“ถึงแล้วครับคุณผู้หญิง” บุรินทร์ผู้ที่ทำหน้าที่เป็พลขับให้กับสองสาวต่างวัยเอ่ยปลุกคุณทิพย์ ผู้จัดการของรีสอร์ทที่พ่วงตำแหน่งอาของเขาอีกตำแหน่งด้วย
“ถึงแล้วเหรอจ๊ะพ่อเลี้ยง แล้วหนูมาตาหล่ะหายไปไหนแล้ว”คุณทิพย์เอ่ยถามหาผู้ช่วยที่เดิมทีถูกพ่อเลี้ยงหลอกล่อให้ไปนั่งหน้าคู่กบพ่อเลี้ยงแต่ตอนนี้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เธอแค่เผลอพักสายตาไปงีบเดียวเอง
“ลิตาลงไปติดต่อเื่ห้องพักอยู่ครับเดี๋ยวเราเอาของไปเก็บและให้คุณทิพย์พักผ่อนสักครู่ ผมโทรหาคุณจันทร์จรัสแล้วเราจะเข้าไร่ชาประมาณ บ่ายสามโมง เพราะทางไร่ก็ติดลูกค้ากรุ๊ปใหญ่อยู่ น่าจะเสร็จทันกันพอดี”
ตอนนี้พวกเขาอยู่กันที่สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทยหรือโครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) จังหวัดแม่ฮ่องสอนบุรินทร์ได้ติดต่อคุณจันทร์จรัส เ้าของไร่ชาในบ้านรักษ์ไทยไว้แต่่นี้เป็่ไฮซีซั่น ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ที่มาพักที่นี่พร้อมทั้งเที่ยวชมไร่ชาไปด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ที่พักบนหมู่บ้านก็ได้ถูกจองกันข้ามปีจนทั้งสามคนจึงต้องมานอนพักที่ที่นี่แทน
โครงการพระราชดำริปางตอง 2 ตั้งอยู่ที่บ้านรวมไทย ตำบลหมอจำแป่ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 44 กิโลเมตรโครงการนี้เกิดขึ้นจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชโดยพระองค์มีพระประสงค์จะฟื้นฟูสภาพป่าและระบบนิเวศบริเวณอ่างเก็บน้ำป่าตองและฝางปางอุ๋งเพราะในอดีตสถานที่แห่งนี้ถูกบุกรุกพื้นที่เพื่อตัดไม้ทำลายป่ามาเป็เวลานานเมื่อสภาพป่าและระบบนิเวศกลับมาสมบูรณ์อีกครั้งปางอุ๋งก็ได้กลายมาเป็สถานที่ท่องเที่ยวแหล่งสำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอน
หลังจากได้ที่ได้พักกันบ้างแล้ว บุรินทร์ก็พาทั้งสองสาวต่างวัยเดินทางไปบ้านรักษ์ไทย ซึ่งใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงก็มาถึง คุณจันทร์จรัสเ้าของไร่ชาพาบุรินทร์และมาตาไปดูกรรมวิธีการผลิตชาของที่นี่ เธอเล่าว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือขั้นตอนการเก็บยอดชา ซึ่งเป็ขั้นตอนที่สำคัญเนื่องจากต้องอาศัยความละเอียดในการเก็บ การเก็บใบชาให้ได้ใบชาที่มีคุณภาพดีต้องใช้แรงงานคนในการเก็บ โดยจะต้องเลือกเก็บเฉพาะยอดชาที่ตูมและใบที่ต่ำจากยอดตูมลงมา2-3 ใบ เนื่องจากสารประกอบ พอลิฟีนอล ซึ่งเป็สารสำคัญที่ส่งผลต่อสีกลิ่น และรสชาติของชาจะมีอยู่มากเฉพาะในยอดชาเท่านั้น
ขั้นตอนต่อมาเป็การผึ่งชาเป็ขั้นตอนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพและเกิดปฏิกิริยาเคมีของสารต่าง ๆในใบชา การผึ่งชาทำให้น้ำในใบชาระเหยไป ทำให้ใบชาเหี่ยวและจะมีการซึมผ่านของสารต่างๆ ภายในและภายนอกเซลล์ ทำให้สารพอลิฟีนอลเกิดปฏิกิริยาเคมีได้เป็องค์ประกอบใหม่ที่ทำให้ชามีสีกลิ่น และรสชาติที่แตกต่างกันไป
ขั้นตอนที่สามการคั่วชา หรือการนึ่งชา เป็ขั้นตอนที่ให้ความร้อนกับใบชาเพื่อทำลายเอนไซม์พอลิฟีนอลออกซิเดส ทำให้หยุดปฏิกิริยาการหมัก ในการผลิตชาญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะใช้วิธีการนึ่งชาส่วนการผลิตชาในจีน ใต้หวัน และของที่ไร่นี้จะใช้วิธีการคั่วชาที่ให้กลิ่นหอมนานกว่า
ขั้นตอนที่สี่การนวดชาเป็ขั้นตอนที่ใช้น้ำหนักกดทับลงใบชา เป็การขยี้ใบชาเพื่อให้เซลล์แตกเมื่อเซลล์แตกจะทำให้สารประกอบต่าง ๆ ที่อยู่ในเซลล์ไหลออกมานอกเซลล์และเคลือบอยู่บนส่วนต่างๆของใบชา
ขั้นตอนที่ห้าการหมักชา ซึ่งทำให้ชาเกิดกลิ่น สีและรสชาติที่แตกต่างกันไปตามองค์ประกอบทางเคมีที่อยู่ในชาและตามกรรมวิธีการผลิต
ขั้นตอนที่หกการอบแห้งเป็ขั้นตอนการอบแห้งเพื่อลดความชื้นในใบชา เพื่อให้สามารถเก็บใบชาไว้ได้นาน
ขั้นตอนสุดท้ายเป็การคัดและบรรจุ หลังการอบแห้งแล้วก็จะเป็การคัดเลือกเศษกิ่งก้านของใบชา และสิ่งปนเปื้อนต่าง ๆ ออกจากใบชา เสร็จแล้วนำมาบรรจุใส่บรรจุภัณฑ์เพื่อรอจำหน่ายต่อไป
“ชาที่เราส่งให้พ่อเลี้ยงก็คือชาอู่หลงตัวนี้นะคะไม่ทราบว่ารอบนี้พ่อเลี้ยงมีเวลากี่วันคะ จะดูชาตัวอื่นเพิ่มอีกไหมเดี๋ยวฉันขออนุญาตพาทุกคนไปชิมชาแบบอื่น ๆ ที่ร้านดีกว่าค่ะ เชิญค่ะ”
“เสียดายรอบนี้ไม่ทันได้มาเก็บยอดชาด้วยกันเลยนะคะพ่อเลี้ยงน่ะสิคะ ปุบปับจะมาก็มาเลย ดูสิมาตาเลยอดมาเก็บบรรยากาศดีเลิศของที่นี่ไปด้วย” มาตาบ่นอย่างไม่จริงจังนัก
“ ที่นี่เราเก็บ 2 รอบค่ะรอบเช้าเก็บตอนเช้าตรู่ รอบเย็นเก็บตอนสี่โมงเย็นนะคะ ตอนนี้คงจะกำลังเริ่มเก็บกันแล้วถ้าไม่กลัวร้อนก็เชิญตอนนี้ได้เลยค่ะ แต่ถ้าไม่สะดวก เอาอย่างนี้ดีไหมคะ พรุ่งนี้เช้าถ้าไม่รีบไปไหนกัน ก็แวะมาเก็บยอดชาก่อนกลับก็ได้ ” คุณจันทร์จรัสเอ่ยบอก
“ได้ไหมคะพ่อเลี้ยง มาตาอยากเก็บใบชาจริงๆ นะคะ” มาตารีบหันมาทำตาใสใส่บุรินทร์ทันทีเธอหวังเป็อย่างมากที่จะได้ทดลองเก็บใบชา และหามุมถ่ายรูปสวย ๆ และอีกอย่าง พอรู้ตัวว่าจะได้มาที่นี่เธอก็รีบโทรไปอวดให้ยัยจีจี้อิจฉาเล่นเรียบร้อยแล้ว ขืนไม่มีรูปไปยืนยัน ยัยนั่นต้องหาว่าเธอขี้โม้แน่ๆ
