ท่ามกลางการเฉลิมฉลองที่ครึกครื้นไปทั่วแผ่นดินแคว้นจ้าน รวมไปถึงเขตชายแดนห่างไกลและที่ตั้งทัพเฮยหลงก็มีงานเลี้ยงฉลองให้แก่เ้าแห่งแผ่นดินเช่นกัน ฮ่องเต้พระราชทานอาหารไปแจกจ่ายแก่ราษฎรแคว้นจ้านทุกคนตามคำขอขององค์หญิงเฟยหลงที่มักบอกเสมอ ว่าคนในเมืองหลวงได้กินสิ่งใด ราษฎรแคว้นจ้านแม้อยู่ถึงชายขอบก็ต้องได้กินแบบนั้น ถึงจะเรียกว่าเป็ผู้ปกครองโดยธรรม
"ข้าไม่สามารถสืบข่าวได้เลย ทหารที่นี่คุ้มกันแ่ามาก มีองครักษ์เงากระจายตัวเต็มไปหมด ที่สำคัญไม่มีใครกล้าปริปากถึงเื่ขององค์หญิงเลยขอรับ"
อู๋เจ๋อกระซิบรายงานผู้เป็นาย หลังจากที่งานเลี้ยงเริ่มต้นไปหลายชั่วยามแล้ว ฮ่องเต้แคว้นจ้านก็เสด็จออกมาต้อนรับแขกและร่วมเฉลิมฉลองแล้ว แต่ทว่ายังไม่มีทีท่าว่าองค์หญิงเฟยหลงจะปรากฏกายที่นี่เลยแม้แต่นิดเดียว เขาพยายามออกไปสืบข่าวก็ไม่ได้ความอะไร ไม่มีใครปริปากพูดถึงองค์หญิงผู้นี้เลย แม้แต่เอ่ยนามก็ไม่มีใครกล้า ราวกับกลัวอะไรบางอย่าง
"ไม่เป็ไร"
ิลูซือแม้จะผิดหวังไม่น้อยแต่ก็เตรียมใจไว้แล้วเพราะรู้มาก่อนแล้วว่าองค์หญิงที่เขาอยากพบไม่ค่อยปรากฏตัวให้ใครได้เห็นง่ายๆ นัก นอกเสียจากสนามรบที่นางนำทัพออกศึก
ิลูซือแม้อยากพบเจอใจแทบขาดแต่ก็ไม่้าให้การพบเจอเกิดขึ้นในสนามรบ ไม่ว่านางจะใช่องค์หญิงผู้ถูกลืมของเขาหรือไม่ก็ตาม
ในบรรดาทัพของสามแคว้น ทัพหลวงแคว้นอิงที่มีจินป๋อฮ่องเต้เป็ผู้นำแต่แบ่งแยกกองกำลังให้แก่แม่ทัพประจำทิศเป็ผู้ดูแลซึ่งเขาเป็หนึ่งในนั้น
ทัพหลวงของแคว้นจ้านมีเหว่ยหยางฮ่องเต้เป็ผู้บัญชาการและควบคุมอำนาจทั้งหมด ก่อนหน้าที่จะมีองค์หญิงเฟยหลง ฮ่องเต้ผู้นี้ปกครองทุกทิศด้วยตนเอง ตำแหน่งแม่ทัพเหนือใต้มีเพียงตำแหน่งแต่ไร้อำนาจ
ทัพหลวงของแคว้นฟงเฉินมีแม่ทัพแดนเหนือเป็ผู้บัญชาการเพราะแคว้นฟงเฉินมีการแย่งชิงบัลลังก์ภายใต้ ฮ่องเต้องค์ใหม่เพิ่งขึ้นครองบัลลังก์ได้ไม่นาน อำนาจยังไม่เข้มแข็งยังต้องพึ่งพาขุนนางสนับสนุน แม่ทัพใหญ่ของแคว้นฟงเฉินตอนนี้จึงเป็แม่ทัพแดนเหนือที่มีอำนาจอยู่ในมือมากที่สุดและเป็คนสนับสนุนฮ่องเต้องค์ปัจจุบันขึ้นครองบัลลังก์
บรรดาสามแคว้น แคว้นฟงเฉินถือว่าอ่อนแอมากที่สุดทั้งกำลังด้านการทหาร ทั้งอำนาจภายในที่ยังไม่มีความมั่นคง ส่วนแคว้นที่แข็งแกร่งที่สุดในยามนี้ เขาเองก็ยอมรับว่าเป็แคว้นจ้านที่แข็งแกร่งทั้งกำลังทหารและบัลลังก์ที่รวมอำนาจอยู่ที่เหว่ยหยางฮ่องเต้เพียงคนเดียว มิหนำซ้ำยังมีทัพเฮยหลงขององค์หญิงเฟยหลงที่แข็งแกร่งพอกันอีก
"หากนางไม่มาจริงๆ?"
