สมรภูมิในเรือน ตระกูลซู
"ไม่ได้!"
เสียงของซูเจิ้ง ผู้เป็บิดา ดังกร้าวกว่าครั้งไหน ๆนี่เป็ครั้งแรกที่ซูอันอันเห็นบัณฑิตผู้สงบเสงี่ยมเช่นเขาแสดงโทสะออกมา"เ้าเพิ่งรอดตายจากการปวดท้องเมื่อคืน! บัดนี้ยังไม่ทันข้ามวันเ้าจะลากสังขารที่กำลังอุ้มท้องขึ้นเขาอีกรึ!เ้าเห็นชีวิตหลานข้าเป็เื่ล้อเล่นหรือ!"
"ท่านพ่อ ข้าไม่ได้ล้อเล่น!"ซูอันอันสวนกลับทันควัน นางยืนกรานอย่างเด็ดเดี่ยวแม้ใบหน้าจะยังซีดเซียวจากการอาเจียนลมเมื่อครู่ก็ตาม "ข้าต้องไป!"
"น้องหญิง! ท่านพ่อพูดถูก!" ซูฉี พี่รองแม้จะตื่นเต้นกับแผนการหาเงิน แต่ก็ยังอดค้านไม่ได้ "เ้าเพิ่งรอดตาย...จะลากสังขารขึ้นเขารึ! บนเขามันอันตราย! อากาศก็ร้อนราวกับไฟจะเผาป่า!เ้าเป็สตรีมีครรภ์!"
ซูอันอันมองครอบครัวที่กำลังล้อมนางด้วยความห่วงใย... นางซาบซึ้ง...แต่นางไม่มีเวลาสำหรับความอ่อนแอ
"ข้าต้องไป" นางกล่าวเสียงเรียบพยายามข่มความอ่อนไหว "เพราะข้าท้อง... ข้าจึงต้องไป"
ทุกคนชะงัก... นี่มันตรรกะวิปลาสอันใด?
นางวางมือบนท้องน้อย "ท่านพ่อ... ท่านพี่...ภัยแล้งรุนแรงเพียงใด ท่านย่อมเห็นกับตา ข้าวในนาเหี่ยวตาย ลำธารแห้งขอด...อีกไม่นาน... แม้แต่รากไม้ก็คงไม่มีให้ขุด"
นางสบตาซูเจิ้ง "ข้ากำลังตั้งท้อง...อีกไม่กี่เดือนท้องข้าจะโตจนขยับตัวไม่ได้ ข้าจะกลายเป็ภาระ...หากข้าไม่รีบหาเงินตอนนี้... ไม่รีบตุนเสบียงตอนนี้... ท่านคิดว่าข้ากับลูก...หรือพวกเราทุกคน... จะรอดพ้นฤดูเหมันต์ที่กำลังจะมาถึงได้อย่างไร!"
นางหันไปหาซูฉี "เสิ่นอวี่หาน... เขา... เขาคงไม่สนใจข้าอีกแล้วข้าต้องพึ่งพาตัวเอง! ข้าต้องหาเงินซื้อเกวียน! ข้าต้องหาเงินซื้อข้าวสาร!"
ความจริงที่โหดร้ายถูกโยนออกมาตรงๆ... มันคือการ ‘เข็นเรือตามน้ำ’ [1]อาศัยความรู้สึกผิดของทุกคนผลักดันแผนการของนาง"
นางกำลังใช้ความจริงที่ว่านางถูก "ทอดทิ้ง" ในสายตาครอบครัวมาเป็แรงผลักดันแผนการของนาง
ซูเจิ้งมองบุตรสาวนิ่ง...เขามองเห็นความดื้อรั้นที่น่าสะพรึงกลัวในดวงตาคู่นั้น...มันไม่ใช่ความดุรั้นของเด็กสาว...แต่มันคือการตัดสินใจที่เด็ดขาดของผู้ที่มองเห็นหายนะอยู่ตรงหน้า
"ข้าจะไปเพียงครู่เดียว"ซูอันอันเสียงอ่อนลงเล็กน้อย "ข้าจะไปชี้จุดให้พี่รองดูไม้...ข้าจะไปดูสมุนไพรบำรุงครรภ์... ข้าไป... เพื่อพวกเราทุกคนนะเ้าคะ"
ความเงียบเข้าปกคลุม...
