ตอนที่ 1 เื่ราว
ใน่ของราชวงศ์ไป๋เป็การปกครองด้วยระบอบกษัตริย์ปัจจุบันการปกครองนั้นถึงรุ่นที่ห้าแล้วถือว่าเป็ราชวงศ์ที่สามรถครองราชย์ย์ได้ถึงห้ายุคสมัยเป็ราชวงศ์อีกหนึ่งราชวงศ์ที่มีการครองราชย์ยาวนาน และน้อยนักที่จะมีได้แบบนี้
การแก่งแย่งชิงบัลลังยังคงมีให้เห็นทุกยุคสมัยหากใครที่อ่อนแอก็จะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อได้หากใครที่มีกำลังรบที่แข็งแกร่งพอก็จะสามารถแย่งบันลังในการปกครองได้
แต่ราชวงศ์ปัจจุบันนั้นแตกต่างไปจากยุคก่อนๆโดยฮ่องเต้องค์ปัจจุบันได้มีสนมอยู่หลายพระองค์จนเกิดเื่วุ่นวายนับครั้งไม่ท้วนแต่เื่แบบนี้ก็ต้องเป็ฝ่ายในที่จะลงโทษกันเองหากเื่ไม่ร้ายแรงพอที่ฮ่องเต้จะต้องไต่สวนเองแล้วก็ขอให้เป็ฝ่ายในที่ต้องเป็ฝ่ายขัดการเอง
แม้่เวลานี้บ้านเมืองจะสงบสุขแล้วแต่ก็มิวายที่จะมีการก่อฏเพราะขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก็ต่างแบ่งแยกเป็หลายกลุ่ม ต่างฝ่ายต่างมีลูกหลานเป็เชื้อพระวงศ์จึงทำให้การตัดสินใจแต่ละครของฮ่องเต้ดูจะลำบากและหนักหนาเอาการ
ท้องพระโรงเป็ไปอย่างตึงเครียดเนื่องจากการประชุมราชการหากจะบอกให้เหล่าขุนนางไปออกรบก็คงจะไม่มีใครกล้าเสี่ยงตายไปสนามรบเป็แน่
“ทูลฝ่าา อ๋องจินมาขอเข้าเฝ้าพะยะค่ะ!!”
“ให้เข้ามาได้”
เมื่อได้ยินเพียงชื่อเสียงเสียงเลียงนามเหล่าขุนนางก็พากันหุบปากเงียบนับว่าอ๋องท่านนี้ไม่เข้าใครออกใครแต่คนต่างปกป้องบุตรสาวมิให้ไปแต่งงานกับอ๋องผู้นี้แต่เหตุผลที่เป็ข้อเท็จจริงก็คือมารดาของอ๋องจินผู้นี้เป็เพียงนางกำนัลชั้นต่ำเท่านั้น
เพื่อที่จะลบคำกล่าวหาต่างๆนาๆอ๋องจินผู้นี้จึงพยายามจนเวลาผ่านไปไม่นานเขาก็ได้ตำแหน่งเป็แม่ทัพใหญ่และเป็ที่โปรดปรานของฮ่องเต้ในขณะนี้
คราวที่อ๋องจินจะเข้าเฝ้าได้นั้นเขาต้องกลับมาจากสนามรบพร้อมกับข่าวดีหากไม่เป็เช่นนี้เขาก็ไม่คิดจะกลับมายังเมืองหลวงเลยชีวิตทั้งหมดทิ้งได้ที่สนามรบและก็เขตชายแดนเท่านั้น
“ถวายพระพรฝ่าา”ผู้ที่เข้ามาใหม่ในท้องพระโรงเอ่ยขึ้นพร้อมกับโค้งคำนับผู้ที่ตำแหน่งสูงกว่าตนเอง
“เ้ามาได้สักทีซือเซี่ยน”
“ขอประทานอภัยที่กระหม่อมไม่สามารถพานักโทษกลับมาได้”
“ช่างเถิด เพียงเ้ากลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว”
กลับมาอย่างปลอดภัยหรือไม่นั้นมันไม่ใช่ประเด็นหลักขอเพียงมีชัยชนะกลับมาเท่านั้น และเป็สิ่งที่ทุกคนพึงปรารถนา หลังจากเสร็จกิจจากท้องพระโรงแล้วฮ่องเต้ทรงรับสั่งให้อ๋องจินตามไปยังตำหนักใหญ่เพื่อจะคุยเื่สำคัญสำหรับตัวขออ๋องจินเอง
“เสด็จพ่อมีสิ่งใดจะรับสั่งกะหม่อมหรือพะยะค่ะ”
“ข้าจะเข้าเื่ไม่อ้อมค้อมแก่เ้าพี่ๆของเ้าก็แต่งงานกันหมดแล้วแล้วครั้งนี้ถึงคราวของเ้าที่จะต้องออกเรือนเหมือนกับพี่ๆของเ้าเสียที”
“เื่นี้กะหม่อมคิดว่า...”
“เ้าไม่ต้องห่วง หากเป็ราชโองการของข้าแล้วมิมีผู้ใดบังอาจขัดได้”
หากจะว่าไปตามความจริงเพราะว่าอ๋องจินมีสายเืชั้นต่ำลูกสาวของขุนนางใดแล้วก็มิยอมให้สมรสกับเขาเป็แน่แต่ก่อนนี้มีคนที่ตนนั้นชอบพอก็ต้องเสียสละให้กับพี่ๆไปเสียหมดและสิ่งที่เขาต้องระบายคือการเข้าสนามรบในการระบายความโกรธ
“แต่เพลานี้กะหม่อมยังมิพร้อมจะมีชายาพะยะค่ะส่วนเื่ที่เสด็จพ่อให้กะหม่อมไปสืบมาก็ยังมิเสร็จสิ้นเกร็งว่าตบแต่งมาแล้วจักไม่สามารถทนต่อการกระทำของกะหม่อมได้พะยะค่ะ”
“จะเข้าถ้ำเสือก็ต้องเอาลูกเสือมาเป็ตัวล่อ...”เสียงบุคคลที่สามก้าวเดินเข้ามายังภายในตำหนักใหญ่ทุกผู้ต่างหันกลับไปพร้อมกับคำนับผู้ที่ตำแหน่งสูงกว่ารวมทั้งฮ่องเต้ก็ร่วมโค้งคำนับด้วย
“ถวายพระพรไทเฮา...”อ๋องจินรีบโค้งคำนับ
“เสด็จแม่...”
ผู้ที่เข้ามาใหม่ค่อยเดินเข้ามาแล้วหยุดระหว่างสองพ่อลูกก่อนจะหันไปเอื้อนเอ่ยกับฮ่องเต้เกี่ยวกับเื่งานสมรสของอ๋องจินต่อฮ่องเต้
“ซือเซี่ยนเ้าเองก็ไร้คู่ครองเป็ถึงอ๋องลำดับที่ห้าตำแหน่งการงานก็มั่นคงมิแพ้ขุนนางอื่นใดครั้งนี้เห็นแก่คุณงามความดีข้าเองก็มิใช่คนใจร้านไส้ระกำฉะนั้นข้าจะส่งคนที่เหมาะสมให้แก่เ้า ฝ่าาเองก็คงจะเห็นชอบ...วันนี้ข้าว่าเ้าคงเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางเ้าจงกลับไปพักผ่อนเถิด”
“ขอบพระทัยพะยะค่ะ”
หลังจากซือเซี่ยนเดินออกไปบรรยากาศในตำหนักใหญ่ก็เริ่มเข้าสู่ความเงียบไทเฮาผู้เป็มารดาของฮ่องเต้รึจะยอมให้ราชโองการเป็ไปอย่างสงบและสันติได้
“เสด็จแม่มีสิ่งใดกับข้ารึพะยะค่ะ”
“เื่ของซือเซี่ยนให้แม่จัดการได้หรือไม่”
“เสด็จแม่จะทำอย่างไรรึพะยะค่ะทรงมีลูกสาวของขุนนางท่านใดที่จะให้มาสมรสกับซือเซี่ยน?”
