ทะลุไปในโลกนิยายพร้อมระบบเกมทำสวน

    ตอนที่ 37 งานวัด 2

    ตอนที่ 37 งานวัด 2

            ม่านฟ้ายุ่งอยู่กับงานวัดทั้งวัน ไม่สิ! ต้องบอกตลอดทั้งสองสัปดาห์เลยดีกว่า ถึงเธอจะเหนื่อยแต่เธอก็รู้สึกสนุกมาก เธอแทบไม่อยู่บ้านเลยด้วยซ้ำจึงมีเจ้าไก่อ้วนบางตัวไม่พอใจขึ้นมา มันมักจะทำท่าฮึดฮัดและงอนใส่เธอทุกเช้า

            ม่านฟ้าเห็นเห็นเจ้าสุดหล่อยืนอยู่ตรงหน้าประตู มันมองเธออย่างไม่พอใจเป็นอย่างมาก หลายวันแล้วที่เธอไม่ได้กอด ไม่ได้อุ้ม ไม่ได้แกล้งมัน ม่านฟ้าสงสารเจ้าสุดหล่อ เธอจึงเข้าไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงให้หายคิดถึงสักหน่อย

            สุดหล่อก็ส่งเสียงร้อง กระต๊าก กระต๊าก! โวยวายทำเป็นโมโหร้ายใส่เธอ 

            “ฉันรู้แล้วว่าแกคิดถึงฉัน เดี๋ยวคืนนี้ฉันจะพาแกเข้าไปนอนในห้องด้วยดีไหม?”

            เจ้าสุดหล่อมันพยักหน้า เตียงนุ่มๆสุดหล่อชอบ!

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์เดินออกมานอกบ้าน เขาได้ยินม่านฟ้าพูดคุยกับเจ้าสุดหล่อพอดี เจ้าไก่ติงต๊องตัวนี้ นับวันยิ่งจะเหมือนเด็กอายุห้าขวบเข้าไปทุกที ช่วงนี้ม่านฟ้าไม่ค่อยว่าง มันจึงคิดถึงเจ้านายของมัน บางครั้งอาหารก็กินน้อยลง แต่มันก็แค่น้อยลงนิดเดียวเท่านั้น คราวนี้พระยาเดชาดำรงศักดิ์ไม่ได้ห้ามให้ม่านฟ้านอนกับเจ้าสุดหล่อ 

            “ท่านตา หลานไปก่อนนะคะ”

            พระยาเดชาดำรงศักดิ์ลูบหัวม่านฟ้า “ขอให้ขายดิบขายดี เหนื่อยก็พัก อย่าได้ฝืน หากไม่ทันก็ให้คนที่สวนไปช่วย”

            “ค่ะ”

            ม่านฟ้านั่งรถพ่วงออกไปกับตาพวง ตาพวงจะเป็นคนไปส่งเธอแล้วกลับไปดูแลร้านค้าที่ตลาดต่อ ม่านฟ้ามาถึงเก้าโมงเช้าพอดี มะไฟกับมะเฟืองและป้าขวัญกำลังนั่งกินอาหารเช้ากับยายแตนและตาจิตพอดี

            “ยายหนูม่านฟ้ามาแล้วรึ? กินอะไรมารึยังล่ะ?” ยายแตนถามขณะกินข้าวต้ม

            ม่านฟ้าตอบยายแตนอย่างยิ้มแย้ม “เรียบร้อยแล้วจ้ะ” จากนั้นเธอก็ทักทายทุกคนที่เหลือ

            ม่านฟ้าเข้าไปตรวจดูวัตถุดิบที่ขาด อะไรที่ขาดเธอก็เติมให้มันเต็ม

            ม่านฟ้าพูดอย่างอารมณ์ดี “แยมทุเรียนขายดีจริงๆ วันหนึ่งตั้งสิบกระปุกได้ ช่วงนี้ฝรั่งมาเยอะแฮะ สงสัยเพราะของเราดี ลูกค้าเลยเล่ากันปากต่อปาก” 

            ป้าขวัญเดินมาหาเธอ “พูดอะไรอยู่คนเดียวน่ะเรา”

            “หนูกำลังพูดถึงแยมทุเรียนกับลูกค้าชาวฝรั่งค่ะ”

            “มีลูกค้าฝรั่งแล้วก็ลูกค้าสยามหลายคนอยากได้แยมทุเรียนเลยล่ะ รสอื่นก็พอมีบ้าง” ป้าขวัญพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

            ม่านฟ้าคิดในใจ ที่จริงต่างชาติไม่ค่อยชอบทุเรียนเพราะกลิ่นของมัน แต่คงเพราะรสชาติทุเรียนจากมิติของเธอมันอร่อยเกินไป พวกเขาเลยเลือกข้ามผ่านกลิ่นของมัน

            “ป้าขวัญลองทำขายดูสิคะ ไหนๆคนก็มาติดต่อเยอะแล้ว ป้าขวัญกำลังคิดจะเช่าร้านเปิดขายเครปเองพอดี เอาแยมไปขายด้วยสิคะ”

            ป้าขวัญก็คิดว่าไม่เลวเหมือนกันเพราะมันก็จริงอย่างที่ม่านฟ้าพูด

            ไหนๆเธอจะต้องเช่าร้านอยู่แล้ว มันมีเนื้อที่ให้วางของขายอีกเยอะ

            “หนูแนะนำให้เช่าร้านตรงเส้นถนนใหญ่นะคะ”

            ป้าขวัญพูด “โรงเรียนมัธยมปลายของจังหวัดอยู่ตรงถนนใหญ่พอดีนะ อีกอย่างนั้นแถวนั้นก็มีสถานที่ราชการเยอะมากด้วย มันดูปลอดภัย”

            “ดีเลยค่ะ”

            “เฮ้อ… แต่อาจจะแพงสักหน่อย”

            “ตอนนี้ป้าขวัญก็ได้เงินลงทุนจากการขายเครปในช่วงนี้ไปแล้วนะคะ ไม่พอมายืมหนูได้ค่ะ”

            “ไม่ต้องยืมหรอก ป้าพอมีเงินเก็บถ้าไม่พอ หนูช่วยครอบครัวป้าเยอะแล้วนะ ควรให้พวกป้าทำอะไรเองบ้าง”

            ป้าขวัญเป็นคนดีจริงๆ ไม่แปลกที่ลุงผินจะถูกใจและรักเทิดทูนจนแทบจุดธูปอยู่แล้ว ป้าขวัญถือว่าเป็นแม่บ้านหญิงแกร่งของยุคนี้ล่ะนะ เลี้ยงมะเฟืองกับมะไฟสุดแสบให้โตมาอย่างดีได้ก็ถือว่าไม่ธรรมดาล่ะนะ

            ซองกระดาษใส่เครปได้ถูกนำมาส่งถึงหน้าร้าน

            มะไฟออกไปต้อนรับเพื่อนๆของเขาและพ่อของเพื่อนที่มาช่วยอุดหนุน

            “สวัสดีครับลุงยศ ไอ้วินแกก็มากับเขาด้วยเรอะ”

            “เจ้าวินอยากมาลองกินขนมที่ร้านของเราน่ะสิ” นายยศพูดยิ้มๆและชำเลืองมองลูกชาย

            วินพูด “ก็เพราะพวกไอเทียนน่ะสิ มันมาโอ้อวดว่าขนมเครปร้านแกอร่อยมาก ฉันเลยต้องมาลองชิมน่ะสิ มีแต่คนพูดถึงร้านแก ฉันเลยต้องมาเพราะเดี๋ยวพูดกับพวกไอเทียนไม่รู้เรื่อง!”

            มะไฟได้แต่หัวเราะเหอะๆ เจ้าพวกนี้นิสัยเสียจริงๆ 

            “เลือกไส้มาเลย เดี๋ยวฉันทำให้เอง”

            วินเห็นม่านฟ้าเดินออกมาและจัดเรียงพวกแยมผลไม้อย่างเป็นระเบียบ

            เขาเข้าไปทักทายม่านฟ้า

            “ไม่เจอกันนานเลยม่าน เธอสบายดีไหม?”

            ม่านฟ้าพูดยิ้มๆ “สบายดีวิน เธอล่ะ? เอาซองเครปมาส่งใช่ไหม?”

            “อืม นี่ไง เราเอามากับพ่อ เรากะมากินเครปด้วยนะ”

            ม่านฟ้าไหว้สวัสดีนายยศ “สวัสดีค่ะคุณลุง หนูม่านฟ้าค่ะ”

            นายยศพยักหน้า “ลูกสาวเจ้าพิภพสินะ เรื่องของหนูดังมากเลยล่ะ ลุงได้ยินมาว่าตอนนี้หนูเป็นถึงเจ้าของสวนผลไม้ใหญ่โตแล้ว ลุงก็หวังว่าความเก่งของหนูจะส่งมาที่ลูกชายลุงบ้าง ฮ่าๆ”

            วินกลอกตามองบน “ผมไม่ใช่ไม่เก่งนะพ่อ แต่ทั้งสามคนนี้เก่งเกินจนไม่ใช่คนต่างหาก”

            มะไฟกับมะเฟืองเรียนเก่งได้ทุนทุกปี แม้ม่านฟ้าจะมีการเรียนที่ไม่ค่อยดี แต่เธอกลับได้เป็นเจ้าของกิจการใหญ่โต แถมกำลังจะเปิดฟาร์มหมูอีก

            นายยศหัวเราะฮ่าๆ มะไฟเอาซองเครปไปเก็บข้างใน ซองเครปหมดไวมากเมื่อวาน โชคดีที่แม่เขาสังเกตเห็นจึงโทรสั่งลุงยศทัน ไม่งั้นพวกเขาคงขายต่อไม่ได้แน่ๆ ป้าขวัญทักทายลุงยศพร้อมชวนกินน้ำกินขนม ตอนนี้ลูกค้ายังไม่มาจึงพอมีเวลาพูดคุยกันบ้าง

            “กิจการพี่ยศเป็นไงบ้างจ๊ะ?”

            “ค่อนข้างดีเลยล่ะ ตอนนี้ที่ร้านพี่รับผลิตกล่องกระดาษสำหรับใส่ขนม”

            “ไปซื้อเครื่องจักรมาล่ะสิ”

            “ใช่ๆ แพงอยู่มากโข แต่ก็คุ้มค่า ตอนแรกพี่ก็นึกว่าจะไม่รอดซะแล้ว ฮ่าๆ”

            “รอดสิจ๊ะ พี่ยศเป็นคนมองกาลไกล ช่วงๆแรกในหมู่บ้านไม่มีใครยอมลุงทุนกล่องกระดาษกันเลย กล่องกระดาษสามารถเก็บมาทำใหม่ได้ พี่สามารถรับซื้อกระดาษถูกๆมาทำซ้ำ นั่นก็ถือว่าช่วยลดค่าใช้จ่ายไปได้มาก และตอนนี้พี่ก็กลายมาเป็นเสี่ยยศไปแล้ว ฮี่ๆ” 

            นายยศหัวเราะอย่างเขินอาย “เสี่ย เส่อ อะไรกัน! พี่ก็ยังเป็นยศคนเดิม”

            อีกด้านหนึ่ง วินกำลังดูการทำขนมของมะไฟอย่างแปลกใจ ฝีมือการทำเครปของมะไฟมันระดับมืออาชีพชัดๆ คนเดียวทำได้สองเตาสบายๆ

            “มะไฟ ฉันว่าแกเหมาะกับการเป็นพ่อค้าขายเครปมาก ให้ตายเถอะ มีอะไรบ้างที่แกทำไม่ได้วะเพื่อน”

            “มี” มะไฟพยักหน้า “มันคือการหยุดพี่สาวฉันไม่ให้กินขนมไง”

            มะเฟืองที่กำลังยืนอยู่ข้างมะเฟืองถลึงตาใส่ “เธอมาแขวะฉันทำไม ฮะ!”

            วินยิ้มแหยๆ “ฉันว่านายอย่าแหย่มะเฟืองนักเลย เรื่องนี้ใครๆก็รู้ว่ามะเฟืองจะหยุดกินขนมหวานก็ต่อเมื่อโลกแตกนั่นแหละ”

            ม่านฟ้าที่กำลังฟังขำก๊ากออกมา “พูดได้ตรงใจฉันจริงๆเลยวิน”

            วินยักคิ้วใส่มะไฟหนึ่งที มะไฟส่ายหัว ส่วนมะเฟืองก็ทำท่าทางฟึดฟัดที่โดนล้อ

            มะไฟทำขนมเครปเสร็จทั้งสองชิ้นแล้วก็ใส่ซอง จากนั้นก็ยื่นเครปให้เพื่อน “เอ้านี่ ของแกกับลุงยศ รีบรับไปก่อนที่พี่สาวฉันจะแย่งมันไป”

            วินรีบรับแล้วเอาขนมไปให้พ่อ

            มะเฟืองตีแขนมะไฟ “ฉันไม่ใช่คนเห็นแก่กินถึงขนาดอยากแย่งของคนอื่นสักหน่อย”

            “ใช่ พี่ไม่เป็นอย่างนั้น อย่างน้อยก็ตอนนี้ ล่ะ..นะ?” มะไฟทำสีหน้าไม่ค่อยมั่นใจนัก

            ม่านฟ้าขำ สองพี่น้องคู่นี้ตลกจริงๆ

            เวลาเดินไปจนถึงเย็นก็มีแขกสองคนมาที่ร้านเครปม่านฟ้าสายรุ้ง

            เจนกับพ่อของเธอมาเที่ยวงานวัดด้วยกัน ทุกคนในร้านเครปสายรุ้งต้อนรับทั้งสองคนอย่างอบอุ่น พ่อของเจนชื่อขจร นายขจรเดินจับมือลูกสาวแต่เขาก็เดินกะเผลกพร้อมยังใช้ไม้ค้ำขณะเดินไปด้วย

            ก่อนหน้านี้ม่านฟ้าได้เอาน้ำส้มผสมกับน้ำพุที่อยู่ในขวด เธอให้ลุงผินเอาไปฝากขจร เมื่อขจรดื่มเข้าไปทุกวัน เขาก็รู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษและร่างกายก็ฟื้นฟูขึ้นเรื่อยๆ เขาจึงสามารถเดินได้ดีกว่าหลายวันก่อน อีกไม่นาน นายขจรก็สามารถกลับมาเดินอย่างปกติได้และเจนก็จะได้มีความสุขจริงๆสักที ลุงผินได้เข้าไปช่วยแก้ปัญหาและพาขจรไปรักษาขาที่โรงพยาบาล เงินลุงผินเป็นคนออกเงินเองตอนแรก ภายหลังเจนที่หาเงินมาอย่างเหน็ดเหนื่อยขอจ่ายค่ารักษาเอง

            ตอนแรกที่ผู้ใหญ่ผินเข้าไปคุย ขจรได้ร้องไห้กับเขา ลูกผู้ชายต้องมาเสียน้ำตาได้เยอะขนาดนี้ก็เพราะเสียใจมาก แต่ยังดีที่เขายังมีเจน เขาต้องเข้มแข็งเพื่อลูก ลูกกำลังลำบากอยู่ เขาไม่อยากตัดอนาคตของลูก ไหนจะพ่อแม่ที่ชราแล้วของเขาอีก พวกท่านก็แก่มากแล้ว พวกท่านไม่สมควรต้องมาทุกข์ใจในเรื่องแบบนี้จริงๆ

            เจนดีใจที่พ่อกลับมาเป็นพ่อคนดีของเธอเหมือนเดิม เธอเล่าเรื่องของต้นข้าว มะไฟ มะเฟืองและม่านฟ้าให้ฟัง นายขจรรู้สึกว่าลูกสาวเขาโชคดีจริงๆที่มีเพื่อนที่ดีแบบนี้ 

            ม่านฟ้าทำเครปให้ลูกค้าคนล่าสุดเสร็จ เธอก็ปล่อยให้มะเฟืองทำต่อ ม่านฟ้าเข้าไปทักทายเจนกับขจร “ขาดีขึ้นแล้วนะคะน้าขจร”

            “หมอยังตกใจเลยที่ขาของน้ามันสามารถกลับมาเดินได้ บางทีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจจะเมตตาน้าก็เป็นได้”

            ม่านฟ้ายิ้มแหยๆ หนูไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ค่ะ “ดีแล้วค่ะ แค่สามารถหายได้ก็พอแล้ว”

            เจนพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของม่านฟ้า

            ขจรลูบหัวลูกสาวอย่างเอ็นดู จากนั้นหันมาพูดกับม่านฟ้าต่อ “น้าต้องขอบคุณหนูมาก น้ามาเรื่องที่หนูม่านจะรับน้าเข้าทำงานที่ฟาร์มหมูของหนู ต่อไปน้าต้องเรียกหนูว่าคุณหนูม่านฟ้ารึเปล่า?”

            “น้าขจรเป็นพ่อเจน น้าขจรเรียกว่าหนูม่านดีกว่าค่ะ เรื่องฟาร์มหมูไม่ต้องห่วงนะคะ คงจะได้ทำงานช่วงหลังปีใหม่ ฟาร์มจะสร้างเสร็จสิ้นปีนี้ค่ะ”

            เจนพูด “ฉันกับพ่อแอบไปดูที่ฟาร์มหมูเธอแล้วนะ แม้จะกำลังก่อสร้างอยู่ แต่ดูก็รู้แล้วว่ามันใหญ่โตมาก”

            ม่านฟ้าพยักหน้า “ทำทั้งทีจะทำเล็กๆไปทำไม เงินมีเยอะแยะก็เอามาลงทุนให้คุ้มค่า ฉันอยากได้ฟาร์มที่แข็งแรง สะดวกและทำความสะอาดง่าย”

            เจนกับขจรอึ้งๆ เจนพูด “มันแข็งแรงมากแน่นอน ฉันเห็นเสาเหล็กแล้วฉันยังตกใจเลย คนงานที่สวนเธอเงินเดือนเท่าไหร่เหรอม่าน?”

            “สามร้อย”

            ทั้งสองแหกปากร้อง จริงเหรอ?

            ม่านฟ้าพยักหน้า “มันเป็นงานที่เหนื่อยนะ พวกเขาต้องดูแลสวนทั้งวัน สวนฉันใหญ่มาก คำสั่งซื้อก็เยอะมากทุกวันเลยด้วย ที่จริงฉันคิดว่าเงินมันน้อยไปนิด กะว่าจะขึ้นอีกห้าสิบบาทตอนปีใหม่นี้”

            สองพ่อลูกสูดหายใจเข้าแรงๆ

             นายขจรพูด “น้าอยู่ที่นู้นค่าแรงยังไม่เยอะขนาดนี้เลย”

            ม่านฟ้าสนใจ “ปกติน้าได้เงินเดือนเท่าไหร่คะ?”

            “ร้อยแปดสิบบาทน่ะ” ขจรเกาหัว แค่เป็นคนงานในสวนของม่านฟ้าก็มีเงินเดือนเทียบเท่าระดับหัวหน้าแล้ว

            “อ้อ………” ม่านฟ้าร้องเสียงยาว ถูกจังแฮะ

            เจนถอนหายใจ เธอรู้ว่าม่านฟ้ากำลังคิดอะไรอยู่

            “ตอนนี้ฉันเริ่มทำงานกับต้นข้าวแล้วนะ”

            “ดีแล้วล่ะ เธอยังทำกระดาษห่อของขวัญใช่ไหม?”

            “แน่นอน”

            “เธอทำเสร็จเมื่อไหร่ เอาลายมาให้ฉันดูหน่อยนะ เดี๋ยวจะซื้อไปให้คนงานใช้ห่อของขวัญปีใหม่”

            “ได้สิ ขอบใจนะม่าน”

            ม่านฟ้าโบกมือ

            มะเฟืองทำขนมอย่างฉับไว ใจจริงเธอก็อยากไปคุยกับเจนนานๆ แต่ดันถึงเวลาผลัดเปลี่ยนกับม่านฟ้าก่อนซะนี่ เธอเป็นห่วงเจนมากๆ แต่เมื่อเห็นเพื่อนมาเดินกับพ่อได้แบบนี้ เธอก็โล่งใจมาก

            ขจรถามเจน “ลูกอยากกินเครปไหม?”

            “ค่ะ หนูไปต่อแถวเองค่ะ”

            ยายแตนตะโกนจากในร้าน “ขจรมานั่งกับยายและตาจิตสิ ตรงมีนี้เก้าอี้เยอะนะ”

            ขจรตกใจ เขาไม่นึกว่ายายแตนกับตาจิตก็มาขายของกับเขาด้วย ทั้งสองอยู่นิ่งๆไม่เป็นจริงๆ

            เมื่อเสร็จจากการขายเครปแล้ว ตาพวงก็มารับม่านฟ้ากลับบ้านสวน เมื่อพวกเขาเข้าใกล้สวนของตัวเองมากเท่าไหร่ ม่านฟ้าที่นั่งรถพ่วงตาพวงก็ยิ่งขมวดคิ้ว ตอนนี้หัวใจเธอเต้นแรงกระหน่ำมากขึ้นเรื่อยๆ ควันสีดำปกคลุมไปทั้งสวน เหล่าคนงานกำลังวิ่งวุ่นพร้อมถือถังน้ำดับไฟ พวกเขาพยามดับเท่าไหร่ก็ไม่ได้ผล มันลามไปแทบทั้งสวนแล้ว 

            ม่านฟ้ากระโดดลงจากรถพ่วงอย่างใจร้อนที่เห็นไฟไหม้สวนของเธอ เธอทิ้งตาพวงไว้โดยไม่รอ เธอวิ่งเข้าไปในสวนมะพร้าวพลางถามคนงานอื่นๆ เธอบอกให้ทุกคนออกจากที่นี่เพราะไฟไหม้หนักเกินไป ม่านฟ้าวิ่งตรงไปบ้านสวนของเธอ เธอหาพระยาเดชาดำรงศักดิ์ สมยศและเจ้าสุดหล่อไม่เจอ รถยังอยู่หน้าบ้าน หรือพวกเขาจะอยู่ในสวน เธอวิ่งกลับเข้าไปดูทางสวนทุเรียน ทำไมไฟถึงได้ลามเร็วขนาดนี้ เธอได้กลิ่นน้ำมัน 

            แย่แล้ว! สวนของเธอถูกวางเพลิงจริงๆ!

     

     


    คล้ายกับเรื่องทะลุไปในโลกนิยายพร้อมระบบเกมทำสวน ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    เจ้าสำราญจอมป่วน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    195K 399
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    กำเนิดเทพนิทรา

    กำเนิดเทพนิทรา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    385K 758
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185