เช้าวันต่อมา จอร์จมาโรงเรียนแต่เช้าตรู่และเดินตรงเข้าไปหาเคที่ชมรมมวยไทย
“นี่เค ฉันขอช่องทางการติดต่อของตูนหน่อยสิ”
เคไม่พูดอะไร เขาหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาและบอกเบอร์ของตูนให้จอร์จไป
“แล้วนายรู้ไหมว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนน่ะ...?”
“ไม่รู้สิ ลองไปถามไอ่ไบรท์ดูละกัน”
และจอร์จก็เดินออกมาจากชมรมมวยไทย ตรงไปที่ชมรมบาสต่อ ในขณะที่เดินไปเขาก็พลางโทรหาตูนไปด้วย ทว่าตูนก็ไม่รับสาย จนกระทั่งเขาก็ได้เดินไปเจอกับไบรท์
“นี่ไบรท์ นายเห็นตูนบ้างไหม ฉันโทรไปเขาก็ไม่รับสายน่ะ”
“ไม่เห็นเลยนะ บางทีอาจจะอยู่ในฟิตเนสกับพวกหินก็ได้ ลองไปหาดูสิ”
และเขาก็ได้ย้ายก้นไปที่ฟิตเนสตามที่ไบรท์บอก เขาเดินเข้าไปในยิมและเดินตรงไปหาหินที่กำลังวอร์มร่างกายอยู่
“นี่หิน นายเห็นตูนบ้างไหม ฉันโทรไปเขาก็ไม่รับสาย”
“อ้อ! อาจารย์น่ะเหรอ ไม่รู้สิ นายลองไปดูที่ห้องชมรมคอสเพลย์ดูสิ เขาน่าจะอยู่ที่นั่นนะ”
จอร์จเดินไปมาทั่วโรงเรียนเพียงเพื่อต้องการจะหาตูนให้เจอ จนกระทั่งเขาได้มายืนอยู่หน้าห้องของชมรมคอสเพยล์ และทันทีที่เขาเปิดประตูเข้าไป ความวุ่นวายที่ถูกกักขังไว้ข้างในนั้นก็พวยพุ่งเข้ามาที่ตัวของเขาทันที
“ยะ-หยุดนะขอรับ!! นั่นมันมีดคุไนที่เป็นของมรดกตกทอดมาจากตระกูลของกระผมนะ!!”
“ฮ่า ๆ ๆ อย่ามาหลอกข้าให้อยากเลยเจ้าโอม ข้าเห็นไอ่เจ้านี่มันวางขายอยู่ที่ตลาดนัดแถวโรงเรียนอันละ 20 บาท คิดว่าข้าจะหลงกลเจ้าเหรอ!”
“พลอย~ เราไปหาไรกินกันเถอะนะ ฉันไม่อยากไปคนเดียว~”
“ไม่อ่ะขี้เกียจ หาไรแถวนี้กินไปก่อนละกัน”
สมาชิกทั้ง 4 คนต่างเสียงดังวุ่นวายกันจนไม่ทันสังเกตว่าตอนนี้พวกเขามีแขกเข้ามาหา
“เอ่อ... คือฉันมีเรื่องอยากจะถามน่ะ… ตูนอยู่ที่ไหนเหรอ…?”
“อ้อ! ตูนน่ะเหรอ ตอนนี้เขาอยู่ที่ชมรมปั่นจักรยานน่ะ จู่ ๆ ก็บอกว่าอยากปั่นจักรยานแล้วก็วิ่งจู๊ดออกไปเลย” โบว์ตอบกลับมาทั้งที่ยังไม่ได้มองหน้าอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
“งั้นเหรอ! Thank you very much นะ!!”
และจอร์จก็วิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว
“เอ๊ะ เมื่อกี้คุณโบว์คุยกับใครน่ะขอรับ?”
“นั่นสิ เมื่อกี้ท่านโบว์คุยกับใครงั้นรึ?”
“เอ… ไม่รู้สิ ผีมั้ง”
ความหล่อของจอร์จทำอะไรคนในชมรมนี้ไม่ได้เลยสักนิด เมื่อเขาได้วิ่งมาถึงชมรมปั่นจักรยาน สิ่งแรกที่เขาได้เจอก็คือเสียงร้องเพลงของเด็กหนุ่มคนหนึ่งเข้ามาจากที่ไกล ๆ
“ฮิเมะ ฮิเมะ~ สุกิ สุกิ ไดสุกิ ฮิเมะ~” (โอโนดะ ซากามิจิ : โอตาคุน่องเหล็ก)
เด็กหนุ่มที่กำลังร้องเพลงอยู่ตอนนี้เป็นใครแทบไม่ต้องสงสัยเลย จอร์จรู้สึกได้ทันทีเลยว่าเขามาถูกที่แล้วแน่นอน เมื่อเขาเดินเข้าไปในชมรมก็เห็นตูนกำลังจอดจักรยานอยู่พอดี จอร์จจึงพุ่งพรวดเข้าไปหาด้วยความรวดเร็ว
“My friend!!!”
