บทที่19 :โชคชะตา
เมื่อหานเซี่ยวบ่มเพาะด้วยเคล็ดเทพเ้ากระบี่โบราณ พลังปราณรอบต่างก็ไหลเข้ามาภายในเต็นท์มันเริ่มเข้าไปในร่างกายของหานเซี่ยวอย่างช้าๆแต่มันดูแข็งกร้าวอย่างมากแต่ก็อ่อนโยน
มันเป็พลังปราณที่ถูกควบแน่นด้วยเคล็ดเทพเ้ากระบี่โบราณ เคล็ดนี้เป็เคล็ดกระบี่ทำให้ปราณที่เข้ามาในร่างกายมีลักษณะคล้ายกระบี่มีความคมกล้า
เมื่อบ่มเพาะไปเรือยๆเป็เวลาถึง1ชั่วยามทำให้หานเซี่ยวมีพลังจอมยุทธ์ขั้น6ที่ดูสมบูรณ์เหนือกว่าจอมยุทธ์ขั้น6ด้วยกันทำให้เขากลายเป็เหมือนผู้เก่งกล้าของระดับเดียวกัน
นี้ก็เป็เพราะเคล็ดบ่มเพาะที่ทรงพลัง ในโลกยุทธภพแค่มีเคล็ดบ่มเพาะดีกว่าก็เท่ากับมีโอกาศชนะมากขึ้น ถ้าจะบอกว่าทำไมคนอื่นถึงไม่สามารถคิดค้นเคล็ดใหม่ขึ้นมาได้
มันเป็เพราะว่าหากสร้างเคล็ดผิดพลาดอาจจะทำให้ผู้บ่มเพาะเคล็ดนั้นพิการได้หรือร้ายแรงกว่านั้นคือเสียชีวิตไปเลย ฉะนั้นจึงไม่ค่อยมีผู้กล้าคนไหนสร้างเคล็ดมั่วๆขึ้นมา
หากจะคิดว่าทำไมไม่ให้ตัวทดลองบ่มเพาะไปก่อน ก่อนที่จะบ่มเพาะตาม เนื่องจากในร่างกายสิ่งมีชีวิตมีบางอย่างที่อยู่ภายในส่วนลึกถึงก้นมืดของสุดๆ
มีเื่นึงที่ทำให้คนมากมายหวาดพวาไปทั่วแผ่นดินเพราะมีผู้าุโที่อยากบรรลุไปขั้นใหม่เพราะอายุขัยของเขาจะหมดแล้วจึงคิดจะสร้างเคล็ดวิชาเพื่อบรรลุขั้นใหม่ แต่จึงให้ตัวทดลองที่จับมาได้บ่มเพาะไปก่อน
ผลที่ออกมาทำให้สิ่งที่หลับลึกในร่างกายตื่นขึ้นมาจนตัวทดลองแข็งแกร่งขึ้นจนบรรลุขั้นจิติญญา แต่พลังนั้นมาแบบควบคุมไม่ได้จนทำให้ตัวทดลองะเิออกมาทำให้รัศมีรอบ5000ลี้ไม่เหลือแม้แต่ซาก
ตัวผู้าุโที่เป็ผู้คิดค้นเคล็ดวิชานั้นก็กลายฝุ่นธุลีพร้อมเคล็ดวิชาของตน แม้ตัวผู้าุโเองจะเป็ขั้นจิติญญาที่เหนือกว่าควบแน่นปราณหนึ่งขอบเขตแต่มันไม่ได้ช่วยอะไรสำหรับคนที่ะเิตัวเองด้วยระดับเดียวกัน
เื่นี้กลายเป็เครื่องเตือนใจให้ทุกคนคิดให้ดีๆก่อนจะทำอะไร แต่ทว่าก็มีคนมากมายไม่ฟังเพราะสิ้นหวังแล้วอายุขัยใกล้หมดจึงเริ่มบ้าคลั่งแล้วกระทำการนั้นจึงเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นเรือยๆ
ทว่าเหตุการสำหรับการตื่นของร่างกายที่รุนแรงที่สุดเกิดจากตัวทดลองที่มีพร์หากมีพร์มากเพียงใดการะเิยิ่งจะแรงเท่านั้น มีอยู่เหตุการณ์ที่มีมาร์ที่อยู่ขอบเขตกึ่งเทพเกิดจิตคิดแค้นต่อทุกสรรพสิ่ง
