
เป็เวลาหนึ่งเดือนเต็มๆที่ลูซี่หายหน้าหายตาไปเลยทำให้อัครวิชช์รู้สึกสงสัยเพราะปกติหญิงสาวมักจะคอยโทรตามและส่งข้อความหาเขาเป็ประจำอยู่แล้ว
“คุณแม่ครับลูซี่มาที่บ้านตอนผมไม่อยู่หรือเปล่าครับ”เขาเอ่ยถามเมื่อรับประทานอาหารมื้อค่ำเรียบร้อยแล้ว
“ไม่นี่ลูกแม่ว่าจะนัดก็หายไปเลยเห็นว่าจะมาก็ไม่มาแต่ก็ดีแล้วเออนี่วันเสาร์นี้ทำตัวให้ว่างนะพอดีแม่จะไปเยี่ยมคุณพจมานซะหน่อยลูก”
“ไม่ว่างแต่ก็ทำให้ว่างได้ครับถ้าจะไปบ้านนั้น”เขายิ้มมุมปากเพราะั้แ่บังคับไพลินไปคอนโดเขาคืนนั้นก็ไม่ได้เจอะเจอหน้ากันอีกเลยเขาหวังว่าหญิงสาวคงจะหายโกรธเขาบ้าง
“ดีลูกแม่มีเื่สำคัญจะคุยกับคุณพจมาน”
“ครับผม”เขายิ้มอีกครั้งก่อนจะเดินขึ้นไป้าบ้าน
กลางดึกสงัดเสียงดังกุกกักหน้าประตูหน้อของอัครวิชช์เสียงคล้ายฝีเท้าคนเดินไปมาทำให้ร่างสูงโปร่งลุกจากเตียงนอนเพื่อไปดูให้แน่ใจ
“ใคร” เขาถามด้วยเสียงอันราบเรียบ
“ดวงใจค่ะ”
“มีอะไร”คราวนี้ประตูถูกแง้มออกเล็กน้อยและจังหวะเดียวกับที่ดวงใจก็พุ่งตัวเข้ามากอดเขาพร้อมกับใช้เท้าเขี่ยประตูให้ปิดอย่างรวดเร็ว
“ทำบ้าอะไรของเธอ”เขาพูดแล้วก็แกะมือดวงใจออกจากเอวแต่ก็ไม่ได้ผลเพราะดวงใจทั้งกอดทั้งหอมแผ่นอกเขา
“ดวงใจอยากอยู่ใกล้ๆคุณอัคร”ดวงตาหวานซึ้งจ้องมองเขาด้วยความหมายบางอย่าง
“ออกไปเลยไม่อย่างนั้นฉันจะไล่เธอออก”ดวงใจหยุดนิ่งแล้วก็ค่อยๆปล่อยมือจากเอวเขาแล้วสะอื้นเบาๆ
“ฮือ ฮือดวงใจรักคุณอัครรักั้แ่มาอยู่วันแรก”
“รักบ้าอะไรเธอมาทำงานที่นี่ได้ไม่กี่เดือนเองนะอย่าทำแบบนี้อีกฉันไม่ชอบ”
“แต่ดวงใจรักคุณอัคร”คราวนี้ดวงใจโผกอดเขาอีกครั้งทำให้อัครวิชช์ทำตัวไม่ถูกเพราะจู่ๆดวงใจก็เปลื้องเสื้อผ้าตัวเองออกจนหมดเหลือเพียงชุดชั้นในสีชมพูอ่อน
“เธอ” เขามองดวงใจแล้วเบือนหน้าหนี
“คุณอัคร”ดวงใจเลื่อนมาใกล้แล้วปลดตะขอบราออกพร้อมกับดึงหลุดจากเต้าอวบอัดก่อนจะเลื่อนมือไปรูดกางเกงตัวจิ๋วออกแล้วพ้นข้อเท้าร่างเปลือยเปล่าของดวงใจดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบหากเป็ผู้ชายคนอื่นคงไม่ปล่อยให้หลุดมือแต่อัครวิชช์นอนกับผู้หญิงทุกคนได้ยกเว้นคนรับใช้ในบ้านเพราะเขารู้สึกว่ามันน่าสมเพชเกินหากเขาจะทำอย่างนั้นเงินสามารถซื้อผู้หญิงที่ไหนก็ได้แต่ไม่ใช่คนรับใช้ในบ้าน
“ออกไป!”เขาควบคุมสติแล้วตวาดเสียงดังทำให้ดวงใจใคว้าเสื้อชั้นในและกางเกงในพร้อมกับชุดนอนวิ่งออกไปหน้าตาตื่นอย่างไม่รู้สึกอายอะไร
“คนบ้าล่อขนาดนี้ไม่เอาต้องเจอยานอนหลับแล้วล่ะ”ดวงใจคิดแผนสองเอาไว้แล้วหากไม่สำเร็จก็คงต้องอาศัยยานอนหลับ
ร่างสูงโปร่งสลัดภาพเปลือยของดวงใจออกอย่างรวดเร็วก่อนจะรีบนอนลงที่เตียงหากเขาพลาดท่าให้คนใช้ในบ้านเื่ไปตามง้องอนไพลินคงยิ่งยากไปกว่าเดิมอีก
นางแสงระวีและนายอุทิศพาลูกชายเพียงคนเดียวมาเยี่ยมครอบครัวของนางพจมานและร่วมรับประทานอาหารมื้อค่ำด้วยกันไพลินเองก็พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้พูดหรือแสดงอะไรที่ทำให้ผู้ใหญ่จับผิดได้
“น้องลินสวยนะครับวันนี้ว่าแต่ใกล้จบหรือยัง”
“จะรู้ไปทำไม จ่ายค่าเทอมให้หรือไง”ไพลินพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก
“ลูกพูดดีๆพี่เขาถามดีๆมารยาทนะลูกแม่สอนมาตลอด”
“ก็ลินไม่ชอบขี้หน้าพี่อัครนี่คะ”
“แต่พี่ชอบขี้หน้าน้องลิน”อัครวิชช์ก็ไม่ยอมอ่อนข้อให้ไพลินเช่นกัน
“ไม่ชอบแล้วมาทำไม สาระแนจริงๆ”
“ไพลิน” นายไกรสรดุทันทีทำให้ไพลินเงียบแล้วก็ตักอาหารใส่ปากเคี้ยวต่อเนื่องเพราะไม่อยากจะพูดคุยกับเขาอีก
“ระวังอ้วนแล้วไม่สวยนะ”คราวนี้คนถูกทักมองตาขวางแล้วพูดบางประโยคด้วยการขมุบขมิบปากใส่เขาแต่อัครวิชช์ก็พออ่านออกว่าหญิงสาวกำลังด่าคำหยาบใส่เขา
“ลิน” อลันดุน้องสาวบ้าง
“น้องลินคงอยากกินเผือกครับ” อัครวิชช์พูดพร้อมกับยิ้มเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเลยแม้แต่น้อยจนในที่สุดนางแสงระวีก็เอ่ยบางเื่ขึ้นอย่างที่ไม่มีใครคาดคิดโดยเฉพาะนางพจมานที่เอามือทาบอกด้วยความใ
“วันนี้ที่ฉันมาก็มีเื่สำคัญค่ะเข้าเื่เลยนะคะ คือฉันอยากทาบทามยัยหนูลินให้ตาอัคร คุณพจมานว่าไงคะโอเคไหมสมบัติทั้งหมดตอนนี้รวมที่ดินบ้านรถและโรงงานก็ราวๆเกือบพันล้านนะคะไม่รวมเงินสดที่เป็ส่วนของตาอัครเพราะต้องถามเขามีเก็บเท่าไรฉันมีลูกคนเดียวค่ะเลยอยากได้คนที่สมน้ำสมเนื้อกัน”
“ลูกชายคุณแสงระวีข่าวฉาวเยอะนะคะฉันเองก็เกรงว่าจะทำให้ยัยลินช้ำใจ”
“นั่นมันอดีตค่ะ ใช่ไหมตาอัคร”
“ครับ”อัครวิชช์ยิ้มจนปากจะฉีกถึงใบหูเพราะเป็เื่ที่เขาดีใจมากจนบอกความรู้สึกไม่ถูก
“ไม่ค่ะไม่เอาไม่อะไรทั้งนั้นถ้าใครบังคับ ลินจะฆ่าตัวตาย” ไพลินพูดพร้อมน้ำตาคลอเบ้า
“คุณพจผมก็เห็นด้วยนะอย่างน้อยก็หมั้นหมายไว้ก่อนอีกไม่กี่เดือนยัยลินก็เรียนจบแล้วส่วนเื่แต่งก็เอาไว้เป็เื่ของอนาคตดีกว่า”
“แต่ว่าฉัน…”นางพจมานเองไม่ได้้าลูกเขยแบบอัครวิชช์แต่พอนึกถึงสมบัติทั้งหมดที่จะตกเป็ของอัครวิชช์แล้วก็ทำให้นางพจมานเริ่มลังเล
“อดีตมันแก้ไม่ได้อนาคตเราจัดการมันได้นะคุณพจ”นางแสงระวียิ้มหวานอย่างรู้ใจ
“งั้นก็แล้วแต่คุณไกรค่ะ”
“ไม่ค่ะ ต้องแล้วแต่หนู”ไพลินลุกยืนแล้ววิ่งขึ้นไป้าทำให้อลันวิ่งตามน้องสาวไปติดๆเขาเองก็ไม่คาดคิดว่าผู้ใหญ่จะพากันมาพูดคุยเื่นี้
“น้องลิน”
“เข้ามาค่ะ”
“พี่ไม่รู้เื่เลยนะอีกอย่างไอ้อัครมีลูซี่อยู่แล้วจะมาข้องแวะกับน้องลินได้ไงนอกเสียจากว่าเลิกกันแล้ว”
“ไม่ค่ะเลิกไม่เลิกลินก็ไม่เอาผู้ชายเฮงซวยคนนั้นค่ะลินไม่เอา ฮือๆ”ไพลินสะอื้นไม่หยุดเพราะรู้ดีว่าหากนางแสงระวีตอบตกลงเื่อะไรย่อมได้ตามนั้นทุกเื่
“ถ้าคุณแม่โอเคก็คงหยุดอะไรไม่ได้พี่รู้ดีว่าถ้าคุณแม่อยากได้อะไรแล้วเราขัดขวางคุณแม่ก็จะมีข้ออ้างตามมาเดี๋ยวความดันขึ้นเดี๋ยวก็เป็ลมล้มพับไปอีก”
“แต่ลินไม่ยอมนะคะพี่อลันลินไม่เอาค่ะ”
“เดี๋ยวพี่ลองลงไปดูว่าผู้ใหญ่คุยกันไปถึงไหนแล้ว”อลันเดินลงไปด้านล่างพร้อมกับใเมื่อนางพจมานบอกบางอย่างกับเขาด้วยรอยยิ้ม
“อีกสามเดือนน้องจะหมั้นแล้วนะอยากเปิดตัวแฟนก็เปิดในงานหมั้นก็ได้นะลูก”
“คุณแม่ครับน้องลินยังไม่โอเคเลยนะครับ”
“แม่โอเค น้องก็ต้องโอเค” คำตอบนั้นทำให้อลันรู้สึกได้เลยว่าเื่วุ่นวายกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในอีกไม่ช้า
สามเดือนต่อมา
งานหมั้นถูกจัดขึ้นที่บ้านของไพลินแเื่มีจำนวนมากพอสมควรเพราะทั้งสองครอบครัวรู้จักคนค่อนข้างมากไพลินในชุดเดรสชีฟองสีขาวลายลูกไม้ยาวระข้อเท้า้าเปิดโชว์เนินไหล่เนียน ทรงผมถูกจัดแต่งอย่างสวยงามตามสมัยนิยมใบหน้าแต่งแต้มสีสันบางๆ แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าเพราะไม่มีข้ออ้างไหนที่จะล้มเลิกงานหมั้นนี้ได้เลย
“ลินยิ้มสิ” ศินีหันมาบอกเพื่อนสาว
