ตอนที่ 19 ราชสีห์อัคคี
“ระดับนักรบ… ขั้นหก!?”
เสียงอุทานแทบจะะเิพร้อมกันจากเหล่าผู้ชมโดยรอบ
“เมื่อรอบก่อนมันยังอยู่แค่ขั้นห้า… เพิ่งผ่านไปคืนเดียวเอง!”
“สัตว์อสูรเลื่อนขั้นได้เร็วขนาดนี้? หรือหลี่หยางมีวิธีเร่งการเติบโตของอสูร?”
สายตาหลายคู่เบนมองกลับไปยังร่างของหลี่หยางที่ยืนอย่างสงบนิ่ง
“ไม่ใช่แค่อสูร… แล้วเ้าตัวเขาเล่า?”
หนึ่งในผู้าุโหลุบตาลง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยแววตาแน่นิ่ง
“ระดับพลัง… รวมจิตขั้นสาม… เขาทะลวงไปอีกขั้นแล้วงั้นหรือ?”
“ในเวลาแค่หนึ่งคืน?”
เสียงซุบซิบเริ่มดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ
“แต่ก่อนเขาเป็แค่เศษสวะไร้สัตว์อสูร…”
“ตอนนี้เขาควบคุมอสูรระดับนักรบขั้นหก ทั้งที่ตัวเองเพิ่งรวมจิตขั้นสาม!”
“เขาคือปีศาจโดยแท้…”
แม้แต่ผู้นำตระกูลหลายคนยังลอบพยักหน้า บางคนเริ่มหรี่ตามองหลี่หยางด้วยแววตาใหม่ — ไม่ใช่สายตาที่ดูถูกอีกต่อไป แต่เป็สายตา จับตาดูภัยเงียบที่กำลังเติบโต
เวทีประลองยามนี้เงียบงันราวต้องมนต์ ไม่มีใครกล้าเอ่ยคำใด ทันทีที่จิ้งจอกเงาจันทร์ตวัดหางเบา ๆ
ผู้ชมบางคนถึงกับกลืนน้ำลายเฮือก
“เขายังใช้แค่ตัวเดิม… จิ้งจอกเงาจันทร์…”
“ไม่แม้แต่จะเรียกไมยราพออกมาด้วยซ้ำ!”
อีกฝั่งหนึ่ง หลี่ชิงจื่อ ตวัดแขนทั้งสองข้าง วงเวทธาตุเพลิงสว่างขึ้นสองทิศทางพร้อมกัน เปลวเพลิงลุกท่วมพื้นเวที
“ราชสีห์อัคคี!” เสียงคำรามดังกึกก้อง ร่างั์ขนแดงเพลิงปรากฏขึ้น เปลวไฟแผดเผาพื้นดินขณะมันก้าวออกมาด้วยอำนาจของสัตว์อสูรชั้นสูง
ราชสีห์อัคคี
• ชนชั้น: ชั้นยอด
• ระดับ: นักรบขั้น 5
• ธาตุหลัก: ไฟ
• ประเภท: สัตว์อสูรสายโจมตี
• เพศ: ผู้
• ลักษณะเด่น:
ร่างกายใหญ่โตปานั์หนังหนาสีแดงเข้มแซมเปลวไฟที่แผ่ไหวอยู่ตลอดเวลา ขนแผงคอรอบหัวเป็เปลวเพลิงสีทองแดงที่ไม่มีวันมอดไหม้ ดวงตาสีส้มแดงทอประกายความดุร้าย พื้นฝ่าเท้ามีเปลวไฟลุกโชนทุกย่างก้าว ทำให้พื้นที่ที่มันเหยียบกลายเป็แผ่นดินแตกระแหง
พลังโจมตีรุนแรง หน้าทนต่อการโจมตีทางกายภาพได้ดีเยี่ยม ใช้สกิล คำรามเพลิงโลกันต์ ที่สร้างความปั่นป่วนในใจศัตรูและลดทอนพลังป้องกันของคู่ต่อสู้ในระยะหนึ่ง
“หมาป่าเพลิงม่วง!” ร่างสีม่วงเข้มพุ่งตามออกมาอย่างว่องไว ดวงตาสีไฟวาวโรจน์ มันยืนเคียงข้างราชสีห์อัคคีราวกับนักล่าคู่หูที่เคยผ่านสนามรบมาด้วยกัน
หมาป่าเพลิงม่วง
• ชนชั้น: ชั้นสูง
• ระดับ: นักรบขั้น 4
• ธาตุหลัก: ไฟ
• ประเภท: สัตว์อสูรสายโจมตีเร็ว
• เพศ: เมีย
• ลักษณะเด่น:
ร่างเพรียวบางว่องไว ขนสั้นแนบลำตัวมีสีม่วงเข้ม ดวงตาแหลมคมราวกับจ้องทะลุหัวใจศัตรู เคลื่อนไหวรวดเร็วเป็พิเศษ ทิ้งรอยเงาไว้เป็ทางทุกครั้งที่เคลื่อนที่
จุดเด่นอยู่ที่การโจมตีต่อเนื่องจากหลายทิศทาง ใช้สกิล เพลิงฟ้าแยกเงา กระโจนพุ่งใส่เป้าหมายพร้อมปลดปล่อยะเิเพลิงเล็ก ๆ สร้างความเสียหายสะสม
เสียงฮือฮาดังทั่วสนาม
“หลี่ชิงจื่อเปิดมาเต็มพลังแต่แรกเลยงั้นหรือ?”