"เฮ้อ..." ซูเจิ้งถอนหายใจยาว...เขาพ่ายแพ้แล้ว "ซูฉี!"
"ขอรับท่านพ่อ!"
"เ้า... ต้องดูแลน้องสาวเ้า...ห้ามคลาดสายตาแม้แต่ก้าวเดียว! หากนางเป็อะไรไป...ข้าจะหักขาสองข้างของเ้า!"
"ข้าทราบแล้ว!" ซูฉีรับคำอย่างแข็งขันแม้จะยังไม่เต็มใจนัก
ในที่สุด... ครอบครัวก็ต้องยอมจำนนต่อความดื้อรั้นของนาง
เตาหลอมแห่งราชันย์ บ้านตระกูลเสิ่น
ในขณะที่ซูอันอันกำลังเริ่มแผนการของนาง...บรรยากาศที่เรือนตระกูลเสิ่นก็ดำดิ่งสู่จุดเยือกแข็ง
เสิ่นอวี่หานไม่ได้สนใจเสียงโวยวายของหลิวซื่อที่ยังคงคร่ำครวญเื่"หลาน" ไม่หยุด เขากลับไปที่ห้องนอน... ห้องที่บัดนี้ว่างเปล่า...กลิ่นหอมจางๆ ของนางที่เคยติดอยู่บนหมอน บัดนี้ได้จางหายไปพร้อมกับตัวตนของนางแล้ว
เขากำหมัดแน่น...
...นางไปแล้ว...
ความรู้สึกสูญเสียการควบคุมพุ่งพล่านอยู่ในอกราวกับเพลิงโลกันตร์ ของอดีตเสิ่นจ้าวไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน...นางคือสตรีคนแรกที่กล้าหักหน้าเขา... กล้าเดินหนีจากเขา...กล้าใช้สายเืของเขามาต่อรอง!
...นางคิดว่านางชนะ...
เขาลูบแหวนัดำบนนิ้วหัวแม่มือ... มันเย็นชืด...
ความรู้สึกเชื่อมโยงอันอบอุ่นที่เขารู้สึกได้ยามอยู่ใกล้นาง...บัดนี้มันขาดสะบั้น... การที่นางออกไปจากอาณาเขตของเขา... ทำให้เขารู้สึก...หงุดหงิดอย่างประหลาด!
"พี่ใหญ่!"
เสียงของเสิ่นอวี่หลงดังขึ้นที่หน้าประตู"ท่านเรียกพวกข้ามามีอันใดรึ"
เสิ่นอวี่หานหันกลับมา...ไอสังหารที่คุกรุ่นอยู่ในดวงตาถูกแปรเปลี่ยนเป็ความเยียบเย็นในทันที
"การฝึก"
เขาก้าวออกจากห้อง... ตรงไปยังลานฝึกท้ายหมู่บ้าน ที่ซึ่งอวี่เจ๋อและพี่ชายคนโตของภรรยา ซูเหลียง กำลังรออยู่
ขาดเพียง ซูฉี เสิ่นอวี่หานเกิดอาการไม่พอใจขึ้นเพียงเล็กน้อย
"วันนี้" เขากล่าวเสียงเรียบ"พวกเ้าจะต้องล้มข้าให้ได้"
"หา!" อวี่หลงเบิกตากว้าง "พี่ใหญ่...นี่ท่านล้อเล่นรึ... พวกเราสามคนเนี่ยนะ..."
ฟุ่บ!
