หัวหน้ามือปราบหวังนั่งนิ่ง ไม่กล่าววาจา
หลายวันนี้ สิ่งแรกที่นายอําเภอจูจะทําหลังตื่นนอน ก็คือสอบถามความคืบหน้าของคดี หากหัวหน้ามือปราบหวังไม่มีข้อมูลที่มีประโยชน์ก็จะถูกก่นด่า
หัวหน้ามือปราบแบกรับความกดดันนี้ไว้ทั้งหมด มือปราบคนอื่นต่างหลบฝนอยู่ใต้ร่มเงาของเขา ไม่มีผู้ใดช่วยแบกรับหรือแบ่งเบาภาระ หัวหน้ามือปราบหวังมีเหตุผลที่จะมีโทสะ เขาเห็นว่าตนเองต้อง มาแบกรับความกดดันที่คนในวัยเช่นเขาไม่ควรรับ
หลี่อี้เฉินได้รับบักทึกคดีแล้วไปนั่งอยู่ข้างโต๊ะ ตั้งใจอ่านอย่างละเอียด เ้าหน้าที่อื่นๆในห้อง ต่างสบตากันไปมาอย่างเงียบงัน ในความคิดของหลี่อี้เฉิน วิธีสร้างความพอใจให้เหล่าหวังได้ดีที่สุด ก็คือการคลี่คลายคดี หากไม่สําเร็จ ค่อยเชิญเหล่าหวังไปหาความสําราญสักเที่ยวหนึ่ง ทุกคนล้วนรู้จักมักคุ้นกันมาหลายปี เรือแห่งมิตรภาพนี้นับว่ายังแข็งแรง
ดีอยู่
อีกประการหนึ่ง การที่หลี่อี้เฉินขัดขวางการจับปลา นอกจากเป็เพราะขัดต่อทัศนคติของเขาแล้ว ยังเป็เพราะ้าช่วยแบ่งเบา ภาระให้กับเหล่าหวัง
“ผู้ตายมีนามว่าจางโหย่วรุ่ย อายุห้าสิบเอ็ดปี พักอยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ถนนคังผิง มีที่นาชั้นดีร้อยกว่าไร่”
ในอําเภอฉางเล่อ มีร้านค้าอยู่ในเมืองหลวงสามร้าน ได้แก่ร้านแพรต่วน ร้านเครื่องประทินโฉม ร้านเบ็ดเตล็ด
“ภรรยาเอกเสียชีวิตไปนาน จึงแต่งงานใหม่กับสตรีอายุน้อยกว่าตนเองยี่สิบปี จางโหย่วรุ่ยมีบุตรกับภรรยาที่เสียชีวิตหนึ่งคน ไม่มี ทายาทอื่น”
ห่างกันยี่สิบปี...ในใจหลี่อี้เฉินผุดประโยคนี้ขึ้น
เพราะเหตุนี้จึงมีคนกล่าวว่า ต้องพากเพียรหาเงินทอง เพราะว่าที่ภรรยายังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล ?
“สี่วันก่อน จางโหย่วรุ่ยไปเก็บค่าเช่าในชนบท กลับบ้านมาราวตี่สี่ ภรรยาที่หลับใหลอยู่ในบ้านพลันได้ยินเสียงแผดร้อง เมื่อออกมาสํารวจดู ก็พบร่างจางโหย่วยนอนตายอยู่ที่ลานบ้าน ภรรยามองเห็นเงาสีดําปีนข้ามกําแพงไป...”
ลําดับเหตุการณ์ทั้งหมดเป็เช่นนี้
เมื่อหลี่อี้เฉินอ่านรายงานของฝ่ายตรวจพิสูจน์ศพ ก็พบข้อสงสัยอีกประการหนึ่ง
เขายังคงอ่านต่อไปอย่างอดทน พลิกอ่านคําให้การของคนในครอบครัวกับคนรับใช้ ก่อนจะปิดตาลง เรียบเรียงความคิดในสมอง
หัวหน้ามือปราบหวังแค่นเสียงดังเฮอะ กล่าวด้วยน้ำเสียงแดกดันว่า “ขอถามมือปราบหลี่ ใครคือฆาตกร บัดนี้อยู่ที่ใด?”