“จะได้ลูกเสือก็ต้องเอาคนของสกุลหวาง”
เพียงได้ยินชื่อสกุลหวางฮ่องเต้ก็นิ่งค้างไปชั่วขณะไม่ใช่ว่า้ากลั่นแกล้งอ๋องจินอีกหรืออย่างไรที่ผ่านมาฮ่องเต้ก็แอบคอปกป้องไม่ห่างแล้วหากเป็การกลั่นแกล้งเขานั่นแหละจะเป็ฝ่ายออกหน้าปกป้องเอง
“คนของสกุลหวางรึพะยะค่ะได้ข่าวว่าคนจากสกุลหวางไม่มีลูกสาวเลยสักคน แล้วจะให้ตบแต่งกับผู้ใดกัน?”ฮ่องเต้เอ่ยถามไทเฮา นางก็ยกพัดขึ้นมาปิดที่มุมปากก่อนจะยิ้มร้ายระบายออกมา
“ไม่ว่าจะเป็อย่างไรเพื่อทำงานให้สำเร็จซือเซี่นยเองก็จะทำทุกอย่างเพื่อฝ่าาพระองค์ทรงไตร่ตรองดูเถิด...”
กล่าวทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนที่ไทเฮาจะเดินออกไปจากตำหนักไม่ว่าจะอย่างไรนางก็ต้องขัดขวางความสุขของอ๋องจินอยู่วันยันค่ำ คนชั้นต่ำอย่างไรก็ต้องคู่ควรกับคนชั้นต่ำที่นางหมายถึงนั้นไม่ใช่ลูกชายของคนสกุลหวางแต่เป็ลูกที่เกิดจากบ่าวไพร่ของคนสกุลหวาง
ส่วนฮ่องเต้นั้นได้ร่างราชโองการออกไปตามที่พระมารดาสั่งไม่นานราชโองการก็ถูกส่งไปยังจวนของคนสกุลหวาง และเพื่อแจ้งข่าวให้ทราบจึงส่งขันทีส่วนพระองค์ไปประกาศราชโองการแก่คนสกุลหวางและไปที่จวนของอ๋องจินในเวลาเดียวกัน
จวนของสกุลหวาง....
“รับราชโองการ...”ตัวแทนเริ่มอ่านราชโองการจากต้นจนจบก่อนจะมอบราชโองการให้กับใต้ท้าวหวางซึ่งเป็เ้าของจวน
“ท่านพี่...นี่มันเื่อะไรรึเหตุใดราชโองการของฮ่องเต้ถึงมีรับสั่งเช่นนี้เล่าพระราชทานสมรสทั้งๆที่จวนของเราก็ไม่มีลูกสาวหรือหลานสาวสักคน”
“ข้าเองก็ไม่รู้ว่าฮ่องเต้ทรงคิดการสิ่งใดถึงได้ออกราชโองการมาเยี่ยงนี้”
ทางด้านจวนของจินอ๋องก็มิได้งงงวยต่างจากคนของสกุลหวางสักเท่าไหร่เื่การถูกกลั่นแกล้งกลายเป็เื่ที่เขาเคยชินมานับครั้งไม่ถ้วนหลังจากที่ตัวแทนได้มอบราชโองการแล้วซือเซี่ยนเองก็ปิดอ่านราชโองการอีกครั้งและมันก็ไม่มีผิดเพี้ยนประการใดหากแต่มีอะไรที่แฝงอยู่ในราชโองการนั้น
“ท่านอ๋องมีสิ่งใดรึพะยะค่ะ”องครักษ์ผู้ติดตามได้เอ่ยถามเมื่อเห็นผู้เป็นายดึงบางอย่างออกมาจากราชโองการ
ซือเซี่ยนรีบปิดออกอ่านทันทีและสิ่งที่เขียนในกระดาษแผ่นเล็กนั้นก็พอที่จะทำให้เขาเข้าใจเนื้อหาที่ซ่อนอยู่ภายในและมันก็เป็ตัวอักษรที่ถูกเขียนขึ้นโดยไทเฮา
“ไม่มีอีกสามวันทำตามรับสั่งราชโองการของฮ่องเต้”
กลับมายังจวนสกุลหวางอีกครั้งทุกคนต่างกลุ้มใจเื่ราชโองการไม่รู้ว่าความหมายที่แท้จริงคือสิ่งใดมีเพียงบอกว่าต้องเป็คนจากสกุลหวางโดยสายเืหากเพราะมีเพียงบุตรชายต่างฝ่ายก็แต่งงานออกเรือนกันเสียแล้ว
“เช่นนี้แล้วเราจักทำอย่างไรดีเ้าคะท่านพี่...”ฮูหยินใหญ่แห่งสกุลหวางมีสีหน้าวิตกกังวลเป็ที่สุด หากเป็เื่ที่นางไม่สามารถคิดได้ว่าจะทำอย่างไรกับเื่นี้การทำการเท็จนั้นอาจมีโทษถึงปะาได้ทุกเมื่อ
“ท่านแม่ท่านพ่อมีสิ่งใดรึขอรับข้าเข้ามาก็เห็นพวกท่านทำสีหน้าไม่สู้ดี”บุตรชายคนโตเดินเข้ามายังเรือนหน้าของจวนและเจอกับบิดามารดาซึ่งกำลังมีสีหน้าที่ดูวิตกกังวลไม่มากก็น้อย
เ้าของจวนอย่างใต้ท้านหวางยื่นราชโองการให้กับบุตรชายส่วนผู้ที่รบมาก็รีบเปิดอ่านในทันทีระหว่างที่อ่านนั้นบุตรชายคนโตก็ถึงกับขมวดคิ้ว
“นี่มันเื่อะไรกันขอรับ”
“ก็อย่างที่ลูกเห็นตอนนี้ท่านพ่อกับแม่เองถึงต้องเป็อย่างที่เ้าเห็นแม่ก็ไม่รู้จะทำวิธีไหนเพื่อที่จะทำตามรับสั่งราชโองการ”
บุตรชายคนโตของใต้ท้าวหวางก็ไม่ใช่คนที่ไม่รู้อะไรนับได้ว่าเป็มันสมองของราชสำนักใน่เวลานี้ แม้เื่ราวมันจะยุ่งยากอย่างไรแต่เขาก็สามารถคิดหาทางได้อย่างรวดเร็วตามที่ได้อ่านราชโองการเนื้อหาได้กล่าวไว้ว่าต้องเป็สายเืโดยตรง
“ท่านพ่อ...ท่านลืมแล้วหรือไงว่าท่านยังมีลูกชายอยู่อีกคน”
“เ้าลูกบ่าวคนนั้นรึ”ฮูหยินเอ่ยขึ้นตามเพราะไม่คิดว่าจะเป็บุคคลผู้นั้น
“ถ้าเป็เ้าคนนั้นก็คงไม่เสียหายอะไรงั้นเอาเ้านั่นแทนแล้วกัน หากฮ่องเต้ทรงกลั่นแกล้งให้เป็เช่นนี้แล้วข้าเองจะทำอย่างนั้นไม่ได้หรือไงกัน”
หลังจากที่ได้บุคคลที่จะต้องส่งไปตามราชโองการแล้วใต้ท้าวหวางก็ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเื่นี้อีกถึงเวลาเมื่อไหร่ค่อยจัดเตรียมส่งคนผู้นั้นไป
