หลังจากกลับมาถึงบ้านเยว่หานก็เห็นเยว่ซินกำลังหลับอยู่ เขาเข้าไปลูบหัวนางเบาๆ ก่อนจะออกมาที่ลานหลังบ้าน เยว่หานก่อไฟและวางเตาหลอมโอสถไว้ เตาหลอมโอสถเก่าๆใบนี้เขาเคยเก็บมาได้จากป่าเมื่อหลายเดือนก่อน สภาพของมันเก่ามาก จนดูเหมือนจะไม่สามารถปรุงโอสถได้ แต่ทว่าเขาก็อยากลองดูเสียหน่อย
เยว่หานวางตระกร้าสมุนไพรที่แบกอยู่ลงและเริ่มทำการคัดแยกสมุนไพรที่เก็บมา เขาหยิบหญ้าเงินครามและสมุนไพรอีกสองชนิดออกมาจากกอง หญ้าเงินครามเป็สมุนไพรระดับทั่วไปขั้นกลาง ส่วนที่เหลือเป็สมุนไพรระดับทั่วไปขั้นต้น
หลังจากคัดแยกสมุนไพรเรียบร้อยแล้ว และไฟที่ก่อไว้ก็เริ่มร้อนได้ที่ เยว่หานเริ่มจากใส่หญ้าเงินครามลงไปในเตาและตามด้วยสมุนไพรอีกสองชนิด เป็เพราะความรู้ที่ได้รับมาทำให้เยว่หานสามารถกะปริมาณสมุนไพรได้อย่างพอดี แต่ที่ยากก็คือการควบคุมไฟที่ต้องใช้ความชำนาญ
สมุนไพรที่ใส่ลงไปเริ่มหลอมละลายเข้าด้วยกันหลังจากใส่ไปได้ไม่นาน เยว่หานพยายามควบคุมความแรงของไฟให้คงที่ ทว่ามันก็ยากเกินไปสำหรับเขาที่เพิ่งทำครั้งแรก …ผ่านไปไม่นานก็มีควันสีดำลอยออกมาจากเตาหลอมโอสถ เยว่หานลองเปิดฝาเตาออกดูก็พบว่าสมุนไพรที่ใส่ไปไหม้ไปเสียแล้ว เป็เพราะเขาควบคุมความแรงของไฟได้ไม่ดีพอ…
"ได้แล้ว!" หลังจากที่เยว่หานลองทำแบบนี้อยู่หลายรอบจนสมุนไพรของเขาเกือบจะหมด ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ เยว่หานเปิดฝาเตาออกก็พบกับโอสถสีฟ้าเม็ดหนึ่งวางอยู่กลางเตา มันส่องประกายเจิดจ้าโดดเด่นสะดุดตาเป็อย่างยิ่ง ปรานิญญาทะลักออกมา แค่ได้กลิ่นของมันก็ทำให้ลมปรานของเขาไหลเวียนดีขึ้น ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาเริ่มหายไป
'นี่…' เยว่หานตะลึงในคุณภาพของโอสถที่เขาเพิ่งปรุงขึ้นเองกับมือ ดูเหมือนว่ามันจะเป็โอสถระดับทั่วไปขั้นสูง
'หากข้าเอามันไปขายต้องได้หลายเหรียญแน่ๆ!' แค่คิดเยว่หานก็ตื่นเต้นเป็อย่างยิ่ง เขารู้ว่าที่เขาทำได้เช่นนี้เป็เพราะสูตรโอสถที่ได้รับมา แถมสูตรนี้ยังเป็แค่สูตรทั่วๆไปที่ไม่ควรให้ค่าเสียด้วยซ้ำหากนับรวมกับสูตรที่เขามีอยู่ทั้งหมด แต่เพราะโอสถชนิดอื่นที่ระดับสูงขึ้นจำเป็ต้องใช้สมุนไพรที่หายากขึ้น และต้องมีพลังบ่มเพาะที่สูงกว่านี้จึงจะหลอมมันได้
โอสถฟื้นฟูลมปรานที่เยว่หานปรุงขึ้นมานี้สามารถช่วยให้ผู้ที่ใช้ลมปรานของตนไปจนหมดกลับมาเต็มได้ภายในชั่วพริบตา แค่นี้ก็รู้แล้วว่าโอสถฟื้นฟูลมปรานนี้สำคัญกับผู้ฝึกยุทธเป็อย่างยิ่ง โดยเฉพาะ่เวลาสำคัญ เช่นตอนที่พวกเขากำลังต่อสู้กับสัตว์อสูร หากเขาใช้ลมปรานไปจนหมดต้องเสียเปรียบมากแน่ๆ
