แอฟรู้สึกเหมือนว่าเธอไม่สามารถช่วยเหลือพ่อกับแม่เธอเมื่อท่านเ้าสัวบุญชัยได้เห็นลูกสาวของพวกท่านร้องให้พวกท่านก็พูดว่า
"ไม่ต้องร้องให้นะลูกพ่อกับแม่ยังไม่ตายสักหน่อยพวกลูกๆทั้งสองคนต้องเข้มแข็งนะส่วนเื่นี้ที่พวกเราติดทางธนาคารพวกป๋ากับม๊าจะรีบหาเงินมาคืนให้เพื่อที่พวกเราจะสามารถกลับไปมีชีวิตที่ดีเหมือนเดิมนะลูก"ท่านเ้าสัวบุญชัยพูดกับลูกสาวคนเล็กเมื่อแอฟได้ยินอย่างนั้นเธอก็พูดว่า
"ป๊าค่ะหนูห่วงสุขภาพของป๋ามากกว่าค่ะส่วนเื่ธุรกิจขงเราป๋ากับม๊าก็ต้องปล่อยวางนะค่ะยิ่งคิดมากเท่าไหร่ก็ยิ่งปวดหัวมากเท่านั้นและจะทำให้เกิดความเครียดต่อสุขภาพของม๊ากับป๊าเอาได้นะค่ะหนูไม่ได้สนใจทรัพย์สินพวกนั้นเลยค่ะตายไปก็นำไปไม่ได้เลยค่ะที่สำคัญตอนนี้ป๊ากับม๊าต้องมีสุขภาพจิตที่ดีและร่างกายแข็งแรงนะค่ะ" แอฟกล่าวเตือนป๊ากับม๊าของเธอเมื่อท่านเ้าสัวบุญชัยและคุณหญิงพจมานซึ่งเป็พ่อและแม่ของแอฟกับฟ้าได้ฟังดังนั้นเขาก็เงียบและถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วพวกเขาก็พูดว่า
"โอเครลูกป๊ากับม๊าจะไม่พูดถึงเื่นี้แล้วก็ได้เอาไว้แข็งแรงก่อนนะป๊ากับม๊าค่อยจะคิดหาทางแก้ก็แล้วกันธุรกิจล้มเหลวเราแค่สร้างขึ้นมาใหม่ก็แค่นั้นลูกพูดถูกป๊าลืมคำนี้ไปเลย" ท่านเ้าสัวบุญชัยกล่าวขึ้นเมื่อแอฟได้ยินเธอก็ยิ้มอย่างดีใจที่คุณพ่อของเธอฟังคำพูดของเธอ ท่านเ้าสัวจึงพูดถามความเป็อยู่ของลูกสาวคนเล็กที่อยู่อเมริกาว่ามีชีวิตที่ผ่านมาเป็อย่างไร
"แอฟ! ชีวิตที่ผ่านมาตลอด10ปีที่อเมริกาสบายดีใหมลูก?" ท่านเ้าสัวบุญชัยเอ่ยถามเมื่อแอฟได้ฟังคำถามของพ่อของเธอเธอก็พูดว่า
"ชีวิตที่อยู่ที่อเมริกาของหนูก็พออยู่ได้ค่ะแต่ว่าจะไม่ค่อยสบายเท่าไหร่ค่ะป๊าไม่เหมือนอยู่ที่เมืองไทยเลยค่ะแต่หนูก็อดทนจนกระทั้งสามารถเรียนจบได่และหนูก็ยังพอมีเงินเก็บอยู่บ้างค่ะป๊าไม่ต้องเป็ห่วงหนูหรอกนะค่ะ" แอฟกล่าวบอกกับพ่อของเธอเมื่อท่านเ้าสัวบุญชัยได้ยินอย่างนั้นแล้วเขาก็รู้สึกภูมิใจและสงสารในตัวของลูกสาวคนเล็กโดยเฉพาะคุณหญิงพจมานที่เป็ภรรยาของเขาถึงกับอดที่จะน้ำตาใหลนองหน้าไม่ได้