"ข้าจะไปหานางเอง!"
อู๋เจ๋อมองผู้เป็นายด้วยความหนักใจเพราะหากจะไปหาองค์หญิงเฟยหลงก็ต้องไปที่ทัพเฮยหลง ที่นั่นเต็มไปด้วยยอดฝีมือมากมาย หากองค์หญิงเฟยหลงคือองค์หญิงหนิงหลงจริงๆ แล้วนางยังผูกใจเจ็บเื่ในอดีตที่คนแคว้นอิงเคยทำกับนาง แล้วจะละเว้นพวกเขาที่เป็คนของแคว้นอิงไม่พอยังเป็ราชบุตรเขยอีกด้วยหรือ ในเมื่ออำนาจในมือของนางตอนนี้จะฆ่าพวกเขาเสีย แล้วทำากับแคว้นอิงก็ไม่เกินความสามารถ
"กู้หลุนเฟยหลงกงจู่เสด็จ!"
ไม่ทันที่อู๋เจ๋อจะได้กังวลไปมากกว่านั้น เสียงขันทีก็ร้องดังขึ้นทำให้ทุกสิ่งหยุดชะงักไปชั่วขณะ หลายคนตรงนี้ต่างก็อยากจะพบเจอกับองค์หญิงที่เป็ทั้งธิดาที่ฮ่องเต้แคว้นจ้านโปรดปรานจนมอบสถานะบุตรบุญธรรมให้ทั้งยังเป็ผู้นำทัพเฮยหลงที่แสนแข็งแกร่งอีก
"หนิงหลง!"
สตรีร่างบางในอาภรณ์สีแดงสด ปักลายัด้วยดิ้นสีดำเดินเข้ามาอย่างสง่าผ่าเผย ใบหน้างดงามยิ่งกว่าเทพเซียนแต่ทว่ากลับแฝงไปด้วยความเย็นะเื ลึกลับ และดุดันจนทำให้ทุกสายที่จ้องมองราวกับต้องมนต์รู้สึกชื่นชมและยำเกรงในเวลาเดียวกัน
"ถวายพระพรกู้หลุนเฟยหลงกงจู่!"
เสียงของเหล่าแขกจากชนเผ่าต่างๆ ทำความเคารพต่อองค์หญิงบุตรแห่งเทพาผู้เต็มไปด้วยเมตตา หลายชนตรงนี้เผ่ารอดพ้นจากความอดอยากและโรคภัยก็เพราะองค์หญิงองค์นี้ยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ
"พ่อคิดว่าเ้าจะไม่ยอมมาเสียแล้ว"
ฮ่องเต้ลุกขึ้นไปรับธิดาบุญธรรมด้วยตนเองพร้อมกับรอยยิ้มแสนอ่อนโยนที่ทำให้หลายคนที่ได้เห็นถึงกับประหลาดใจ ด้วยไม่คิดว่าเทพแห่งาผู้โเี้อย่างเหว่ยหยางฮ่องเต้จะมีมุมอ่อนโยนแบบนี้กับสตรีด้วย ที่ผ่านมาเหว่ยหยางฮ่องเต้ไม่เคยรับนางสนม เคยมีเพียงพระชายารองในขณะที่พระองค์ยังเป็เพียงองค์รัชทายาทแต่นางก็สิ้นพระชนม์ไปนานแล้ว ฮองเฮาที่ตบแต่งเข้ามาก็ไม่ต่างจากหุ่นเชิด ไร้อำนาจ ซ้ำยังไม่มีบุตรให้แก่เหว่ยหยางฮ่องเต้เลยแม้แต่คนเดียว
การไร้ทายาทสืบทอดบัลลังก์ย่อมเป็เื่ที่น่ากังวล แต่เหล่าขุนนางก็ไม่มีอำนาจมากพอที่จะกดดันพระองค์ด้วยเหว่ยหยางฮ่องเต้ชื่อเื่ความเด็ดขาดและโเี้มาแต่ไหนแต่ไร ครั้งหนึ่งที่ขุนนางยัดเยียดให้พระองค์ตบแต่งพระชายารองในขณะที่ยังเป็องค์รัชทายาท เมื่อขึ้นสู่บัลลังก์เหว่ยหยางฮ่องเต้ก็ตามคิดบัญชีกับทุกคนจนเหล่าขุนนางต่างผวา
"เสด็จพ่อโปรดอภัย ลูกรอเก็บสมุนไพรหายากเพื่อนำมามอบเป็ของขวัญให้แก่เสด็จพ่อจึงมาช้า"
