ตอนที่ 8 เยี่ยมหา (2)
ฉินม่อหลีเหลือบมองหลินเฉินทีหนึ่งก็ค่อยๆ พูดขึ้น“ร่างกายของศิษย์พี่หลินเฉินรอดพ้นอันตรายแล้วเ้าค่ะ เพียงแต่ว่า...”
“เพียงแต่อะไรหรือ” โถ...ตัวเขายังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไรเลยเมิ่งฉิวก็ร้อนใจจนทนไม่ไหว ชิงเอ่ยถามตัดหน้าเสียแล้ว
‘จำไว้นะต้องทำตัวให้อ่อนโยนเข้าไว้ ไม่งั้นถ้าจีบเมียไม่ติด อย่ามาโทษกันเชียวละ’
ฉินม่อหลีเอามือจับคางราวกับกำลังครุ่นคิดผ่านไปครู่หนึ่งถึงเอ่ยข้อสังเกตของตนออกมา “ตอนข้าทำการรักษาให้ศิษย์พี่หลินเฉินข้าเจอพลังบางอย่างที่ผิดแผกไปในร่างกายเขา แต่พอจะใช้พลังจิตตรวจสอบก็พบว่าพลังขุมนั้นไม่ได้เป็ภัยต่อเขาข้าคิดว่าสิ่งนี้น่าจะเป็ต้นเหตุให้ศิษย์พี่หลินเฉินเป็ไข้ตัวร้อนเยี่ยงนี้เ้าค่ะ”
หลินเฉินยิ้มแหย เขาย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าเ้าพลังนั่นคืออะไรนี่เป็คำเตือนที่ระบบลงโทษเขา ฐานที่ทำอาหารให้ฉือม่อกิน
พอพูดถึงฉือม่อ เขาก็ปวดศีรษะตุบขึ้นมาทันทีดูเหมือนว่าเขาจะฝัน อีกอย่างในความฝันนั้นยังเกี่ยวข้องกับฉือม่อด้วยแต่รายละเอียดเบื้องลึกเป็อย่างไร เขาก็จำไม่ได้แล้วพอจะนึกบางฉากในความฝันได้นิดหน่อย ภาพเหตุการณ์พวกนั้นก็เลือนรางเหมือนถูกแสงสะท้อนจนสว่างจ้า มองเห็นอะไรไม่ชัดเจน
เมิ่งฉิวเห็นหลินเฉินยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาจับศีรษะก็คิดว่าเขาไม่สบายเนื้อตัว จึงรีบเอ่ยถาม “ศิษย์น้อง เ้าไม่เป็อะไรใช่ไหม”
หลินเฉินยิ้มอ่อนแรง “ศิษย์พี่โปรดวางใจ ข้าพ้นขีดอันตรายไม่เป็อะไรแล้ว ว่าแต่เ้าลูกศิษย์ของข้าคนนั้น เวลานี้หายหัวไปไหนหรือ”
ในเมื่อเมิ่งฉิวพาฉินม่อหลีมายังยอดเขาซู่ิแบบนี้ ไม่มีทางที่เ้าเด็กน้อยฉือม่อนั่นจะไม่รู้ความเคลื่อนไหวของเขาทางนี้แน่นอน
พอหลินเฉินกวาดตามองไปรอบด้านกลับไม่เห็นแม้แต่เงาของฉือม่อเลย
เ้าเด็กนี่รังเกียจเขาั้แ่เล็กขนาดนี้เชียวหรือเขายังไม่ทันได้ทำอะไรเลยนะ อ๊า...! แล้วหลังจากนี้เขาจะใช้ชีวิตยังไงเล่า
โชคดีที่เมิ่งฉิวเอ่ยอธิบายได้ทันเวลา “ศิษย์น้องเ้าวางใจได้ ข้าสั่งให้ศิษย์ในสังกัดของข้าไปดูแลเขาแล้วเชื่อว่าอีกไม่นานฉือม่อก็จะหายดี”
หลินเฉินฟังคำพูดนี้ของเมิ่งฉิวก็ยิ่งไม่เข้าใจหนักขึ้นไปอีกเขาแค่ถามว่าฉือม่ออยู่ที่ไหน อีกฝ่ายพูดมากความขนาดนี้ทำไมกันแล้วก็เื่นั้นอีก ทำไมต้องให้คนไปดูแลฉือม่อด้วยระหว่างที่เขาหลับอยู่เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ
ต่อมาหลินเฉินก็ได้รู้ต้นสายปลายเหตุของเื่ทั้งหมดจากปากเมิ่งฉิว
ที่แท้ฉือม่อรู้ว่าเกิดความผิดปกติขึ้นกับร่างกายเขาเลยไปหาเมิ่งฉิวที่ยอดเขาชางฉยง มิเช่นนั้นแล้วเมิ่งฉิวที่อยู่ไกลโพ้นถึงยอดเขาชางฉยงจะรู้ถึงความผิดปกติของร่างกายเขาได้อย่างไรสรุปแล้วทั้งหมดทั้งมวลนี้...ก็เป็เพราะฉือม่อคนเดียวสินะ
เมื่อได้ยินว่าฉือม่อปีนขึ้นยอดเขาชางฉยงเพื่อไปหาเมิ่งฉิวอย่างไม่คิดชีวิตแล้วหลินเฉินก็อดไม่ได้ที่จะเห็นใจฉือม่อขึ้นมา เ้าเด็กคนนี้โง่หรือเปล่าเนี่ยต่อให้จะไปหาเมิ่งฉิวก็เถอะก่อนหน้านี้เขาก็เคยบอกเ้าหมอนั่นไปแล้วนี่ว่ามีค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ที่ตีนเขาน่ะแต่แล้วเขาก็นึกถึงใบหน้าไร้เดียงสาและซื่อบื้อของฉือม่อขึ้นได้เลยหลุดหัวเราะออกมา ไม่แน่ว่าเ้าเด็กคนนี้อาจจะโง่จริงๆ ก็ได้
“เช่นนั้นตอนนี้เขาเป็อะไรร้ายแรงหรือไม่”เวลานี้น้ำเสียงของเขาไม่ได้สงบนิ่งเช่นปกติ แต่แฝงไปด้วยความร้อนรน
เมิ่งฉิวตบบ่าหลินเฉินเบาๆ พลางเอ่ยปลอบ“วางใจเถิดศิษย์น้อง ข้าสั่งให้ฉางเฟิงไปดูแลแล้วเ้าเด็กนั่นแค่เหนื่อยล้าเกินควรเท่านั้นเชื่อว่าอีกไม่กี่วันก็หายดีเป็ปกติแล้ว”
เมื่อได้ยินคำตอบเยี่ยงนี้ หลินเฉินถึงค่อยวางใจ
ผ่านไปครู่ใหญ่เมิ่งฉิวกับฉินม่อหลีก็กลับออกไปจากห้องของหลินเฉิน
สายลมเย็นสบายโชยพัดเส้นผมของฉินม่อหลีนางยื่นมือไปจับมาทัดหูไว้ ทอดถอนใจขณะเอ่ย“ศิษย์พี่หลินเฉินดูต่างจากเมื่อก่อนมากเลยนะเ้าคะ”
เมิ่งฉิวมองฉินม่อหลีด้วยแววตาอ่อนโยน ยิ้มแล้วตอบ “นั่นสิตอนนี้ข้าก็รู้สึกว่าศิษย์น้องมีน้ำใจมากกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย”
เสียงดังแสกสากของยอดไม้ทั้งผืนป่าที่กระทบกันดังห่างออกไปท่ามกลางสายลมอ่อนๆ และแสงอาทิตย์อันอบอุ่นอาบย้อมให้บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
เมื่อหลินเฉินตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าทิวทัศน์นอกหน้าต่างดำมืดไปทั้งแถบแล้วเขาไม่คิดเลยว่าตนเองนอนหลับไปครั้งนี้ จะยาวนานจนกระทั่งฟ้ามืด
เขาออกแรงบีบนวดขมับพยายามทำให้ตัวเองสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาหน่อยปฏิเสธไม่ได้เลยว่าฉินม่อหลีนั้นฝีมือการรักษาสุดยอดมากจริงๆคิดไม่ถึงว่านางจะสามารถระงับบทลงโทษของระบบได้ด้วย
เขานั่งนิ่งอยู่บนเตียง ดวงตาล่องลอย ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ผ่านไปชั่วครู่ถึงค่อยตัดสินใจ ไม่ได้! อย่างไรเขาก็ต้องไปดูอาการเ้าเด็กฉือม่อนั่นสักหน่อย ถ้าไม่ได้เจออีกฝ่ายเขาก็วางใจไม่ลง
ครั้นบอกจะไปหา เขาก็เดินทางไปทันทีหลินเฉินรีบสวมรองเท้าให้เรียบร้อยแล้วผลักประตูออก
ท้องฟ้าไร้ดาวประดับ มีเพียงจันทร์เสี้ยวลอยเด่นอยู่กลางนภาลมหนาวยามค่ำคืนโชยพัดจนหลินเฉินตัวสั่น เมื่อครู่เขารีบร้อนออกมาเกินไปจึงลืมสวมเสื้อคลุมอีกชั้น
เขาจามหนึ่งที พลางเอามือลูบจมูกที่แดงเถือกหางตาเปียกชื้นเล็กน้อย เมื่อแสงจันทร์เย็นเยือกสาดส่องลงมาบนร่างเขาตรงๆก็ยิ่งขับให้ตัวเขาดูเศร้าโศกอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูก
เขาเดินไปได้พักหนึ่งกว่าจะมาถึงห้องซึ่งทำขึ้นจากไม้ไผ่ที่ฉือม่อพักอาศัย จากนั้นก็เคาะประตูก่อนจะผลักบานประตูเข้าไปเบาๆ
แสงจันทร์สาดเข้ามาอย่างเงียบงัน ส่องสว่างลงบนร่างน้อยๆบนเตียง
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/270f92ed871ddcac593159d4b48f26a8