"โถ่ลูกแอฟถ้าแม่รู้ว่าลูกจะลำบากขนาดนี้แม่คงไม่ส่งลูกไปเรียนเมืองนอกกรอกนะเพราะครอบครัวของเราก็พอจะมีชื่อเสียงในเมืองไทยอยู่บ้างแม่คงจะให้ลูกสาวของแม่เรียนอยู่ที่เมืองไทยนี้เเหละเพราะเรียนที่เมืองไทยก็ดีเหมือนกัน"คุณหญิงพจมานพูดขึ้นเมื่อคุณหนูแอฟได้ยินดังนั้นเธอก็พูดกับแม่ของเธอว่า
"ไม่เป็ไรเลยค่ะคุณแม่ก็เื่นั้นมันเป็อดีตที่ผ่านมาแล้วค่ะและแอฟก็เลือกเองว่าจะไม่ใช้เงินของทางบ้านค่ะตอนนี้หนูก็เรียนจบกลับมาแล้วยังไงค่ะม๊าพวกเราจะผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันนะค่ะ" แอฟพูดปลอบใจคุณหญิงพจมานกับท่านเ้าสัวบุญชัยในขณะนั้นเองเต้ที่ยืนฟัง3พ่อแม่ลูกคุยกันด้วยความสัมพันธ์ที่ดีเขาก็อดที่จะนึกถึงครอบครัวของเขาไม่ได้ป่านนี้พ่อ แม่ และก็น้องๆจะเป็ยังไงแต่คิดไปคิดมาเขาก็เลิกคิดเพราะพวกเขาคงจะอยู่สุขสบายเป็อย่างมากเพราะไม่มีเขาคอยรบกวนพวกท่านเมื่อคิดดังนั้นเต้ก็พูดว่า
"อาแปะครับเื่หนี้สินของธนาคาร100ล้านผมพอที่จะหาหนทางช่วยได้นะครับ" เต้กล่าวออกไปเมื่อเ้าสัวบุญชัยกับคุณหญิงพจมานได้ยินแบบนั่นรวมถึงคุณหนูแอฟและคุณหนูฟ้าก็ถึงกับอึ้งและตกตะลึงแล้วก็พูดว่า
"อาเต้ลื้อบอกว่าลื้อสามารถหาวิธีใช้หนี้ของครอบครัวเราได้ลื้อจะใช้วิธีใหนพอบอกอาแปะอย่างอั๊วได้ใหม?" เ้าสัวบุญชัยพูดถามขึ้นเมื่อเต้ได้เห็นสายตาของหลายคนมองมาที่เขาเขาก็พูดขึ้นว่า
"ผมพอจะรู้จักกับนักธุรกิจต่างชาติคนหนึ่งครับตอนนั้นผมได้ช่วยเหลือเขาไว้ครั้งหนึ่งเขาให้ผมขอความช่วยเหลือจากเขาได้ตลอดเวลาอะไรก็ได้ที่ไม่เกินความสามารถของเขา" เต้กล่าวเมื่อเ้าสัวบุญชัยได้ฟังอย่างนั้นความดีใจก็ปรากฏบนใบหน้าของเขา
"ดีๆต้องรบกวนลื้อแล้วนะเต้ถ้าไม่ได้บุคคลนิรนามที่ลื้อเคยช่วยเหลือธุรกิจครอบครัวของอั๊วคงจะต้องล้มจริงไปแน่" ท่านเ้าสัวบุญชัยกล่าวเมื่อคุณหนูแอฟ คุณหนูฟ้า และคุณหญิงพจมานได้ยินอย่างนั้นพวกท่านก็รู้สึกดีใจเป็อย่างมากที่ในที่สุดก็มีทางออกคุณหนูแอฟมองไปที่เต้ด้วยท่าทางขอบคุณด้วยความรู้สึก
"ขอบคุณมากนะค่ะพี่เต้บุญคุณครั้งนี้ไม่รู้จะตอบแทนยังไงดีค่ะ!" คุณหนูแอฟพูดเมื่อเต้ได้ยินดังนั้นเขาก็พูดว่า
"ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับมันเป็หน้าที่ของผมอยู่แล้วครับคุณหนูแอฟ" เต้กล่าวด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