“ราชสีห์อัคคีกับหมาป่าเพลิงม่วง… เป็สัตว์ธาตุเพลิงทั้งคู่ แถมยังระดับสูงเสียด้วย!”
“เ้าจิ้งจอกนั่นถึงจะเป็อสูรชั้นยอด ระดับนักรบขั้นที่ 6 แล้ว แต่จะเอาอยู่หรือ?”
หลี่หยางยังคงนิ่งเงียบ สีหน้ามั่นคงดั่งศิลา ดวงตาเขาไม่แม้แต่จะกระพริบ เมื่อมองดูสัตว์อสูรทั้งสองของฝ่ายตรงข้าม
จิ้งจอกเงาจันทร์ก้าวไปข้างหน้าเพียงหนึ่งก้าว พลังในตัวมันสั่นไหวคล้ายสายน้ำเงียบงันที่พร้อมจะกลืนทุกเปลวเพลิงในสนาม…
าเงียบ ก่อนคลื่นไฟจะปะทะแสงจันทร์… กำลังจะเริ่ม
เสียงประกาศเริ่มการประลองดังขึ้น คนทั้งสนามเงียบกริบ ราวกับทุกลมหายใจถูกรั้งไว้ในห้วงเวลาเดียวกัน
“เริ่มการประลอง!!”
หลี่ชิงจื่อ ตวัดมือออกไปเบื้องหน้า ดวงตาเปล่งประกายความมั่นใจสุดขีด ก่อนจะะโเสียงดัง
“ราชสีห์อัคคี! หมาป่าเพลิงม่วง! พุ่งเข้าโจมตีพร้อมกัน!!”
ราชสีห์คำรามสะท้านฟ้า เปลวเพลิงสีแดงทองแผ่ซ่านทั่วสนาม มันพุ่งเข้าหาจิ้งจอกเงาจันทร์อย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่หมาป่าเพลิงม่วงเลื้อยผ่านเปลวไฟ พุ่งเข้าทางด้านข้างด้วยความเร็วแทบมองไม่ทัน!
หลี่หยาง ยืนนิ่ง แต่ในดวงตาทอประกายสงบ เขาเพียงพยักหน้าเบา ๆ
“จัดการตามใจเ้าเลย จิ้งจอกเงาจันทร์…” หลี่หยางรู้ดีว่าด้วยผลจากคัมภีร์ หงส์เจ็ดสีกรีดนภา ขั้นที่2 จิ้งจอกของเขาที่สามารถต่อสูข้ามได้ถึง 4 ระดับ มันสามารถรับมือได้อย่างสบาย
ในพริบตาเดียว จิ้งจอกเงาจันทร์หายวับไปจากจุดเดิม เงาร่างของมันปรากฏด้านหลังราชสีห์อัคคี พุ่งเข้าโจมตีด้วยกรงเล็บแหลมคมปกคลุมด้วยเงาจันทร์ แต่ราชสีห์กลับพลิกตัวได้อย่างเหลือเชื่อ ใช้กรงเล็บเพลิงปัดป้องไว้ได้อย่างฉิวเฉียด เผชิญหน้ากันอย่างดุเดือด!
หมาป่าเพลิงม่วงฉวยจังหวะพุ่งเข้าทางด้านหลังหลี่หยาง แต่ทันใดนั้นเอง เงาจาง ๆ ของจิ้งจอกเงาจันทร์อีกตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาปะทะตรงกลางกลางอากาศ เป็การแยกร่างจากเงาอีกครั้ง!
เสียงะเิของเปลวไฟฟ้าและแรงกระแทกดังก้องไปทั่วเวที ทั่วสนามเต็มไปด้วยเปลวเพลิง ควัน และแรงสั่นะเือย่างรุนแรง
ราชสีห์อัคคีคำรามลั่น ใช้สกิล คำรามเพลิงโลกันต์ แผ่พลังคลื่นเสียงเผาผลาญเงารอบตัว หวังให้จิ้งจอกเงาจันทร์เผยตัว แต่จิ้งจอกกลับปรากฏตัวเหนือหัวมัน พุ่งลงมาอย่างเงียบงัน พร้อมกระแทกด้วยพลังจากเงาจันทร์จนราชสีห์ผงะถอย!
