เช้าวันใหม่ อินแจเตรียมตัวออกจากบ้านแต่เช้า เขาโทรนัดกับ ลียุนอา และบอกว่า คิงโกอึนจะมาร่วมล่าด้วยในวันนี้ และเธอจะเป็สมาชิกใหม่ของกิลด์
อินแจมาถึง สะพานเชื่อมดินแดนมรณะกับโลกที่ตั้งอยู่ในสมาคมฮันเตอร์ ก่อนเวลานัดหมายหนึ่งชั่วโมงอินแจเคยชินกับการมาก่อนเวลาเพราะชีวิตก่อนหน้านี้ หากเขามาตรงเวลาหรือมาสายเขาจะโดนรังแก
อินแจเลือกที่จะนั่งในร้านเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ตรงลานกว้าง มันสามารถมองเห็นผู้คนได้ชัดเจนที่สุด ในขณะที่นั่งอยู่ในร้านเครื่องดื่มนั้น เสียงของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้น
“อินแจ ไม่เจอกันนานเลย”
เสียงของชายคนนี้ทำให้ผมต้องหันไปมอง ชายที่ดูสูงส่งสง่างาม เดินเข้ามา เขาคือ คังยองชิก ชายที่เป็ผู้นำของการลงดันเจี้ยนก็อบลิน ของเขาก่อนหน้านี้ อินแจมองสำรวจคังยองชิกและเห็นว่าครั้งนี้คังยองชิกไม่ได้นำผู้คุ้มกันของเขามาด้วย นี่ทำให้อินแจประหลาดใจ ชายที่อยู่เื้ัของคังยองชิก มีเพียงคนเดียว คือ ชายร่างใหญ่ อินแจจำเขาได้ เพราะชายร่างกำยำคนนี้คือคนที่เป็คนนำกล่าวขอบคุณอินแจเขาชื่อว่า มุนมยอง
“พวกเราไม่ได้เจอกันนานเลย” มุนมยองยิ้ม
“จริงด้วย” อินแจยิ้มตอบรับทั้งสองคน ก่อนชวนพวกเขานั่งลงคุยกัน ทันทีที่เครื่องดื่มของอินแจมาเสริฟคังยองชิกและมุนมยองก็สั่งเครื่องดื่มเพิ่มไป
คังยองชิกเล่าว่า เขาได้รับแรงมุมมองการผจญภัยจากการล่าครั้งนั้น ในดันเจี้ยนก็อบลิน ทำให้เขารู้ว่าการหลบอยู่ข้างหลังผู้คุ้มกัน นั้นจะไม่ทำให้เขาเติบโตสง่างามอย่างแท้จริง เขาจะเพียงแข็งแกร่งได้ด้วยพลังของตระกูลเท่านั้น
จากนั้น คังยองชิก จึงออกผจญภัย กับเพื่อนฮันเตอร์ใหม่ ๆ เขาพยายามเพิ่มความแข็งแกร่งพร้อมเพิ่มความสง่างามให้ตัวเองกลายเป็บุรุษที่สง่างามเหมือนอินแจ
ส่วนคังยองชิก ที่รู้สึกซาบซึ้งในการช่วยชีวิตของอินแจ ในครั้งนั้นทำให้เขาเพิ่มความแข็งแกร่งอย่างบ้าคลั่งเพื่อจะช่วยเหลือคนอื่น เหมือนตัวเขาที่เคยถูกช่วยไว้โดยอินแจ เขาไม่เคยดูถูกคนอื่นที่ภายนอกอยู่แล้ว และการไปล่าของเขา เขาจะพยายามแบ่งเบาภาระให้ทีมเสมอ
แต่เหตุที่พวกเขาได้มาอยู่ด้วยด้วยกันเป็เพราะความบังเอิญ ที่ทั้งคู่ได้เจอในการล่า ที่เนินเขาหมอกม่วงทั้งสองได้มาร่วมกลุ่มกันในครั้งนั้น และ รู้สึกถูกชตากัน จากนั้นพวกเขาจึงจับคู่กัน และ ออกล่าด้วยกันตลอดหลายวันที่ผ่านมา
อินแจฟังเื่ราวทั้งสองคนก็พยักหน้ายอมรับว่าพวกเขาเปลี่ยนไปมาก จากครั้งที่แล้ว อินแจเปิดใช้งานดวงตารู้แจ้ง ระหว่างฟังเื่ราวของพวกเขา
ชื่อ คังยองชิก
ต้านทานทางกายภาพ 114
ต้านทางทางเวท 0
ทักษะ ไม่มี
อาวุธ กระบี่สยบมาร ระดับ 1 พลังโจมตี +10
เลเวล 1 (้าประสบการณ์เพื่อเลื่อนเลเวล 35/200)
พลังโจมตี 120
ความเร็ว 118
พลังเวท 30
ชื่อ มุนมยอง
ต้านทานทางกายภาพ 142
ต้านทางทางเวท 0
ทักษะ ไม่มี
อาวุธ ดาบใหญ่ ระดับ 1 พลังโจมตี +10
เลเวล 1 (้าประสบการณ์เพื่อเลื่อนเลเวล 28/200)
พลังโจมตี 135
ความเร็ว 115
พลังเวท 30
หลังจากตรวจสอบอินแจก็รู้สึกประทับใจกับความคิดและระดับพลังของพวกเขา
“อินแจ ตอนนี้นายได้เลือกกิลด์ที่จะเข้าหรือยัง” คังยองชิกกล่าวถามขึ้นด้วยความคาดหวัง
“ใช่แล้วบอกพวกเราหน่อยว่านายเลือกกิลด์ไหน พวกเราจะได้ไปเข้ากิลด์นั้นด้วย”มุนมยองพูดขึ้นด้วยท่าทางตื่นเต้น
“เอ่อ..คือว่า...”อินแจไม่รู้จะบอกยังไงดี เพราะเขารับรู้ได้ว่าทั้งคู่ได้มีกิลด์ในใจแล้ว และ พวกเขา้ายืนยันความคิดว่า อินแจ จะเข้ากิลด์ไหน ถ้าไม่ตรงกับที่พวกเขาเลือก พวกเขาก็พร้อมเปลี่ยนใจ
“พวกนายบ้าหรือป่าว ถึงมาถามหัวหน้ากิลด์จักรพรรดิ ของฉันว่าอยากเข้ากิลด์ไหน” เสียงที่ดูหงุดหงิดดังขึ้นมา จากด้านหลังของ คังยองชิกและมุนมยอง
อินแจเห็นว่า คิมโกอึนมาแล้ว เขาจึงยิ้มรับให้เธอ เขาไม่คิดจะพูดแก้ตัวอะไรในตอนนี้
“หม..หมายความว่า” มุนมยองหันหน้าไปมองอินแจและคิมโกอึนที่มาใหม่ ด้วยความสับสน
“นายก่อตั้งกิลด์งั้นหรอ” คังยองชิก ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทันทีด้วยความใ
การสร้างกิลด์ไม่ได้ยุ่งยากก็จริง แต่การจะดูแลกิลด์ให้ยิ่งใหญ่นั้น จำเป็ต้องมีผู้นำที่แข็งแกร่ง
“พวกนายคิดว่าฉันดีไม่พอใช่ไหม” อินแจรู้ความคิดของพวกเขาสองคนดี
“ม่...ไม่เลย ไม่เลย” คังยองชิก โบกมือและส่ายหน้าและนั่งลงทันที เขาไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ
“ฉันเชื่อว่านายเหมาะสมที่สุดแล้ว” มุนมยองยิ้มด้วยความร่าเริง คำตอบนี้เกินกว่าที่เขาคิดและรอคอยเขาตั้งใจไว้แล้วว่า อินแจไปอยู่กิลด์ไหนเขาจะติดตามไปด้วย
“ฉัน้าเข้ากิลด์จักรพรรดิ” คังยองชิก ยื่นป้ายประจำตัวเพื่อให้อินแจตรวจสอบระดับพลังของเขา
“นี่ นายกล้าตัดหน้าฉันหรอ” มุนมยอง ดึงป้ายประจำตัวของคังยองชิกกลับมา และส่งคืนคังยองชิก จากนั้นเขาก็ยื่นป้ายของตัวเองออกมาให้ อินแจ
“พอแล้ว ๆ พวกนายไม่ต้องให้ฉันตรวจสอบหรอก เพราะฉันไม่ได้สนใจระดับพลัง ฉันมีบททดสอบของฉันเอง พวกนายอยากเข้าทดสอบไหม” อินแจพูดแบบนี้เพราะเขารู้ถึงระดับพลังของพวกเขาทั้งสองเรียบร้อยแล้ว
“เมื่อไหร่ดี” คังยองชิกและมุนมยองตื่นเต้นอย่างมาก พวกเขาพูดออกมาพร้อมกัน ทำให้ทุกคน รวมถึงคิมโกอึน หลุดหัวเราะ จากท่าทางของทั้งสองคน พวกเขาทั้งสองก็หัวเราะเช่นกัน เหตุผลที่ทั้งสองคนตื่นเต้นนั้น เพราะอินแจจะทดสอบพวกเขาทั้งสองคน และอินแจคือบุคคลที่ทั้งสองคนชื่มชมจากใจจริง การต่อสู้ของอินแจ และ การเสี่ยงอันตรายเสียสละของอินแจในดันเจี้ยนก็อบลินนั้นได้ประทับภาพลงในใจของพวกเขาไปแล้ว
“ตามหาตั้งนาน ทำไมไม่รับโทรศัพท์” ลียุนอา เดินมาจากข้างหลังของอินแจ และ หยิกที่เอวของเขาไปทีนึง
“ขอโทษที พอดีปิดเสียงมันไว้ั้แ่เมื่อคืน”อินแจตอบพร้อมเกาหัวอย่างช่วยไม่ได้
คังยองชิกและมุนมยอง รู้จักลียุนอา อยู่ก่อนแล้ว พวกเขาจึงสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว หลังพุดคุยจบลงอินแจและกลุ่มของเขาได้มุ่งเดินทางเข้าไปยังดินแดนมรณะทันที อินแจพาทุกคนตรงออกจากเมืองและเดินไปยังน้ำตก ที่เป็รังของมดภูผา
“กฏข้อแรกของการเข้าร่วมกิลด์คือ ห้ามถามเกี่ยวกับมัน”ทันที ที่มาถึงอินแจก็มอบเม็ดโอสถโลหิต ทันที
“นี่มัน..!!”คิมโกอึนเป็คนแรกที่รู้ว่าโอสถนี้คืออะไร มันคือโอสถที่สกัดมาจากต้นโลหิต ที่เธอสูญเสียไปเธอมองไปที่อินแจ เหมือนอยากจะถามว่า อินแจมีของสิ่งนี้ได้อย่างไร แต่เธอก็กลืนคำถามนั้นลงไป เพราะมีสองเหตุผลตอนนี้ คือหนึ่ง กฏการเข้ากิลด์เจาะจงว่าห้ามตั้งคำถามเกี่ยวกับมัน ส่วนข้อที่สองนั้น การสกัดหลอมโอสถโลหิตได้นั้นต้องใช้เวลาสามเดือนถึงจะสำเร็จ
“หรือว่า มันคือโอสถโลหิต” คังยองชิกจ้องมองและดูอยู่พักนึงก่อนที่จะพูดขึ้นด้วยใบหน้าใ จากนั้นเขาก็หันมาทางอินแจ แต่เขาก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา
มุนมยองไม่ได้สนใจเหมือนทั้งสองคน เขาโยนมันเข้าปากและเริ่มต้นดูดซับมันทันที เพราะชีวิตของเขาอินแจช่วยไว้ ถ้าอินแจจะนำมันคืนเขาก็จะไม่ปริปากพูดอะไรแม้แต่น้อย
อินแจพยักหน้ายอมรับหลังจากเห็นท่าท่างเชื่อมั่นของ มุนมยอง
หลังจากคิมโกอึนและคังยองชิก เห็นว่ามุนมยองดูดซับมันแล้ว ทำให้พวกเขานำมันเข้าปากและนั่งลงดูดซับมันทันที
“ทำไมนายถึงมอบของล้ำค่าให้พวกเขา ทั้ง ๆนี้เป็การทดสอบไม่ใช่หรอ” ลียุนอา ถามด้วยความสงสัย
เธอไม่เข้าใจว่าทำไม อินแจต้องทำถึงขนาดนี้
“พวกเขาทั้งสาม นับจากที่รับโอสถเม็ดนั้นไป พวกเขาก็เป็สมาชิกของกิลด์เราแล้วละ” อินแจยิ้มและพูดต่ออีกว่า “หลังจากพวกเขาตื่นขึ้นก็ให้พวกเขาประทับโลหิตในใบสมัครของกิลด์ได้เลย จากนั้นพาพวกเขาเข้าไปเจอฉันข้างในถ้ำ” อินแจลุกขึ้นและเดินไปยังทางเข้าของถ้ำหลังน้ำตก
อินแจนำคบเพลิงที่ซื้อจากเมืองมาด้วยหลังจากจุดเพลิงขึ้นมา เขาก็เดินเข้าไปภายในช่องแคบ ตอนนี้ ทั้งสามคน กำลังอยู่ใน่การพัฒนาร่างกาย อินแจจึง้าเช็คว่า มดภูผา เ่าั้ยังคงอยู่ภายในเช่นเดิมใช่หรือไม่
หลังจากเดินมาจนถึงพื้นที่ขนาดกว้าง ในจุดที่อินแจเคยปะทะกับมดภูผากลายพันธ์ทั้งสองตัว พื้นดินรอบๆ ยังคงเหมือนเดิม อินแจ ก้มตัวลง สังเกตุตามพื้นเพื่อเช็คร่องรอยของการเดิน แต่ก็ไม่พบการเคลื่อนไหวใหม่ อินแจจึงลุกขึ้นและเดินลึกเข้าไปอีก ในตอนนี้ตัวเขาได้เข้ามาจนใกล้จะถึง ปลายทางของถ้ำแล้วแต่ทันใดนั้น เขาก็พบเห็นมดภูผาสองตัว หนึ่งตัวทำหน้าที่เฝ้าระวังอยู่ตรงทางโค้งที่จะเข้าไปถึงห้องโถงของปลายอุโมง ส่วนอีกตัวเหมือนกำลังออกคำสั่ง สีของทั้งสองตัวแตกต่างกัน ตัวทำหน้าที่เฝ้านั้น มีผิวสีแดงส่วนอีกตัวนั้นเป็สีม่วง อินแจใช้สติและสมาธิทุกย่างก้าวเขาก้มตัวลงเพื่อสังเกตุการณ์
“มดภูผากลายพันธ์ ระดับเงิน ต้านทานกายภาพ 230 พลังโจมตี 199 ความเร็ว 120 พลังเวท 50”
“มดภูผากลายพันธ์ ระดับทองคำ ต้านทานกายภาพ 275 พลังโจมตี 225 ความเร็ว พลังเวท 80”
มีบางตัวเลื่อนระดับแล้ว อินแจแทบไม่เชื่อสายตา ครั้งที่แล้วระบบตรวจจับได้ว่าพวกมันอยู่ในระดับเดียวกันทั้งหมด แม้จะอยู่ระดับเงิน แต่ด้วยการกลายพันธ์ทำให้พลังของมันเทียบเท่าระดับทองคำ แต่ครั้งนี้ มีอย่างน้อยหนึ่งตัวที่อยู่ระดับทองคำแล้ว พลังกายและโจมตีของมัน ทีมของเขารับมือไม่ไหวอย่างแน่นอน
“เราต้องล่อ มันออกนอกจากตรงนี้ เพื่อลดความเสี่ยงการโจมตีของมดที่เหลือ” อินแจตัดสินใจ
อินแจหยิบก้อนหินในมือและเหวี่ยงออกไปโจมตีเข้าไส่ มดภูผากลายพันธ์ ระดับทองคำ สิ่งที่อินแจตั้งใจสำเร็จเกินคาด มดภูผา สองตัว ระดับเงิน และ ระดับทองคำ ไล่ตามเพื่อสังหารอินแจทันที
“ตามข้ามา” อินแจไม่รอช้า เขาะโออกจากที่หลบซ่อนตัว และทะยานร่างด้วยความเร็วสูงสุดของเขามุ่งไปยังโถงที่ใกล้ปากทางเข้าของถ้ำ
คว๊ากกกกก
ตูมมมมมมมมมมมมมมมม
เสียงคำรามพร้อมะเิพลังโจมตีด้วยพลังสีม่วง มันถูกปลดปล่อยออกมาจากปากของมดภูผา ระดับทองคำ แรงะเินี้พลาดเป้า แรงลมจากการะเิที่อินแจััได้ทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายสูงสุด อินแจเร่งความเร็วต่อเนื่องเขาไม่หยุดเท้าแม้แต่นิด ทะยานร่างหลบหลีกสิ่งกีดขวางเช่นก้อนหิน เนินดิน อย่างชำนาญ
“จังหวะนี้แหละ” อินแจหยุดเท้าโยนคบเพลิงไปด้านข้างเพื่อให้แสงสว่าง จากนั้นหันร่างไปประเชิญหน้ากับมดภูผากลายพันธ์ระดับเงินและระดับทองคำที่กำลังตามหลังเขามา อินแจเรียกดาบเขี้ยวัออกมาจากนั้นเขาะเิพลังเวททันที พลังสีฟ้าก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วจากนั้นอินแจก็ฟาดฟันออกไป
คลื่นั
เเสงสีฟ้าถูกปลดปล่อยออกจากดาบของอินแจ พลังของมันพุ่งสูงขึ้นไปตรงแนวของคริสตัลสีดำที่แหลมคม บนผนัง้าของถ้ำ
ตูมมมมม มม มม มม ม
กี๊คคค กี๊คคค
พลังทำลายของคลื่นัทำให้ผนึกคริสตัลขนาดใหญ่ที่แหลมคมตกลงมาแทงเข้าใส่ร่างของมดภูผาระดับเงิน โลหิตสีเขียวสาดกระจายไปทั่วพื้นของถ้ำ โลหิตทะลักออกจากาแและปากของมัน มันยังไม่ตายแต่ก็ไม่สามารถขยับได้เช่นกัน
“เหลือแค่แกตัวเดียวแล้ว” อินแจยิ้มเยาะ
กี๊คคค กี๊คคค
มดภูผากลายพันธ์สีม่วง คำรามด้วยความโกรธ
“ทำอะไรไม่รอเลยนะ” เสียงของลียุนอาดังขึ้นจากด้านหลังของอินแจ ทันทีที่อินแจหันไป ก็ปรากฏเงาร่างของคนทั้งสี่ ลียุนอาเดินนำมาและยืนอยู่ข้างกายอินแจ คิมโกอึน เดินมาคนที่สอง ตามหลังมาด้วย คังยองชิกและมุนมยอง
“พวกเราพร้อมแล้ว” มุนมยอง ยกดาบใหญ่ขึ้นพาดบ่าและทำสีหน้าจริงจัง
.......................