โจวเหวินกลับไม่ได้คิดมากขนาดนั้น คนอื่นจะคิดอย่างไรล้วนไม่เกี่ยวอะไรกับเขา เขาแค่อยากได้คะแนนดีในการทดสอบภาคปฏิบัติ เพื่อให้ได้เข้ามหาวิทยาลัยชั้นดี จากนั้นเล่นเกมไปเรื่อย ๆ จนเรียนจบ แล้วได้เส้นสายงานที่เกี่ยวข้องกับมิติต่างโลก
ถึงอย่างนั้นก็มีอยู่เื่หนึ่งที่ทำให้โจวเหวินสนใจ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดทบทวนอย่างละเอียดถึงเื่ที่เขาพ่ายแพ้ให้กับอันจิ้ง แต่เมื่อได้ฟังคำพูดจากฟางรั่วซี เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ
อันจิ้งกับเขาอายุใกล้เคียงกัน หรืออาจจะอายุน้อยกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ แต่กลับมีความเป็ไปได้สูงที่บรรลุถึงระดับตำนานแล้ว ถึงแม้จะห่างกันแค่ระดับเดียว แต่ระหว่างระดับธรรมดากับระดับตำนานก็แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ซึ่งระดับธรรมดาแทบไม่มีความเป็ไปได้ที่จะข้ามขั้นเอาชนะระดับตำนานได้เลย
สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคือ มีแค่ผู้แข็งแกร่งระดับตำนานเท่านั้นที่มีโอกาสได้รับสัตว์เลี้ยงคู่หู ส่วนคนที่อยู่ระดับธรรมดายากมากที่จะได้รับมัน ต่อให้ได้รับไข่สัตว์เลี้ยงคู่หูมา ก็ไม่มีลมปราณมากพอสำหรับการฟัก
นอกจากนี้ยังมีความต่างชั้นอีกมากมาย อย่างเช่นหลังจากมนุษย์เลื่อนขั้นเป็ระดับตำนานแล้ว ก็จะตื่นรู้ถึงโชคชะตาแห่งตำนาน ทำให้ศักยภาพทางร่างกายของคนผู้นั้นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จนทำให้ความต่างชั้นระหว่างระดับธรรมดากับระดับตำนานยิ่งห่างไกลออกไป
เว้นเสียแต่ว่ามีเหตุผลจำเป็ที่ต้องลงมือ ไม่เช่นนั้นโดยปกติแล้วผู้แข็งแกร่งระดับตำนานจะไม่ยอมลดตัวลงมือกับระดับธรรมดา แต่อันจิ้งกลับเป็ฝ่ายท้าทายเขาที่เป็แค่นักเรียนระดับธรรมดา อีกทั้งหลังจากท้าสู้ไม่นานก็ย้ายออกจากโรงเรียน ดูยังไงก็เหมือนตั้งใจมาเล่นงานเขาโดยเฉพาะ
“ฉันโตมาขนาดนี้แล้ว ก็ยังไม่เคยออกจากจังหวัดกุยเต๋อ จะไปสร้างเื่ขุ่นเคืองใจกับคนแบบนั้นได้ยังไง หรือจะว่าเป็คุณพ่อ...” โจวเหวินคิดไปคิดมาก็รู้สึกเหมือนว่ามีแค่ความเป็ไปได้นี้เท่านั้น
แม่ของโจวเหวินเสียชีวิตจากภาวะคลอดยากตอนให้กำเนิดเขา เขาเติบโตมาในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ส่วนพ่อของเขาก็เป็คนที่พึ่งพาไม่ได้เลย
พ่อของโจวเหวินชื่อว่าโจวหลิงเฟิง ที่เป็ชายรักอิสระเหมือนกับสายลมตามชื่อของเขา ั้แ่อายุห้าขวบ โจวเหวินก็เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตตามลำพัง ทำอาหารง่าย ๆ ซักผ้า ทำงานบ้าน และไปซื้อของตามตลาด
ส่วนพ่อที่พึ่งพาไม่ได้ของเขานั้น อ้างว่านี่เป็การฝึกฝนให้เขามีทักษะเอาตัวรอดแบบลูกผู้ชายั้แ่ยังเด็ก และเป็ต้นทุนที่ช่วยให้เขาหาภรรยาได้ในอนาคต
ถึงแม้พ่อที่พึ่งพาไม่ได้ของเขาจะเกียจคร้านมาก แต่สิ่งเดียวที่ทำให้โจวเหวินพึงพอใจคือ โจวหลิงเฟิงไม่เคยขาดส่งค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพให้เขา
โจวหลิงเฟิงทำงานเป็นักแปล เชี่ยวชาญหลายภาษา ตอนโจวเหวินยังเด็ก พ่อมักรับงานแปลเอกสารที่บ้าน แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านไป เทคโนโลยีด้านการแปลพัฒนาขึ้นอย่างมาก ปริมาณงานแปลของโจวหลิงเฟิงจึงลดลงเรื่อย ๆ
ต่อมาโจวเหวินเติบโตขึ้นและดูแลตัวเองได้ดียิ่งขึ้น โจวหลิงเฟิงจึงเริ่มรับงานแปลภาคสนาม ต้องออกไปทำงานนอกบ้านเป็ประจำ บางครั้งออกไปเป็สัปดาห์ บางครั้งก็หายไปเป็เวลาสองสามเดือน
แต่รอบนี้ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ โจวเหวินไม่ได้เจอหน้าพ่อมาครึ่งปีแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเขาคอยส่งเงินเข้าบัญชีของโจวเหวินทุกเดือนอย่างตรงเวลา โจวเหวินคงคิดว่าเขาอาจตายอยู่ที่ไหนสักแห่งแล้ว
เพราะบางครั้งโจวหลิงเฟิงต้องไปในที่ทุรกันดาร การสื่อสารก็ยากลำบาก เป็เื่ปกติที่ติดต่อทางโทรศัพท์ไม่ได้ ซึ่งโจวเหวินชินแล้ว
ต่อให้ไม่ชินก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอให้โจวหลิงเฟิงกลับบ้านมา เขาก็ทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้
ในครอบครัวมีแค่พวกเขาสองพ่อลูก โจวเหวินไม่มีโอกาสได้เจอคนอย่างอันจิ้ง โจวเหวินจึงสงสัยมากว่าเป็พ่อที่ไปล่วงเกินใครเข้าหรือเปล่า จากนั้นอีกฝ่ายตามหาตัวโจวหลิงเฟิงไม่เจอ เลยมาลงกับลูกชายของเขา
โจวเหวินไม่มีความมั่นใจต่อผู้เป็พ่อแม้แต่น้อย พ่อของเขารักสนุกชอบเที่ยวกินดื่ม ทั้งยังชอบเที่ยวเตร่ตามบาร์อยู่เป็ประจำ เมื่อก่อนเคยตามจีบสาวบ่อยครั้ง จนถูกแฟนของอีกฝ่ายไล่กระทืบ
ถ้าไม่ใช่เพราะโจวเหวินมีทักษะเอาตัวรอดสูง เขาเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าโจวหลิงเฟิงจะสามารถเลี้ยงเขาให้เติบโตได้หรือไม่
ระหว่างที่กำลังคิดเรื่อยเปื่อย เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทำให้โจวเหวินสะดุ้งหลุดจากภวังค์ เมื่อหยิบโทรศัพท์เครื่องปกติมาดู ก็เห็นว่าเป็สายจากโจวหลิงเฟิงพ่อของเขา
“คิดอะไรก็ได้อย่างนั้นเลยแฮะ” โจวเหวินรีบกดรับสาย ขณะจะพูดอะไรบางอย่าง เขากลับได้ยินเสียงของโจวหลิงเฟิงดังออกมาจากโทรศัพท์ “ลูกชาย พ่อกำลังจะแต่งงานแล้วนะ ลูกจะมาร่วมงานแต่งของพ่อไหม”
โชคดีที่โจวเหวินไม่ได้กำลังดื่มน้ำ มิฉะนั้นคงพ่นน้ำออกมาแล้ว
“พ่อจะแต่งงานเหรอ พ่อจะแต่งงานกับใคร” โจวเหวินไม่ได้ถือสาที่โจวหลิงเฟิงจะแต่งงานใหม่ อย่างไรเสียโจวหลิงเฟิงก็โสดมานานหลายปีแล้ว จึงเป็เื่ปกติที่จะหาคู่ครองใหม่ ไม่แน่ว่าหลังจากแต่งงานใหม่แล้ว เขาอาจจะเป็ผู้เป็คนขึ้นแตกต่างจากตอนนี้ ซึ่งอาจจะเป็เื่ที่ดี
“เดี๋ยวพ่อจะส่งรูปหวานใจไปให้ลูกดู” โจวหลิงเฟิงพูดจบก็ตัดสายทิ้งทันที โดยที่ไม่รอให้โจวเหวินพูดอะไรต่อ จากนั้นก็ส่งรูปมาให้ดู
