ตอนที่ 5 ซื่อจื่อ (2)
นับั้แ่วันที่เขาฟื้นขึ้นมา ซ่งจื่อเฉินก็รู้สึกได้รางๆ อยู่ตลอด คล้ายมู่ชิวจะกังวลผิดปกติ ไม่เพียงแต่จะเพิ่มกองกำลังอารักขาจวนอ๋อง ยังเป็ห่วงถึงขั้นมาปรนนิบัติเื่อาหารการกินให้เขาด้วยตัวเอง ตอนแรกเขาสงสัยตัวเองเพิ่งกลับมาเกิดใหม่จึงยังไม่คุ้นชิน อาจคิดมากไปเอง ต่อมากลับยิ่งรู้สึกแปลก อย่างไรเสียหากบอกว่าเป็เพราะเื่ที่พระชายาเอกคลอดยากจึงเกิดความระแวง ก็ไม่ควรถึงกับต้องทำทุกเื่ด้วยตัวเอง ในความทรงจำของเขา คนผู้นี้สุขุมเยือกเย็นมาตลอด แม้จะเป็ห่วงเขาอยู่เสมอ แต่น้อยครั้งที่จะทำถึงขั้นนี้
“อีกประเดี๋ยวท่านอ๋องเสด็จกลับมา...หากเป็เื่ออกศึกจริง กระหม่อมค่อยทูลท่านอ๋องอย่างละเอียด”
มู่ชิวเม้มริมฝีปากลังเลอยู่สักพักแล้วจึงตอบ ก่อนผายมือหลีกให้คนตรงหน้าไปยังทางห้องนอน “ตอนนี้วังหลวงเรียกเข้าเฝ้าด่วน ท่านอ๋องรีบเปลี่ยนชุดไปเข้าเฝ้าฝ่าาก่อนดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ”
“ก็ได้” ซ่งจื่อเฉินพยักหน้า ไม่ซักไซ้ถามเขาอีก ไม่ว่าจะเป็ยามใดมู่ชิวก็ไม่มีทางคิดร้ายต่อเขา เขาเข้าใจในจุดนี้ก็เพียงพอแล้ว “แต่ว่า หากเ้าตามไปด้วย ใครจะเฝ้าจวนอ๋องแห่งนี้แทนข้า เฝ้าซื่อจื่อที่เพิ่งเกิดล่ะ”
ในความทรงจำ มู่ชิวไม่ได้ตามเขาออกไปรบในศึกครั้งนี้ด้วย ชาติก่อนเป็เพราะเขากำลังโกรธ ไม่อยากเห็นมู่ชิว ทว่าครั้งนี้กลับเป็เพราะการศึกอันตราย เขาไม่วางใจพิษที่อยู่ในตัวมู่ชิว เขารู้จักนิสัยของมู่ชิวดี หากบอกไปว่าศึกนี้อันตรายมาก เกรงว่าต่อให้เขาสั่งมู่ชิวอยู่เฝ้าจวนอ๋อง อีกฝ่ายก็คงแอบตามไปอยู่ดี ด้วยเหตุนี้จึงทำได้เพียงหาเหตุผลอื่นเกลี้ยกล่อม ลองดูว่าจะได้ผลหรือไม่
“ทุกอย่างในจวนถูกจัดแจงอย่างเรียบร้อยแล้ว ต่อให้ไม่มีคนคอยสั่งการก็สามารถดำเนินได้อย่างปกติพ่ะย่ะค่ะ” มู่ชิวเดินเข้าประตูตามซ่งจื่อเฉิน หยิบชุดของจวิ้นอ๋องออกมา ยกมือปลดชุดตัวนอกของเขา “สำหรับซื่อจื่อ มู่ชิวขอบังอาจแนะนำ ห้ามนำซื่อจื่อไปฝากไว้กับท่านอ๋องสามเด็ดขาด มิสู้ท่านอ๋องลองเอ่ยกับฝ่าาในเวลาที่เหมาะสม ทำท่าทางให้ดูน่าสงสารสักหน่อย อย่างไรเสียฝ่าาก็เอ็นดูพระโอรส ไม่มีทางไม่สนพระทัย จากนั้นก็ขอให้ฝ่าารับซื่อจื่อเข้าไปเลี้ยงดูในวังหลวง ตอนนี้เป็่ที่ฝ่าาปรารถนาอยากเล่นกับพระราชนัดดามากที่สุด มิเพียงแต่จะไม่ตำหนิท่านอ๋อง กลับจะรับปากอย่างยินดีเสียด้วยซ้ำ กระทั่งในใจก็ยังจดจำความเอาใจใส่ของท่านอ๋องไว้อย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
“มู่ชิว...”