ยังไม่ทันขาดคำ... เสิ่นอวี่หานก็พุ่งเข้าใส่... มันไม่ใช่การ"ฝึก" อีกต่อไป... มันคือการ "สั่งสอน"
เขาเคลื่อนไหวราวกับพยัคฆ์ร้าย... รวดเร็ว... หนักหน่วง...และไร้ความปรานี
เขาใช้ความโกรธเกรี้ยวทั้งหมดที่มีต่อนาง...มาลงที่น้องชายและสหายร่วมฝึกซ้อม ที่เขากำลังสร้าง!
"ช้าไป!"
"อ่อนแอ!"
"ในา... เ้าตายไปแล้ว!"
ตุ้บ! ตั้บ!
ร่างของชายหนุ่มทั้งสามกลิ้งคลุกฝุ่น...
"ลุกขึ้น!"
เขาไม่ได้สอนพวกเขาให้ล่าสัตว์... เขากำลังหลอมพวกเขาให้เป็เหล็กกล้า
เขา ‘ซ่อนคมในฝัก’ [2]มานานเกินไป บัดนี้ถึงเวลาที่เขาต้องสร้าง "เขี้ยวเล็บ" ของตนเองขึ้นมา
เขากำลังสร้างกองกำลังส่วนตัว... กองกำลังที่จะปกป้อง"ทรัพย์สิน" ของเขา...
และในยามนี้... ซูอันอัน คือทรัพย์สินที่ล้ำค่าที่สุด...และดื้อรั้นที่สุดที่เขามี ...ข้าจะปล่อยให้เ้าเล่นสนุกไปก่อน...อันอัน... เขากระแทกสันมือลงบนบ่าของอวี่เจ๋อจนทรุดลงไป ...แต่เมื่อถึงเวลา...ข้าจะไปลากเ้ากลับมาเอง... ทั้งตัวเ้า... และความลับของเ้า...
โรงงานลับ... และพันธมิตรใหม่
"ฮึบ... ฮึบ..."
ซูอันอันปาดเหงื่อบนหน้าผาก... นางกำลังนั่งอยู่ในดงไผ่ครึ้ม..."เื่บังหน้า" ของนางคือการออกมาหาใบไผ่เพื่อทำ"ผักดองสูตรลับ"
แต่ความจริง... นางกำลังอยู่ใน "มิติหงส์"
ฟุ่บ!
นางวาร์ปตัวเองเข้าไป... อากาศที่ชุ่มชื้นและน้ำทิพย์จากบ่อน้ำพุช่วยฟื้นฟูร่างกายที่อ่อนล้าจากการแพ้ท้องได้ชะงัดนัก
นางไม่มีเวลาชื่นชม... นางทำงานราวกับเครื่องจักร
หนึ่ง... นางต้มน้ำเต้าหู้ด้วยถั่วเหลืองที่เหลือ... ค่อยๆ ช้อนแผ่น"ฟองเต้าหู้" ขึ้นมาตากบนราวไม้ไผ่ที่สร้างไว้อย่างชำนาญ...นี่คือเสบียงโปรตีนแห้งชั้นเลิศ
สอง... นางแบ่งดินดำสนิทส่วนหนึ่ง... เริ่มเพาะปลูก.....ข้าต้องปลูกของที่ให้พลังงานสูง และเติบโตเร็ว...
นางนึกถึงสิ่งที่อยู่ใน "มิติหงส์" ของนาง...ในกระท่อมไม้ไผ่มีชั้นวางของที่เต็มไปด้วยสิ่งของจากโลกอนาคต... และในนั้น...มีเมล็ดพันธุ์! เมล็ดพันธุ์ที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์แบบในถุงสุญญากาศ...
นางไม่ลังเล... นางฉีกซอง "มันฝรั่ง" และ"ข้าวโพด"...ใช่... นี่คือพืชแห่งการเอาชีวิตรอด...และ...นางเหลือบไปเห็นซองเล็กๆ... "พริก!”...หากมันขึ้น...อย่างน้อยชีวิตที่อดอยากนี้ ก็ยังมีรสชาติ...