“อ่าว จอร์จเหรอ”
“ฉันตามหานายทั่วโรงเรียนเลยนะ โทรไปนายก็ไม่รับ ฉันอยากจะมาขอโทษนายที่เด็กในชมรมของฉันไปเสียมารยาทกับนายเมื่อวานน่ะ forgive me ได้ไหม...” เขาพูดออกมาพร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนไปที่อีกฝ่าย
“อ้อ เรื่องนั้นฉันไม่ได้คิดมากอะไรอยู่แล้ว ส่วนเรื่องโทรศัพท์ ฉันมัวแต่ปั่นจักรยานเลยไม่ทันได้สังเกตน่ะ โทษทีนะ...”
และทั้ง 2 คนก็คุยกันอย่างสนุกสนานเฮฮาด้วยกันเหมือนอย่างเคย ถึงจะพึ่งรู้จักกันได้ไม่นานแต่พวกเขากลับสนิทกันได้ค่อนข้างไวเนื่องจากที่มีอะไรหลาย ๆ อย่างคล้ายกัน ตูนและจอร์จเดินเล่นพูดคุยกันไปมาทั่วโรงเรียน แวะกินนู่นกินนี่ เล่นกีฬาเล่นเกมด้วยกันทั้งวัน จนกระทั่ง พวกเขาได้มานั่งอยู่ข้างสนามบอลที่ทั้งคู่ได้เจอกันครั้งแรก จอร์จจึงได้ตัดสินใจถามคำถามที่ยังค้างคาใจออกมา
“นี่ตูน...”
“หืม?”
“นายเป็นแฟนกับดาวเหรอ?”
ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจถามออกมาจนได้ ตูนที่ได้ยินก็เงียบไปพักหนึ่ง
“อ๋อ ยัยนั่นเป็นเพื่อนฉันน่ะ อีกอย่างนะ มังงะที่บ้านฉันน่าสนใจกว่ายัยนั่นเยอะเลย เพราะว่ามังงะมันบ่นไม่ได้น่ะ ฮ่า ๆ ๆ”
จอร์จที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้อมยิ้มออกมาด้วยความโล่งอกสบายใจ
“งั้นเหรอ...”
และจากวันนั้น ตูนและจอร์จก็ไปไหนมาไหนด้วยกันบ่อยขึ้น พวกเขาเข้ากันได้ดีจนเรียกได้ว่าในอัจฉริยะทั้งหมด จอร์จคือคนที่เป็นเหมือนกับเพื่อนของตูนมากที่สุด เพราะคนอื่น ๆ ดูเหมือนจะเป็นพี่เลี้ยงซะมากกว่า จนกระทั่งช่วงหลัง ๆ จอร์จเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างรอบ ๆ ตัวเขา
“นี่เค นายว่างไหม ชวนเพื่อน ๆ ไปดูหนังกัน”
“ไม่อ่ะ ขอบใจที่ชวน”
“นี่ไบร์ท ไปกินหมูกระทะกันไหม เดี๋ยวชวนคนอื่นไปด้วย”
“ไม่อ่ะ ไปเลย”
“นี่หิน ไป-”
“ไม่อ่ะ จะยกเวท”
เพื่อน ๆ ของเขาเริ่มตีตัวออกห่างอย่างเห็นได้ชัดเจน พวกเขามักจะจับกลุ่มคุยกันโดยที่ไม่มีเขาร่วมด้วยอยู่เป็นประจำ ถ้าหากว่าจอร์จวิ่งเข้าไปในกลุ่ม ทั้ง 3 คนก็จะเงียบลงไปทุกครั้งโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งพอโดนบ่อย ๆ เข้าจอร์จก็ต้องน้อยใจเป็นธรรมดา และวันกีฬาสีก็ใกล้เข้ามาเต็มที่แล้ว เขาจึงได้ไปขอคำปรึกษากับตูนที่มักจะวิ่งเล่นอยู่ในโรงเรียนเป็นประจำ และตอนนี้ทั้ง 2 คนก็ได้มานั่งดูบอลอยู่ข้างสนามบอลที่เดิมในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังใกล้จะตกดิน
“นี่ตูน ช่วงนี้พวกนั้นไม่คุยกับฉันเลย ฉันไปทำอะไรให้พวกเขาไม่พอใจเข้าหรือเปล่า...?”
ทว่า ตูนไม่ได้ตอบคำถามนั้นของจอร์จแต่เขากลับถามคำถามของตัวเขาเองกลับมา
“นี่จอร์จ ทำไมนายถึงชอบดาวเหรอ...”
