คู่หูทวินเทลกับการผจญภัยสุดป่วนโลก
บทที่ 2 คู่หูทวินเทลกับโรงพยาบาลร้าง?
หลังเลิกเรียนพวกเธอรีบออกจากโรงเรียนแล้วมุ่งตรงมายังโรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว ไม่งั้นคงรถติดจนถึงเย็นแน่พวกเธอคิดงั้น ตอนนี้ทั้งสี่ยืนอยู่หน้าทางเข้าประตูใหญ่ของโรงพยาบาลร่าง
“มาถึงจนได้.....”
“ยังกลัวอยู่เหรอ ลี”
“ก็ต้องกลัวอยู่แล้วสิ ฟาร์ม นี้มันโรงพยาบาลมีผีเปล่าก็ไม่รู้”
ฟาร์มมองลีเพื่อนของเธอที่กลัวเหงื่อตก อลิสเตรียมตัวจะเข้าไปข้างในกับเมเปิ้ลแล้วทั้งคู่ถือมือถือเปลี่ยนเป็โหมดไฟถ่าย
ฟาร์มเห็นลียังกลัวๆเลยเข้าไปกอดคอ
“ไม่ต้องกลัวไปหรอกพวกเรามีกันต้องสี่คนคนไม่ต้องมีอะไรต้องกลัว…แต่ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น”
ฟาร์มเขยิบหน้าใกล้ชิดกันจนรู้สึกลมหายใจตาทั้งสองมองกันบอกด้วยสีหน้าจริงจังว่า
“ฉันจะปกป้องเธอเอง”
“ฟาร์ม”
ลีที่โดนพูดอย่างนั้นเข้าไปก็ได้แต่ก้มหน้าแดงอย่างเขินอาย หัวใจเต็นรั่วตึกๆ พอโดนพูดอย่างนั้นเข้าไปมันเหมือนกับการ์ตูนที่เธอชอบอ่านมันชั่งโรแมนติกยังไงไม่รู้ถึงอีกฝ่ายจะเป็เพื่อนผู้หญิงตาม
ด้วยนิสัยของฟาร์มที่แมนเหมือนพวกผู้ชาย ทั้งกีฬาเก่ง ใจกล้ามีน้ำใจ ทำให้พวกผู้หญิงในห้องและนอกห้องต่างหลงใหลเธอกันเยอะ มาสารภาพรักก็มีซึ่งเธอเข้าใจความรู้สึกดี พอโดนพูดอย่างนี้…
ภาพของเธออยู่ในอ้อมแขนของฟาร์มและกำลังยิ้มให้กัน
(ฟาร์ม ถ้าเป็ฟาร์มก็โอเคอยู่… เอ๊ะ โอเคเหรอไม่ๆ มันไม่ใช้ ไม่ใช้แล้ววว)
ตอนนี้ความคิดในสมองลีสับสนไปหมด
(ฮะฮ่ะฮ่ะ… พูดอย่างนั้นไปแล้วเอาไงต่อดีละว้า)
ตัวฟาร์มที่กะจะแกล้งลีสักกะหน่อยจะได้หายกลัว แต่พอรองพูดไปอย่างนั้นตัวเธอเองก็เริ่มอายเหมือนกัน ใบหน้าเขินอายแดงก่ำของลีดูแล้วน่ารักมากจนอย่างจะไปลูบหัว พอมองดวงตาที่ใสซื่อนั้นทำเอาเธอหัวใจเต็นจนอยากจะเข้าไปกอดสักที
เธอที่ทนไม่ไหวเลยหันหน้าแดงหนีไปทางอื่นโดยที่ยังกอดคออยู่
““………””
ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรและยังคงกอดคออยู่ปล่อยให้เวลาไหลผ่านไป จนทั้งสองลืมอะไรไปบางอย่าง
“เออ จะเข้าไปทักดีไหม?”