จึงบ่มเพาะวิชาต้องห้ามจึงบรรลุสู่ขั้นสูงสุดของมวลมนุษย์ ขอบเขตนั้นคือเทพ์ จากนั้นพลังก็ะเิออกมาทำให้หนึ่งทวีปกลายเป็นรกบนดิน ทุกชีวิตที่อยู่ที่นั้นไม่มีเหลือ
เมื่อเกิดเื่นี้จึงทำเหล่าจอมยุทธ์มากมายต่างก็ออกความเห็นให้วิชานี้กลายเป็สิ่งต้องห้ามและควรหายไปจากโลกใบนี้ หลังจากนั้นก็ไม่มีเหตุการแบบนี้เกิดขึ้นอีก ตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมาวิชานี้ถูกตั้งชื่อเป็วิชาต้องห้าม
ผ่านไป3ชั่วยาม ตอนนี้เป็เวลา05:00
หานเซี่ยวที่นั่งบ่มเพาะอยู่ก็ยืนขึ้นและเปิดเต็นท์เพื่อจะออกไป มันคงจะดูปกติดีทุกอย่างยกเว้นที่มีร่างนอนขวางเต็นท์เขาอยู่ ร่างนั้นคือบรูทที่ได้รับหมัดยาสลบเมื่อคืนจนตอนนี้ก็ยังไม่ตื่น
ทว่าหานเซี่ยวก็แค่ส่งปราณเข้าไปในร่างกายบรูทเพื่อให้ตื่น เมื่อส่งปราณเข้าไปแล้วบรูทที่นอนสลบอยู่ก็ดูเหมือนจะขยับนิ้วได้เล็กน้อย
หารเซี่ยวไม่คิดจะอธิบายอะไรทั้งนั้นก่อนจะหายไปจากจุดนั้น สถานที่ที่หานเซี่ยวมาอยู่คือลานกว้างในป่า มีต้นไม้รอบๆดูสูงใหญ่ประมาณ18-21เมตร ถือเป็ความสูงที่ค่อนข้างสูงมากสำหรับโลก ดวงอาทิตย์กำลังขึ้นมาอย่างช้าๆ
ตรงลานกว้างนั้นมีคนมากมายกำลังยืนรออะไรสักอย่างอยู่ พวกเขาทั้งหมดต่างเป็จอมยุทธขั้น1ขึ้นไปสวมใส่ชุดทหารสีเขียวดิจิทัล สีนี้ได้รับความเห็นจากสหประชาชาติเพราะสถานที่ที่อยู่ป่าควรให้ชุดเป็สีเขียว
หลังจากรอไม่กี่นาทีกลุ่มคนที่ใส่ชุดสีดำอมเทาที่สามารถกลมกลืนกับความมืดไดเ ก็โผล่ออกมาจากความมืดใบหน้าทุกคนถูกปกปิดด้วยหน้ากาก การปรากฏนี้ทำให้ทหารมากมายที่ยืนรออยู่ต่างก็ใที่เห็นคนโผล่มาจากความมืด
ในกลุ่มมีเพียงหานเซี่ยวเท่านั้นที่ยังยืนอยู่อย่างสงบ เพราะั้แ่มายืนรอเขาก็สังเกตเห็นคนพวกนั้นแล้ว แม้จะเป็จอมยุทธขั้น9 หานเซี่ยวก็พอมั่นใจว่าสามารถสังเกตได้(แบบไม่ค่อยตั้งซ่อน)
เมื่อกลุ่มคนใส่ชุดดำมายืนอยู่ตรงหน้าของทหารทั้งหมด คนที่เป็หัวหน้าก็เดินออกมา "ผมชื่อว่าสตีฟ! เป็หัวหน้าหน่วยรบพิเศษผู้ฝึกตนในขณะนี้ กลุ่มบัญชาการยังไม่สามารถมาได้ ฉะนั้นในนี้ผมใหญ่สุด เข้าใจมั้ย!!"
