การค้นพบความผิดปกติของระบบไอเทม การที่มันไม่แสดงระดับความหายากเหมือนกับคลาสและสกิลของเขา ไม่ได้ทำให้หลี่ชิงหยุดยั้งการพัฒนาตัวเองแต่อย่างใด ตรงกันข้าม มันยิ่งตอกย้ำให้เขารู้สึกว่าตนเองนั้นแตกต่าง และต้องพึ่งพาความสามารถและการตัดสินใจของตัวเองให้มากยิ่งขึ้น เขาติดตั้งปลอกแขนหนังหมาป่า อย่างภาคภูมิใจ และรู้สึกถึงค่าสถานะความทนทานและความว่องไวที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แม้จะเป็เพียงค่าเล็กน้อย แต่มันก็ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการต่อสู้ของเขาได้ไม่มากก็น้อย
เขาใช้เวลาหลายสัปดาห์ต่อมาอย่างเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม เขาทุ่มเทให้กับการลงดันเจี้ยนแรงค์ C เกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็การรับภารกิจเดี่ยวที่ท้าทายจากสมาคมฯ หรือการเข้าไปฟาร์มเลเวลและหาวัตถุดิบด้วยตัวเอง เขารู้สึก "ติดใจ" กับความท้าทายและผลตอบแทนที่ได้รับจากดันเจี้ยนระดับนี้ไปเสียแล้ว
ด้วยเลเวลที่สูงกว่า 20, ค่าสถานะที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก, สกิล ฟันดาบฉับพลัน และเพลงดาบวายุ อาวุธที่ดีขึ้น เดกเกอร์เหล็กกล้า และดาบยาวที่คมกว่าเดิม รวมถึงประสบการณ์การต่อสู้ที่สั่งสมมา ทำให้เขาสามารถรับมือกับมอนสเตอร์แรงค์ C ส่วนใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เขาเคลื่อนไหวด้วยความเร็วและความแม่นยำที่น่าทึ่งเมื่อใช้เดกเกอร์ สามารถหลบหลีกการโจมตีและสวนกลับเข้าที่จุดตายได้อย่างเฉียบคม เขาไม่ได้ "แสร้ง" ทำเป็อ่อนแออีกต่อไป แต่แสดงฝีมือที่ "เก่งกาจ" สำหรับฮันเตอร์ระดับต่ำออกมาอย่างเต็มที่ตราบใดที่ยังใช้เดกเกอร์
และเมื่อใดก็ตามที่สถานการณ์เอื้ออำนวย หรือเมื่อต้องเผชิญหน้ากับมอนสเตอร์ระดับหัวหน้า หรือกลุ่มใหญ่ๆ ดาบยาวก็จะถูกนำออกมาใช้งาน พายุคมดาบที่เกิดจาก เพลงดาบวายุ และการโจมตีอันฉับพลันรุนแรงของ [ฟันดาบฉับพลัน] ผสานกับพลังทำลายพื้นฐานอันเหนือชั้นของคลาส ดาบ ทำให้เขาสามารถกวาดล้างศัตรูได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด เขามั่นใจเสมอว่าไม่มีใครเห็นตอนที่เขาปลดปล่อยพลังที่แท้จริงนี้ออกมา
ความสำเร็จที่ต่อเนื่องนี้เอง ที่เริ่มส่งผลกระทบในทางที่เขาไม่คาดคิด...
ณ ที่ทำการสมาคมฮันเตอร์ สาขาเมืองฉงอัน ในห้องทำงานของแผนกจัดการข้อมูลและภารกิจ...
"หัวหน้าครับ... ผมว่าข้อมูลของฮันเตอร์คนนี้มันแปลกๆ นะครับ" เ้าหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้น พลางชี้ไปยังข้อมูลบนหน้าจอโฮโลแกรมให้หัวหน้าแผนกดู
หัวหน้าแผนก หวังจิน ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน ขมวดคิ้วเล็กน้อย "ใคร? มีอะไรผิดปกติ?"
