ผมเข้าใจเรื่องหนึ่งดีถ้ามีกลิ่นหอมย่อมมีคนสกุลหันอยู่ที่นั่น คนสกุลหันต้องเห็นหรือรับรู้เรื่องที่ผมทำขณะนี้
เพราะในสมุดบันทึกเล่มนี้มีกระจกวารีโหรเทพปรากฏขึ้นทั้งเยียนเกอสิงเคยอ่านที่นี่ ดังนั้นผมต้องรีบอ่านให้จบในเวลาที่สั้นที่สุดคนอื่นจะทำอะไรก็ตาม ต้องเลิกยุ่งชั่วคราว
ถัดมาสมุดบันทึกเขียนไว้ดังนี้
“น้ำที่ท่วมขังในซูเปอร์มาร์เก็ตยังคงเหมือนตอนที่เราเข้ามาน้ำขุ่น ผิวน้ำกระเพื่อมเล็กน้อย ผมมองไปยังทิศที่เด็กสาวชี้ไปสังเกตเห็นแสงสีเงินลอยบนผิวน้ำ น้ำรอบๆ เป็นสีเหลืองเทา มีเพียงที่นั่นที่เป็นสีเงินสว่างเส้นผ่าศูนย์กลางราวหนึ่งเมตรตอนที่เห็นครั้งแรกผมยังคิดว่าเป็นแสงแดดที่ส่องลอดช่องระบายอากาศเข้ามาจนเกิดภาพดังกล่าว แต่พอมองขึ้นไป ด้านบนของตำแหน่งแสงสีเงินเป็นเพดานทึบช่องระบายอากาศที่ใกล้ที่สุดอยู่ห่างออกไปยี่สิบกว่าเมตร ถ้าเช่นนั้นผมลองอธิบายสิ่งนี้ว่าเป็นเพราะกระจกส่องดูเสื้อผ้าบนเคาน์เตอร์คว่ำลงสะท้อนแสงจากที่อื่นมา จึงทำให้เกิดแสงสีเงิน เราไม่หยุดเดิน พาเด็กสาวไปทางประตูประตูอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ แต่แสงสีเงินอยู่ทางทิศตะวันออก ส่องอยู่ตรงกันข้ามเดินไปทางทิศตะวันตกสิบกว่าก้าว เด็กสาวคนนั้นก็หวีดร้องเสียงแหลมสลัดหลุดออกจากมือผมและเพื่อน วิ่งเตลิดไปยังจุดแสงสีเงิน ตำรวจคนหนึ่งที่อยู่ข้างหลังผมมีปฏิกิริยาไวมากรีบโผออกไปขวางเธอไว้เพื่อป้องกันอันตราย เรื่องเกิดขึ้นกะทันหัน ผมยืนตะลึงอยู่กับที่ไม่ได้ตามไป เพียงแต่ใช้สายตามองตามหลังเธอไป เห็นได้ชัดว่าเด็กสาวน่าจะรู้เกี่ยวกับแสงสีเงินนี้ทั้งที่นั่นยังมีพลังรุนแรงดึงดูดเธอด้วย เด็กสาววิ่งออกไปราวยี่สิบก้าวก็ถูกตำรวจคว้าตัวไว้ได้ แต่เธอไม่สงบลง ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่งโกรธแค้น พูดว่ากระจกวารีโหรเทพไม่หยุดปากตามแผนเดิมของเรานั้นต้องตรวจคลังสินค้าทีละห้องให้ครบทั้งหกห้อง แน่ใจว่าไม่มีใครติดอยู่ทั้งหมดจึงจะถอยออกไปอย่างปลอดภัย ดังนั้นผมจึงตะโกนบอกตำรวจคนนั้นขอให้เขาพาเด็กสาวออกไป จากนั้นจึงพาคนที่เหลือหันกลับไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือเป้าหมายคือคลังสินค้าหมายเลขสอง ผมมั่นใจว่าการจัดการเช่นนี้ถูกต้องแล้วเราต้องช่วงชิงเวลา ช่วยคนที่รอดชีวิตอย่างเด็กสาวคนนี้ออกไปให้หมดตำรวจคนนั้นจับแขนขวาเด็กสาวไว้แน่น ดึงเธอออกไปข้างนอก ขณะที่เราเอี้ยวตัว จู่ๆเด็กสาวก็พูดกับผมประโยคหนึ่ง แค่สี่คำเท่านั้น ผมฟังทั้งสี่คำได้ชัดเจนแต่ไม่สามารถเข้าใจความหมายที่เธอต้องการสื่อออกมาในทันทีสี่คำนั้นก็คือเขาเปลี่ยนใจแล้ว น้ำเสียงเธอเศร้าและหดหู่มากไม่ว่าใครก็ดูออกว่าขณะที่เธอพูดนั้นหัวใจเธอได้ตายด้านไปนานแล้ว แม้คนยังมีชีวิต ที่จริงหัวใจตายไปแล้วแน่นอนว่าถ้าตีความตามตัวอักษรแล้ว