“อย่า อย่าพึ่งเลย~ กำลังบรรยากาศดีอย่างนี้ของดูเป็อาหารตาแปปหนึ่ง”
เมเปิ้ลที่ถามอลิสก็โดนห้ามไว้ อลิสจ้องมองความโรแมนติกนี้อย่างสุขขี พอได้เห็นอะไรที่ชวนจิ้นอย่างนี้ชอบดูเป็พิเศษเลย มันเป็เหมือนยาบำรุงใจอย่างไรอย่างนั้น บางที่เธอเห็นใครทำอะไรสักกะอย่างอยู่เธอก็จินตนาการใหญ่สนองความสนุกของส่วนตัวในเป็บางครั้ง
““......?......!!””
พอทั้งสองรู้ตัวเลยรีบแยกกัน ทำเป็จัดเสื่อผ้าจัดผมแก้เขินทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ขอบคุณสำหรับอาหารตา”
““ไม่ต้องมาขอบคุณเลยคะ(ยะ)””
เมื่อพวกเธอพร้อมเตรียมเข้าไปในโรงพยาบาลร้าง
“เอาละ ได้เวลาผจญภัยยยย!”
หลังจากนั้นพวกเธอก็เข้าไปข้างในได้สักพัก โดยอลิสนำหน้าตามด้วยเมเปิ้ลและลีกับฟาร์มท้ายสุด
ตอนนี้พวกเธออยู่ชั้นสามส่วนหลังของโรงพยาบาลตรงทางเดิน กำลังไปห้องเก็บเอกสารของคนไข้ที่เคยมาใช้บริการ ข้างในนั้นมืดทึบไร้หน้าต่างแสงแดดไม่อาจส่องผ่านได้พวกเธอจึงใช้มือถือโหมดไฟฉายเป็แสงนำทาง ทางเดินดูซีดเก่า เนื่องจากทิ้งร้างมานานแต่ก็ไร้ฝุนจับทำให้เดินได้สบายแม้ดูชวนหลอนกลัวบาง
“ว่าแต่อลิส ทำไมคิดว่าที่นี้มีอดีตของเธออยู่ละ?”
“นั้นสิฉันก็อยากรู้”
ฟาร์มและลีถามอย่างสงสัย อลิซอยากมาที่นี้เพราะอาจจะมีอดีตอยู่ก็ได้ แต่ไม่รู้เหตุผลทำไมคิดอย่างนั้น เมเปิ้ลก็เช่นกัน
อลิซที่โดนถามเอามือจับปลายคางพร้อมเงยหน้าเล็กน้อยนึกคิด ก่อนจะหัวเราะแห้งๆออกมา
“อะ ฮะๆ ก็จะบอกคงต้องเล่ากันยาวหน่อยนะ”
อลิซยิ้มเกาแก้มแก้เขินหันมามองทั้งสาม พวกเธอยื่นมือเหมือนบอกเชิญ
“คงต้องย้อนหน่อย จำเมื่อตอนไปทัศนศึกษาได้ไหม”
“งานทัศนศึกษาไปที่ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์นั้นเหรอคะ?”
ลีถามขึ้นมา เมื่อสองเดือนก่อนสอบ โรงเรียนได้จันงานการเรียนรู้นอกสถานที่หรือทัศนศึกษาประจำปีและชั้นปีพวกเธอได้ไปศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่ เขต C-2
“ใช้นั้นและ จำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”
อลิสพูดขึ้นแล้วยิ้มมั่นใจภูมิใจในวันนั้น พวกเธอนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นวันนั้น
“หมายถึงที่เธอ ไปเล่นอุปกรณ์เขาจนเจ๊งอะนะ?”
“อุบ”
“หรือไม่ก็เดินหายไปไหนคนเดียวก็ไม่รู้จนครูตามหากันมั้ง?”
“อัก”
“ไม่ก็ ที่ไปแย่งพี่เขาบรรยายห้องเรา จนง่อนเลยต้องไปง้อหรือเปล่า”
“เอือก”
“““หรือว่า….”””