ทางด้านบ่าวรับใช้ของจวนหวางต่างทำงานตามหน้าที่หนึ่งในนั้นก็มีหวางชิงซึ่งเป็บ่าวรับใช้เหมือนกับคนอื่นๆแม้จะทราบดีว่าเป็บุตรของใต้ท้าวหวาง แต่ก็ไม่อาจจะอยู่เทียมเท่าบุตรคนอื่นๆ
“เห้อ...เหนื่อยเป็เป็เลย”เด็กหนุ่มเดินมาพักเหนื่อยหลังจากทำการผ่าฟืนไปแม้จะเป็เพียงบ่าวไพร่เหมือนกับบ่าวในจวนแต่การแต่งการก็ดูจะสะอาดสะอ้านกว่าบ่าวเท่าไป
ไม่เพียงเป็บ่าวรับใช้ธรรมดาแม้เป็เพียงบ่าวไพร่แต่ใต้ท้าวหวางยังให้เรียนพอได้รู้หนังสือพออ่านออกเขียนได้เท่านั้นส่วนเื่เสื้อผ้าใต้ท้าวหวางก็จะเอาเสื้อผ้าที่ไม้ใช้แล้วหรือเป็ของเหลือใช้จากบุตรคนอื่นมาให้
“หวางชิงวันนี้ข้าเห็นเหล่าทหารมาที่จวนมากมายไม่รู้ว่ามันเกิดสิ่งใดขึ้นเ้าเองรู้เื่บ้างหรือไม่”บ่าวที่อยู่ด้วยกันเอ่ยขึ้น
“เ้าไม่รู้แล้วข้าจักรู้ได้อย่างไรอีกอย่างพวกเขาห้ามข้าไปที่หน้าจวนด้วยซ้ำอ่อ...วันนี้เห็นพ่อค้าเอามันเทศมาส่งที่จวนข้าว่าจะไปขอจากคนในครัวมาทำมันเผาเ้าจะเอากับข้าหรือไม่”
“ข้าเอา...”
ว่ากันจบพวกเขาก็ช่วยกันผ่าฟืนให้แล้วเสร็จกว่าจะผ่าฟืนเสร็จก็ใช้เวลานานพอสมควรจากนั้นเขาทั้งสองคนจึงเดินไปที่โรงครัวตามที่ได้นัดหมายว่าจะไปขอมันเทศ
“พวกเ้าสองคนมาทำอะไรที่นี่ยังไม่ถึงเวลาของบ่าวไพร่” สาวรับใช้ผู้หนึ่งได้เอ่ยเอื้อนขึ้นแต่ความพยายามของหวางชิงก็ยังไม่ละไปไหน
“พี่สาวข้าขอมันเทศสักสองหัวได้หรือไม่?”
“เ้าคิดว่าเ้าเป็ใครกันถึงกล้ามาขอกับข้า”แม้จะพูดไปแบบนั้นก็เถอะนางบ่าวรับใช้ก็ทำท่าทางหัวเสียใส่ก่อนที่นางจะเดินไปหยิบมันเทศสองหัวมาให้แก่หวางชิง
“อ่ามันเทศได้ของแล้วก็รีบๆไปจากตรงนี้ซะ”
“ขอบคุณพี่สาว”หวางชิงกับเพื่อนโค้งศีรษะขอบคุณก่อนจะเอามันเทศสองหัวไปทำการเผาและสถานที่ทำการเผาก็คือบริเวณเรือนพักของบ่าวไพร่
ทั้งสองทำการเผามันเทศที่ได้รับมากลิ่นมันหอมตลบอบอวลไปทั่วบริเวณใครเดินผ่านเป็ต้องถามว่าพวกเ้าสองคนนั้นกำลังทำอะไรอยู่
“หวางชิงเ้าช่างกล้ายิ่งนักเป็ข้าไปขอคงไม่ได้มันเทศมาหรอกวันๆกินแต่ข้าวต้มน้ำเกลือกับผักดองวันไหนมีงานเลี้ยงค่อยมีเนื้อให้เข้าได้กินบ้าง”
“พูดอย่างกับข้าไม่ได้กินเช่นเ้า”
“นั่นสิเ้าก็กินแบบนั้นเหมือนกับข้า”
“อืม...”