เยว่หานหยิบโอสถออกจากเตาและมองมันอย่างพึงพอใจ ผิวของโอสถเม็ดนี้ค่อนข้างหยาบ ทว่ามันมีกลิ่นที่หอมมาก ทันใดนั้นเยว่หานก็กลืนมันลงไปทันที
่เสี้ยวอึดใจต่อมา พลังปรานมากมายแผ่ออกมาจากเม็ดโอสถ มันพุ่งตรงไปที่จุดตันเถียนของเยว่หาน จากนั้นก็เริ่มโคจรกระจายไปทั่วร่างกาย จนพลังปรานของเขาเพิ่มขึ้นจนถึงขีดจำกัด ทว่าพลังปรานที่แผ่ออกมาจากโอสถก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เยว่หานจึงจำเป็ต้องโคจรเคล็ดกายากลืนกิน
พลังปรานที่ทะลักออกมาถูกดูดเข้าสู่จุดตันเถียนของเขาอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นพลังบ่มเพาะของเขาก็เพิ่มขึ้นจากขอบเขตก่อรวมขั้นที่ 7 สู่ขอบเขตก่อรวมขั้นที่ 8 ทันที!
'โอสถเม็ดนี้น่าอัศจรรย์เกินไปแล้ว!' เยว่หานตกตะลึงอย่างยิ่ง แต่ถ้าหากเปลี่ยนเป็ผู้อื่น โอสถเม็ดนี้เพียงแค่ช่วยฟื้นฟูลมปรานเท่านั้น แต่ด้วยเคล็ดกายากลืนกินทำให้เยว่หานสามารถนำพลังปรานนั้นมาบ่มเพาะได้
รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากเยว่หานอย่างพึงพอใจ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปในบ้านและเห็นเยว่ซินยังคงหลับอยู่ เยว่หานค่อยๆหย่อนตัวนอนลงข้างๆเยว่ซินและหลับไปในที่สุด
"ท่านพี่ ตื่นได้แล้ว!" เยว่ซินะโเรียกพร้อมกับเขย่าตัวเยว่หานไปพร้อมๆกัน สักพักเยว่หานก็ลืมตาตื่นขึ้น
"นี่ๆๆ ข้าทำเนื้อกระต่ายตุ๋นให้ท่าน" เยว่ซินยกถ้วยที่ใส่เนื้อกระต่ายใบหนึ่งมาให้เยว่หาน
"ขอบใจมากเสี่ยวซิน" เยว่หานลูบหัวน้องสาวด้วยความเอ็นดู แต่ในใจของเขาก็รู้สึกผิดเล็กน้อยที่น้องสาวตัวน้อยของเขาต้องตื่นแต่เช้าและทำอาหารให้กิน เมื่อกินเสร็จเยว่หานก็เข้าไปในป่าอีกครั้ง
วันนี้เขาตั้งใจออกไปข้างนอกเพื่อฝึกยุทธอีกเช่นเคย จนเมื่อเวลาผ่านไป 5 วัน ระดับบ่มเพาะของเยว่หานก็มาถึงขอบเขตก่อรวมขั้นที่ 9
เมื่อเยว่หานฝึกเสร็จก็เป็่เย็นพอดี เขาจึงได้เดินทางกลับเข้าไปในหมู่บ้าน แต่ทว่าเมื่อใกล้จะถึงบ้านนั้น เยว่หานพบว่าน้องสาวของตนเยว่ซิน กำลังถูกอี๋ฟานกลั่นแกล้งอยู่
"ข้าก็ไม่ได้อยากจะรังแกเ้าหรอกนะ แต่พี่ชายของเ้ามันอวดดี!" อี๋ฟานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน ตลอดหลายวันมานี้ อี๋ฟานมักจะพยายามหาเื่เยว่หานทุกวัน แต่ก็ไม่เคยพบเยว่หานเลย เพราะเขานั้นต้องออกไปฝึกในป่าทุกวัน จนสุดท้ายอี๋ฟานที่ทนไม่ไหวจึงมาลงกับเยว่ซินแทน