"ฮันเตอร์ชื่อ หลี่ชิง ครับ... แรงค์ E" เ้าหน้าที่หนุ่มตอบ "ดูบันทึกภารกิจกับสถิติการเข้าออกดันเจี้ยนของเขาสิครับ ใน่สองสามเดือนที่ผ่านมา เขาเข้าออกดันเจี้ยนแรงค์ C บ่อยมาก และที่สำคัญคือ... เขารับและทำภารกิจเดี่ยวแรงค์ C สำเร็จไปแล้วหลายภารกิจ"
หวังจินเลิกคิ้ว "ภารกิจเดี่ยวแรงค์ C? แรงค์ E เนี่ยนะ?" เขาเพ่งมองข้อมูลบนหน้าจอ "กำจัดหมูป่าหินเกราะ... สำรวจเส้นทางในเหมืองผลึกต้องสาปชั้นกลาง... ล่าออร์คเบอร์เซิร์กเกอร์ 3 ตัว... นี่มัน... เป็ไปได้ยังไง?"
"นั่นน่ะสิครับ" เ้าหน้าที่หนุ่มพยักหน้า "ตอนแรกผมคิดว่าอาจจะเป็ข้อมูลผิดพลาด หรือเขาอาจจะแค่โชคดีมากๆ แต่ดูจากความถี่และอัตราความสำเร็จแล้ว มันดูไม่เหมือนโชคช่วยเลยนะครับ แถมบันทึกการขายวัตถุดิบของเขา ส่วนใหญ่ก็เป็ของจากมอนสเตอร์แรงค์ C ทั้งนั้น"
หวังจินลูบคางอย่างครุ่นคิด "หลี่ชิง... ชื่อนี้คุ้นๆ เหมือนเคยได้ยินรายงานแปลกๆ เกี่ยวกับเขามาก่อนหน้านี้..." เขาสั่งให้ระบบค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม "อ้อ... ใช่แล้ว! มีรายงานว่าเขาเคยมีปะทะกับพวกเงาสีชาดในดันเจี้ยน C แล้วรอดมาได้ เมื่อหลายเดือนก่อนนี่!"
"จริงเหรอครับ?!" เ้าหน้าที่หนุ่มเบิกตากว้าง "ถ้าอย่างนั้นมันก็ยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่เลยนะครับ แรงค์ E ที่รอดจากเงาสีชาดได้ มันต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ ครับหัวหน้า!"
"อืม..." หวังจินพยักหน้าช้าๆ "มันมีอยู่ไม่กี่กรณีที่เป็ไปได้ หนึ่ง... ระบบประเมินแรงค์ตอนแรกของเขาผิดพลาดอย่างร้ายแรง สอง... เขาอาจจะปกปิดความสามารถบางอย่าง หรือมีไอเทมวิเศษระดับสูงช่วยเหลืออยู่ หรือสาม... เขาอาจจะไม่ได้ลุยเดี่ยวจริงๆ แต่มีใครบางคนคอยช่วยเหลืออยู่ลับๆ"
"แล้วเราควรจะทำยังไงดีครับ?"
หวังจินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ตอนนี้เรายังไม่มีหลักฐานอะไรที่จะกล่าวหาเขาได้ การที่เขาทำภารกิจสำเร็จอย่างต่อเนื่องก็ถือเป็ผลดีต่อสมาคมฯ ในระดับหนึ่ง" เขากล่าว "แต่ความผิดปกตินี้ก็มองข้ามไม่ได้เช่นกัน... เอาอย่างนี้ ลองจับตาดูเขาเป็พิเศษหน่อยแล้วกัน"
"จับตาดู?"