“สต๊อบบบบ สต๊อบๆ พอแล้วไม่ต้องนึกแล้ว ไม่ช่ายยย ไม่ใช้อันน่านนน แล้วที่ว่า ‘หรือว่า’ พร้อมกันสามคนนี้อันอะไรก๊านนน”
อลิสห้ามพวกเธอตอบไปมากกว่านี้ ความมั่นใจภูมิใจในตอนแรกไปหมดแล้ว ตอนนี้เหมือนมีลูกศรมาปักกลางอกอยู่ 3 ดอก เธอรับมากกว่าไม่ไหวแล้ว
“พวกเธอเห็นฉันเป็ปัญหาหรือตัวก่อเื่หรือไงกัน”
“““ใช้แล้ว”””
“อะเฮือกกกก”
อลิซที่ได้ยินคำตอบจากทั้งสามคนด้วยใบหน้าเรียบเชยเหมือนกับเื่ปกติ ซึ่งสำหรับเธอมันไม่ต่างกับปืนใหญ่ยิงอัดหน้าจนทรุดลงกับพื้น ส่วนทั้งสามก็ไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเพราะเป็เื่จริงแถมเ้าตัวถามเองด้วย
เมเปิ้ลมองอลิซที่ง่อนนั่งยองๆจิ้มพื้น เลยไปง้อลูบหัวก่อนพาลุกขึ้นและยื่นลูกอมให้ พอเห็นลูกอมเข้าปากก็หายง่อนยิ้มหวาน ตัวเธออมด้วยเหมือนกันก่อนส่งอีกสองเม็ดให้ฟาร์มกับลีแล้วเดินต่อ
“แล้วตกลงมันเกี่ยวอะไรด้วยละ?”
เมเปิ้ลถามเื่ที่พูดค้าง อลิซนึกได้ก็เล่าต่อ
“อืมๆ งั้นก็พูดต่อนะ อย่างที่รู้กันวันนั้นฉันทำเื่ไปมาก แต่ก็มีเหตุผลอยู่”
“เหตุผลหรือ?”
เมเปิ้ลถามขึ้น
“ใช้ในตอนที่ไปใช้อุปกรณ์ของเขาแล้วเจ๊งนะฉันถามไปว่า ทำไมถึงใช้ไม่ได้แบบที่ควรจะเป็”
“แบบที่ควรจะเป็นี้คือ?”
ลีสงสัยเลยถามต่อ
“หมายถึงมันใช้จริงไม่ได้หรือจะเรียกว่าของหลอกเด็กก็ได้ละนะ พอลองถามเขาก็บอกว่านี้เป็แค่ของแสดงเท่านั้นไม่ใช้ที่ใช้งานจริง”
ทั้งสามร้องอ้อแล้ว อลิสก็เล่าต่อ
“พอได้ยินอย่างนั้น เขาก็สงสัยว่ารู้ได้ไงเพราะคนทั่วไปไม่น่าจะรู้ความแตกต่างกันแม้แต่นักวิจัยบางคนยังแยกไม่ออก พอว่างั้นเลยเกิดสงสัยขึ้นมาเลย…”
“เลยวิ่งไปทั่วสิจนครูต้องหาอะนะ?”
ฟาร์มพูดแซกขึ้น
“ตามนั้น พอได้ดูพวกรายงานวิทยาศาสตร์ที่เอามาแสดง ฉันรู้และเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาเขียน”
“ไม่ใช้เื่พวกเราเรียนมาหรือเปล่า ไม่ก็อลิสเคยอ่านมาก่อนอะไรอย่างนี้นะ”
ลีแย้งขึ้นมาและทั้งสองก็เห็นด้วย อลิซชอบศึกษาเื่วิทยาศาสตร์อะไรพวกนี้อยู่แล้วทั้งสามรู้ดีเลยคิดงั้น
“ไม่หรอก เื่ที่เขียนระดับปริญญาขึ้นไปก็ว่าได้ เพื่อความแน่ใจอีกตอนพี่ที่บรรยายเลยลองพูดนำหน้าดูและก็อย่างที่เห็น แล้วหลังจากนั้นก็ไปคุยกับพี่เขาอีกที แล้วพี่เขาก็บอกว่าเื่พูดออกมาถูกต้องหมดแถมลึกด้วย โดยเฉพาะเื่หนึ่ง”
“นั้นคือ…”
“ชีวะวิทยา!”
