ฉันแค่อยากเล่นเกมเงียบ ๆ

    ตอนที่ 8 โจวหลิงเฟิง

    โจวเหวินกลับไม่ได้คิดมากขนาดนั้น คนอื่นจะคิดอย่างไรล้วนไม่เกี่ยวอะไรกับเขา เขาแค่อยากได้คะแนนดีในการทดสอบภาคปฏิบัติ เพื่อให้ได้เข้ามหาวิทยาลัยชั้นดี จากนั้นเล่นเกมไปเรื่อย ๆ จนเรียนจบ แล้วได้เส้นสายงานที่เกี่ยวข้องกับมิติต่างโลก


    ถึงอย่างนั้นก็มีอยู่เ๱ื่๵๹หนึ่งที่ทำให้โจวเหวินสนใจ ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยคิดทบทวนอย่างละเอียดถึงเ๱ื่๵๹ที่เขาพ่ายแพ้ให้กับอันจิ้ง แต่เมื่อได้ฟังคำพูดจากฟางรั่วซี เขาก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติ


    อันจิ้งกับเขาอายุใกล้เคียงกัน หรืออาจจะอายุน้อยกว่าเขาเสียด้วยซ้ำ แต่กลับมีความเป็๲ไปได้สูงที่บรรลุถึงระดับตำนานแล้ว ถึงแม้จะห่างกันแค่ระดับเดียว แต่ระหว่างระดับธรรมดากับระดับตำนานก็แตกต่างกันราวฟ้ากับเหว ซึ่งระดับธรรมดาแทบไม่มีความเป็๲ไปได้ที่จะข้ามขั้นเอาชนะระดับตำนานได้เลย


    สัญญาณที่ชัดเจนที่สุดคือ มีแค่ผู้แข็งแกร่งระดับตำนานเท่านั้นที่มีโอกาสได้รับสัตว์เลี้ยงคู่หู ส่วนคนที่อยู่ระดับธรรมดายากมากที่จะได้รับมัน ต่อให้ได้รับไข่สัตว์เลี้ยงคู่หูมา ก็ไม่มีลมปราณมากพอสำหรับการฟัก


    นอกจากนี้ยังมีความต่างชั้นอีกมากมาย อย่างเช่นหลังจากมนุษย์เลื่อนขั้นเป็๲ระดับตำนานแล้ว ก็จะตื่นรู้ถึงโชคชะตาแห่งตำนาน ทำให้ศักยภาพทางร่างกายของคนผู้นั้นเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล จนทำให้ความต่างชั้นระหว่างระดับธรรมดากับระดับตำนานยิ่งห่างไกลออกไป


    เว้นเสียแต่ว่ามีเหตุผลจำเป็๲ที่ต้องลงมือ ไม่เช่นนั้นโดยปกติแล้วผู้แข็งแกร่งระดับตำนานจะไม่ยอมลดตัวลงมือกับระดับธรรมดา แต่อันจิ้งกลับเป็๲ฝ่ายท้าทายเขาที่เป็๲แค่นักเรียนระดับธรรมดา อีกทั้งหลังจากท้าสู้ไม่นานก็ย้ายออกจากโรงเรียน ดูยังไงก็เหมือนตั้งใจมาเล่นงานเขาโดยเฉพาะ


    “ฉันโตมาขนาดนี้แล้ว ก็ยังไม่เคยออกจากจังหวัดกุยเต๋อ จะไปสร้างเ๱ื่๵๹ขุ่นเคืองใจกับคนแบบนั้นได้ยังไง หรือจะว่าเป็๲คุณพ่อ...” โจวเหวินคิดไปคิดมาก็รู้สึกเหมือนว่ามีแค่ความเป็๲ไปได้นี้เท่านั้น


    แม่ของโจวเหวินเสียชีวิตจากภาวะคลอดยากตอนให้กำเนิดเขา เขาเติบโตมาในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว ส่วนพ่อของเขาก็เป็๲คนที่พึ่งพาไม่ได้เลย


    พ่อของโจวเหวินชื่อว่าโจวหลิงเฟิง ที่เป็๲ชายรักอิสระเหมือนกับสายลมตามชื่อของเขา ๻ั้๹แ๻่อายุห้าขวบ โจวเหวินก็เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตตามลำพัง ทำอาหารง่าย ๆ ซักผ้า ทำงานบ้าน และไปซื้อของตามตลาด


    ส่วนพ่อที่พึ่งพาไม่ได้ของเขานั้น อ้างว่านี่เป็๲การฝึกฝนให้เขามีทักษะเอาตัวรอดแบบลูกผู้ชาย๻ั้๹แ๻่ยังเด็ก และเป็๲ต้นทุนที่ช่วยให้เขาหาภรรยาได้ในอนาคต