โจวเหวินมองรูปในโทรศัพท์ ที่เป็รูปถ่ายของโจวหลิงเฟิงกับผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นอายุราวสามสิบกว่าปี ดูสวยเป็สง่า บุคลิกไม่เลวเลย แตกต่างจากสาวสวยที่ว่ากันบนอินเทอร์เน็ต ผู้หญิงคนนี้มีความงามที่เปี่ยมด้วยสติปัญญา และยังมีเสน่ห์ที่เป็เอกลักษณ์
“ว่าไง แม่ใหม่ที่พ่อหามาให้ลูก ไม่เลวเลยใช่ไหม เธอชื่อว่าโอวหยางหลาน” โจวหลิงเฟิงโทรกลับมาอีกครั้งแล้วกล่าวอย่างภาคภูมิใจ
“ไม่เลวเลยจริง ๆ แต่เธอไม่ใช่แม่ของผม” โจวเหวินกล่าว
ถึงแม้เขาไม่ถือสาเื่ที่โจวหลิงเฟิงแต่งงานใหม่ แต่เขาเองก็โตแล้ว และไม่คิดที่จะมีแม่คนใหม่ อย่างไรเสียโจวหลิงเฟิงก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน เขาชินกับการใช้ชีวิตคนเดียวมานานแล้ว ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็อาจไม่ได้ต้อนรับภาระติดตัวอย่างเขา ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเองก็ดีอยู่แล้ว
“เมียของพ่อก็ต้องเป็แม่ของลูกอยู่แล้ว นี่เป็ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ เอาละลูก อีกไม่กี่วันก็ถึงวันแต่งงานของพ่อแล้ว ลูกต้องมาร่วมงานให้ได้นะ” โจวหลิงเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ราวกับไม่ได้ให้ความสำคัญอะไร
“ที่ไหน เมื่อไร” โจวเหวินถาม
“ลั่วหยาง ประมาณอีกหนึ่งสัปดาห์จากนี้” โจวหลิงเฟิงตอบ
“อีกไม่กี่วันก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว วันงานของพ่อตรงกับวันทดสอบภาคปฏิบัติพอดี ส่วนผมก็ตั้งใจจะเข้าร่วมทดสอบภาคปฏิบัติ เวลามันชนกัน ผมอยากไปก็ไปไม่ได้” โจวเหวินกล่าวอย่างจนใจ
เขาอยากไปร่วมงานแต่ง แต่ครั้งนี้ไปไม่ได้จริง ๆ
“เวลาผ่านไปเร็วเนอะ อีกไม่นานลูกก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว” เห็นชัดว่าโจวหลิงเฟิงจำเื่นี้ไม่ได้เลย เมื่อเขาได้ยินแบบนี้ก็กล่าวอย่างประหลาดใจ
โจวเหวินเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากโจวหลิงเฟิงมากนัก แต่เมื่อได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง เกรงว่าโจวหลิงเฟิงคงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเขากำลังจะจบมัธยมปลายในปีนี้
“พ่อรู้ไหมว่าในห้องเก็บเสื้อผ้าที่บ้าน มีกล่องคุกกี้เหล็กอยู่” โจวเหวินพลันถามขึ้น
“กล่องคุกกี้เหรอ กล่องคุกกี้อะไร” โจวหลิงเฟิงถามด้วยความสงสัย
“ก็กล่องคุกกี้เหล็กทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดประมาณสามสิบเิเ บนกล่องมีรูปหมีการ์ตูน...” โจวเหวินอธิบายลักษณะของกล่องคุกกี้อย่างละเอียด
“อ๋อ กล่องคุกกี้หมีน้อยนั่นเอง ตอนเด็กพ่อกินเป็ประจำ แต่คุกกี้ยี่ห้อนั้นเลิกขายไปนานแล้ว กล่องที่บ้านเราก็คงเป็ของเก่าที่เหลืออยู่ ลูกถามเื่นี้ทำไมเหรอ” โจวหลิงเฟิงกล่าว
“ในกล่องคุกกี้หมีน้อยมีโทรศัพท์มือถืออยู่เครื่องหนึ่ง พ่อเป็คนเอาไปใส่ไว้หรือเปล่า” โจวเหวินใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เพราะว่าโทรศัพท์เครื่องนั้นก็คือโทรศัพท์ปริศนาที่เขาได้รับ