พอได้ยินงั้นฟาร์มและลีเริ่มรู้สึกสนใจและสนุกขึ้น มีเพียงเมเปิ้ลที่แสดงสีหน้าเคร็งเครียด
“พอรู้เลยคำถามขึ้นมาในใจ ทำไมถึงรู้เื่พวกนี้
เพราะเคยเรียนในชั้นเรียนหรือเปล่า
ไม่ใช่
เคยอ่านนิตยสารวิทยาศาสตร์หรือเปล่า
ก็ไม่ใช้
ดูทีวีหรือการ์ตูนอะไรพวกนี้หรือเปล่า
ก็ไม่ใช้อีก
แล้วเพราะอะไรถึงรู้ละ…
แล้วก็คิดไปคิดมาก็ได้คำตอบพอเป็ไปได้คือ ฉันต้องคลุกคลีเื่พวกนี้ั้แ่เด็กๆหรือก็คือ ตอนที่ฉันยังอยู่กับพ่อแม่จริงๆของฉันก็ได้!”
“““!!”””
ทั้งสามใกับคำตอบของอลิซ
“เป็ไปได้เหรอ”
ลีถามอย่างไม่ค่อยเชื่อ
“เป็ไปได้สิ ถ้าฉันคิดไม่ผิด”
อลิซดูจะมั่นใจในคำตอบ ไม่สิ เชื่อมั่นมากกว่า เมเปิ้ลมองเห็นเป็อย่างงั้น
“เดียวสิ! มันดูพูดเองเออเองไปเปล่า?”
ฟาร์มถามมาตรงๆ
“ก็จริงคิดเข้าข้างตัวเองจริงนั้นและ… แต่พอได้เจอลีก็มั่นใจขึ้น”
“เอ๋ ทำไมละ”
ลีสงสัยว่าทฤษฎีของอลิซมันเกี่ยวอะไรกับตน พอหันไปทางฟาร์มก็สายหัวไม่รู้
“หมายความว่ายังไง?”
เมเปิ้ลก็ตามอลิซไม่ทันเช่นกัน
“ลี เธอก็เป็หนึ่งในพวก Lost เหมือนกับฉันและเมเปิ้ลใช้ไหม”
“อื้ม ใช้แล้ว”
ลีตอบอย่างไม่คิดมากอะไร อาการเสียความทรงจำของลีเป็ประเภท ‘เฉพาะเื่’ สิ่งที่เธอเสียไปคือ เลขาคณิตหรือเลขนั้นเอง
เมื่อ 5 ปีก่อนหลังเสียความจำเื่เลขไปทำให้ชีวิตลำบาก แม้กระทั่งการบวก ลบ คูณ หาร ทำไม่ได้ แม้แต่ตัวเลข 0-9 คืออะไรก็ไม่รู้เหมือนกลับไปก่อนจะเรียนเลขเลยก็ว่าได้
จากเรียนเป็ที่หนึ่งมาตลอดพอเป็งั้นทำให้อันดับตกลงเพราะการเรียนตามเพื่อนไม่ทัน เธอเลยต้องเรียนใหม่ั้แ่นับเลขจนกลับมาเรียนตามคนอื่นได้ทันและเป็ที่หนึ่งของชั้นเธอพยายามเป็อย่างมาก
“ตอนนั้นลำบากมากเลยล่ะ”
“อื้ม ฉันจำได้ดีเลยละ”
แม้ลีจะพูดอย่างเขินอายตัวเองในตอนนั้น แต่ฟาร์มประทับใจในตัวเพื่อนมากกว่า
ฟาร์มเป็เพื่อนกับลีกันั้แ่เด็กๆทำให้อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ตอนเสียความจำเื่เลขไปนั้น เธอก็อยู่ด้วยถึงเข้าถึงความยากลำบากที่เพื่อนคนนี้เจอมาดีและประทับใจที่เพื่อนทำมันได้จนเป็ที่หนึ่งอีกครั้ง
“แล้วมันเกี่ยวอะไรด้วยละ?”