"เข้าใจครับ!!!"ทหารทุกคนต่างยืนตรงทำท่าวันทยหัตถ์
"ในวันนี้พวกนายจำนวน1000คนจะออกไปสำรวจรอบบริเวณ300ไมล์ รอบค่ายแบ่งทีมเป็100ทีม หัวหน้าสามารถแต่งตั้งกันเองในกลุ่มสมาชิกได้ ผมอยากได้ข้อมูลภายใน3วัน เตรียมพร้อมให้เสร็จแล้วไปได้!!"สตีฟะโ
"ทีม1-25ไปทิศตะวันออก 26-50ไปทิศตะวันตก 51-75ไปทิศใต้ 76-100ไปทิศเหนือ"
เมื่อกล่าวเสร็จทหารที่ยืนตรงต่างก็รีบวิ่งไปทิศทางที่ได้รับมอบหมาย สำหรับคนธรรมดาแล้ว300ไมล์ภายใน3วันเป็อะไรที่นรกแตกมาก แต่สำหรับจอมยุทธมันก็ไม่ได้มากไปเท่าไรพวกเขาสามารถทำได้ภาย2วันด้วยซ้ำแต่เพราะอยากให้ตรวจให้ละเอียดต้องใช้เวลาเพิ่ม
ผ่านไป1ชั่วโมง เวลา06:01 ณ หมู่บ้านัดำ
มีกลุ่มคนใส่ชุดสีเขียววิ่งะโบนต้นไม้ ประมาณ10คน ในกลุ่มมีหานเซี่ยวเป็หัวหน้ากลุ่มเพราะเขาเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว หานเซี่ยวที่วิ่งนำหน้าพูดใส่ไมค์ข้างปาก"ข้างหน้ามีหมู่บ้านอยู่ ระวังไว้คอยตรวจสอบ"
"รับทราบ"กลุ่มทหารที่วิ่งตามหลังมากล่าว
มันเป็เหมือนโชคชะตาที่ทำให้หานเซี่ยวมาเจอกับหมู่บ้านัดำที่พ่อเฉินเจียงเป็คนดูแล(ไรเตอร์:ไม่รู้ใครทำ) เมื่อคนทั้งหมดมาถึงหมูู่บ้านทุกคนไม่เว้นหานเซี่ยวต่างก็คิดว่าตนเองสามารถหลบซ่อนจากสายตาของชาวบ้านได้
มันก็จริงที่สามารถหลบจากสายตาชาวบ้านได้ แต่อนิจจา...ที่หลบได้นั้นคือคนธรรมดา ทว่าไม่มีใครล่วงรู้ว่ามีสร้างปราณหรือมหายุทรแอบซ่อนในหมู่บ้านนี้ ั้แ่อยู่ในระยะ100เมตรรอบตัวหมู่บ้าน
เฉินเหมยหลิน(จี้เหมยหลิน)สามารถรับรูู้ถึงตัวของคนที่บุกรุกเข้ามาในบริเวณหมู่แล้ว นางรีบวางของที่กำลังทำอยู่แล้วไปทางหน้าหมู่บ้าน ไม่มีใครสามารถจับััถึงการเคลื่อนไหวของเฉินเหมยหลินได้สักคน
ขณะนี้นางยืนอยู่บนต้นไม้หน้าหมู่บ้านและปกปิดกลิ่นอายเอาไว้
กลุ่มหานเซี่ยวพยายามหลบซ่อนแต่มันก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสำหรับคนที่แข็งแกร่งกว่ามากๆ เฉินเหมยหลินยืนมองอย่างแปลกในที่เห็นคนใส่ชุดแปลกๆถือเหมือนแท่งเหล็กแปลกในมือแต่เมื่อเห็นขั้นการบ่มเพาะของพวกนั้นก็แปลกใจเข้าไปอีกเพราะคนที่แข็งแกร่งแบบนี้ไม่ควรมาอยู่หมู่บ้านแบบนี้
"ทำไมคนที่แข็งแกร่งแบบนี้ถึงมาอยู่หมู่บ้านเล็กแบบนี้ละ? แต่ถ้าพวกเ้ากล้าคิดทำอะไรกับหมู่บ้านนี้ละก็...เตรียมตัวตายได้เลย!!"นางกล่าวพึมพำกับตัวเองและปล่อยจิตสังหารออกมา
ถึงแม้นางจะดูอ่อนโยนแต่ไม่ได้หมายความว่านางจะไม่เคยฆ่าคนเพราะดอกกุหลาบที่งดงามก็มีหนามไว้ทำร้ายผู้ที่จะมาแตะต้อง สาเหตุที่หมู่บ้านัดำสงบสุขโดยที่หมู่บ้านโดยรอบมีโจรคุมก็เพราะนางนี้แหละ
กลุ่มโจรที่หาญกล้าคิดจะปล้นหมู่บ้านัดำต่างก็มีหญ้า3เมตรบนหลุมศพแล้วละ จนทำให้กลุ่มโจรต่างเล่าขานให้หมู่บ้านัดำกลายเป็ที่ที่อันตรายมากๆ เพราะใครหาญกล้าปล้นเท่ากับไม่ได้กลับมา