หลังจากตุนเสบียงลับเสร็จสิ้น... นางก็กลับออกมาสู่โลกภายนอก...
นางกลับมาที่เรือน... ที่ซึ่งซูซินกำลังรออยู่
"ท่านพี่... ท่านไปนานจัง"
"ข้าหน้ามืดนิดหน่อยน่ะ" นางโกหก
"ซูซิน... ข้ามีเื่สำคัญจะวานเ้า"
"อันใดรึเ้าคะ"
"เ้า...แอบไปหาเสิ่นซินอี้ที่บ้านตระกูลเสิ่นให้ข้าที"
ซูซินเบิกตากว้าง "ไปหาซินอี้? แต่..ท่านป้าหลิว”
"ข้ารู้... แต่นางก็เป็สหายเ้าไม่ใช่รึ"ซูอันอันยื่นถุงผ้าเล็กๆ ให้น้องสาว ในนั้นมี "ซานจา"[3]ตากแห้ง ที่นางเก็บไว้
"เอาของนี่ไปให้นาง... แล้วกระซิบบอกนางว่า...หากอยากมีเงินค่าขนม. ให้แอบมาหาข้าที่นี่ทุกบ่าย. ข้ามี 'งาน' ให้ทำ"
ซูซินหน้าแดงก่ำ.."นี่มัน..'ชักใบให้เรือเสีย'[4] นี่นา!"
"ไม่ใช่ชักใบให้เรือเสีย"ซูอันอันจับมือน้องสาวแน่น "นี่เรียกว่า 'มอบถ่านในวันหิมะตก'[5]....ซินอี้ก็ลำบากไม่ต่างจากเรา...ท่านแม่หลิวซื่อไม่เคยแบ่งเงินให้นางใช้... หากเราช่วยนาง... เราก็ได้พันธมิตร...เข้าใจหรือไม่"
ซูซินพยักหน้าอย่างตื่นเต้น... ภารกิจลับนี้ช่างน่าสนุกยิ่งนัก!
ซูอันอันยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเบา ๆแล้วหันไปมองรอบตัวว่ามีใครแอบฟังหรือไม่
ในใจนางรู้ดีว่า…เวลาในมิติหงส์เดินเร็วกว่าข้างนอกเกือบสามสิบเท่า
วันนี้ถ้านางเข้าไปแค่ครึ่งชั่วยามข้างในก็ผ่านไปเกือบครึ่งเดือน
นางไม่้าเปิดเผยตอนนี้...
นาง้าเพียง “เสบียงเดินทาง” จำนวนมหาศาลที่เบา เก็บได้นานและไม่มีวันเสีย
นางแอบกลับเข้าไปในมิติอีกครั้งในคืนนั้น
ใต้แสงจันทร์สีเงินของโลกมิติ
นางต้มน้ำเต้าหู้ครั้งใหญ่จนได้ฟองเต้าหู้แห้งบาง ๆกว่าเจ็ดร้อยแผ่น พับใส่ถุงผ้าได้แบนเบาเท่าผ้าเช็ดหน้า แต่แช่น้ำก็คืนรูปเป็เต้าหู้นุ่ม ๆได้ทันที
นางคั่วถั่วเหลืองจนหอมกรอบ ใส่เกลือป่นหยาบ ๆ บรรจุถุงผ้าใบเล็ก ๆอีกสามสิบถุง กินแทนเนื้อได้ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่
นางตากมันฝรั่งฝานบางจนแห้งสนิทบรรจุใส่กระสอบผ้าที่ตัดเย็บจากกองผ้าในมิติ น้ำหนักเบา แต่แช่น้ำต้มก็ได้มันบดอุ่น ๆ อิ่มท้องทั้งครอบครัว