หมาป่าเพลิงม่วงฟื้นตัวเร็ว ฉวยจังหวะนั้นพุ่งโจมตีจิ้งจอกด้านข้างอีกครั้ง จิ้งจอกเงาจันทร์หมุนตัวกลางอากาศ หายตัวไปในเงาอย่างสมบูรณ์ ทำให้หมาป่าพลาดเป้า — และในพริบตาต่อมา กรงเล็บแห่งเงาจู่โจมใส่ตรงจุดอ่อนของมันจนาเ็สาหัส!
หลี่ชิงจื่อ กัดฟันแน่น เขาส่งเสียงสั่งการไม่หยุด ร่างกายเคลื่อนไหวพร้อมเรียกพลังิญญาสนับสนุนอสูรของตนอย่างไม่ยอมแพ้
“ราชสีห์! หมาป่า! เราจะปล่อยให้มันล้อเล่นกับเราไม่ได้!!”
แต่ไม่ว่าจะโจมตีอย่างไร เงาของจิ้งจอกเงาจันทร์ก็ไม่มีวันหยุดนิ่ง การแยกร่าง ลวงตา พุ่งแทง และลอบจู่โจมจากเงา ทำให้ทั้งสองอสูรของหลี่ชิงจื่อต้องรับการปะทะจากทุกทิศทุกทาง
ท่ามกลางความตึงเครียดบนลานประลอง เสียงคำรามของราชสีห์อัคคีดังกึกก้อง พุ่งเข้าโจมตีด้วยกรงเล็บเปลวเพลิง ขณะที่หมาป่าเพลิงม่วงพุ่งมาจากอีกทิศหนึ่ง หมายซัดจิ้งจอกเงาจันทร์พร้อมกันแบบประสาน!
เปรี้ยง!
จิ้งจอกเงาจันทร์หายวับไปจากจุดปะทะ ก่อนจะปรากฏขึ้นเหนือหัวราชสีห์อัคคี แยกร่างเงาออกอีกสองสาย ปักตัวจากเงาด้านข้าง พุ่งเข้าแทงจุดตายของหมาป่าเพลิงม่วง แต่หมาป่ากลับพลิกตัวหลบฉิวเฉียด!
ทั้งสองฝ่ายผลัดกันรุกและรับ เงาของจิ้งจอกเงาจันทร์เคลื่อนไหวรวดเร็วเหมือนสายน้ำในเงามืด การโจมตีทุกครั้งแทบไม่มีใครคาดเดาทิศทาง แต่หลี่ชิงจื่อก็ยังไม่หมดความพยายาม
“เ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้เ้าซ่อนตัวหลังสัตว์อสูรไปตลอดเรอะ?” หลี่ชิงจื่อะโเสียงดัง ดวงตาเริ่มส่องประกายกลอุบาย
“หมาป่า! พุ่งเข้าใส่หลี่หยางโดยตรง!”
หมาป่าเพลิงม่วงเปลี่ยนทิศกระทันหัน วิ่งฉีกแนวจากการต่อสู้ พุ่งมาทางหลี่หยางที่ยังคงยืนอยู่กลางเวที สีหน้าเรียบเฉยอย่างมั่นใจ
แต่ในพริบตานั้นเอง เงาใต้ฝ่าเท้าของหมาป่าเพลิงม่วงกลับบิดเบี้ยวออก ก่อนที่ร่างของจิ้งจอกเงาจันทร์จะทะลุขึ้นมาจากเงา โจมตีซ้ำเข้าที่เอวของมันอย่างจัง
เปรี้ยง!!
หมาป่าหลุดออกจากทิศทางโจมตี กลิ้งลงไปกับพื้น สะบัดหัวด้วยความมึนงง ก่อนจะถูกเงาอีกสายหนึ่งตามประกบซ้ำทันที
“ไม่ว่าจะมาจากทิศไหน เ้านั่นก็ไม่ทันมันเลยสักก้าว…”
หลี่ชิงจื่อเริ่มหน้าซีด เหงื่อผุดตามหน้าผาก
แม้ราชสีห์อัคคี จะพยายามเข้าช่วย แต่จิ้งจอกเงาจันทร์ก็ดูเหมือนจะควบคุมการต่อสู้ได้ทั้งหมด เงาของมันกระจายทั่วสนามเหมือนกับมันอยู่ได้ทุกที่ — ไม่มีจุดบอด ไม่มีจังหวะเปิด
ผู้ชมรอบสนามเริ่มกระซิบกันเบา ๆ
“มันไม่ใช่แค่การควบคุมสัตว์อสูรแล้ว… นี่มันเหมือนสัตว์อสูรกับผู้ใช้เชื่อมจิตกันถึงขีดสุด”
“ขนาดพลังต่างกันขนาดนั้น ทำไมถึงรับมือไม่ได้เลย?”
“นี่แหละ ‘จิ้งจอกเงาจันทร์’ อสูรเงาที่ไร้ทางต้าน!”