หลังจากครุ่นคิดมาครึ่งวันอวิ๋นซีจึงคิดว่าการที่จะมาตั้งรกรากอยู่ที่นี่เธอจะต้องปรับปรุงหลายสิ่งหลายอย่างภายในครอบครัว อย่างแรกเลยอาการการกิน ถึงจะไม่ได้อยู่อย่างอดอยากแต่การขาดสารอาหารประเภทเนื้ออย่างยาวนานเกินไปจะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตไม่ดี แต่เธอล่าสัตว์ไม่เป็ !! จะไปหาเนื้อจากไหนมาให้คนในครอบครัวกินกันล่ะ จะลองขึ้นูเาไปเสี่ยงดวงดีไหมนะ
คิดดังนั้นอวิ๋นซีจึงตามหาลู่เซิงเพื่อชวนเขาขึ้นูเาไปด้วยกัน
ไปคนเดียวออกจะน่ากลัวเกินไปนะสิ ต้องมีคนนำทางจะได้ไม่หลงทาง
“ท่านพี่ .. เราจะขึ้นเขาไปทำอะไรหรือ ถ้ามีของที่ท่านพี่อยากได้ให้ข้าไปหามาให้ก็ได้” ท่านพี่กลัวงูนี่นาจึงไม่เคยขึ้นเขา แล้วทำไมวันนี้อยู่ดีๆถึงอยากขึ้นเขาล่ะ
“เอ่อ แค่อยากไปเดินเล่นน่ะ เผื่อมีอะไรน่าสนใจ ไม่ได้หรอลู่เซิง??” อวิ๋นซีแกล้งแหย่
“ได้ ได้ ท่านพี่ จะไม่ได้ได้ยังไง” ลู่เซิงกระตือรือล้น
“รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวท่านแม่จะเป็ห่วง” ที่จริงเธอไม่ได้อยากจะบอกฮุ่ยเหนียงหรอก แต่กลัวว่านางไม่เห็นเธอแล้วจะใกระวนกระวาย ตอนที่ไปตามหาลู่เซิงจึงบอกเธอสักหน่อย แถมยังรับรองว่าไปกับน้องชายแล้วจะรีบกลับมาก่อนจะค่ำ ใส่ลูกอ้อนจนนางต้องตกปากรับคำแต่ก็ไม่วายกำชับนั่นนี่กว่าจะปล่อยตัว
สองพี่น้องเดินทางขึ้นเขาไปบนทางเดินเล็กๆหลังหมู่บ้าน ที่ทะลุไปทางหลังเขา ตามเส้นทางเดินมีพุ่มไม้เล็กๆที่เจริญเติบโตอย่างสวยงาม แต่ละพุ่มมีดอกไม้ป่าเล็กๆที่เธอไม่รู้จักชื่อ แข่งกันผลิบานอย่างเงียบๆ ทั้งสองไม่ได้เดินไปทางเนินเขาสูง แต่เลี้ยวผ่านหน้าเขาไปยังถนนเส้นเล็กๆอีกทางหนึ่ง เส้นทางนี้เป็ถนนที่ตัดผ่านไปยังลำธารสายเล็กๆที่ไหลลงมาจากูเาสูง น้ำที่ครอบครัวอวิ๋นซีนำมาใช้ล้วนตักขึ้นมาจากลำธารสายนี้ ต้นลำธารแห่งนี้เกิดขึ้นบนูเาสูงที่เกิดจากการไหลทะลักของน้ำพุที่อยู่ใต้ดิน คุณภาพของน้ำจึงสะอาดบริสุทธิ์ มีรสชาติหวานเล็กน้อย ครอบครัวชาวบ้านในหมู่บ้านไม่กี่ครอบครัวนี้ล้วนตักน้ำที่ไว้ใช้ดื่มจากต้นลำธารนี้ทั้งนั้น
ทั้งสองเดินเข้าไปถึงเพียงชายป่าซึ่งมีหญ้าปกคลุมอยู่เป็ส่วนใหญ่ ต้นไม้สูงขึ้นอยู่ไม่หนามากจนเกินไป ในชายป่ายังได้ยินเสียงลำธารไหลเอื่อยๆ สายลมอ่อนๆพัดผ่านใบหน้าเบาๆ บนยอดไม้ก็เกินเสียงเสียดสีกันของใบไม้ ลู่เซิงนำทางอวิ๋นซีเดินไปเรื่อยๆ และหยุดพักตรงก้อนหินใหญ่ใต้ต้นไม้
อวิ๋นซีเหลือตามองไปรอบๆชายป่าที่อยู่ไม่ไกล เพราะตอนนี้เป็่ปลายฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้บนต้นไม้สูงใหญ่ต่างทยอยร่วงหล่นเต็มูเา ผืนป่าเบื้องล่างล้วนเป็สีทองดูละลานตา
ขณะที่อวิ๋นซีกำลังสำรวจสภาพแวดล้อมอยู่นั้น ลู่เซิงก็เดินวนไปรอบๆพี่สาวอยู่ไม่ไกลและตีไม้ไปในกอหญ้าเพื่อไล่งูที่อาจจะซ่อนตัวอยู่ในพุ่มหญ้าหนา
“ลู่เซิง กำลังทำอะไรอยู่ .. เ้าตีหญ้าหาสิ่งใดอยู่หรือ?” อวิ๋นซีมองการกระทำของเขาด้วยความงุนงง
“ท่านพี่ ท่านกลัวงูไม่ใช่หรือ ข้ากลัวจะมีงูอยู่แถวนี้น่ะ” เขาตอบเธอ แต่มีก็ยังคงตีพงหญ้าที่อยู่รอบๆไม่ได้หยุด
“เ้ากำลังไล่งูหรือ??” น้องชายของนางทำไมถึงน่ารัก เอาใจใส่แบบนี้นะ (> _ < )
“ท่านพี่ ตรงนี้ร่มรื่นดีนัก เราพักตรงนี้นานหน่อยแล้วค่อยกลับก็ได้” หลังจากตรวจตราความเรียบร้อยแล้วลู่เซิงถึงได้หยุดมือจากการตีพงหญ้าแล้วนั่งลงตรงพื้นข้างๆอวิ๋นซี
นางมองผู้พิทักษ์น้อยด้านข้างแล้วยิ้มอย่างมีความสุข อวิ๋นซีโง่ในนิยายไม่มีอีกแล้ว ต่อจากนี้ครอบครัวนี้ก็คือครอบครัวของนางอวิ๋นซีผู้นี้ นิยายรักอะไรกัน พระเอกนางเอกอะไรกัน ปล่อยให้เป็ไปเถอะนางก็แค่ตัวละครประกอบตัวหนึ่ง ชีวิตของนางร้ายอวิ๋นซีนางจะเป็ผู้กำกับเอง
“ลู่เซิงในป่ามีเห็ดหรือไม่?”
“ท่านพี่ ในป่ามีเห็ด แต่่นี้ไม่มีฝนตกเห็ดไม่เยอะเท่าไหร่ ถ้าจะหาจริงๆต้องเข้าไปในป่าลึก หรือว่าท่าน?? … อยากกินเห็ด”
“เปล่าๆๆๆ แค่ถามดูเท่านั้น” ฝนไม่ตก เห็ดก็ยังไม่ขึ้นสินะ รอฝนมาแล้วขึ้นมาเก็บเห็ดไปขายดีไหมนะ
“ลู่เซิง เ้าจับกระต่ายเป็ไหม?”
“ท่านพี่ข้า…จับกระต่ายไม่เป็ ” ลู่เซิงมีสีหน้าเศร้าสร้อย กระต่ายในป่าขี้กลัวแล้วยังวิ่งเร็วอย่างมาก เขาจับกระต่ายให้ท่านพี่ไม่ได้ (‘. • ᵕ •.`)
อวิ๋นซีมีสีหน้าครุ่นคิด จับกระต่ายต้องใช้วิธียังไงนะ จากที่เคยอ่านในนิยายต้องรมควันในโพรงกระต่ายให้กระต่ายหนีออกมาจากโพรง แล้วจึงจะจับกระต่ายตัวเป็ๆได้ แต่ต้องหาโพรงให้เจอทั้งสามโพรงนี้สิ ถึงจะเจอก็ไม่แน่ว่าจะจับได้มันได้สินะ ยากจัง
อวิ๋นซีมองหน้าลู่เซิงแล้วลุกขึ้นยืนจูงมือเขา
“ลู่เซิง ไปกันเถอะไปเสี่ยงโชคกัน” ตอนออกจากบ้านก็ไม่ได้คาดหวังขนาดนั้น ตอนนี้ก็เช่นกัน
ทั้งสองเดินเข้ามาในป่าที่ลึกขึ้นเรื่อยๆ อวิ๋นซีได้ยินเสียงลำธารจึงเดินเข้าไปใกล้ๆบริเวณนั้น เบื้องหน้าปรากฏป่าต้นกกผืนใหญ่ข้างริมธาร อวิ๋นซีเดินแหวกเข้าไปในป่ากกอย่างช้าโดยมีลู่เซิงตามติดด้วยความเป็ห่วง อวิ๋นซีเดินวนไปมาในป่ากกอย่างช้าๆ เมื่อเดินจนรู้สึกปวดขา อวิ๋นซีที่กำลังคิดจะถอดใจกลับบ้าน ก็ได้ยินเสียงกระพือปีกของนกเป็ดน้ำอยู่ข้างหน้า
อวิ๋นซีและลู่เซิงมองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น (¯O¯) / (❛O❛)
“ลู่เซิง เร็วเข้า!” เด็กชายพยักหน้าและรีบวิ่งฝ่าต้นกกไปเพื่อจะจับนกเป็ดน้ำที่กำลังกระพือปีกจะขึ้นบิน ด้วยความเร็วของเขาเกือบจะทำให้นกเป็ดหลุดมือไปเสียแล้ว อวิ๋นซีเห็นดังนั้นจึงมาช่วยเขาจับมันไว้ และใช้เชือกมัดขาเพื่อไม่ให้มันดิ้นหลุดหนีไป
“ท่านพี่ดีจังเลย เราจับนกเป็ดน้ำได้ด้วย รังไข่ของมันต้องอยู่แถวนี้แน่ข้าจะไปดูสัหน่อย”
เด็กชายพูดด้วยความตื่นเต้น
“อื้อ ลู่เซิงไปเถอะ อย่าไปไกลนัก” เด็กชายพยักหน้าด้วยรอยยิ้มแล้วเริ่มหารังไข่นกเป็ดน้ำบริเวณใกล้ๆ
ไม่นานอวิ๋นซีก็ได้ยินเสียงเรียก ลู่เซิงเจอรังไข่นกเป็ดน้ำที่มีไข่อยู่ในรัง 9 ฟอง
เธอเดินไปหาน้องชายแล้วจับไข่มาเขย่าข้างหูทีละใบ เมื่อครบทุกใบก็ยิ้มให้เด็กชาย
“ไม่เสียเลยสักใบ วันนี้เราโชคดีแล้วล่ะลู่เซิง” อวิ๋นซีพูดด้วยความตื่นเต้น มันเป็ประสบการณ์ครั้งแรกของเธอที่ออกมาใช้ชีวิตแบบนี้ คล้ายกับการออกไปตั้งแคมป์ต่างจังหวัดอย่างไรอย่างนั้น
ลู่เซิงให้อวิ๋นซีถือห่อผ้าที่มีไข่ไว้ ส่วนเขาจะแบกนกเป็ดตัวใหญ่เอง ทั้งสองเดินออกมาจากป่ากกด้วยดีใจ แล้วมุ่งหน้าเดินทางออกจากป่าเพื่อกลับบ้านไปตามเส้นทางเดิมตอนที่เข้ามา
พึ่งเดินพ้นออกมาจากชายป่าทั้งสองพี่น้องก็มีเหงื่อท่วมศีรษะ
“ลู่เซิง เ้าหนักหรือไม่ เอาไข่นี่ไปแล้วเอานกเป็ดมาให้ข้า”
อวิ๋นซีจ้องมองน้องชายที่หอบหายใจเหนื่อย นกเป็ดตัวนี้ค่อนข้างตัวใหญ่ แต่ลู่เซิงที่พึ่ง 9 ขวบตัวกลับเล็กนิดเดียว ด้วยการที่แบกนกเป็ดที่ตัวใหญ่และดิ้นมาตลอดทางทำให้เขาเดินโซเซอยู่หลายครั้ง น่าสงสารนัก
“ท่านพี่ .. ข้าไม่เหนื่อย ” เขาตอบพี่สาวพร้อมเอามือขึ้นมาปาดเหงื่อบนหน้า
เด็กเอ๋ยเด็กน้อย คำพูดกับการกระทำของเ้ามันช่างสวนทาง
ขณะที่อวิ๋นซีกำลังจะแย่งนกเป็ดมาถือเองก็ได้ยินเสียงร้องเรียกชื่อของผู้เป็พ่อดังมาจากเบื้องหน้า
“อวิ๋นซี” ลู่เซียวจ้องมองเด็กทั้งสองที่คนหนึ่งอุ้มไข่ไว้ในอ้อมอก คนหนึ่งแบกนกเป็ดตัวโตไว้บนบ่า
“ลู่เซิง !! เ้าพาพี่สาวเข้าไปในป่ามารึ ทำไมถึงไม่รู้เื่เช่นนี้ เ้าก็รู้ว่า …” ลู่เซียวะโใส่บุตรชายด้วยความโมโห
“ท่านพ่อเ้าคะ… เป็ข้าที่ชวนน้องชายไปเองเ้าค่ะ” อวิ๋นซีก้มหน้ายอมรับผิดกับบิดา
ลู่เซียวจ้องมองอวิ๋นซีพร้อมเดินเข้าไปหา
“ลูกชวนน้องชายไปหรือ?? เ้ากลัวงูนี่ แล้วนกเป็ดน้ำกับไข่พวกนี้เป็อวิ๋นซีพบเจอหรือช่างดีจริงๆ” ลู่เซียวชื่นชมลูกสาวพร้อมกับเดินวนรอบตัวนาง หาร่องรอยาแเพราะกลัวนางจะได้รับาเ็
ลู่เซิง “……..” เมื่อกี้ท่านยังด่าว่าข้าอยู่เลย
“ท่านพ่อเป็น้องชายกับข้าที่เจอเ้าค่ะ” อวิ๋นซียิ้มอ้อนบิดา
“งั้นหรือ??”ลู่เซียวชายตามองลูกชาย (→ _ →)
“พ่อก็ได้กระต่ายป่ามาครอกหนึ่ง วันนี้เราช่างโชคดีจริงๆ รีบกลับบ้านกันเถอะอวิ๋นซี”ลู่เซียวพูดด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับแย่งห่อไข่ในอ้อมอกอวิ๋นซีมาถือ
“ท่านพ่อ น้องชายก็เหนื่อยแล้ว นกเป็ดตัวนี้ตัวใหญ่จริงๆเ้าค่ะ” อวิ๋นซีชำเลืองมองน้องชาย พร้อมขยิบตาให้
ลู่เซียวหันมองลู่เซิงพร้อมกับแย่งนกเป็ดมาแบกไว้บนบ่าด้วยมือเดียว จากนั้นหันไปส่งยิ้มให้ลูกสาว
ลู่เซิง “…….” (O -_- o)
อวิ๋นซี “…….” (¬_¬;)
ท่านพ่อของนางช่างลำเอียงจริงๆเลย บ้านอื่นมีแต่รักลูกชายด้อยค่าลูกสาว ผิดกับบ้านนาง ลูกสาวดั่งนาย ลูกชายดั่งบ่าว
อวิ๋นซีเอื้อมมือไปจูงน้องชายแล้วเดินกลับบ้านพร้อมผู้เป็พ่อที่เดินตามอยู่ข้างหลัง …