พอเจิ้งเฉวียนกังเข้านอนเจิ้งหยวนเหลือบมองเวลานิดหน่อยเห็นว่าเพิ่งจะสองทุ่ม เธอจึงรอจนเกือบสองทุ่มครึ่งกะเวลาว่าตอนนั้นเจิ้งเฉวียนกังคงหลับสนิทแล้ว เจิ้งหยวนจึงค่อยลุกจากเตียงเงียบๆ
เจิ้งเจวียนรู้เรื่องเจิ้งหยวนจะแต่งผีหลอกเจิ้งเทียนหู่ก็ตื่นเต้นตลอดเวลาไม่ง่วงนอนสักนิด เธอยันแขนกับเตียงยกร่างท่อนบนขึ้นและมองเจิ้งหยวนด้วยสายตาแวววาว
เจิ้งหยวนมองเด็กสองคนบนเตียง แน่ใจว่าพวกเขาหลับปุ๋ยแล้วจึงเอ่ยเสียงแผ่วเบาราวกระซิบกับเจิ้งเจวียน “ฉันไปก่อนนะ แกคอยดูแลพวกเขาด้วยถ้าพ่อเห็นฉันไม่อยู่บ้าน แกก็บอกว่าฉันไปห้องน้ำ”
เจิ้งเจวียนพยักหน้ารัวเร็ว
ช่วงกลางคืนอุณหภูมิลดต่ำกว่ากลางวันมาก ลมเหนือพัดผ่านอากาศเลยค่อนข้างหนาว เจิ้งหยวนลูบแขนขณะย่องเบาออกนอกประตูก่อนหน้านี้เธอแอบทาน้ำมันตรงประตูนิดหน่อย ตอนเปิดจึงเงียบมากไม่มีเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดสักนิด
ในหมู่บ้านเงียบสงัด หากเป็นกลางฤดูร้อนอันอบอ้าวเวลานี้จะมีคนไม่น้อยไปหาตัวอ่อนจักจั่นแถวต้นไม้ในป่าคืนหนึ่งจับได้คนละตั้งหลายร้อยตัว ทางตอนเหนือของประเทศจีนมักนิยมนำมาผัดกินกันนับว่าเป็นอาหารรสเลิศเมนูหนึ่ง คนชนบทขาดแคลนเนื้อสัตว์ แม้เจ้าตัวนี้จะเล็กจิ๋วแต่เนื้อก็คือเนื้อ สามารถกินแก้ขัดได้เจิ้งหยวนยังจำได้ว่าตัวเองก็เคยกินตั๊กแตนผัด รสชาติโอชะไม่ต่างกัน
แต่ช่วงนี้เลยช่วงของตัวอ่อนตั๊กแตนไปตั้งนานแล้วแถมอากาศยังหนาวเย็นจึงไม่มีใครออกมา เจิ้งหยวนเดินผ่านหมู่บ้านเงียบๆไม่ต้องกลัวพบคนอื่น
จากนั้นไม่นานก็ถึงตีนเขา
ที่นี่ตอนกลางคืนค่อนข้างน่าขนหัวลุกอยู่บ้าง ลมพัดดังหวีดหวิวเมื่อนึกถึงข่าวลือผีเฮี้ยนพวกนั้น เจิ้งหยวนก็เริ่มหวาดหวั่นขึ้นมาบ้าง
ครั้นดันประตูเปิด ประตูยังคงดังเอี๊ยดอ๊าด เสียงแหลมสูงฟังดูเสียดหูเป็นพิเศษกลางดึกดื่นขนตามผิวหนังของเจิ้งหยวนตั้งขึ้นฉับพลัน แต่ยังดีที่แค่ครู่เดียว เธอค่อยๆปิดประตูลงหลังเข้ามาในตัวกระท่อม แล้วเดินไปยังจุดที่วางแผนไว้ตอนกลางวันเธอหันหน้าเข้าหาประตูก่อนแวบเข้ามิติ
ในมิติยังคงสว่างเหมือนกลางวัน
คราวก่อนเธอออกไปตรงห้องครัว คราวนี้ก็เข้ามาโผล่ที่ห้องครัวอีกรอบเจิ้งหยวนหยิบมะเขือเทศลูกเล็กสำหรับทำเครื่องเคียงในจานกินแล้วค่อยถอดเสื้อผ้าออกเปลี่ยนเป็นชุดเดรสสีขาวที่หามาก่อนหน้านี้
กระโปรงเป็นผ้าชีฟอง แขนยาว แถมชายกระโปรงยังกว้าง พลิ้วไหวอย่างยิ่งเจิ้งหยวนกวาดสายตามองหาสเตนเลสสะท้อนแสงมาใช้ต่างกระจกและแต่งหน้าตัวเองให้สมจริงน่าสะพรึงกลัวที่สุดอันดับแรกคือลงรองพื้นโดยใช้แป้งเฉดขาวสุดก่อนความจริงหากต้องการให้สมจริงที่สุดต้องใช้สีทาหน้างิ้วซึ่งทาบนหน้าแล้วจะซีดเผือดเหมือนคนตายสุดๆแต่แม้ว่าสีรองพื้นที่เธอเอามาใช้จะไม่ใช่สีขาววอกก็ถือว่าสีขาวสุดในบรรดารองพื้นทุกขวดแล้ว หลังลงรองพื้นเสร็จก็ลองใช้แสงไฟส่องดูครั้นเห็นผลลัพธ์พอใช้ได้ เจิ้งหยวนจึงเริ่มเพิ่มเอฟเฟ็กต์บนใบหน้า เธอทาเบ้าตาสีดำและปาดสีแดงเลอะๆ ใต้เบ้าตา เพื่อให้ดวงตาดูแดงฉาน ก่อนทาริมฝีปากสีแดงทว่าเธอไม่ได้ทาตามรูปปากของตัวเอง หากแต่จงใจทาเลยขอบปากออกไปให้เลอะเปรอะเปื้อนสุดท้ายตามด้วยใช้ลิปสติกวาดรอยเลือดตรงปลายตาและมุมปากสร้างความสมจริงเข้าไปอีกขั้น
หลังแต่งหน้าเสร็จ ขั้นต่อไปคือการใส่วิกผมนี่เป็นครั้งแรกที่เธอใส่วิกผม เลยใส่ยากยิ่งกว่าเดิมก่อนอื่นต้องใช้ตาข่ายคลุมผมให้ติดหนังศีรษะ พอใส่วิกผมจะได้ไม่ดูหลอกตาแนบเนียนเหมือนผมจริง
หลังแต่งองค์ทรงเครื่องครบแล้วเจิ้งหยวนเอียงหน้ามองกระจกและลองเกร็งคอขยับกึกอย่างรุนแรง พระเจ้าเอฟเฟ็กต์เหมือนผีซาดาโกะมากจริงๆ
เจิ้งหยวนพอใจกับรูปลักษณ์ใหม่ของตัวเองมากหวังว่าเจิ้งเทียนหู่จะพอใจรูปร่างหน้าตาของเธอเหมือนกัน
เธอรู้ว่ารูปลักษณ์แบบนี้หากฉายไฟจากล่างขึ้นบนผลลัพธ์ยอดเยี่ยมกว่าเดิม ดังนั้นเธอเลยเตรียมไฟฉายไว้ล่วงหน้าเป็นรุ่นค่อนข้างสว่างที่เลือกมาจากกองไฟฉายนับไม่ถ้วนและเอามาติดกับสเกตช์บอร์ดไฟฟ้า เมื่อเธอซ่อนรีโมตคอนโทรลสเกตช์บอร์ดไฟฟ้าไว้ในมือก็สามารถทำให้ตัวเองดูเหมือนกำลังลอยอยู่ได้แถมบนสเกตช์บอร์ดยังมีพื้นที่สำหรับวางน้ำแข็งแห้งกองใหญ่เตรียมพร้อมเมื่อถึงเวลาทำการแสดงน้ำแข็งแห้งที่นำติดตัวมาจะได้ออกมาทีเดียวพร้อมสร้างความสมจริง
เพื่อรับประกันความสำเร็จเจิ้งหยวนจึงหากล้องสะท้อนภาพเลนส์เดี่ยวติดตั้งตรงประตู และลองแสดงเองก่อนสักรอบดูจากวิดีโอที่อัดมา เอฟเฟ็กต์แต่งผีของเธอแนบเนียนมากจริงๆสภาพอากาศอึมครึมเป็นใจ ดวงจันทร์อับแสง สเกตช์บอร์ดที่เธอเหยียบอยู่ก็เป็นสีดำเลยช่วยพรางตาได้อย่างยอดเยี่ยมแค่มีเสียงดังกึกกักนิดหน่อยตอนสเกตช์บอร์ดขยับเท่านั้นแต่ในบรรยากาศอันน่าหวาดผวากอปรกับเสียงสายลมหวีดหวิวเช่นนี้หากไม่ตั้งใจแยกแยะคงนึกว่าเป็นเสียงผีร่ำไห้ ใช้ประโยชน์ดีๆน่าจะเอามาประกอบการแสดงตบตาให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น
ครั้นเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว ก็แค่รอนักแสดงนำอีกคนปรากฏตัวเท่านั้น
แม้จะนัดกันสี่ทุ่ม แต่เจิ้งเทียนหู่ทนรออยู่ที่บ้านแทบไม่ไหวแล้วเขาเอาแต่เพ้อหาสัมผัสอ่อนนุ่มบนฝ่ามือตอนชนกับพี่สะใภ้วันนั้นมันนุ่มนิ่มตรึงใจเสียจนตามเข้ามาในความฝัน คิดแล้วร่างกายพลันร้อนผ่าวเสี้ยนกระสันไปทั้งตัว ก่อนหน้านี้เขาฝันเปียกถึงพี่สะใภ้หลายครั้งท่ามกลางความฝันพี่สะใภ้จะนอนแผ่บนเตียงของเขา ปล่อยให้เขาย่ำยีอย่างว่าง่ายอยากลูบไล้ตรงไหน อยากทำอะไรก็ได้ตามที่เขาต้องการ ร่างกายเร่าร้อนแทบละลายเมื่อคิดว่าเรื่องในฝันกำลังจะกลายเป็นจริง ลำคอเขาก็แห้งผาก
พอสามทุ่ม คุณพ่อคุณแม่เขาหลับหมดแล้ว เขาก็นั่งไม่ติดคิดจะไปรอที่กระท่อมหลังนั้นเสียเลย ก่อนไปเขายังบรรจงอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อสร้างความประทับใจให้พี่สะใภ้บางทีวันนี้พี่สะใภ้อาจพอใจในตัวเขาและยอมมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขาอีกหลายครั้งก็ได้นี่? แม้เขาตั้งใจจะใช้เรื่องคืนนี้ขู่พี่สะใภ้ไว้เรียกร้องนานๆ อยู่แล้ว แต่เขายังหวังว่าพี่สะใภ้จะกระโจนขึ้นเตียงเขาด้วยความเต็มใจอยู่ดี!
ตอนเจิ้งเทียนหู่มาถึงนอกประตู เจิ้งหยวนสัมผัสจากในมิติได้ทันทีมันเป็นความรู้สึกอันตรายที่น่าหวาดหวั่นสัมผัสได้กระทั่งระยะห่างระหว่างเธอกับเจิ้งเทียนหู่ลางๆ
เจิ้งหยวนนับหนึ่งถึงสามในใจเมื่อรู้สึกว่าเจิ้งเทียนหู่กำลังจะผลักประตูเข้ามา เธอก็ออกจากมิติปรากฏตัว