"อี้เฉิน เกรงว่าภายในร่างวิญญาณแค้น เจ้าจะไม่สามารถฆ่าสังหาร พวกเราได้สินะ เกรงว่าคงจะถึงคราวตายของเจ้าแล้วกระมัง หากดวงไฟเทพในตำนาน ถูกปลดผนึก ปริแตกเมื่อใด พวกข้าจะได้กลายเป็นเทพสวรรค์หลุดพ้นออกจากสถานที่แห่งนี้"
อี้เฉินที่ได้ยินน้ำเสียงที่น่าสะอิดสะเอียน เขายิ่งหน้าบูดเบี้ยว 'ร่างวิญญาณแค้น ของเทียนเฟิง คงคิดจะกลืนกินดวงวิญญาณล้ำค่า ภายในไฟเทพ ระดับตำนานสินะ เขาไม่ทันได้นึกคิด ว่าจะทำให้เยว่ชิงเซียน ในยามนี้ตกอยู่ในอันตราย'
ทว่าเมื่อหันปรายตาไปมองด้านเยว่ชิงเซียน ไกลๆ สุดสายปรายตา อยู่แวบหนึ่ง อี้เฉินก็ไม่อาจเอ่ยถ้อยคำห้ามปรามเยว่ชิงเซียนได้ ครั้นนึกถึงความยึดมั่นถือมั่นของนาง เกรงว่านางจะต้องดื้อรั้น ไม่ยินยอมที่จะถอยอย่างไม่ต้องสงสัย เสียงกำฝ่ามือ อี้เฉิน จึงดังออกมาลั่น พร้อมกับฝ่ามือที่มีเลือดไหลซึมออกมาไม่ขาด
ฉับพลัน หอกเลือดในมืออี้เฉินก็ปรากฏออกมา ก่อนส่งปราณพลังเข้าไปภายในหอกเลือด ขว้างหอกเลือดออกไปอย่างรุนแรง หอกเลือดที่ดูดซับปราณพลัง เข้าไปอย่างบ้าคลั่งส่องแสงสีแดงเจิดจ้า พุ่งออกไปราวกับศรที่ฆ่ามังกร จรัสแสงพร่างพราว แหวกอากาศออกไปเสียงดังหวีดแหลม
ร่างวิญญาณแค้น เทียนเฟิง กล่าวเสียงชิเล็ดลอดออกมาตามไรฟัน ครั้นเห็นความดื้อรั้นของอี้เฉิน ไม่อาจฆ่าสังหาร พวกเขาที่เป็นวิญญาณแค้นได้ เสียงหัวเราะเย้ยหยันจึงดังออกมาไม่ขาด ก่อนฝ่ามือเทียนเฟิง ที่ราวกับเป็นซากศพ จะตบฝ่ามือ ออกไปด้านหน้าอย่างรุนแรง ส่งให้หอกเลือด ที่อี้เฉินปลดปล่อยพลังปาเข้าใส่ด้วยความเกรี้ยวกราด
เกิดเสียง"ปัง"ดังออกมากึกก้อง พร้อมกับร่างซากโครงกระดูกมือใหญ่ ที่ก่อร่าง สอดประสานไปกับการปัดป้อง ส่งให้หอกเลือดที่อี้เฉินควบคุมออกไป หมายมั่นจะทะลุ ทะลวง ฆ่าสังหารร่างวิญญาณแค้น ถูกหยุดไว้ด้วยสองฝ่ามือเท่านั้น หอกเลือดเกิดการสั่นไหว ไม่หยุด ก่อนที่มันจะหมด พลังในการทะลุทะลวง เกิดรอยแตกร้าว ลุกลามไปทั่ว จากแรงบีบอัดที่มากล้น
ด้านอี้เฉินที่เห็นว่าหอกเลือด ใกล้จะพังทลาย พร้อมกับริมฝีปากของเขาที่มีเลือดไหลซึม จากการฝืนบังคับหอกเลือดเข้าโจมตี เขาดิดนิ้วมือ ระเบิดเลือดของเขาในทันที เนื่องด้วยหอกเลือด เองก็สร้างมาจากเลือดของเขา จึงทำให้เกิดการระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เขาทั้งลูก โยกคลอนอย่างรุนแรงในทันใด ส่งเศษปราณพลังกระจัด กระจายออกมาทั่วทิศ
แม้แรงระเบิดจะรุนแรง น่าหวาดเกรงถึงเพียงใด แต่เมื่อเผชิญกับผู้ที่ไม่ใช่มนุษย์ไม่รู้สึกเจ็บปวด ร่างกายลอยกระเด็น ออกไปติดผนังถ้ำอย่างรุนแรง ก็ไม่ทำให้ร่างวิญญาณแค้น เทียนเฟิง มีท่าทีสะทกสะท้านแม้แต่น้อย จนอี้เฉินในยามนี้ ขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากันเป็นปม
"เจ้าทำได้แค่นี้อย่างนั้นหรือ ช่างน่าผิดหวังเสียจริงๆ" สิ้นคำพูดของ วิญญาณแค้น ร่างเทียนเฟิง ก็พุ่งปราด เข้าหาอี้เฉินอย่างบ้าคลั่ง ดาบสีดำมีแต้มเลือดในมือ ฟาดฟันเข้าใส่อี้เฉินชนิดไม่ออมมือ ปราณวิญญาณที่อัดแน่นใบดาบ ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาไม่ขาด อายความตายลอยคละคลุ้ง ส่ง คมดาบสีดำทมิฬกวัดแกว่งออกไปทั่วทิศ
ตู้ม! ตู้ม!