ขณะกล่าวถึงเื่นี้มู่ชิวไม่ได้รู้สึกอะไร ทว่าในใจของซ่งจื่อเฉินกลับบังเกิดความรู้สึกที่หลายหลาก กอปรกับเมื่อชาติก่อนผิดพลาดไปหลายปี นานแล้วที่เขาไม่ได้ฟังมู่ชิวกำชับว่าต้องทำอะไรอย่างละเอียดแบบนี้ ช่างน่าขันที่ตอนนั้นเขามักจะรำคาญ รู้สึกว่าคนผู้นี้กำลังสั่งสอนพร่ำเพรื่อ ทว่าหลังจากได้ผ่านเหตุการณ์เ่าั้มาครั้งหนึ่ง เมื่อหันกลับมาดูอีกครั้งก็รู้สึกใว่าความคิดของคนผู้นี้ลึกซึ้งมากเพียงใด การมองการณ์ไกลเช่นนี้ไม่เหมือนความคิดที่องครักษ์กำพร้าทั่วไปจะมีได้
“กระหม่อมพูดมากเกินไปแล้ว...หากท่านอ๋องไม่ยินดีฟัง กระหม่อมจะไม่พูดอีกพ่ะย่ะค่ะ”
มู่ชิวคิดแค่ว่าซ่งจื่อเฉินยังคงรำคาญเฉกเช่นเมื่อก่อน แต่เขาไม่กังวล แค่ยิ้มบางๆ ให้ น้ำเสียงยังคงอ่อนโยนใจเย็นเหมือนเมื่อตอนเด็กไม่มีผิด เขาหันตัวไปหยิบชุดจวิ้นอ๋องที่มีความสลับซับซ้อนตัวนั้นมาสะบัดออก ขณะที่กำลังจะใส่ให้ซ่งจื่อเฉิน ทันใดนั้นกลับรู้สึกว่าถูกคนตรงหน้าจับข้อมือไว้ ดึงเขาเข้าไปในอ้อมอก
“มู่ชิว มู่ชิว...”
ซ่งจื่อเฉินเรียกด้วยเสียงแ่เบา ออกแรงกอดแน่น เขาไม่รู้จริงๆ ว่าตัวเองสะสมบุญมากี่ชาติ ถึงแลกคนที่คอยเฝ้าอยู่ข้างกายอย่างสุดความสามารถ ทั้งยังไม่ปริปากบ่นเช่นนี้มาได้
กลับชาติมาเกิดอีกครั้ง ถึงแม้เขาจะรู้เื่บางอย่างล่วงหน้า แต่ก็ยากที่จะมั่นใจในทุกเื่ ความเคว้งคว้างและล่องลอยในสองชาติก็มักทำให้เขาวางตัวไม่ถูกอยู่เสมอ ราวกับกังวลอยู่ตลอดว่าพอตื่นขึ้นมาก็จะกลับไปอยู่ในคุกราชสำนักที่แสนเย็นะเืนั่นอีกครั้ง เฝ้ามองมู่ชิวล้มลงในอ้อมกอด มองคนผู้นี้กระอักเือย่างที่ห้ามอย่างไรก็ห้ามไม่อยู่ สุดท้ายก็หมดลมหายใจเฮือกสุดท้ายอย่างสงบในอ้อมอกเขา
หากให้บอกว่ามีอะไรที่ทำให้เขาใจสงบได้บ้าง ก็อาจจะมีเพียงคนผู้นี้ ทุกครั้งขอแค่เห็นประกายและความอ่อนโยนในดวงตาคู่นั้น อารมณ์สับสนกระวนกระวายก็ราวกับค่อยๆ สงบลง ทว่าก็เป็เพราะสาเหตุนี้ เขาจึงยิ่งหวาดกลัวว่าจะสูญเสียความอบอุ่นและการปลอบโยนที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยนี่ไปอีกครั้ง
“มีเ้าอยู่กับข้า ข้าโชคดีขนาดไหนกัน...แต่ยิ่งเป็เช่นนี้ ข้าก็ยิ่งไม่กล้าพาเ้าไปยังที่เสี่ยงอันตราย พิษของเ้ายังไม่ได้รับการถอนออก เดิมทีร่างกายก็อ่อนแออยู่แล้ว ข้า...”
“ท่านอ๋อง...” ทันใดนั้นมู่ชิวก็ขัดจังหวะขึ้น ยกมือตบหลังปลอบซ่งจื่อเฉินเพื่อบอกให้เขาคลายมือออก ช่วยเขาสวมใส่ชุดพิธีการที่มีลำดับขั้นตอนนั้นให้เรียบร้อย ซ่งจื่อเฉินเหม่อมองคนตรงหน้าที่ก้มตัวคาดสายรัดเอวให้เขา สองมือโอบรอบตัวเขาราวกับเป็การโอบกอดอยู่กลายๆ
“ท่านอ๋องทราบหรือไม่...ว่าเพราะเหตุใดกระหม่อมจะต้องมาเป็องครักษ์ของท่านอ๋องให้ได้”
มู่ชิวแต่งตัวให้ซ่งจื่อเฉินเสร็จเรียบร้อยก็ยืดตัวขึ้นมองเขา พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ซ่งจื่อเฉินนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ยังไม่ทันได้ตอบคนตรงหน้าก็ยิ้มออกมาแล้วพูดต่อ “กระหม่อมอยากเฝ้าอยู่ข้างกายท่านอ๋อง ปกป้องท่าน...ไปตลอดชีวิต มู่ชิวไม่มีความตั้งใจที่มากไปกว่านี้อีกแล้ว เพียงสามารถอยู่เคียงข้างท่านได้ตลอด มู่ชิวก็พอใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ”