึ้นไปบนเตียงอย่างแรง ฤทธิ์เหล้าพลันทำให้เขาแยกไม่ออกว่าทิศไหนคือทิศเหนือหรือทิศใต้ จึงหลับสนิทไปทั้งอย่างนั้น
ชายหนุ่มและหญิงสาวที่เมามายนอนกอดกันบนเตียงทั้งอย่างนั้น ทั้งสองพลิกตัวไปมา กลิ้งไปกลิ้งมาคล้ายถูกคลื่นซัด...
สักพักใหญ่ถึงได้หาท่าทางที่ทั้งสองคนรู้สึกสบายใจแล้วหยุดนิ่งไป
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว เวิงชิวฉานค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมา นางรู้สึกปวดหัวจนแทบจะะเิ พร้อมครางออกมาเสียงหนึ่ง
ทันใดนั้นหญิงสาวก็เบิกตาโพลง นางพบว่าตนเองกำลังกอดก่ายกับคนคนหนึ่งเหมือนหนวดปลาหมึกที่พันกัน ส่วนบนกอดบ่าคนผู้นั้นอยู่ ปากประกบปาก อีกทั้งมือของเขายังวางอยู่บนหน้าอกของนาง...