อี้เฉินที่พยายามจะหลบเลี่ยงการโจมตี เขาถึงกับหรี่ตาจนเล็กแคบ เมื่อเห็นร่างกายของ เทียนเฟิง ไม่สนใจกฎของธรรมชาติ แขนข้างหนึ่งที่ไม่ควรหันเกิน 180องศา กลับแหกทุกกฎทุกอย่างที่มี แม้แต่หัวเองก็หันได้จนรอบทิศ อี้เฉินที่เห็นภาพยังรู้สึกขนหัวลุก พร้อมกับการโจมตีทุกทิศทุกทางที่ยากจะคาดเดา ม่านพลังอี้เฉิน แตกกระจาย ไม่มีชิ้นดี ในไม่กี่สิบกระบวนท่า ส่งให้เศษปราณพลังเฉือนร่างเขาจนมีบาดแผลเล็กน้อยทั่วร่าง
เสียง "ฆ่า"มาพร้อมกับ คมดาบสีดำออกมาเสียงดังก้องฟ้า ส่งให้กายาอี้เฉินเริ่มจะถอยร่น เช็ดเลือดที่เปรอะเปื้อนมุมปากออกมาในทันใด ก่อนจะส่งหอกเลือดในมือออกไปปะทะ เสียง เคร้ง! เคร้ง! ผลัวะ!! ดังออกมาก้องไม่ขาดสาย หลายสิบหลายร้อยกระบวนท่า ด้วยความปราดเปรียวและแข็งกร้าว
พุ่งใส่กันราวกับสายศร ส่งให้ชายอาภรณ์ของทั้งสอง โบกสะบัดโยกย้ายไปกับสายลมอย่างบ้าคลั่ง เส้นผมสีขาวทั้งสอง ต่างก็เริ่มแต่งแต้มไปด้วยโลหิต จนในยามนี้ราวกับอสูรผู้ชั่วร้ายทั้งสอง เข้าห้ำหั่น ฆ่าสังหารกันอย่างไม่มีเก็บออม
แต่เมื่อเสียง เปรี้ยง!! ดังออกมาจากหอกเลือด อี้เฉิน ที่ส่งปลายหอก อัดกระแทกเข้าใส่ชุดเกาะสีทองลวดลายแดง อย่างจังมันก็เกิด เหตุการณ์ไม่คาดคิด จู่ๆ อี้เฉินก็มองเห็นรอยแตกร้าวเล็กๆ จากบริเวณกลางหน้าอก วิญญาณแค้น เทียนเฟิง
พร้อมกับเสียงก่นด่า เล็ดลอดออกมาตามไรฟัน "บัดซบ! บัดซบ! เป็นไปได้อย่างไร ใจกลางของข้าเกิดรอยแตกร้าวได้อย่างไร"
อี้เฉินเขาเองก็ยังตกอกตกใจ ลมหายใจที่หนักถี่ จากการปะทะกันอยู่นาน ถึงกับเบิกตาออกกว้างเมื่อเห็น ใจกลางของวิญญาณแค้น มีผลึกสีฟ้าคราม ที่เขาตามหามาตลอดอยู่ "ฮ่าๆ ข้านึกว่าวิญญาณแค้น อย่างพวกเจ้าจะเป็นอมตะเสียอีก ที่ไหนได้พวกเจ้าก็มีแกนกลางอยู่สินะ แถมยังเป็นผลึกฟ้า ของล้ำค่าที่ใช้ซ่อมอาวุธ ระดับ จักรพรรดิเสียด้วย"
"เจ้า! เจ้า!" ร่างวิญญาณแค้น เทียนเฟิง จ้องมาที่อี้เฉินด้วยดวงตาเขม็ง ดวงตาคู่นั้นฉายแสงสีแดงออกมาจนเด่นชัด ราวกับลูกไฟที่ออกมาจากหุบเหวอเวจี โกรธแค้นอี้เฉินยิ่งนัก จนทำให้ร่างของมันสั่นไหวไม่หยุด ปราณวิญญาณชั่วร้าย ซัดสาดอย่างบ้าคลั่ง ราวกับคนที่เสียสติ
อี้เฉินที่สัมผัสถึงความบ้าคลั่ง ของมันที่เต็มไปด้วยแรงบีบคั้น ถึงกับทำให้กายาของเขาถูกแรงกดดัน ต้องระเบิดปราณพลังบางส่วนออกมา ป้องกันการกดข่มนั้นไว้