หานเซี่ยวที่กำลังซุ่มซ่อนอยู่ก็รู้สึกเสียวสันหลังหวาบปานมีมัจจุราชมายืนอยู่ข้างหลัง รู้สึกถึงจิตสังหารที่แข็งแกร่งเหมือนจะปลิดชีพเขาได้ตลอดเวลา เขารีบหันหลังไปมองบนต้นไม้ เจอสตรีรูปร่างผอมเพรียวดูสวยงามมีใบหน้าที่เ็าดั่งูเาน้ำแข็ง จนทำให้ผู้ชายมากมาย้าพิชิตใจที่เป็น้ำแข็งนั้น
ทว่าในสายตาของหานเซี่ยวที่ได้รับจิตสังหารจากเธอมันคนละอารมณ์กันหากนางอ่อนแอกว่าเขาแล้วเขาจะไม่ใส่ใจเลย แต่นี้นางแข็งแกร่งกว่าเขาจนแทบจะสามารถบดขยี้เขาได้
หานเซี่ยวพยายามกดข่มใจให้วิ่งหนีเอาไว้ หาทางจะเจรจาเพราะนางยังไม่ฆ่าเขาแปลว่ายังพอเจรจาได้ "ข้าชื่อหมวดหานเซี่ยว ไม่ทราบว่าแม่นางเป็ใครรึ" เฉินเหมยหลินที่ได้ยินแบบนั้นก็ตอบกลับไป"ข้ามีนามว่าเฉินเหมยหลินแล้วไม่ทราบพวกท่านมาทำอะไรที่หมู่บ้านข้า"
หารเซี่ยวที่ได้รับทราบนามแล้วก็รีบตอบไป"แม่นางเฉินเหมยหลินนี้เอง พวกข้ามาจากกองทัพสหประชาชาติ ได้รับภารกิจมาเพื่อสำรวจรอบตัวฐาน"
เฉินเหมยหลินก็แปลกใจกับคำแปลกเ่าั้ก่อนถาม"อะไรคือสหประชาชาติกับหมวดรึ?"
หานเซี่ยวที่รีบตอบกลับไปก็รู้สึกแปลกๆเพราะตอนนี้เขาอยู่ต่างโลกแล้วจะไปมีใครรู้ว่าสหประชาชาติคืออะไร เขารีบใช้ทุกเซลล์สมองเพื่อคิดว่ามันคืออะไรให้สั้นที่สุด"สหประชาชาติคือที่ที่หลายๆประเทศมารวมตัวจนกลายเป็เหมือนพันธมิตรคอยควบคุมให้โลกให้โลกอยู่ในความสงบ ส่วนหมวดคือฐานะในกองทัพค่อนข้างมีฐานะสูงพอสมควร"
เฉินเหมยหลินที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มอย่างเหยียดหยามใส่หานเซี่ยว"หมวดหานเซี่ยวท่านเป็แค่หลอมกายาขั้น6แต่สามารถอยู่ระดับสูงของกองทัพของท่านได้ หากท่านไม่เป็ลูกคนระดับสูงก็คงจะกองทัพที่ระดับต่ำๆสินะ กลับกล้าบอกว่าสามารถควบคุมโลกให้สงบได้"
"หมวดหานเซี่ยวท่านรูู้ไหมต่อให้เป็ขอบเขตจิตเทวะก็ไม่กล้าบอกว่าตนสามารถควบคุมโลกมีเพียงขอบเขตเทพ์เท่านั้นที่สามารถพูดคำนั้นได้ กองทัพของมีของเขตนั้นรึ"
หานเซี่ยวถึงกลับงงจนต้องถามไป"อะไรคือขอบเขตจิตเทวะและของเขตเทพ์รึ มันคือขอบเขตที่เหนือกว่ามหายุทรอย่างท่านอย่างนั้นรึ??" เฉินเหมยหลินที่ได้ยินดังนั้นถึงกับหัวเราะออกมา"ฮ่าๆๆ หมวดหานเซี่ยวดูเหมือนกองทัพท่านเนี้ยจะเป็กองทัพระดับต่ำที่หลงตัวเองมากสินะ ข้าจะอธิบายให้ฟังก็ได้ขอบเขตหลอมกายาก็คือขอบเขตที่ท่านอยู่ ส่วนข้าคือสร้างปราณหรือมหายุทรที่ท่านพูดถึงก็ได้ "
"ที่เหนือกว่านั้นมี ระดับหล่อเลี้ยงปราณ ระดับควบแน่นปราณ ระดับขัดเกลาปราณ ระดับจิติญญา ระดับจิตเทวะ ระดับกึ่งเทพ ระดับเทพ์ หากผู้บ่มเพาะอยู่คนขอบเขตสูงกว่าสามาบดขยี้คนที่มีขอบเขตต่ำกว่าได้ คงจะเข้าใจแล้วสินะ"
_________________________________