ทั้ง 2 คนเงียบลงไปพร้อมกับสายลมอ่อน ๆ ที่พัดโชยเข้ามา
“ฉันน่ะ ตั้งแต่ยังเด็กไม่ค่อยจะมีเพื่อนหรอกนะ เพราะว่าเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์เลยทำให้คนอื่นคบกับฉันแค่ผลประโยชน์ ฉันรู้ตัวดีว่าฉันน่ะมีหน้าตาและฝีมือที่เก่งกว่าคนทั่วไป เพราะแบบนั้นจึงมีคนเข้าหาฉันเยอะแยะ แต่ทั้งหมดนั้นมันก็แค่เพื่อนจอมปลอมที่ต้องการจะใช้ประโยชน์จากฉันเท่านั้น จนกระทั่งฉันได้ย้ายเข้ามาในโรงเรียนนี้ก็พบว่ามีคนที่เป็นเหมือนฉันอยู่อีกด้วย เค ไบรท์ หินและก็สิงห์ ทุกคนนั้นล้วนแต่เก่งกว่าคนทั่วไป ทำให้ฉันไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และฉันเชื่อว่าการที่ฉันจะสามารถเรียกว่าเพื่อนได้เต็มปากจริง ๆ ก็มีแต่เจ้าพวกนั้นนั่นแหละ และก็นายอีกคน แต่ว่าฉันไม่เข้าใจว่าทำไมช่วงนี้เจ้าพวกนั้นถึงได้ทำตัวห่างเหินฉันนัก”
เขาได้เล่าอดีตของตัวเองออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีความเศร้าแฝงอยู่ข้างใน
“ทำไมฉันถึงชอบดาวน่ะเหรอ เพราะว่าฉันมักจะมีผู้หญิงเข้าหาอยู่ตลอด ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยที่ฉันจะจีบผู้หญิงพวกนั้น จนกระทั่งฉันได้เจอกับเธอ เธอเป็นคนแรกที่ทำให้หน้าตาและเสน่ห์ของฉันดูไร้ความหมาย เธอเป็นคนที่มีจิตใจเข้มแข็งหนักแน่นไม่สนคนที่รูปลักษณ์ภายนอก นี่แหละคือเหตุผลของฉัน”
จากนั้นทั้ง 2 คนก็เงียบไปอีกครั้ง และตูนก็ตอบกลับมา
“เท่าที่ฉันฟังมา… ฉันรู้สึกว่า.... นายชอบดาวจริง ๆ งั้นเหรอ? หรือแท้จริงแล้วเป็นเพราะเหตุผลอื่นกันแน่?”
จอร์จที่ได้ยินเพื่อนของเขาถามกลับมาแบบนั้นก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
“นายหมายความว่ายังไง...?”
ทว่าในระหว่างที่พวกเขากำลังเคลียร์ปัญหาคาใจกัน จู่ ๆ ก็ได้มีแก๊งนักเรียนกลุ่มหนึ่งได้เดินตรงเข้ามาที่ทั้ง 2 คนโดยที่แก๊งนั้นเดินนำมาโดยเด็กหนุ่มผิวสีตัวใหญ่ล่ำบึกที่เคยมีเรื่องกับตูนมาก่อนในวันนั้น
“หาตั้งนาน... ที่แท้ก็มาอยู่นี่นี่เอง”
ในฐานะที่เป็นหัวหน้าชมรม จอร์จก็ได้ลุกขึ้นมาเดินเข้าไปคุยกับเด็กหนุ่มผิวสีคนนั้นทันที
“พวกแกกำลังจะทำอะไรขอให้หยุดเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นพวกแกจะไม่ได้ก้าวเท้าเข้ามาที่ชมรมอีกต่อไปแน่”
พวกมันนิ่งลงไป ก่อนที่จะพากันหัวเราะเสียงดังลั่นออกมา
“ก๊าก ๆ ๆ ๆ คิดว่าตัวเองเจ๋งนักเหรอวะ แค่ถูกเรียกว่า Boss หน่อยก็ได้ใจใหญ่นักเลยนะมึง ตั้งแต่วันนี้แหละตำแหน่ง Boss ในชมรมจะเป็นของกู เพื่อน ๆ ที่กุพามาล้วนแต่ฝีมือดีกันทั้งนั้น มึงได้เป็นเด็กล้างxีนกูแน่ ไอ่จอร์จ!”