“หัวหน้า ใจเย็นไว้” หลี่อี้เฉินลืมตาขึ้น “ในบันทึกคดี ข้าอ่านเจอว่า นอกกําแพงบ้านสกุลจาง มีรอยเท้าอยู่ ท่านจึงอาศัยสิ่งนี้ตัดสินว่าคนร้ายปีนกําแพงหนีไป ภรรยาเยาว์วัยผู้นั้นมิได้กล่าวแปลกปลอมใช่หรือไม่”
“อืม” หัวหน้ามือปราบหวังรับคํา
“รอยเท้ามุ่งไปนอกบ้าน จึงเป็รอยเท้าขณะหลบหนี” หลี่อี้เฉินกล่าว
“มีปัญหาอะไรหรือ?” หัวหน้ามือปราบหวังขมวดคิ้ว “เหตุใดจึงทิ้งรอยเท้าไว้
“เพราะใต้เท้ามีดินติดอยู่
“เหตุใดจึงมีดินติดอยู่”
“เพราะข้างก๋าแพงเป็สวนดอกไม้”
หลี่อี้เฉินพยักหน้าเบาๆ กล่าวว่า “เช่นนั้น เหตุใดในบันทึกจึงไม่มีรอยเท้าขณะเข้าบ้าน”
หัวหน้ามือปราบหวังนิ่งอึ้ง
ท่ามกลางความเงียบ มือปราบคนอื่นรู้สึกว่าหัวหน้ากําลังขายหน้า จึงช่วยเสริมว่า “ตอนเข้ามา คนร้ายอาจเล็งเห็นถึงจุดนี้ จึงมิได้ ทิ้งร่องรอยไว้”
อีกคนหนึ่งกล่าวว่า “แต่หลังจากฆ่าคน เพราะรีบหลบหนี ยามรีบร้อน จึงได้ทิ้งรอยเท้าไว้”
หลี่อี้เฉินกวาดสายตามองคนเ่าั้รอบหนึ่ง กล่าวว่า “มีความเป็ไปได้ เช่นนั้นหากริมกําแพงเป็สวนดอกไม้ ในสวนดอกไม้มีรอยเท้าตอนเข้ามาหรือไม่? ตามเหตุผลแล้ว หากฆาตกรสามารถะโขึ้นกําแพง และผ่านสวนดอกไม้ไปโดยไม่ทิ้งรอยเท้าไว้ วิชาตัวเบาเช่นนี้ ยามที่หลบหนี ก็ไม่จําเป็ต้องทิ้งรอยหยั่งเท้ายืมกําลังไว้บนกําแพง”
ทุกคนมองหน้ากันไปมา ไม่สามารถตอบได้
ไม่จําเป็ต้องให้ทุกคนตอบ หลี่อี้เฉินทราบคําตอบอยู่แล้ว ไม่ใช่ว่า “มี” หรือ “ไม่มี” รอยเท้า แต่เพราะไม่รู้
มือปราบทั้งหลายไม่ได้ตรวจสอบเื่นี้
“อี้เฉิน เื่นี้มีอันใดต้องยืนกรานหรือ” มีบางคนไม่ยอมรับ
หลี่อี้เฉินไม่ได้ตอบ เพียงมองไปทางหัวหน้ามือปราบหวังที่กําลังขมวดคิ้วครุ่นคิด กล่าวต่อไปว่า “ผู้ตายถูกวัตถุมีน้ำหนักกระแทกท้ายทอยจนเสียชีวิต ใช่หรือไม่”
หัวหน้ามือปราบหวังตอบว่า “เสียชีวิตในทันที”
หลี่อี้เฉินกล่าวว่า “มีข้อสงสัยประการหนึ่ง เหตุใดจึงเป็สิ่งที่ไม่มีคม ฆาตกรทำเื่เช่นนี้ ย่อมต้องพกอาวุธติดตัว ใช้ดาบกระบี่ฆ่าคน ไยมิใช่รวบรัดยิ่งกว่า?”
ภายในห้องเงียบกริบ เห็นได้ชัดว่าทุกคนเริ่มนึกถึงปัญหานี้แล้ว เสี่ยวหลี่คาดเดาขึ้นว่า “อาจเป็เพราะคนร้ายไม่ได้คิดจะฆ่าคนแต่แรก?”
“ไม่ถูกต้อง!”
ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงของหลี่อี้เฉิน แต่เป็หัวหน้ามือปราบหวัง เขาลุกขึ้นยืน เพิ่งตาขึ้นเล็กน้อย “ใช้สิ่งของไร้คมกระแทกท้ายทอยเสียชีวิตในทันที ย่อมต้องมีเจตนาฆ่า”
กล่าวจบก็นั่งลงบนเก้าอี้อีกครั้ง พึมพําว่า “ใช่แล้ว เหตุใดต้องใช้สิ่งของไร้คม เหตุใดไม่ใช้อาวุธ?”