น้ำเสียงหวานแต่ทว่าราบเรียบจนไม่อาจเดาได้ว่าองค์หญิงผู้นี้พูดมันด้วยความรู้สึกแบบไหน
"แค่เ้ามาก็ถือว่าเป็ของขวัญพิเศษแก่พ่อแล้ว มานั่งเถอะ พ่อให้คนเตรียมขนมที่เ้าชอบไว้แล้ว"
ที่นั่งขององค์หญิงเฟยหลงคือข้างกายฮ่องเต้ที่เคยเป็ที่ของฮองเฮา แต่ทว่าเมื่อองค์หญิงองค์นี้มาถึง ฮองเฮาที่มีเพียงตำแหน่งก็ต้องจากไป หลีกทางให้ผู้กุมอำนาจที่แท้จริง
การขึ้นสู่ตำแหน่งธิดาบุญธรรมที่เหว่ยหยางฮ่องเต้แสดงความรักใคร่อย่างชัดเจนมีข้อครหาไม่น้อยว่าแท้จริงแล้วนางอาจเป็สตรีที่พระองค์หลงรักแต่มีเหตุผลบางประการที่ทำให้พระองค์เลือกแต่งตั้งนางเป็บุตรบุญธรรมแทนที่จะตบแต่งมาเป็พระสนม
"วันนี้ถือเป็วันดี นอกจากจะเป็วันเกิดของเจิ้นแล้ว ธิดาของเจิ้นก็กลับเข้าวังมาร่วมฉลองให้แก่เจิ้นด้วย สิ่งดีเกิดขึ้นเช่นนี้ เจิ้นจะจัดงานฉลองต่อไปอีกสามวัน หวังว่าทุกท่านจะอยู่ร่วมฉลองต่อ"
ฮ่องเต้เอ่ยกับเหล่าแขกที่กำลังจ้องมองมาที่บุตรสาวของตนไม่วางตาโดยเฉพาะแขกจากบ้านเก่าของกงจู่ของตนคนนั้น
"แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ เผ่าของเราก็อยากแสดงการขอบคุณและความภักดีต่อองค์หญิงเฟยหลงมานานแล้วแต่ไม่มีโอกาส บัดนี้เป็การดีข้าขอเป็ตัวแทนทุกคนในเผ่ามอบของขวัญเล็กน้อยให้แก่องค์หญิงได้หรือไม่"
หนึ่งในชนเผ่าที่เคยได้รับความช่วยเหลือจากองค์หญิงเฟยหลงยืนขึ้นทำความเคารพก่อนจะให้คนของเขานำสิ่งที่เตรียมมาเพื่อองค์หญิงโดยเฉพาะออกมา หลังจากช่วยเหลือพวกเขาแล้วนางก็กลับสู่ทัพเฮยหลงทันที ทำให้พวกเขาไม่มีโอกาสได้แสดงน้ำใจขอบคุณนอกจากยอมสวามิภักดิ์ต่อฮ่องเต้แคว้นจ้านเป็การตอบแทน
"พวกข้าด้วยพ่ะย่ะค่ะ ครั้งนั้นที่องค์หญิงช่วยเหลือเผ่าเราไว้ เรายังไม่ได้มีโอกาสได้ตอบแทนบุญคุณขององค์หญิง"
หลายชนเผ่าต่างเสนอตอบแทนความเมตตาขององค์หญิงกันไม่ขาดสาย มีทั้งชนเผ่าที่้าแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจและแสดงความขอบคุณด้วยเจตนาแอบแฝงแต่ทั้งหมดก็ตกอยู่ในดวงตาคมกลมโตทั้งสิ้น
"ขอบคุณทุกท่านที่แสดงน้ำใจ ของที่มอบให้แก่เปิ่นกง เปิ่นกงจะรับไว้และขอให้พวกท่านนำมันไปเปลี่ยนเป็อาหารหรือเงิน แล้วจงนำกลับไปแจกจ่ายให้แก่คนในเผ่าของท่าน ถือเป็ของขวัญจากฝ่าาต้อนรับพวกท่านสู่แผ่นดินแคว้นจ้าน"
น้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลังถูกเอ่ยออกมาพร้อมกับรังสีแห่งอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาด้วยทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยปฏิเสธ องค์หญิงเฟยฮวาเลือกที่จะไม่รับของมีค่าแต่กลับใช้โอกาสนี้ตอกย้ำถึงการยอมอยู่ภายใต้อำนาจของแคว้นจ้านและฮ่องเต้แทน
"องค์หญิงช่างมีเมตตาเหลือเกิน โชคดีนักที่เรามีองค์หญิงเช่นนี้ ขอฮ่องเต้และองค์หญิงทรงพระเจริญ"
คำชื่นชมมากมายไม่ได้มีผลกับคนถูกชมเท่าใดนักแต่กับตัวแทนจากอีกสองแคว้นที่ถือเป็แคว้นใหญ่เช่นเดียวกับแคว้นจ้านกลับยิ่งเป็กังวลมากขึ้น
องค์หญิงแคว้นจ้านซื้อใจของชนเผ่าน้อยใหญ่ด้วยความเมตตาและเป็ธรรม ทำให้คนเหล่านี้ยินดีที่จะอยู่ใต้อาณัติด้วยความเต็มใจ
แคว้นจ้านนอกจากทัพหลวงของฮ่องเต้เทพแห่งา ยังมีทัพเฮยหลงที่แสนแข็งแกร่งขององค์หญิงเฟยหลงและกำลังสนับสนุนจากชนเผ่าน้อยใหญ่มากมายอีก หากแคว้นจ้านคิดเป็ใหญ่เหนือสามแคว้นและรวมแผ่นดิน เห็นที่ว่าแคว้นอิงและแคว้นฟงเฉินแม้จะร่วมมือกันก็อาจจะยากเกินรับมือเสียแล้ว!
"ถวายพระพรกู้หลุนเฟยหลงกงจู่ กระหม่อมองค์ชายสามจากแคว้นฟงเฉินพ่ะย่ะค่ะ"
ในระหว่างที่องค์หญิงเฟยหลงขอตัวออกมาเดินรับลมด้านนอก องค์ชายสามจากแคว้นฟงเฉินก็ถือโอกาสฝ่ารังสีทะมึนและองครักษ์เงามากมายเข้ามาทำความรู้จักกับองค์หญิงผู้นี้
"ไม่ต้องมากพิธี ้าสิ่งใดจงพูดมา"
องค์หญิงเฟยหลงยกมือห้ามคนสนิทที่ตั้งท่าจะกันผู้มาเยือนโดยไม่ได้รับอนุญาตออกไป นางอยากเจอคนของฟงเฉินอยู่เหมือนกัน
"กระหม่อมแค่เพียงชื่นชมในความสามารถขององค์หญิงผู้มากความสามารถและอยากทักทายเพื่อเป็เกียรติเท่านั้น หวังว่าองค์หญิงคงไม่รังเกียจองค์ชายที่เกิดจากสนมต่ำต้อยเช่นข้า"
มารยาชายของบุรุษผู้นี้ถือว่าไม่เลวนัก ใช้สถานะอันต่ำต้อยมาเรียกคะแนนสงสารแต่คงลืมไปกระมังว่าหากเขาต่ำต้อยเช่นว่าจริง ฮ่องเต้แคว้นฟงเฉินคงไม่ส่งมาในงานพิธีที่สำคัญขนาดนี้ ใคร ๆ ก็รู้ว่าแคว้นจ้านให้โอกาสคนของแคว้นอื่นเข้ามาน้อยมาก หากให้มาก็หมายความว่าต้องมีจุดประสงค์บางอย่างแอบแฝง แล้วแบบนี้คนของแคว้นฟงเฉินจะส่งคนธรรมดาๆ มาหรือ
"งั้นหรือ แค่พบเปิ่นกงก็ถือเป็เกียรติต่อเ้าแล้ว หากเปิ่นกงไปยังแคว้นฟงเฉินก็คงเป็เกียรติต่อแคว้นฟงเฉินไม่น้อยใช่หรือไม่"
รอยยิ้มที่แสนงดงามถูกประดับประดาบนใบหน้างามแต่ทว่าองค์ชายสามกลับรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคอจนห้วงลมหายใจขาดหายเป็ระยะ
"แน่นอน หากวันใดองค์หญิงอยากไปเยี่ยมเยือนแคว้นฟงเฉิน ฟงเฉินย่อมยินดีต้อนรับการมาเยือนขององค์หญิงเป็อย่างยิ่ง"
ที่ว่ากันว่าของสวยงามมักเคลือบยาพิษ ดูเหมือนประโยคนี้จะยังคงใช้ได้อยู่เสมอ กับหญิงงามล้มแคว้นตรงหน้าก็เช่นกัน
"หากมีโอกาส ไว้เปิ่นกงจะแวะไปก็แล้วกัน ไม่มีอะไรแล้วขอตัว"
ร่างบางแสนสง่าเดินจากมาทิ้งไว้เพียงรังสีทะมึนและกลิ่นหอมที่ช่วยให้ผ่อนคลายความอึดอัดจากไอสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวนางได้บ้าง
"ภายใต้ใบหน้าอันงดงามนั้น ท่านซ่อนหน้ากากเอาไว้กี่ชั้นกันนะ องค์หญิงเฟยหลง!"
"มดสักตัวก็ไม่น่าจะเล็ดลอดเข้าไปในตำหนักใต้บูรพาที่พำนักขององค์หญิงเฟยหลงได้ขอรับ"
อู๋เจ๋อเอ่ยบอกนายของตนที่จ้องมองสตรีที่เคียงข้างฮ่องเต้แคว้นจ้านไม่วางตา เมื่อครู่ิลูซือเกือบมีโอกาสเข้าไปคุยกับนางตามลำพังแล้วแต่ก็โดนองค์ชายจากแคว้นฟงเฉินตัดหน้าไปทำให้เขาอยากจะอัญเชิญหมัดประเคนให้องค์ชายหน้าอ่อนเป็รางวัลไม่น้อย
"นางต้องกลับทัพเฮยหลงคืนนี้เป็แน่ เตรียมตัวให้พร้อม"
จากที่พูดคุยกับผู้แทนของชนเผ่าหลายคนที่คุ้นเคยกับองค์หญิงเฟยหลง ิลูซือพอจะเดานิสัยขององค์หญิงเฟยหลงได้ไม่น้อย
"ท่านจะเอาจริงหรือขอรับ?"
"ข้าจะไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปอย่างเด็ดขาด!"
การคาดเดาของแม่ทัพแดนเหนือไม่ผิดนัก เพราะทันทีที่งานจบองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ก็หายไปจากวังหลวงอย่างเงียบเชียบ นางออกไปโดยมีผู้ติดตามแค่สองนายเท่านั้น ร่างบางภายใต้อาภรณ์สีดำสนิทควบอาชาสีทมิฬตัวใหญ่อย่างสง่างาม มุ่งหน้าออกจากวังหลวงไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าเส้นทางที่นางกำลังไปกลับไม่ใช่ทางกลับทัพเฮยหลงอย่างที่ควรจะเป็ ิลูซือที่ใช้วรยุทธ์ติดตามมาพยายามคาดเดาว่าจุดหมายปลายทางขององค์หญิงผู้นี้คือที่ใดกันแน่ เพราะความร้อนใจอยากไขข้อสงสัยกับความเร่งรีบอยากจะตามให้ทันทำให้แม่ทัพแดนเหนือไม่ระวังตัวและรอบคอบอย่างเคย กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตกอยู่ท่ามกลางวงล้อมขององครักษ์เงาหลายนายเสียแล้ว
"ตามเปิ่นกงมาด้วยประสงค์สิ่งใดกัน ราชบุตรเขย"
น้ำเสียงหวานแต่ทว่าแสนดุดันเอ่ยขึ้นพร้อมกับร่างบางที่ควบอาชาออกมาเผชิญหน้ากับเขาทำให้แม่ทัพหนุ่มรู้ได้ทันทีว่าจุดหมายปลายทางของนางคืออะไร
"หลงเอ๋อร์ เป็เ้าใช่หรือไม่?"