“แน่นอนสิจ๊ะ ถ้าลิตาอยากมาพรุ่งนี้เช้าเราค่อยมากันอีกทีก็ได้ ปางอุ๋งกับบ้านรักษ์ไทยใช้เวลาแค่แป๊บเดียวเอง”
มาลิตาคงไม่รู้ว่าเขาวางแผนจะพาเธอมาเก็บยอดชาที่นี่อยู่แล้วในวันพรุ่งนี้เช้าเขาอุตส่าห์ให้คุณทิพย์จองห้องพักที่ปางอุ๋งรอ และค่อย ๆ ขับรถช้า ๆ เพื่อให้มาถึงที่นี่ตอนบ่าย ๆเลือกที่จะนัดคุยงานกับคุณจันทร์จรัสในตอนเย็น โดยอ้างว่าเธอจะสะดวกคุยด้วยตอน่นี้เท่านั้น และอีกอย่างเพราะนี่คือโอกาสที่เขาจะได้อยู่ค้างคืน(แบบมีห้องมากั้น)กับเธอถึงแม้จะเป็เพราะเื่งานและมีคุณทิพย์อยู่ด้วยก็ตาม
ทั้งสามคนพากันลาคุณจันทร์จรัสและนัดเวลาในตอนเช้าอีกที
ค่ำคืนนี้อีกยาวไกล เขาหวังเหลือเกินว่าท่ามกลางบรรยากาศเป็ใจอย่างนี้ เขาจะทำให้เธอประทับใจได้แค่ไหนกันนะ
“ลิตารู้ไหมว่าที่นี่เป็แหล่งรวมวัฒนธรรมชนเผ่าเลยนะและเื่อาหารการกินก็มีแบบหลากหลายให้เลือกกินอีกด้วยเดี๋ยวคืนนี้พี่จะพาเราไปเที่ยวถนนคนเดินกันนะ”
‘นี่ฉันมากับพวกเขาด้วยใช่ไหมเนี่ยทำไมรู้สึกเป็ส่วนเกินยังไงชอบกล’ คุยทิพย์ผู้ถูกลืมนั่งฟังทั้งคู่พูดคุยกันจนถึงที่พักอย่างเงียบๆด้วยความอิ่มเอมใจ
เช้านี้อากาศเย็นสบายมาตาผู้ที่ตื่นมาพร้อมกับความมุ่งมั่นที่จะไปเก็บยอดชาแล้ว วันนี้เธอสวมกางเกงยีนส์ตัวหลวมโพรกที่วัยรุ่นเขาเรียกกันว่ากางเกงทรงบอย กับเสื้อยืดขนาดพอดีตัวคลุมทับด้วยเสื้อคลุมแบบพื้นเมือง กับรองเท้าผ้าใบคู่โปรด ซึ่งวันนี้บังเอิญมีอีกหนึ่งหนุ่มที่แต่งตัวสบาย ๆคล้าย ๆ กัน ดูรวม ๆ แล้ว เหมือนคู่รักวัยรุ่นมาเที่ยวด้วยกัน มากกว่าเ้านายกับลูกน้องเรียกสายตาเอ็นดูจากคุณทิพย์ได้เป็อย่างดี
นานแล้วที่เธอไม่ได้เห็นหลานชายคนนี้แต่งตัวตามสบายใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ ให้ชีวิตปกติแบบวัยรุ่นทั่วไป ทุกที บุรินทร์มักแต่งตัวให้ดูดีแบบผู้ใหญ่มากกว่าสงสัยมีเด็กสาวอยู่ข้างตัวเลยทำตัวให้กลมกลืนกันมั้ง
“ลิตาลืมอะไรไปหรือเปล่าหืม”บุรินทร์ที่มองดูมาลิตาอยู่แล้วร้องทักขึ้น
“ไม่น่าจะลืมอะไรแล้วนะคะ เอ..หรือว่าลืมอะไรเหรอคะพ่อเลี้ยง”
บุรินทร์ได้ยินก็จับหัวมาตาโยกไปมา
“อากาศตอนเช้ายังเย็นอยู่แต่พอสายมาก็จะร้อนละ เมื่อคืนพี่บอกเราแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้เตรียมหมวกมาด้วย”