“เว้นแต่ตอนนั้นคนร้ายไม่มีอาวุธในมือ” หลี่อี้เฉินกล่าว ั์ตาหัวหน้ามือปราบหวังพลันเป็ประกาย คล้ายจับกุมสิ่งใดได้ แต่ไม่สามารถบอกกล่าวออกมา
“ยังมีข้อสงสัยสุดท้ายอีกข้อหนึ่ง เป็สิ่งที่ข้าค่อนข้างให้ความสนใจ” หลี่อี้เฉินมองดูบันทึกคดี กล่าวว่า “ขณะนําตัวสมาชิกครอบครัวผู้ตายมาไต่สวนที่ศาล นางจางหยางซื่อ คุกเข่าเป็เวลานานพลันหมดสติไป เมื่อหมอมาตรวจ พบว่านางตั้งครรภ์แล้ว”
“เป็บุตรก๋าพร้าบิดา”
“ช่างน่าเวทนานัก เด็กคนนี้ยังไม่ทันถือกําเนิดมา ก็กําพร้าบิดาแล้ว”
“นางจางหยางซื่อแต่งงานกับผู้ตายมาสิบปีแล้ว เหตุใดจึงมาตั้งครรภ์ในเวลาพอดี?” หลี่อี้เฉินต้องรอจนทุกคนกล่าวจบ จึงมีโอกาสได้เปิดปาก
“หรือเด็กคนนี้จะไม่ใช่ลูกของผู้ตาย?”
หากบุรุษสตรีมีร่างกายแข็งแรงปกติ เป็ไปไม่ได้ว่าสิบปีจะไม่มีบุตรเลย เว้นแต่จงใจคุมกําเนิด
เช่นนั้นจะต้องมีฝ่ายหนึ่งที่ร่างกายมีปัญหา จึงไม่สามารถให้กําเนิดทายาท สตรีที่ไม่สามารถตั้งครรภ์ ด้วยวิธีรักษาในยุคโบราณ แม้จะไม่ถึงกับรักษาไม่ได้ แต่โอกาสสําเร็จมีน้อยอย่างยิ่ง
หัวหน้ามือปราบหวังเริ่มหายใจแรง กล่าวว่า “อี้เฉิน เ้าบอกกล่าวให้ชัดเจน บอกมาให้ชัดเจน....”
หลี่อี้เฉินดื่มน้ำชาให้ชุ่มชื่นคอ กล่าวต่อว่า “บางทีนี่อาจไม่ใช่คดีโจรปล้นทรัพย์ แต่เป็คดีคบชู้ลอบสังหาร นางจางหยางซื่ออาจลักลอบ เป็ชู้กับชายอื่น ชู้นั้นอาจเป็คนนอกหรือบุตรชายของผู้ตาย ทั้งสองคนฉวยโอกาสที่ผู้ตายออกไปเก็บค่าเช่า ลักลอบหาความสําราญ นึกไม่ถึงว่าผู้ตายจะกลับมาก่อนเวลาจับได้คาหนังคาเขา ทั้งสองฝ่ายเกิดความขัดแย้ง ชายชู้บังเกิดโทสะ คว้าแจกันหรือวัตถุมีน้ำหนัก ฟาดผู้ตายจนเสียชีวิต นางจางหยางซื่อกับชายชู้รีบเก็บกวาดที่เกิดเหตุลวกๆ ลากผู้ตายไปยังลานบ้าน แสร้งทําเป็ว่ามีโจรขโมยเข้ามา ชายชู้มาลักลอบหาความสําราญ ย่อมเคยสํารวจสถานที่มาก่อน
จึงทราบ่เวลาและเส้นทางลาดตระเวนของหน่วยองครักษ์ดาบเป็อย่างดี หากเป็โจรชิงทรัพย์จริง จะไม่มีทางลงมือในราตรีนั้น แต่จะรอให้ผู้ตายนําเงินค่าเช่าไปแลกเป็ตั๋วเงินก่อน เช่นนั้นเพียงยัดใส่อกเสื้อก็สามารถพกพาไปได้ คําให้การของนางจางหยางซื่อ ้าอาศัยเื่เก็บค่าเช่าโน้มนําความคิดของพวกท่านให้มุ่งไปที่เื่ “แสวงทรัพย์” แทน
มือปราบทุกคนในห้องต่างปากอ้าตาค้าง
“นี่ นี่... อาศัยเพียงการอ่านบันทึกคดี ก็สามารถวิเคราะห์หาตัวคนร้าย”
“อี้เฉิน เื่นี้ไม่อาจกล่าวล้อเล่นเหลวไหลได้”
“แต่พวกเ้า ไม่รู้สึกว่ามีเหตุผลหรือ”
สิ่งที่หลี่อี้เฉินกล่าวออกมา ส่งผลให้ทุกคนบังเกิดความรู้สึกหนึ่ง “ไม่เข้าใจ....ทว่าร้ายกาจยิ่งนัก”
“ข้าเพียงคาดเดาไปตามรายละเอียดของคดี นี่อาจไม่ใช่ความจริงยังจําเป็ต้องทําการพิสูจน์”
หลี่อี้เฉินตอบเหล่ามือปราบที่กําลังแตกตื่น ขั้นตอนการไขคดีคือรวบรวมเบาะแส จากนั้นวิเคราะห์แยกแยะ สุดท้ายทําการพิสูจน์....หาหลักฐาน
ฆาตกรสามารถหลบสายตาของทหารลาดตระเวน...เวลาปล้นชิงทรัพย์ไม่ถูกต้อง...ใช้สิ่งของไร้คมแทนที่จะเป็อาวุธ...นางจางหยาง ชื่อตั้งครรภ์...หลังผ่านการวิเคราะห์จากหลี่อี้เฉิน รายละเอียดที่ดูไม่มีความสลักสําคัญเหล่านี้ กลับรวมกันเข้าเป็เบาะแสที่มีเหตุผล
หัวหน้ามือปราบหวังรู้สึกคล้ายได้เปิดประตูบานใหม่ในชีวิตการงานของตน สูดลมหายใจลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ หลังจากครุ่นคิดโดยละเอียด ก็พบว่าสิ่งที่สวีซีอันหลี่อี้เฉินกล่าวมา ยังมีข้อสงสัยประการหนึ่งที่ ยังไม่คลี่คลาย
“เหตุใดเ้าจึงคิดว่าชายชู้เป็บุตรชายของผู้ตาย?”