"ใช่" หวังจินพยักหน้า "ลองตรวจสอบบันทึกการเข้าออกดันเจี้ยนของเขาให้ละเอียดขึ้น สังเกตการณ์ตอนที่เขามาส่งภารกิจหรือขายของ ลองสอบถามข้อมูลจากยามที่เฝ้าประตูดันเจี้ยน C ที่เขาเข้าออกบ่อยๆ ดูว่ามีอะไรผิดสังเกตไหม อาจจะลองส่งคนของเราไป 'บังเอิญ' เจอเขาในดันเจี้ยนดูบ้างก็ได้ แต่ห้ามเข้าปะทะหรือทำให้เขารู้ตัวเด็ดขาด เราแค่้าเก็บข้อมูลเพิ่มเติมเท่านั้น"
"เข้าใจแล้วครับหัวหน้า" เ้าหน้าที่หนุ่มรับคำสั่ง
"เด็กคนนี้น่าสนใจ..." หวังจินพึมพำกับตัวเองหลังจากเ้าหน้าที่หนุ่มออกไปแล้ว "ถ้าเขามีความสามารถจริงตามที่ข้อมูลบ่งชี้ แต่กลับถูกประเมินเป็แรงค์ E มันอาจจะเป็เพชรในตมที่เราต้องรีบคว้าไว้ แต่ถ้าเขามีความลับอันตรายซ่อนอยู่... เราก็ต้องจัดการก่อนที่มันจะสร้างปัญหา"
…
หลี่ชิงไม่ได้รับรู้ถึงการจับตามองที่เพิ่มมากขึ้นจากสมาคมฯ เลยแม้แต่น้อย เขายังคงมุ่งมั่นกับการพัฒนาตัวเองต่อไป เขากำลังสนุกกับการท้าทายในดันเจี้ยนแรงค์ C และรู้สึกพึงพอใจกับความก้าวหน้าที่รวดเร็วขึ้น แม้จะยังช้าในความรู้สึกของเขา เลเวลของเขาขยับขึ้นเป็ 23... 24... เขาเริ่มคุ้นเคยกับมอนสเตอร์และสภาพแวดล้อมในดันเจี้ยน C มากขึ้น สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
วันนี้ หลี่ชิงกำลังอยู่ใน "ซากวิหารจมน้ำ" ชั้นลึก ซึ่งเป็ดันเจี้ยนแรงค์ C ที่มีสภาพแวดล้อมเป็ซากปรักหักพังใต้น้ำ แต่มีฟองอากาศขนาดใหญ่ครอบคลุมอยู่ ทำให้สามารถหายใจได้ปกติ เขาเพิ่งจัดการกับ "นาคาสเกลด์วอร์ริเออร์" มอนสเตอร์ครึ่งคนครึ่งงูที่ใช้สามง่ามเป็อาวุธไปได้สามตัวด้วยเดกเกอร์คู่ใจ แม้จะต้องออกแรงพอสมควรก็ตาม
เขากำลังเก็บเกล็ดสีน้ำเงินเข้มที่เป็วัตถุดิบมีราคาของพวกมันอยู่นั้นเอง หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มเคลื่อนไหวอยู่ที่มุมทางเดินไกลๆ
‘มีคนมา?’ เขารีบเก็บของแล้วเคลื่อนตัวเข้าที่กำบังทันที เขาไม่ได้ใช้ดาบในการต่อสู้เมื่อครู่ จึงไม่กังวลเื่การเปิดเผยพลัง แต่เขาก็ยังคงระมัดระวังตัวอยู่เสมอ
กลุ่มฮันเตอร์สามคนเดินออกมาจากทางเดินนั้น พวกเขาดูเหมือนจะเป็ปาร์ตี้แรงค์ C ทั่วไป กำลังพูดคุยกันอย่างระมัดระวังขณะสำรวจเส้นทาง
"แถวนี้ดูเงียบผิดปกตินะ ว่าไหม?" คนหนึ่งพูดขึ้น
"นั่นสิ ปกติตรงนี้น่าจะมีพวกนาคาเฝ้าอยู่ไม่ใช่เหรอ?" อีกคนตอบ
"หรือว่ามีใครเคลียร์ไปก่อนหน้าเราแล้ว?" คนที่สามสันนิษฐาน
หลี่ชิงซ่อนตัวอยู่ในเงามืด สังเกตการณ์เงียบๆ เขาจำหน้าคนในกลุ่มนั้นไม่ได้ แต่รู้สึกคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นเดินอยู่ในสมาคมฯ บ้าง เขาตัดสินใจที่จะไม่ปรากฏตัว รอให้พวกเขาเดินผ่านไปก่อน
แต่แล้ว ฮันเตอร์คนหนึ่งในกลุ่มก็เหลือบมาเห็นร่องรอยการต่อสู้และซากนาคาที่เขายังเก็บกู้ไม่หมดพอดี
"เฮ้ย! ดูนั่นสิ! มีคนเพิ่งสู้กับพวกนาคาตรงนี้จริงๆ ด้วย!" เขาร้องบอกเพื่อนๆ
"ไหนๆ?" อีกสองคนรีบเดินเข้ามาดู "โห... จัดการไปตั้งสามตัวเลยเหรอ? ฝีมือไม่เบานี่หว่า"
"แล้วคนที่จัดการล่ะ? อยู่แถวนี้รึเปล่า?"