“อ๋อ... แฮ่ ๆ ๆ มาตาลืมไปค่ะรอสักครู่นะคะอยู่ในกระเป๋าเดินทาง ขอตัวไปเอามาก่อนค่ะ” ว่าแล้วก็รีบเดินไปค้นหาหมวกเมื่อคืนพ่อเลี้ยงได้บอกไว้แล้วว่าให้เตรียมหมวกไปด้วย แต่มาตาลืมหยิบออกมาด้วยเลยโดนดุไปนิดหน่อย
“อาทิพย์แน่ใจเหรอครับว่าจะไม่ไปด้วยกัน”ชายหนุ่มถามเพราะว่า เดี๋ยวพวกเขาต้องไปส่งคุณทิพย์นั่งเครื่องไปลงเชียงใหม่เธอให้เหตุผลว่าแก่แล้ว นั่งรถนาน ๆ กระดูกกระเดี้ยวผิดรูปไปหมดแล้ว และอีกอย่างเมื่อวานทั้งหมดก็ได้คุยธุระกับทางคุณจันทร์จรัสเสร็จแล้ว วันนี้ไม่มีอะไรมากแค่จะไปทดลองเก็บใบชา ก็เลยถือโอกาสปล่อยให้หนุ่ม ๆ สาว ๆได้เที่ยวกันก่อนจะกลับไปทำงาน
“แน่ใจที่สุดพ่อเลี้ยง อย่ามาชวนบ่อยๆ เลย เดี๋ยวอาเปลี่ยนใจไม่กลับจริง ๆ พ่อเลี้ยงจะเอาเื่อาไม่ได้นะ” คุณทิพย์เอ่ยแซวอย่างรู้ทันพ่อเลี้ยงแค่เห็นเธอเปรยว่านั่งรถนานๆ ปวดขาและก็เพลีย เท่านั้นแหล่ะ พ่อตัวดีก็รีบจองตั๋วเครื่องบินพร้อมส่งคนมารอรับที่สนามบินอีก
“ไปกันค่ะ มาตาพร้อมแล้ว”มาตาชูหมวกที่เมื่อคืนพ่อเลี้ยงเมืองเป็คนซื้อให้ตอนไปเที่ยวถนนคนเดิน
เมื่อจัดการส่งคุณทิพย์ที่สนามบินแม่ฮ่องสอนเสร็จแล้วทั้งคู่ก็มุ่งหน้าไปไร่ชาของคุณจันทร์จรัสอีกครั้ง
มาตาที่กำลังเพลิดเพลินกับการเก็บใบชาไปด้วยถ่ายรูปอวดจีจี้ไปด้วย ไม่ได้รู้ตัวเลยว่ามีสายตาสองคู่มองมาที่เธอคู่แรกเป็ของบุรินทร์ ที่นอกจากจะแอบมองเธอแล้ว ก็ยังแอบถ่ายรูปเธอไปอีกหลายรูป
สายตาอีกคู่ออกมาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งที่มีทั้งคนหนุ่มคนแก่ สายตาคู่นี้มองมาที่มาตาและบุรินทร์สลับไปมาสองสามครั้งก่อนจะไม่หันมามองอีก ส่วนคนที่ถูกแอบมองก็ยังคงไม่รู้ตัวเช่นเดิม
การเดินทางขากลับมาตารู้สึกดีมากขึ้นเธอรู้สึกไม่ค่อยอึดอัดเหมือนตอนที่คุณทิพย์อยู่ด้วย ทั้ง ๆที่คุณทิพย์เองไม่เคยทำตัวห่างเหินกับเธอ แต่ก็ยังคงมีช่องว่างระหว่างวัยกั้นไว้อยู่ดี
บุรินทร์แอบมองมาตาที่ตอนนี้เธอดูผ่อนคลายร้องเพลงงุงงิงคลอตามเพลงที่เขาเปิดในรถ เขาอยากยืดระยะทางให้ไกลกว่านี้จังเลยจะได้อยู่กับเธอนานขึ้นอีกนิด
ส่วนมาตาที่รับรู้ถึงการถูกมองจากชายหนุ่มด้านข้างอยู่บ่อยครั้งก็เริ่มทำตัวไม่ถูก จึงทำทีหันไปมองวิวทิวทัศน์ข้างทางแทน
“ป่านนี้ยายจีจี้คงอกแตกตายแล้วมั้งคะพ่อเลี้ยงเมื่อกี้มาตาแค่แอบส่งรูปไปยั่วหน่อยเดี๋ยว พิมพ์มาตัดพ้อยาวเป็หางว่าวเลย”
“ลิตาก็ชวนจีจี้มาเที่ยวสิเดี๋ยวเราค่อยพามาอีกรอบก็ได้ หรือจะพาไปที่อื่นดี แล้วลิตาอยากไปเที่ยวไหนอีกไหม ไว้วันหยุดเราพี่จะพาไป”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะมาตาไม่กล้ารบกวนพ่อเลี้ยงหรอกค่ะ แต่ถ้าจีจี้มาจริง มาตาจะพาไปเอง ส่วนวันหยุดมาตาไม่อยากออกไปไหน อยากนอนอยู่บ้านมากกว่าค่ะ”