ความหมายที่เธอพูดคือเพื่อนชายของเธอทรยศเปลี่ยนใจไปแล้วแต่สิ่งที่เธอทำถัดมานั้นยิ่งทำให้ผมฉงนสนเท่ห์ยิ่งขึ้น เธอหันไปใช้มือซ้ายชี้ที่แสงสีเงิน แล้วหัวเราะอย่างน่ากลัว แล้วพูดอีกว่ามันบอกฉัน ขณะนั้นรอยยิ้มอยู่ที่มุมปากเธอเป็นรอยยิ้มที่แทบจะดุร้าย ที่มากกว่าคือความน่ากลัวอย่างขนพองสยองเกล้าในสภาพที่น้ำท่วมขังอยู่ ชวนให้ขนลุก ผมมองไปที่แสงสีเงินอย่างไม่รู้ตัวแล้วมองใบหน้าเด็กสาวอีกครั้ง ความคิดช่วยคนที่เดิมชัดเจน ถูกเด็กสาวคนนี้ป่วนจนสับสนอย่างสิ้นเชิงผมหยุดเดิน มองดูตำรวจดึงตัวเด็กสาวถอยออกไป จนไปถึงปากประตูด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ในสภาพเช่นนี้ผมกับเพื่อนไม่กล้าจะเดินไปที่แสงสีเงิน แต่เดินเลียบกำแพงใช้เวลาสั้นที่สุดตรวจคลังสินค้าห้าห้องที่เหลือ จากนั้นกลับออกไปทางประตูใหญ่แม้ว่าน้ำท่วมครั้งนี้จะไหลทะลักมารุนแรงมาก แต่ด้วยระบบความปลอดภัยของซูเปอร์มาร์เก็ตและมาตรการรับมือกับวิกฤติที่ได้ผลนอกจากเด็กสาวคนนั้นก็ไม่มีใครติดค้างหรือถูกน้ำท่วมเสียชีวิตสภาพที่แท้จริงตรงกับที่สื่อรายงานในเวลาต่อมาทั้งหมด”
พอผมอ่านตอนนี้จบก็รู้สึกกังขาเช่นเดียวกับผู้บันทึกไม่รู้ว่าเด็กสาวที่ได้รับการช่วยเหลือในคลังสินค้าของซูเปอร์มาร์เก็ตเจอเข้ากับอะไรกันแน่จึงได้เปลี่ยนเป็นดุร้ายและหดหู่แบบนั้น
เมื่อรวบรวมคำพูดของเด็กสาวเข้าด้วยกันสามารถอธิบายได้ว่า“แสงสีเงินบอกเธอว่าเพื่อนชายของเธอเปลี่ยนใจไปแล้วแต่ก่อนหน้านี้เธอไม่รู้เรื่องเลย”
ความรักระหว่างหญิงชายเป็นความรู้สึกที่ซับซ้อนที่สุดของมนุษย์เวลารักกันก็ร้อนแรงดุจไฟ เวลาหมางเมินกลับเย็นดุจน้ำแข็งบางครั้งรักษาระยะห่างไว้ ไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกล บางครั้งใจเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่ว่าความรักแบบใดก็ตามเมื่อล่มสลายแล้วเหมือนไม้ฟืนที่ถูกเผาจนเหลือแต่เถ้าถ่านพอลมพัดมาขี้เถ้าและควันปลิวว่อนไม่ทิ้งร่องรอยไว้ ความรักที่ล้มเหลวทำให้ชายกับหญิงกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาต แทบอยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายไปทันทีคุณไปลงนรก ฉันจะขึ้นสวรรค์
ด้วยความรู้และประสบการณ์ของผม ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เธอจะเคียดแค้นเพราะเพื่อนชายทรยศแต่ที่แปลกก็คือทำไมเธอจึงรู้เรื่องนี้จากแสงสีเงิน
เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่เคยเขย่าขวัญชาวจี่หนานทุกคนเพราะตั้งแต่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนั้นสร้างขึ้นนี่เป็นครั้งแรกที่ถูกน้ำท่วมไหลบ่าเข้าไป เป็นเรื่องที่สถาปนิกไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้าภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในรอบร้อยปีเช่นนี้ การที่ทุกคนในซูเปอร์มาร์เก็ตหนีออกมาได้อย่างปลอดภัยที่จริงก็เป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์หลังจากน้ำท่วมผ่านพ้นไปแล้วบุคคลในแวดวงพุทธศาสนาที่อยู่ในจี่หนานพากันไปที่นั่นต่างยกมือขึ้นแตะหน้าผาก ขอบคุณสวรรค์ที่ทรงนึกถึงชาวจี่หนาน
บันทึกตอนนี้เรียบง่ายแต่น่าอัศจรรย์ไม่เพียงบรรยายถึงเหตุการณ์ตอนนั้นชัดเจน ยังชี้ให้เห็นความแปลกประหลาดทั้งหมดออกมาเห็นได้ว่าผู้บันทึกเป็นคนที่สายตาเฉียบแหลมและความคิดชัดเจน
ที่น่าเสียดายก็คือถ้าตอนนั้นเขาสามารถเอาชนะความกลัวเข้าไปสังเกตดูแสงสีเงินใกล้ๆ บางทีอาจจะไขปริศนานี้ได้ ความกลัวเป็นสัญชาตญาณอย่างหนึ่งของมนุษย์โดยเฉพาะในสถานที่ที่เกิดภัยพิบัติที่ดูน่ากลัวมีน้ำกระเพื่อมคนส่วนใหญ่ย่อมเลือกที่จะหนีห่าง รีบเอาตัวออกไปให้พ้นนี่เป็นเรื่องที่ไม่ควรถูกตำหนิ
ผมพลิกไปอีกหน้าหนึ่งที่นั่นติดข่าวที่ตัดจากหนังสือพิมพ์ขนาดยาวสองนิ้วกว้างหนึ่งนิ้วกระดาษเหลืองกรอบแล้วเนื้อหาของข่าวที่ตัดมาเป็นการกล่าวถึงคดีฆาตกรรมที่เขตอาศัยแห่งหนึ่งในเมืองหลวงมณฑลชายหญิงที่หมั้นหมายกันไว้เกิดรักร้าว ฝ่ายชายไปยุ่งกับเพื่อนสนิทของฝ่ายหญิง ถูกฝ่ายหญิงถือมีดบุกเข้าไปจับได้คาเตียงเริ่มด้วยการบังคับทั้งคู่ให้เขียนหนังสือสารภาพผิด จากนั้นทั้งสองคนก็ถูกปาดคอตายแต่คดีนั้นเรื่องที่ทำให้คนไม่เข้าใจก็คือเรื่องที่เกิดในห้องสอบสวนของทางตำรวจ ในคำให้การของผู้ที่จับชู้และฆ่าคนตายเอ่ยว่ากระจกวารีโหรเทพบอกความจริงให้ตนเองรู้เธอยังทำตามวิธีที่กระจกวารีโหรเทพบอก ลงโทษชายโฉดหญิงชั่วคู่นั้น ตอนจบของคดีฆาตกรถูกจับเข้าคุกมีการตรวจสอบสภาพทางจิตก่อน สุดท้ายถูกตัดสินลงโทษประหารชีวิต
และเป็นไปตามคาดคนที่ฆ่าคนคือเด็กสาวที่ได้รับการช่วยเหลือในซูเปอร์มาร์เก็ตใต้ดิน คดีฆาตกรรมเกิดขึ้นภายในหนึ่งเดือนหลังจากที่เธอได้รับการช่วยเหลือ
ผู้บันทึกเขียนไว้ใต้ข่าวที่ตัดมาว่า“หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ ผมได้อ่านคดีฆ่ากันตายเพราะความรัก จึงโทรหาเพื่อนในสำนักงานหนังสือพิมพ์จนแน่ใจว่าฆาตกรก็คือเด็กสาวที่ได้รับการช่วยเหลือในซูเปอร์มาร์เก็ต แม้จะเป็นเรื่องที่อธิบายไม่ได้ผมสังหรณ์ใจว่าหลังจากเด็กสาวคนนั้นรอดตายจากซูเปอร์มาร์เก็ตใต้ดินแล้วที่จริงไม่ใช่เรื่องดีอะไร ผมเองไม่รู้ว่ากระจกวารีโหรเทพคืออะไร สมมติว่ามันคือแสงสีเงินบนน้ำเถอะดูเหมือนมันจะมีพลังในการทำนายอนาคต บอกเด็กสาวคนนั้นหลายเรื่องทั้งยังชี้นำขั้นตอนทั้งหมดในการจับชู้แก่เธอเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วแสงสีเงินคือผู้ยุแหย่ ยังเป็นผู้ชักนำจิตใจด้วยบีบให้เด็กสาวไปสู่จุดจบทีละก้าว ผมไปยังชั้นใต้ดินซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งนั้นอีกหลายครั้งบริเวณที่มีแสงสีเงินเป็นชั้นวางเหล้า เครื่องดื่มและน้ำแร่เพดานและพื้นไม่มีจุดที่น่าสงสัยใดๆ ผมยังจงใจยืนอยู่ที่นั่นเป็นเวลานานแต่ไม่พบอะไรผิดปกติ เกี่ยวกับเรื่องราวแปลกพิสดารของกระจกวารีโหรเทพนั้นผมรู้เพียงเท่านี้หวังว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ประหลาดขึ้นอีกจะสามารถโยงถึงมันได้”