หลี่ชิงกลั้นหายใจ เขาไม่้าเผชิญหน้าโดยไม่จำเป็
"อาจจะไปแล้วมั้ง" คนแรกพูด "แต่แปลกนะ... ดูจากร่องรอยแล้ว เหมือนจะเป็การต่อสู้ด้วยอาวุธเบาเลย ไม่น่าจะใช่ปาร์ตี้ใหญ่"
"หรือว่าจะเป็พวกนักฆ่าลอบสังหาร?"
ขณะที่พวกเขากำลังสันนิษฐานกันอยู่นั้นเอง หลี่ชิงก็รู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมายังทิศทางที่เขาซ่อนตัวอยู่! ไม่ใช่สายตาของฮันเตอร์สามคนนั้น แต่เป็สายตาที่มาจากที่อื่น!
เขาหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ เห็นเพียงเงามืดที่ไหววูบหายไปตรงมุมทางเดินอีกด้านหนึ่ง!
‘ใครกัน?!’ ความรู้สึกเย็นวาบแล่นไปทั่วสันหลัง มีคนแอบดูเขาอยู่! หรือว่าจะเป็พวกเงาสีชาด?
เขาไม่แน่ใจนัก แต่สัญชาตญาณกำลังร้องเตือนว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว
เขาตัดสินใจเลิกสนใจฮันเตอร์สามคนนั้น แล้วรีบเคลื่อนตัวออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด เขาต้องเปลี่ยนดันเจี้ยนฟาร์ม หรืออาจจะต้องกลับไปใช้ตัวตน "เบลด" เพื่อความปลอดภัยที่มากขึ้น
ดูเหมือนว่าการที่เขา "โดดเด่น" ขึ้นมาแม้จะไม่ได้ตั้งใจ ในฐานะฮันเตอร์แรงค์ E ที่มีความสามารถเกินตัว จะเริ่มสร้างปัญหาให้เขาเสียแล้ว การจับตามองจากสมาคมฯ หรือแม้กระทั่งจากกลุ่มผู้ไม่หวังดี อาจจะกลายเป็อุปสรรคใหม่ที่เขาต้องเผชิญ นอกเหนือไปจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์และการฟาร์มเลเวล
เส้นทางของเขายิ่งซับซ้อนและอันตรายมากขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว ความรู้สึกเหมือนถูกจับตามอง หรืออาจจะเป็เพียงสัญชาตญาณที่เฉียบคมขึ้นตามเลเวลและประสบการณ์ ทำให้หลี่ชิงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการฟาร์มและปฏิบัติภารกิจของเขาอีกครั้ง เขาเพิ่มความระมัดระวังเป็ทวีคูณ หลีกเลี่ยงการอยู่ในดันเจี้ยนเดียวนานเกินไป สลับสับเปลี่ยนพื้นที่ฟาร์มไปตามดันเจี้ยนแรงค์ C หลายๆ แห่ง และพยายามทำตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมมากยิ่งขึ้น