“มีเหตุผลสองประการที่ทําให้ข้าสงสัย” หลี่อี้เฉินจิบน้ำชาช้าๆ
ก่อนจะเอ่ยเนิบๆ ขึ้นท่ามกลางสายตาร้อนรนของหัวหน้ามือปราบและ มือปราบคนอื่นๆ
“จางเสี้ยน บุตรชายของผู้ตายให้การว่า ในคืนนั้นเขากําลังตรวจบัญชีอยู่ในห้องหนังสือ มิได้หลับนอนอยู่กับภรรยา เมื่อเขายังตื่นอยู่ เหตุใดจึงไม่ได้ยินเสียงในลานบ้าน? นางจางหยางซื่อตื่นใจากเสียงแผดร้องที่ได้ยิน นั่นหมายความว่าเป็เสียงที่ดังอย่างยิ่ง เขาเป็คนที่ยังไม่เข้านอน แต่กลับไม่ได้ยินเสียง เช่นนี้สมเหตุสมผลหรือ?
“ประการที่สอง หากหาร่องรอยที่โจรเข้ามาจากสวนดอกไม้ไม่ได้ เช่นนั้นโจรที่ว่านี้ก็อาจไม่มีอยู่จริง เมื่อมองจากมุมนี้ บุตรชายของผู้ตายจึงน่าสงสัยอย่างยิ่ง”
ตาสว่างกันเป็แถว
หัวหน้ามือปราบหวังเอ่ยถามว่า “ด้วยเหตุนี้ เป็ไปได้ว่ารอยเท้าบนกําแพง เป็สิ่งที่จงใจสร้างความสับสนให้แก่พวกเรา”
หลี่อี้เฉินกล่าวขึ้นว่า “ใช่ ถูกต้อง สามารถเทียบรอยเท้านั้นกับรองเท้าของบุตรชายผู้ตาย”
“คงไม่ทิ้งรอยเท้าของตัวเองกระมัง”หัวหน้ามือปราบหวังกล่าว
หลี่อี้เฉินมีสีหน้าชื่นชม จึงรีบกล่าวสอพลอว่า “หัวหน้าช่างเฉลียว ฉลาดยิ่งนัก เพียงชี้บอกก็ปรุโปร่ง สมเป็เทพมือปราบแห่งต้าฉิน”
ก่อนหน้านี้หลี่อี้เฉินกล่าววาจาน่าแตกตื่นมากมาย สร้างภาพลักษณ์ที่น่ายกย่อง แต่แล้วกลับเปลี่ยนท่าทีแบบสามร้อยห้าสิบองศามาเลียประจบ เช่นนี้ย่อมทําให้ผู้คนรู้สึกดี...
ใบหน้าชราดําคล้ำของหัวหน้ามือปราบหวังพลันบังเกิดรอยยิ้ม รู้สึกว่าตนเองมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นไม่น้อย
“ข้าจะไปพบใต้เท้าจู พวกเ้าเตรียมตัวให้พร้อม ติดตามข้าไปยังบ้านสกุลจาง” ใบหน้าดําคล้ำของหัวหน้ามือปราบหวัง ปรากฏสายตาซาบซึ้ง ชี้ไปทางหลี่อี้เฉิน หัวเราะราวกับรถแทรกเตอร์ ออกจากห้องพักไปพบกับนายอําเภออย่างเร่งร้อน