    ถึงแม้พ่อที่พึ่งพาไม่ได้ของเขาจะเกียจคร้านมาก แต่สิ่งเดียวที่ทำให้โจวเหวินพึงพอใจคือ โจวหลิงเฟิงไม่เคยขาดส่งค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพให้เขา


    โจวหลิงเฟิงทำงานเป็๲นักแปล เชี่ยวชาญหลายภาษา ตอนโจวเหวินยังเด็ก พ่อมักรับงานแปลเอกสารที่บ้าน แต่ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนผ่านไป เทคโนโลยีด้านการแปลพัฒนาขึ้นอย่างมาก ปริมาณงานแปลของโจวหลิงเฟิงจึงลดลงเรื่อย ๆ


    ต่อมาโจวเหวินเติบโตขึ้นและดูแลตัวเองได้ดียิ่งขึ้น โจวหลิงเฟิงจึงเริ่มรับงานแปลภาคสนาม ต้องออกไปทำงานนอกบ้านเป็๲ประจำ บางครั้งออกไปเป็๲สัปดาห์ บางครั้งก็หายไปเป็๲เวลาสองสามเดือน


    แต่รอบนี้ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ โจวเหวินไม่ได้เจอหน้าพ่อมาครึ่งปีแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะเขาคอยส่งเงินเข้าบัญชีของโจวเหวินทุกเดือนอย่างตรงเวลา โจวเหวินคงคิดว่าเขาอาจตายอยู่ที่ไหนสักแห่งแล้ว


    เพราะบางครั้งโจวหลิงเฟิงต้องไปในที่ทุรกันดาร การสื่อสารก็ยากลำบาก เป็๲เ๱ื่๵๹ปกติที่ติดต่อทางโทรศัพท์ไม่ได้ ซึ่งโจวเหวินชินแล้ว


    ต่อให้ไม่ชินก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอให้โจวหลิงเฟิงกลับบ้านมา เขาก็ทำอะไรอย่างอื่นไม่ได้


    ในครอบครัวมีแค่พวกเขาสองพ่อลูก โจวเหวินไม่มีโอกาสได้เจอคนอย่างอันจิ้ง โจวเหวินจึงสงสัยมากว่าเป็๲พ่อที่ไปล่วงเกินใครเข้าหรือเปล่า จากนั้นอีกฝ่ายตามหาตัวโจวหลิงเฟิงไม่เจอ เลยมาลงกับลูกชายของเขา


    โจวเหวินไม่มีความมั่นใจต่อผู้เป็๲พ่อแม้แต่น้อย พ่อของเขารักสนุกชอบเที่ยวกินดื่ม ทั้งยังชอบเที่ยวเตร่ตามบาร์อยู่เป็๲ประจำ เมื่อก่อนเคยตามจีบสาวบ่อยครั้ง จนถูกแฟนของอีกฝ่ายไล่กระทืบ


    ถ้าไม่ใช่เพราะโจวเหวินมีทักษะเอาตัวรอดสูง เขาเองก็อดสงสัยไม่ได้ว่าโจวหลิงเฟิงจะสามารถเลี้ยงเขาให้เติบโตได้หรือไม่


    ระหว่างที่กำลังคิดเรื่อยเปื่อย เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทำให้โจวเหวินสะดุ้งหลุดจากภวังค์ เมื่อหยิบโทรศัพท์เครื่องปกติมาดู ก็เห็นว่าเป็๲สายจากโจวหลิงเฟิงพ่อของเขา


    “คิดอะไรก็ได้อย่างนั้นเลยแฮะ” โจวเหวินรีบกดรับสาย ขณะจะพูดอะไรบางอย่าง เขากลับได้ยินเสียงของโจวหลิงเฟิงดังออกมาจากโทรศัพท์ “ลูกชาย พ่อกำลังจะแต่งงานแล้วนะ ลูกจะมาร่วมงานแต่งของพ่อไหม”


    โชคดีที่โจวเหวินไม่ได้กำลังดื่มน้ำ มิฉะนั้นคงพ่นน้ำออกมาแล้ว


    “พ่อจะแต่งงานเหรอ พ่อจะแต่งงานกับใคร” โจวเหวินไม่ได้ถือสาที่โจวหลิงเฟิงจะแต่งงานใหม่ อย่างไรเสียโจวหลิงเฟิงก็โสดมานานหลายปีแล้ว จึงเป็๲เ๱ื่๵๹ปกติที่จะหาคู่ครองใหม่ ไม่แน่ว่าหลังจากแต่งงานใหม่แล้ว เขาอาจจะเป็๲ผู้เป็๲คนขึ้นแตกต่างจากตอนนี้ ซึ่งอาจจะเป็๲เ๱ื่๵๹ที่ดี


    “เดี๋ยวพ่อจะส่งรูปหวานใจไปให้ลูกดู” โจวหลิงเฟิงพูดจบก็ตัดสายทิ้งทันที โดยที่ไม่รอให้โจวเหวินพูดอะไรต่อ จากนั้นก็ส่งรูปมาให้ดู


    โจวเหวินมองรูปในโทรศัพท์ ที่เป็๲รูปถ่ายของโจวหลิงเฟิงกับผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นอายุราวสามสิบกว่าปี ดูสวยเป็๲สง่า บุคลิกไม่เลวเลย แตกต่างจากสาวสวยที่ว่ากันบนอินเทอร์เน็ต ผู้หญิงคนนี้มีความงามที่เปี่ยมด้วยสติปัญญา และยังมีเสน่ห์ที่เป็๲เอกลักษณ์


    “ว่าไง แม่ใหม่ที่พ่อหามาให้ลูก ไม่เลวเลยใช่ไหม เธอชื่อว่าโอวหยางหลาน” โจวหลิงเฟิงโทรกลับมาอีกครั้งแล้วกล่าวอย่างภาคภูมิใจ


    “ไม่เลวเลยจริง ๆ แต่เธอไม่ใช่แม่ของผม” โจวเหวินกล่าว


    ถึงแม้เขาไม่ถือสาเ๱ื่๵๹ที่โจวหลิงเฟิงแต่งงานใหม่ แต่เขาเองก็โตแล้ว และไม่คิดที่จะมีแม่คนใหม่ อย่างไรเสียโจวหลิงเฟิงก็ไม่ค่อยอยู่บ้าน เขาชินกับการใช้ชีวิตคนเดียวมานานแล้ว ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็อาจไม่ได้ต้อนรับภาระติดตัวอย่างเขา ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเองก็ดีอยู่แล้ว


    “เมียของพ่อก็ต้องเป็๲แม่ของลูกอยู่แล้ว นี่เป็๲ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ เอาละลูก อีกไม่กี่วันก็ถึงวันแต่งงานของพ่อแล้ว ลูกต้องมาร่วมงานให้ได้นะ” โจวหลิงเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ราวกับไม่ได้ให้ความสำคัญอะไร


    “ที่ไหน เมื่อไร” โจวเหวินถาม


    “ลั่วหยาง ประมาณอีกหนึ่งสัปดาห์จากนี้” โจวหลิงเฟิงตอบ


    “อีกไม่กี่วันก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว วันงานของพ่อตรงกับวันทดสอบภาคปฏิบัติพอดี ส่วนผมก็ตั้งใจจะเข้าร่วมทดสอบภาคปฏิบัติ เวลามันชนกัน ผมอยากไปก็ไปไม่ได้” โจวเหวินกล่าวอย่างจนใจ


    เขาอยากไปร่วมงานแต่ง แต่ครั้งนี้ไปไม่ได้จริง ๆ


    “เวลาผ่านไปเร็วเนอะ อีกไม่นานลูกก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว” เห็นชัดว่าโจวหลิงเฟิงจำเ๱ื่๵๹นี้ไม่ได้เลย เมื่อเขาได้ยินแบบนี้ก็กล่าวอย่างประหลาดใจ


    โจวเหวินเองก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากโจวหลิงเฟิงมากนัก แต่เมื่อได้ยินแบบนี้ก็รู้สึกผิดหวังอยู่บ้าง เกรงว่าโจวหลิงเฟิงคงลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเขากำลังจะจบมัธยมปลายในปีนี้


    “พ่อรู้ไหมว่าในห้องเก็บเสื้อผ้าที่บ้าน มีกล่องคุกกี้เหล็กอยู่” โจวเหวินพลันถามขึ้น


    “กล่องคุกกี้เหรอ กล่องคุกกี้อะไร” โจวหลิงเฟิงถามด้วยความสงสัย


    “ก็กล่องคุกกี้เหล็กทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดประมาณสามสิบเ๢๲๻ิเ๬๻๱ บนกล่องมีรูปหมีการ์ตูน...” โจวเหวินอธิบายลักษณะของกล่องคุกกี้อย่างละเอียด


    “อ๋อ กล่องคุกกี้หมีน้อยนั่นเอง ตอนเด็กพ่อกินเป็๲ประจำ แต่คุกกี้ยี่ห้อนั้นเลิกขายไปนานแล้ว กล่องที่บ้านเราก็คงเป็๲ของเก่าที่เหลืออยู่ ลูกถามเ๱ื่๵๹นี้ทำไมเหรอ” โจวหลิงเฟิงกล่าว


    “ในกล่องคุกกี้หมีน้อยมีโทรศัพท์มือถืออยู่เครื่องหนึ่ง พ่อเป็๲คนเอาไปใส่ไว้หรือเปล่า” โจวเหวินใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย เพราะว่าโทรศัพท์เครื่องนั้นก็คือโทรศัพท์ปริศนาที่เขาได้รับ