"คอยดูเถอะ ท่านพี่ต้องมาจัดการเ้าแน่!" เยว่ซินตอบกลับด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่นทั้งๆที่แก้มของนางนั้นยังมีคราบน้ำตาอยู่
"พี่ชายขยะของเ้างั้นหรอ? มันจะทำอะไรข้าได้ ลองมันออกมาให้ข้าเห็นหน้าดูสิ แล้วข้าจะหักแขนของมันให้ดู" อี๋ฟานตอบกลับพลางหัวเราะอย่างสะใจ
อี๋ฟานง้างมือเตรียมที่จะตบหน้าเยว่ซิน ทำให้นางกลัวจนต้องหลับตาแน่น แต่ทว่าตอนนั้นเอง เยว่หานก็พุ่งออกไปและจับข้อมืออี๋ฟานที่กำลังจะตบเยว่ซินไว้ได้ทัน
"เ้า!" อี๋ฟานใเป็อย่างมาก เขาพยามยามสะบัดแขนของตนเองออก แต่ทว่ามือของเยว่หานก็กำไว้แน่นจนเขาไม่สามรถขยับได้เลย
"เ้าบอกว่าจะหักแขนข้าไม่ใช่รึ" เยว่หานกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า สายตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร ขณะที่อี๋ฟานจ้องเข้าไปในดวงตาเยว่หาน เขาก็อดรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาไม่ได้
"จะ.. เ้าจะทำอะไร เ้ากล้างั้นรึ!" น้ำเสียงของอี๋ฟานสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เกรงว่าตนเองจะถูกหักแขนจริงๆ เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าเด็กหนุ่มที่ในสายตาของเขามองว่าเป็ขยะมาตลอดจะมีพละกำลังมากขนาดนี้ ทุกคนรู้ว่าอี๋ฟานนั้นมีพลังบ่มเพาะอยู่ที่ขอบเขตก่อโลหิตขั้นที่ 1 แต่เขากลับไม่สามารถสลัดแขนของตนออกมาได้ แม้ว่าเยว่หานจะมีพลังบ่มเพาะอยู่ที่ขอบเขตก่อรวมขั้นที่ 9 แต่ทว่าพลังของเขาก้าวข้ามคนในระดับเดียวกันไปไกลนัก
"หรือเ้าคิดว่าข้าไม่กล้า?" พูดจบเยว่หานก็หักแขนขวาของอี๋ฟานทันที
"กร๊อบ!"
"อ๊ากกก!" อี๋ฟานล้มลงไปกลิ้งอยู่กับพื้นและร้องออกมาด้วยความเ็ป
"อย่ามายุ่งกับน้องสาวของข้าอีก"
พูดจบเขาก็เดินไปอุ้มเยว่ซินที่นั่งอยู่บนพื้นขึ้นมาและเดินกลับบ้านโดยไม่สนใจอี๋ฟานแม้แต่นิดเดียว …หลังจากกลับมาถึงบ้านเยว่ซินก็พูดกับเยว่หานว่า "ท่านพี่แข็งแกร่งมาก ท่านทำได้ยังไง สอนข้าด้วยสิ!"
"ข้าจะสอนเ้าไปทำไม?" เยว่หานหัวเราะ
"ถ้าข้าแข็งแกร่งเหมือนท่านพี่ ข้าก็จะได้ดูแลตัวเองได้!" เยว่ซินพูดด้วยสีกน้าจริงจัง
"มีข้าอยู่ทั้งคน ข้าไม่ปล่อยให้ใครมารังแกเ้าหรอก" เยว่หานยิ้มและลูบหัวเยว่ซินเบาๆ
"แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน" เยว่ซินยิ้มอย่างใสซื่อ เด็กสาวดีใจที่มีท่านพี่ของนางคอยดูแล