ในใจผมมีลางสังหรณ์ในทางร้ายกระจกวารีโหรเทพเป็นของล้ำค่า เป็นของวิเศษแต่สิ่งที่มันนำมาให้คนไม่ใช่สิ่งมงคลและความสุขทั้งหมดแต่ตามมาด้วยแผนร้ายและการฆ่าฟัน
ขณะนี้ผมอยากพบคนที่เขียนบันทึกนี้และอยากไปสัมผัสกับซูเปอร์มาร์เก็ตใต้ดินกลางใจเมืองแห่งนั้นด้วยตัวเองดูว่าจะโชคดีเหมือนเด็กสาวคนนั้นที่ได้เจอกับกระจกวารีโหรเทพสักครั้งหรือไม่
ผมพลิกอีกหลายหน้าแม้จะเป็นการบันทึกเรื่องราวประหลาดหลายอย่างแต่ไม่มีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระจกวารีโหรเทพผมจึงปิดสมุดบันทึกวางกลับที่เดิม
“แสงสีเงินที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่คือกระจกวารีโหรเทพหรือทำไมมันจึงปรากฏที่นั่น หลังน้ำลดแล้วมันไปไหน อันตรธานไปหรือมีคนเก็บไป”คำถามเหล่านี้เหมือนไม่มีความเชื่อมโยงกัน แต่ทำให้ผมสับสนไปหมด
ถ้ากระจกวารีโหรเทพเป็นแสงสีเงิน มีสีเงินถ้าเช่นนั้นในภาพมายาที่ผมเห็นเล็บของชายคนนั้นเป็นสีเงินและสายน้ำสีเงินในแผนที่ใต้นิ้วมีความเกี่ยวข้องกับกระจกวารีโหรเทพหรือไม่
ผมขมวดคิ้วครุ่นคิดอย่างหนักนึกรวบรวมสิ่งที่มีสีเงินทั้งหมดที่พบได้ในชีวิตประจำวันรอบหนึ่งดูเหมือนจะไม่มีอะไรแปลกพิสดารไม่อาจเชื่อมโยงกับของวิเศษอย่างกระจกวารีโหรเทพได้เลย
ขณะที่เดินไปมาในห้องหลายรอบสมองผมนึกถึงการกระทำและสีหน้าของเยียนเกอสิงตอนที่ผมเพิ่งเข้ามาดูเหมือนเขาเองก็ขมวดคิ้วอย่างนี้ ยืนพิงตู้หนังสือ ถือสมุดบันทึกไว้ในมือ พอจะมองออกว่าเขาเพิ่งอ่านเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่จบกำลังครุ่นคิดว่ากระจกวารีโหรเทพคืออะไรกันแน่
“เขาพบอะไรหรือ จากนี้เขาจะตรวจสอบอะไรต่อเขาคุยอะไรกับที่ปรึกษาอันดับหนึ่งของมณฑลอย่างฉีเหมย...”ผมมองตู้หนังสือแล้วมองไปที่ประตู แล้วตระหนักว่าเยียนเกอสิงเริ่มสืบหาเบาะแสโดยอาศัยบันทึกในสมุดบันทึกเล่มนี้แล้ว
ประตูเปิดออก คนชุดดำเข้ามาแจ้งว่า “คุณเซี่ยครับเตาเผาพร้อมพร้อมแล้ว สามารถส่งท่านผู้เฒ่าเซี่ยไปสวรรค์ได้แล้วครับ”
ผมอดสะท้อนใจไม่ได้ รู้สึกว่าเวลาช่างเร่งรัดโชคชะตาไม่ราบรื่น
“ไปเถอะ” ผมออกไปพร้อมกับคนชุดดำ ไปยังห้องโถงใหญ่ของฌาปนสถาน
เจ้าหน้าที่ค่อยๆ ยกร่างปู่ขึ้นมาวางลงบนรถเข็นโลหะที่พื้นปูด้วยกระเบื้องทนไฟด้านล่างมีสายพานเลื่อนได้จากนั้นเดินไปด้านข้าง กดปุ่มสีเขียวบนแผงควบคุม
จู่ๆ ผมก็รู้สึกว่าบางอย่างผิดปกติจึงรีบยกมือขึ้น“กรุณาหยุดก่อน รอผมเดี๋ยว...”