“หึ” ไพลินเงียบกว่าทุกวันเพราะรู้สึกชีวิตกำลังดิ่งลงสู่เหว
“ยิ้มหน่อยนะ แค่หมั้นเอง”
“มาหมั้นแทนไหมล่ะ”
“บ้าเหรอ”ศินีหัวเราะเบาๆและพยายามชวนเพื่อนคุยเพื่อไม่ให้เครียดแต่ก็ไม่ได้ผล
“งั้นเดี๋ยวไปเอาน้ำมาให้นะแกรออยู่นี่ล่ะเดี๋ยวมีคนมาตามเอง”ศินีในชุดเดรสแขนกุดสีครีมสั้นเหนือหัวเข่าเดินฉับๆไปหาน้ำให้เพื่อนและก็ชนเข้ากับอลันจนน้ำหกเลอะชุดสวยๆ
“พี่ขอโทษ”อลันมองศินีแล้วยิ้มนี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นว่าศินีสวยสะดุดตาเขามาก
“พี่อลันเดินไม่ดีนะคะ”ศินียิ้มแล้วพยายามลุกยืนก็ยืนไม่ไหวเพราะดันข้อเท้าแพลง
“พี่พยุงเอง”อลันพยุงศินีไปหาที่นั่งในขณะที่นางพจมานมองเห็นลูกชายกับเพื่อนลูกสาวแล้วเริ่มใจคอไม่ดีเพราะเกรงว่าทั้งคู่จะปิ๊งกันเข้า
“ตาอลัน”
“ครับคุณแม่”
“ไปด้านนอกคุณพ่อเรียก”
“แต่ว่าศินีเขาเจ็บข้อเท้า”
“ลูกออกไปก่อนเดี๋ยวแม่ให้คนหายามาให้”
“ครับ”พออลันเดินออกไปพ้นสายตานางพจมานก็รีบเตือนสติศินีเื่ความใกล้ชิดกับอลันเพราะฐานะของศินีกับอลันต่างกันราวฟ้ากับเหว
“ฉันไม่ได้ดูถูกคนจนหรอกนะ แต่สะใภ้บ้านนี้ต้องรวยเท่าเทียมกันลูกแม่ค้าลูกชาวไร่ชาวนาพวกตลาดล่างฉันรับไม่ได้”
“หนูไม่ได้มีอะไรกับพี่อลันค่ะ”
“ก็ดีแล้วฉันแค่เตือนอย่าใกล้ชิดลูกชายฉันมากฉันไม่ชอบ”
“ค่ะหนูเข้าใจค่ะ”
นางพจมานเดินไปพร้อมกับให้คนใช้หายามาให้ศินีทาบรรเทาอาการปวดและก็ได้ผลเพราะศินีเดินได้คล่องขึ้นและรีบไปหาเพื่อนสาวที่ห้องแต่งตัว
“นานมาก”
“ชนกับพี่แกเลยข้อเท้าแพลง”
“ข้อเท้าดีแล้วเหรอ”
“อือ”ศินีตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าเล็กน้อย
“เขามาตามเราแล้ว”ไพลินลุกเดินตามญาติไปที่ห้องรับแขกพร้อมกับหลบสายตาของอัครวิชช์ที่จ้องมองราวกับไม่เคยเห็นมาก่อน
“สวยมาก”อัครวิชช์ชมแล้วยิ้มเพราะวันนี้ไพลินสวยสมวัยและสวยกว่าทุกวันจริงๆ
พิธีสวมแหวนจบลงอย่างสวยงามภาพการสวมแหวนหมั้นและการเป็ทองแผ่นเดียวกันของสองครอบครัวนักธุรกิจถูกกระจายข่าวตีแผ่ไปทุกสำนักข่าวอย่างรวดเร็ว
“คิดว่าทำแบบนี้ฉันจะยอมเหรอไม่มีทาง”ลูซี่กำมือแน่นด้วยความโกรธเมื่อเห็นข่าวงานหมั้นของอัครวิชช์โทรศัพท์มือถือราคาแพงถูกเขวี้ยงลงที่นอนราวกับมันไม่มีค่าอะไรเลย