และที่สำคัญที่สุด… นางตาก “ข้าวโพดบดหยาบ” จนแห้งกรอบบรรจุถุงใหญ่ใบเดียวก็หนักแค่สามกิโลกรัม แต่ต้มกับน้ำพุิญญาได้โจ๊กข้น ๆเลี้ยงคนได้สามสิบมื้อ
ทั้งหมดนี้ซ่อนไว้ใน “กล่องไม้ไผ่สานสองชั้น”ที่ดูจากข้างนอกเหมือนแค่ตะกร้าผักธรรมดา
ข้างในมีช่องลับที่เปิดได้ด้วยการกดไม้ไผ่ลำที่สามจากซ้ายวิธีที่แม้แต่เสิ่นอวี่หานยังมองไม่ออก
นางยกกล่องนั้นออกมาเพียงใบเดียววางไว้ใต้เตียงในห้องนอนของตัวเอง
คนอื่นเห็นก็แค่คิดว่าเป็ “ของใช้ส่วนตัวของสตรีมีครรภ์”
แต่ในใจนางรู้ดีว่า…
ถ้าวันใดที่ต้องอพยพหนีภัยาจริง ๆ
กล่องใบนี้เพียงใบเดียว…ก็เลี้ยงสองตระกูลได้เกินสามเดือนโดยไม่ต้องหยุดขอทานใคร
“พอแค่นี้ก่อน” นางพึมพำกับตัวเองในความมืด “อีกไม่นาน…ข้าจะมีมากกว่านี้… มากพอที่จะเลี้ยงทั้งหุบเขา”
แล้วนางก็หลับตาลง ยิ้มบาง ๆ มุมปาก
ลมแห่งการเปลี่ยนแปลง… ไม่ได้พัดมาจากฟากฟ้า
มันพัดมาจากมือเล็ก ๆ คู่หนึ่งของหงส์น้อยที่เพิ่งเริ่มกางปีก
ตลาด... และเงาแห่งา
สามวันต่อมา...ยามเหม่า... เกวียนลาโกโรโกโสของลุงจางหัวหน้าหมู่บ้าน... กำลังมุ่งหน้าสู่ตัวเมือง
ซูอันอันนั่งอยู่บนเกวียน... ข้างกายนางคือซูฉีที่สะพายมีดล่าสัตว์และทำหน้าที่องครักษ์จำเป็
นางต้องอ้างเหตุผลร้อยแปด... ทั้งการไปซื้อยาบำรุงครรภ์ทั้งการที่ซูเจิ้งต้องไปช่วยดูต้นทาง... กว่าที่ครอบครัวจะยอมปล่อยนางออกมา
นี่คือครั้งแรก... ที่นางได้เห็นโลกภายนอกหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนั้นมัน... แห้งแล้ง... ยิ่งกว่าที่นางจินตนาการไว้ ตลอดสองข้างทาง...ทุ่งข้าวสาลีที่ควรจะเขียวชอุ่มในฤดูใบไม้ผลิ... บัดนี้กลับเหลืองกรอบ...ล้มตายคาดิน
นางเห็นชาวบ้านจากหมู่บ้านอื่น...นั่งเหม่อลอยอยู่หน้ากระท่อมที่ว่างเปล่า... สายตาของพวกเขา...ไร้แวว...นี่ไม่ใช่แค่ภัยแล้ง... นี่คือลางแห่งความอดอยาก! เมื่อเข้าเขตตลาด...มันคือความโกลาหล...
เสียงทหารแคว้นเว่ยะโข่มขู่... เสียงพ่อค้าทะเลาะกัน...เสียงขอทานคร่ำครวญ...
"น้องหญิง... ดูนั่น" ซูฉีกระซิบ
ซูอันอันมองตาม... นางเห็น...ราคาข้าวสาร... ถูกเขียนไว้บนแผ่นไม้....พระเ้า... มันแพงกว่าที่นางคิดไว้... สามเท่า!