ครั้นที่ทั้งสองตั้งท่า เตรียมจะเข้าห้ำหั่นฆ่าสังหาร โจมตีตัดสิน ในกระบวนท่าสุดท้าย จู่ๆ เสียงปริแตก จากด้านหลังไกลๆ ที่เยว่ชิงเซียนอยู่ ก็ดังออกมาก้อง มาพร้อมลอยแตกร้าวลุกลามไปทั่ว
อี้เฉินถึงกับต้องรีบหันไปดู เมื่อเห็นไฟเทพ ระดับ ตำนาน สีขาวบริสุทธิ์ ถูกปลดปล่อย เผยร่าง จิตวิญญาณที่มีความนึกคิดเป็นของตนออกมา ราวกับเป็นเซียนหญิงแห่งเพลิงก็มิปาน ทว่าใบหน้าที่เย็นชางามล่มเมืองนั้น กลับทำให้อี้เฉินเริ่มเป็นกังวล กลัวว่าเยว่ชิงเซียนจะตกอยู่ในอันตราย

แม้แต่ ร่างวิญญาณแค้น เทียนเฟิง ที่เห็นยังหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าๆๆ ในที่สุดผลึกของเจ้าก็ปลดออกแล้วสินะ เจ้าจงมาเป็นหนึ่งกับข้าเสีย" สิ้นคำพูด ร่างวิญญาณแค้น เทียนเฟิง ก็พุ่งปราดเข้าใส่ จิตวิญญาณที่มีความนึกคิดในทันใด ไปพร้อมกับร่างเงาที่ขมุกขมัว ดำมืดน่าสะอิดสะเอียน ประหนึ่งว่าปากหุบเหวอเวจี เปิดออกกว้าง หมายมั่นจะกลืนกิน จิตวิญญาณ ไฟเทพ ที่มีความนึกคิดเป็นของตน
อี้เฉิน เขาถึงกับหน้ามืดทะมึน เมื่อเห็น วิญญาณแค้น ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาอีกต่อไป ทว่าเมื่อคิดจะเข้าไปขัดขวางร่างที่ราวกับภูตพราย ก็หายออกไปในเสี้ยววินาที
"เจ้า! เจ้า! บัดซบ คู่ต่อสู้ของเจ้าคือข้า" อี้เฉินไม่รอช้า ยกฝ่ามือขึ้น ผสานอิน กลางอากาศในทันใด ปราณพลังภายในทะเลความรู้กว่า6ส่วน ถูกเขานำมันออกมาสำแดงวิชาโซ่สวรรค์ พันธนาการ จนปราณพลังภายในร่างที่ระเบิดออกมาถูกสูบกลืนออกไปอย่างบ้าคลั่ง วงแหวนสีแดงก่อร่างขึ้นมาท่ามกลางอากาศอย่างฉับพลัน ก่อนจะส่งโซ่เลือดขนาดใหญ่หลายสิบจั้ง ออกไปหมายมั่นจะขัดขวาง ร่างวิญญาณแค้น เทียนเฟิง
ฟึบ!!! ดังออกไปไม่ขาด สายโซ่นับพันเส้นสาย พุ่งออกไปราวกับอสรพิษที่เลื้อยพันเข้าหาเป้าหมาย ไปด้วยความปราดเปรียวแข็งกร้าว ส่งเสียงปังดังออกมาก้อง ก่อนมันจะค่อยๆ ล้อมพันร่างเงาที่ขมุกขมัว มองเห็นโซ่สีแดงค่อยๆ เลื้อยพันหยุดร่างวิญญาณแค้น ก่อนที่มันจะถึงตัวเยว่ชิงเซียน ยามนี้นางแทบไม่ได้สนใจสิ่งที่อยู่รอบๆ จ้องตา จิตวิญญาณ ไฟเทพ ที่มีความนึกคิดเป็นของตน ราวกับอยู่ในห้วงภวังค์
ก่อนอี้เฉินจะค่อยๆ ผ่อนลมหายใจยกยิ้มขึ้นมาได้ เมื่อเห็นโซ่ที่ตรึง ร่างวิญญาณแค้น เทียนเฟิง ไว้อย่างแน่นหนา ยากที่จะให้เขาหลุดพ้นออกไปได้ แต่เมื่ออี้เฉินเห็นรอยยิ้มชั่วร้ายอยู่แวบหนึ่ง ที่ผุดพรายขึ้นมา มันก็ทำให้เขาหัวใจสั่นสะท้าน