เกิดความเงียบขึ้นภายในรถหลังจากที่มาตาพูดเสร็จ
“ลิตาไม่อยากอยู่ใกล้กับพี่เหรอคะหรือว่าพี่ทำให้เราอึดอัดหรือเปล่า” บุรินทร์เริ่มพูดหลังจากที่นั่งเงียบไปนาน
“พี่เมืองหมายความว่าไงคะทำไมมาตาต้องอึดอัดด้วย เฮ้อ...เมื่อก่อนพวกเราก็เคยอยู่ด้วยกันบ่อย ๆ ถึงแม้จะอยู่กันเป็กลุ่มไม่ได้อยู่แค่สองคนแบบนี้ มาตาก็ยังถือว่าคุ้นเคยกับพี่อยู่ไม่ได้อึดอัดอะไรมากนักและมาตายังเคารพพี่เมืองอยู่เหมือนเดิม แค่ตอนนี้ สถานะของเราเปลี่ยนไปแล้วมาตาเป็ลูกจ้างของพี่ จะมาเล่นหัวเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้เดี๋ยวเสียการปกครองของพี่หมด”
มาตาไม่รู้ตัวว่าเธอจะเสียเวลามาอธิบายอะไรแบบนี้ให้กับพ่อเลี้ยงไปทำไมแค่ได้ยินน้ำเสียงตัดพ้อจากเขา เธอก็ลนลานรีบแก้ตัวทันที นี่ถ้าเป็เมื่อก่อนมีหนุ่ม ๆ มาพูดจาแบบนี้กับเธอ เธอคงจะพูดออกไปอย่างชัดเจนเลยว่า ‘อึดอัดสิ ไม่ต้องมายุ่งกับเราเลยยิ่งดี แล้วก็ไม่ต้องทำมาเป็น้อยอกน้อยใจอย่างนี้เราไม่ได้เป็อะไรกันสักหน่อย’
“แค่เ้านายกับลูกจ้างแค่นั้นเองเหรอ ยังไงซะเราก็ไม่เคยมองพี่เป็ได้มากกว่านั้นอยู่แล้วนี่”
อะไรคืออยู่ดี ๆพี่แกก็ดึงลงดราม่าเฉยซะงั้น แล้วเธอจะต้องพูดยังไงต่อล่ะทีนี้
“ก็แล้วถ้ามาตาไม่มองพี่เป็เ้านายหรือพี่ชายพี่เมืองจะให้มาตามองพี่เป็แบบไหนหรือคะ เพื่อน..หรือคนรู้จักทั่วไปหรือ...อะไรดีคะ” มาตาเริ่มเหวี่ยงใส่อีกฝ่ายทันทีตัวเองก็ยังไม่ชัดเจนทั้งการกระทำและคำพูดจะมาหวังให้คนอื่นเขารู้สึกเหมือนที่้าได้อย่างไร
จู่ ๆ บุรินทร์ที่ขับรถมาดี ๆก็จอดชิดเข้าข้างทาง เขาถอนหายใจอย่างหนักหน่วงพร้อมหันมาหาเธอ
“พี่มีอะไรจะบอกเรานะแต่ขอเวลาให้พี่อีกนิดเถอะ ไม่นานหรอกพี่สัญญาจะบอกเราแน่นอน แต่ตอนนี้ แค่ตอนนี้ก็ได้พี่อยากให้ลิตาลืมไปก่อนว่าพี่ไม่ใช่เ้านายหรือพี่ชายแต่เป็คนที่รู้จักลิตาดีกว่าใคร และเป็คนที่จะอยู่ข้าง ๆ เราตลอดระหว่างเราจะไม่มีคำว่ารบกวน มีแต่คำว่าเต็มใจทำให้เท่านั้น จำไว้นะเราคือคนสำคัญของพี่เสมอ และจะเป็ตลอดไปด้วย”
บุรินทร์ไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากหญิงสาวข้างกายแต่เขาก็อารมณ์ดีขึ้นมาก เมื่อเห็นหน้าและใบหูของเธอขึ้นสีแดงและเธอการที่เธอไม่ปฏิเสธกลับมาและยังทำตัวไม่ถูกแบบนี้ เธอช่างน่ารักเป็ที่สุด...มายลิตา