นางกำถุงเงินเล็กๆ ที่ได้จากการขาย "รองเท้าพันลี้" ชุดแรกที่ซูฉีแอบเอาไปขายให้พวกนายพราน ไว้แน่น... เงินแค่นี้... แทบซื้ออะไรไม่ได้เลย
"พี่รอง... เราต้องรีบขายของ"นางชี้ไปที่มุมหนึ่งของตลาด... ที่ที่พวกบัณฑิตและพ่อค้าเดินผ่าน
"ไปตรงนั้น... ตั้งแผงของเรา!"นางจัดแสดงสินค้าของนาง... รองเท้าแตะสานที่บุผ้านุ่ม...ม้าไม้กลไกที่ซูฉีแกะสลักอย่างงดงาม...และโต๊ะน้ำชาพับได้ขนาดเล็กที่ขัดจนขึ้นเงา...มันคือ "ของแปลก"...ท่ามกลางตลาดที่สิ้นหวัง ผู้คนเริ่มมุงดู...
และในขณะที่นางกำลังต่อรองราคากับพ่อค้าผ้าผู้มั่งคั่งอยู่นั้นนางบังเอิญได้ยินบทสนทนาจากโต๊ะน้ำชาข้างๆ...กลุ่มพ่อค้าที่เพิ่งเดินทางมาจากด่านชายแดน กำลังพูดคุยกันเสียงเครียด
"เ้าได้ข่าวหรือไม่...ทหารม้าลาดตระเวนของเราหายไปสองหน่วยที่ช่องเขาทิศเหนือ"
"ข้าก็ได้ยินมา! พวกคนเถื่อนจากแคว้นฉิน...ดูเหมือนกำลัง 'เคลื่อนไหว' ผิดปกติ...อากาศก็แล้ง... ข้าเกรงว่าปีนี้การค้าคงลำบาก"
"ชู่ว์! เบาเสียงหน่อย! ทหารได้ยินจะซวยเอา!"เสียงนั้นเบา... แต่หนักแน่นราวก้อนหินถ่วงในใจของซูอันอัน
...การเคลื่อนไหว...ในขณะเดียวกัน...ที่ประตูเมือง...
ทหารยามกลุ่มหนึ่งกำลังตรวจสอบรถม้าขนเสบียงอย่างเข้มงวดกวดขัน...เข้มงวดยิ่งกว่าปกติ
บรรยากาศตึงเครียด... ราวกับมีสายธนูที่กำลังถูกง้างจนสุด.
ซูอันอัน... ที่เพิ่งขายโต๊ะน้ำชาได้ในราคาที่น่าพอใจ...กวาดตามองความตึงเครียดนั้น
นางยังไม่รู้ว่า "การเคลื่อนไหว" เล็กๆ ที่นางได้ยินนั้น......คือระลอกคลื่นแรก... ของพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะถล่มดินแดนแห่งนี้
[1]เข็นเรือตามน้ำ สำนวนจีน หมายถึงการฉวยโอกาสจากสถานการณ์หรือกระแสที่เอื้ออำนวยอยู่แล้วเพื่อผลักดันให้การกระทำของตนสำเร็จผลโดยง่ายและไม่ต้องออกแรงต้าน
[2]ซ่อนคมในฝัก: หมายถึง การซ่อน ความสามารถที่แท้จริงไว้ ไม่แสดงออก รอคอยเวลาที่เหมาะสม
[3]"ซานจา" หมายถึง ผลฮอร์ธอร์น หรือที่ไทยเรียกว่า ซานจา หรือฮอร์ธอร์น เบอร์รี่ เปรี้ยวอมหวานเล็กน้อย เนื้อแน่น
[4] ชักใบให้เรือเสีย: หมายถึง การถ่วงความเจริญ, ทำตัวเป็อุปสรรคขัดขวาง
[5]มอบถ่านในวันหิมะตก: สำนวนจีน หมายถึงการให้ความช่วยเหลือในยามที่ลำบากที่สุด, การหยิบยื่นสิ่งที่จำเป็อย่างยิ่งในเวลาที่เหมาะสม