จอร์จมองหน้าอีกฝ่ายอยู่พักหนึ่งก่อนที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา
“เฮ้อ... ดูท่าจะคุยไม่รู้เรื่องสินะ นี่ตูน my friend รอแปปหนึ่งนะ แปปเดียวก็เสร็จแล้วล่ะ ไม่นานหรอก”
และหลังจากนั้นไม่กี่นาที ตูนที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างทั้งหมดก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง นักเรียนเกือบ 20 คนแถมแต่ละคนก็ตัวโต ๆ ไซต์บึกกันทั้งนั้นโดนจอร์จคนเดียวเก็บเรียบในเวลาไม่ถึง 5 นาที ในหัวของตูนในตอนนั้นคิดเพียงแต่ว่า ตัวของเขาไม่อยากจะเป็นศัตรูกับคน ๆ นี้เลย...
หลังจากจัดการเสร็จเรียบร้อย จอร์จก็ได้หันมาทางตูนพร้อมกับบอกลา “งั้นก็... วันนี้ก็แค่นี้ก่อนละกันนะ ฉันขอร้องล่ะ อย่ามีความลับกับฉันเลยนะ ถ้ามีอะไรก็พูดกันตรง ๆ เลย ฝากบอกเจ้าพวกนั้นด้วย... See you.”
และเขาก็ได้กลับบ้านไป จนกระทั่งวันต่อมา ซึ่งเป็นวันที่กีฬาสีก็กำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จอร์จที่มาโรงเรียนแต่เช้าก็กะว่าจะไปหาอะไรกินที่โรงอาหาร แต่เขาก็ดันไปเจอเพื่อน ๆ กำลังนั่งจับกลุ่มคุยกันครบทุกคน โดยที่ไม่มีเขาอยู่ในวงสนทนาด้วยอีกตามเคย เขาจึงตัดสินใจปั้นหน้ายิ้มเดินเข้าไปด้วยท่าทีที่ดูร่าเริงเหมือนทุกครั้ง
“Hello! คุยอะไรกันอยู่เหรอ ขอฉันคุยบ้างด้วยคนสิ...!!”
ทว่าหลังจากที่จอร์จเดินเข้าไปทุกคนก็เงียบลงไปดื้อ ๆ ทันทีทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้พึ่งกำลังทำท่าพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่แท้ ๆ และจากนั้นไม่นานพวกเขาก็ได้แยกตัวออกไปคนละทิศละทางโดยที่ยังคงไม่พูดอะไร จนกระทั่งจอร์จเริ่มทนไม่ไหว
หมับ!
เขาคว้าแขนของตูนไว้แน่นและพยายามเก็บอารมณ์ถามออกมาอย่างใจเย็น
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันงั้นเหรอ... ไหนบอกว่าเราจะไม่มีความลับต่อกันไง...”
ตูนนิ่งลงไปพร้อมกับมองไปที่หน้าของจอร์จ
“ไม่มีอะไรหรอก... อย่าใส่ใจเลย...”
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว
“มันจะไม่มีอะไรได้ไงเล่า!!” เขาตวาดเสียงดังและบีบแขนของตูนแน่นกว่าเดิมเข้าไปอีก
“นะ...นายทำอะไรของนายเนี่ย เจ็บนะ!”
ทุกสายตาในโรงอาหารต่างมองมาที่ทั้ง 2 คนจนบรรยากาศชักจะเริ่มไม่ดี ทำให้ เค ไบรท์และหินต้องเดินกลับมาแยกพวกเขาออกจากกัน หินจับไปที่แขนของจอร์จและดึงออกมา
“ก็เขาบอกว่าไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรไง...”
“อย่าทำแบบนี้เลยจอร์จ…”
“ใจเย็น ๆ และปล่อยมือก่อนเถอะน่า~”
เค ไบรท์และหิน เดินเข้ามาปกป้องตูนจนทำให้ความรู้สึกภายในจิตใจของจอร์จในตอนนี้ตีกันป่นปี้ไปหมดแล้ว ทำไมทำเหมือนเขาเป็นฝ่ายผิด ทั้ง ๆ ที่พยายามจะคุยด้วยหลายครั้งแล้วเพื่อนก็ไม่สนใจ แถมยังมีความลับต่อกันอีกทั้ง ๆ ที่บอกให้พูดมาออกมาตรง ๆ แล้วแท้
“พวกนาย...”
หลังจากนั้นจอร์จก็ได้เดินปลีกตัวออกมาคนเดียวและเดินหายออกไปจากสายตาของ 4 คนนั้น
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมถึงต้องทำกับเขาแบบนี้ หรือแท้จริงแล้วจอร์จเป็นพระเอก 4 คนนั้นเป็นตัวร้าย!? ทำไมพวกเขาต้องทำตัวห่างเหิน ทำไมต้องปิดบัง พวกเขามีความลับอะไรกัน ทำไมฉันต้องโทษตัวเองที่กลายเป็นปีศาจ ทั้งที่ไม่เคยมีใครมาขอโทษที่ทำให้ฉันเป็นแบบนี้ ง้อวว คำคมโจ๊กเกอร์ก็มา เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป