
“วาก็รู้นี่จ๊ะนอกจากพี่จะทำงานเกี่ยวกับแวดวงวรรณกรรมพี่รู้จักคนหลากหลายอาชีพในแวดวงต่างๆทั่วฟ้าเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็พวกไฮซ้อไฮโซคุณหญิงคุณนาย พวกดารานักแสดง นายแบบนางแบบแค่พี่เห็นหน้าแวบเดียวก็จำได้แล้วว่าใครเป็ใครบ้าง แต่ละคนก็ดังๆกันทั้งนั้นทีนี้เวลาที่พี่ไปออกงานสังคมบ่อยๆเข้าคนพวกนี้มักจะคุยกับพี่ในเื่ข่าวคราวของตัวเองทั้งนั้นหลายคนชอบโอดครวญว่าพวกนักข่าวนั่งเทียนเขียน ใส่สีตีไข่จนเกินความจริงพอพี่ฟังไปฟังมา ก็เลยเกิดไอเดียอยากจะทำนิยายเกี่ยวกับพวกคนดังหยิบประเด็นพวกนี้มาใส่ในเนื้อหา...อะไรที่มันไม่จริง ก็เอามาเขียนแก้ต่างเื่พวกนั้นให้กับเ้าของเื่ซะพอพี่ออกปากคร่าวๆเท่านั้นแหละทุกคนที่พี่สนใจในชีวิตก็ยินดีจะเป็ต้นแบบชีวิตนิยายทันที”
บอกอเลอฉวีเล่าเป็คุ้งเป็แควท่าทางมั่นอกมั่นใจมาก...ต่างจากวาตีที่เริ่มขมวดคิ้วมุ่นนั่งเงียบกริบอยู่นานสองนาน
“วาขอถามหน่อยเถอะค่ะ แล้วสมมติว่าไอ้เื่ที่นักข่าวเอาไปเขียนมันมีมูลความจริงถูกต้องอยู่แล้วแต่สิ่งที่ออกจากปากคนดังมันเป็เื่โกหกล่ะคะเกิดวาเชื่อแต่คำพูดคนดังแล้วเอามาเขียนเป็นิยายเกิดวันข้างหน้า...ความจริงที่เป็ความจริงมากกว่ามันปรากฏ วาไม่กลายเป็นักเขียนลวงโลกไปด้วยเหรอคะ”
คำถามของวาตีทำให้บอกอสาวครุ่นคิดตาม...
“วาเข้าใจคำว่านิยายไหมจ๊ะ...มันคือจินตนาการส่วนใหญ่ความจริงที่เราเขียนลงไปแม้มันจะไม่ถึงห้าสิบเปอร์เซ็นต์ก็ตามแต่มันเป็คอนเซปต์...นิยายชุดนี้นอกจากจะขายไอเดีย ขายโครงสร้างการนำเสนอแล้วสิ่งที่จะขายเป็หลักอีกอย่างก็คือ...ความดังของเซเลบพวกนั้น เอาเป็ว่ายิ่งคนดังคนไหนมีข่าวฉาวโฉ่มากเท่าไหร่ เป็ขี้ปากของสังคมมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีอะไรให้ขุดคุ้ยมาปรุงแต่งเป็ตัวหนังสือมากเท่านั้น เชื่อพี่เถอะแล้วถ้าสองเล่มนี้ขายดีเกินคาดเมื่อไหร่ พี่ก็จะทำเล่มของคนดังคนอื่นๆออกมาอีก”
“เท่ากับว่านักเขียนจะต้องเล่าเื่ในนิยายเป็การช่วยแก้ข่าวให้กับคนดังพวกนั้นใช่ไหมคะ?” หล่อนทำท่าจนใจที่จะโต้แย้ง
“อย่าทำหน้าแบบนั้นสิจ๊ะ พี่เชื่อฝีมือว่าวาจะไม่ทำให้พี่ผิดหวัง...เื่ซุบซิบนินทาพวกนี้ ไม่ว่าใครๆก็ชอบกันทั้งนั้นแหละดูอย่างนิตยสารกอสซิปตั้งหลายหัวพวกนั้นสิ หน้าปกมีแต่ภาพหลุดให้ว่อนทั้งคลิปฉาวเอย ภาพคนนั้นรักกับคนนี้ คนนั้นเลิกกับคนโน้นเอยส่วนใหญ่ก็มีแต่ข่าวฉาวๆทั้งนั้น ประเภทข่าวดาราไปทำบุญที่วัดมอบสิ่งของบริจาคบ้านเด็กกำพร้าอะไรพวกนั้น ไม่ค่อยมีคนสนใจหรอกเรียกง่ายๆว่าแต่ละคนก็ชอบสอดรู้เื่ของชาวบ้านด้วยกันทั้งนั้น...ทีนี้คนพวกนั้นก็จะแห่ตามกันมาอุดหนุนนิยายชุดนี้เพราะอยากรู้ว่าความจริงของคนดังที่ตัวเองชื่นชอบมันมีที่มายังไงทำตัวไม่ดีเป็ข่าวแย่ๆจริงไหม”
“งานนี้ไม่กินหมูเลยนะคะพี่ฉวี”
วาตีรู้สึกถอดถอนใจเล็กน้อย...บอกอสาวจึงหันไปหยิบแฟ้มสีดำซึ่งบรรจุเอกสารไว้อยู่เป็จำนวนมากขึ้นวางบนโต๊ะแล้วขยับไปตรงหน้าหล่อน
“ลองเปิดดูสิจ๊ะข้างในแฟ้มมีตัวเลือกคนดังเกือบสิบคนเห็นจะได้ ทุกคนพี่ติดต่อประสานงานไว้หมดแล้วเขายินดีให้ข้อมูลกับทางนักเขียนทุกอย่างตามความจริงพี่ก็เลยบอกเขาไปว่า...ต้องรอให้ทางนักเขียนเลือกดูก่อนว่าอยากจะเขียนงานของใคร”
วาตีรับแฟ้มมาเปิดดูทีละหน้าแต่ขณะเดียวกันกลับรู้สึกว่าบอกอสาวกำลังมีทีท่าลุ้นตัวเกร็งอยู่ไม่น้อยเมื่อหล่อนเริ่มพลิกแฟ้มจากหน้าแรกไปสู่หน้าที่สองและสาม
หล่อนยอมรับว่าั้แ่คนที่หนึ่งถึงสี่ที่ได้ดูภาพและอ่านประวัติคร่าวๆล้วนเป็คนดังมีชื่อเสียงทั้งนั้น...อย่างคนแรกนั่นก็เป็ถึงดาราเ้าบทบาทอยู่ในวงการบันเทิงมาร่วมยี่สิบปีเห็นจะได้ ั้แ่ยังผูกคอซองถักผมเปียข่าวคราวของหล่อนผู้นี้กำลังเป็ที่โจษขานเกี่ยวกับผัวๆเมียๆเื่ที่สามีแอบไปเป็ชู้กับดาราสาวอีกนางหนึ่งจนนักข่าวให้ฉายาหล่อนตอนสิ้นปีที่แล้วว่า...เมียหลวงจอมประจาน
รายที่สองก็ไม่ใช่ใคร...คู่ปรับของดาราเมียหลวงเป็ข่าวว่ายอมเป็คู่นอนของสามีอีกฝ่าย มีภาพยืนยันจากกล้องวงจรปิดในห้องทำงานบ้างมีคลิปเสียงปะฉะดะกันบ้าง
รายที่สามกับสี่ก็มีประเด็นใกล้เคียงกันคือเื่ของผลประโยชน์จากค่าตัวที่ถูกโกงลากไปเกี่ยวพันกับผู้จัดการส่วนตัวรายล่าสุดที่มีปากเสียงกับคุณแม่และผู้จัดการคนใหม่
ทว่าหล่อนกลับไม่นึกสนใจชีวิตของคนดังพวกนั้นเพราะใจจดจ่ออยู่กับใครอีกคน...
หล่อนจึงพลิกดูรายชื่อต่อไปเรื่อยๆโดยแอบหวังว่าในแฟ้มนั้นจะมีชื่อของเท เตโช...ครั้นเปิดไปจนถึงแผ่นสุดท้ายกลับพบว่าไม่มีคนที่คาดหวัง
แต่กลับเป็ข้อมูลของนายแบบข่าวชายรักชายคนนั้นไปเสียนี่!
//////////////////////////////////////////////////