เมเปิ้ลถามกลับไปประเด็นหลัก จากที่ฟังว่าพวกเธอก็ยังไม่เข้าใจที่อลิซจะสื่อเท่าไร
“ลีใช้เวลาเท่าไรถึงกลับมาจำเลขได้เหมือนเดิมละ”
“อื้ม…น่าจะไม่เกิน 2-3 เดือน ได้ละมัง?”
“นั้น…เร็วมากนะสำหรับคนที่เสียความจำนะ”
อลิสอึ่งกับคำตอบลี มีหลายเคสที่เป็เหมือนลีต้องใช้เวลากันปีหรือมากนั้น แล้วแต่คนไป แต่ลีกลับทำได้ในไม่กี่เดือนถือว่าสุดยอดเลย ต้องมีความพยายามสูงมากถึงทำได้ขนาดนั้น อลิซชื่นชนในตัวเพื่อนจากใจ
“แล้วคิดว่าทำไมถึงทำได้เร็วละ”
“ก็เพราะพยายามเต็มที่ละนะ แต่ก็อืม….เหมือนมันคุ้นๆมั่ง”
“อ้อ! อย่างนี้เอง!”
““!!””
ในขณะที่ฟาร์มกับลีกำลังงง แต่เมเปิ้ลเริ่มเข้าใจที่อลิซจะสื่อถึง
“ตามที่เมเปิ้ลคิด ความคุ้นเคยนั้นและคำตอบ มันก็เหมือนคนที่เสียความทรงจำทั่วไป แม้จะจำไม่แต่ก็คุ้นเคยอย่างเช่น ฉันเคยท่องสูตรคูณได้หมด แต่ตอนนี้จำไม่ได้แล้วเพราะไม่ได้ท่องเลยต้องกลับไปหัดท่องใหม่อีก ในรอบที่แล้วใช้เวลาเป็สัปดาห์ แต่รอบนี้วันเดียวก็ทำได้แล้ว คิดว่าอะไรถึงเป็งั้น? ฉันคิดว่าแม้จะเสียความทรงจำไปแต่ร่างกายยังคงจดจำได้นั้นและคือคำตอบ”
ฟาร์มและลีอึ้งในคำตอบของอลิซ ทฤษฎีของอลิซไม่ใช้ว่าเป็ไปไม่ได้ มีหลายเคสที่เสียความทรงจำที่กลับมาจำได้เหมือนเคสของลี
(หวังว่าคงไม่ได้เอาหนังว่าอ้างอิงอีกแล้วน้า)
คำตอบของอลิซทำให้เมเปิ้ลนึกถึงหนังรักโรแมนติกแนว พระเอกหรือนางเองเสียความทรงจำแล้วใช้ชีวิตอยู่กับคู่ตนหรือครอบครัวจนกลับมาจำได้
เมเปิ้ลได้แต่นึกในใจพรางมองอลิซทำท่ามั่นใจในคำตอบ เธอจำได้ดีเวลาพูดหรืออ้างอะไรสักเื่ที่ดูมีเหตุผลหรือไม่ มักจะเอาหนังมาใช้อ้างอิงประจำ
พวกเธอยังคงคุยกันเรื่อยเปื่อยจนถึงที่หมายนะห้องเก็บเอกสาร
“เป็ไงเจอไหม”
“ไม่นะ ไม่เห็นจะเจอ…”
“ทางนี้ ก็ไม่ต่าง…”
“ตรงนี้ เช่นกัน”
“….มันอยู่ไหนกันเนี้ยยย แฟ้มนั้นน่ะ!!!”
หลังจากที่พวกเธอเข้ามาในห้องเอกสารก็เริ่มหาแฟ้มหนึ่งที่อลิซ้ามาได้พักใหญ่แต่ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเจอง่ายๆ
ผ่านมามากว่าชั่วโมงแล้วในห้องเอกสาร ของส่วนใหญ่เป็แฟ้มหรือเอกสารของผู้ป่วยต่างในโรงพยาบาลในอดีตทั้งผลตรวจ อาการต่าง และการรักษาถูกเขียนลงในนี้และก็มีพวกหนังสือหรือชีสพวกการแพทย์รวมไว้อยู่
“ว่าแต่ มันมีจริงเหรอไอแฟ้มลับโครงการ E น่ะ”
โครงการ E คือชื่อแฟ้มโครงการลับหนึ่งของรัฐบาลที่พวกเธอกำลังหาอยู่จากที่อลิซหาเจอในอินเตอร์เน็ต
ฟาร์มถามอย่างไม่เชื่อเท่าไร ที่อลิสมาหาเป็แฟ้มการทดลองลับนี้ เธอว่าพ่อหรือแม่ที่แท้จริงเธออาจจะมีส่วนเกี่ยวข้อง
“มีสิ ตอนที่ถามพ่อเื่นี้ก็บอกฉันเด็ดขาดไม่ให้ยุ่งเื่ แสดงว่าต้องมีอะไรเกี่ยวกับฉันแน่นอน!”
ฟาร์มพอได้ยินอลิสตอบอย่างนั้นและที่เมเปิ้ลก็พยักหน้าเห็นด้วย เมเปิ้ลยังจำได้เมื่อก่อนที่อลิซหาอดีตตัวเองแล้วพ่อห้ามไว้ก็ไม่ฟัง จนได้เื่ทำให้รู้ว่าพ่อแม่อลิซอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาล ทำให้พ่อโกรธอย่างมากแบบที่ไม่เคยเห็นก่อน แม้อลิซพยายามถามก็โดนตอบบ่ายเบี่ยง
ั้แ่นั้นมาอลิซจึงพยายามหาอดีตโดยหาจากโครงการต่างๆที่รัฐบาลทำจนไปเจอเื่ โครงการลับนี้เข้า
“โอเช้ เข้าใจละ เอาละหาต่อๆ”
ฟาร์มยอดเชื่อและช่วยหาต่ออย่างตั้งใจ
“ว่าแต่มันไม่ง่ายเลย ที่จะหาแฟ้มเดียวจากเอกสารหมดนี้”
ลีบ่นขึ้นมาก่อนจะชี้ไปที่แฟ้มต่างๆที่กองเป็ูเาอยู่บนพื้นทั้งหลาย สภาพห้องนั้นรกไปหมดเอกสารกระจายเต็มพื้น ชั้นว่างเอกสารก็ถูกลื้อจนปนมั่วไม่รู้อันไหนเป็อะไร
“เมเปิ้ลขอถามหน่อย ตอนที่เธอบอกว่าพ่อเธอเป็คนจัดการเื่นี้ คิดว่าเป็ไปได้ไหมจะมีเอกสารโครงการลับอะไรเหลือไหมนะ?”
“อืม…คิดว่าไม่ พ่อเป็คนละเอียดรอบคอบแล้วก็เป็หัวหน้าด้านความปลอดภัยของเขตนี้และเห็นว่าเป็ลงมาจัดการเอง คิดว่าเป็ไปได้ยากที่จะเหลือ”
เสียงตอบเมเปิ้ลเบาลงใน่ท้าย ทุกคนหันไปทางอลิซที่ตอนนี้หยุดนิ่งไป อลิซเข้าที่ลีจะสื่อ ไม่มีอะไรจะปฏิเสธหรือเถียงได้ โครงการนี้ถ้าเป็ของรัฐบาลจริงหลังเื่แดงคงไม่ปล่อยให้ข้อมูลอันตรายอย่างนี้เหลือแน่ ตัวเธอรู้เต็มอก
แต่ถึงอย่างนั้นเธออย่างจะลอง อาจจะมีแฟ้มเหลือบางก็ได้ หวังว่าจะเหลือเอกสารบาง สักแผ่นเดียวก็ดี อาจจะเป็ความหวังที่ทำให้เจอพ่อแม่จริงของเธอก็ได้
เธออยากหวัง หวังว่าจะเจอพ่อแม่แท้จริงสักครั้ง อย่างจะรู้ว่าพวกท่านเป็ใคร หน้าตาเป็ไง มีทำงานอะไร เมื่อก่อนพวกเราเป็ไงใช้ชีวิตยังไง ตัวเธอมีชีวิตเหมือนก่อนเป็แบบไหนและที่สำคัญพวกท่านรักเธอใช้ไหม…
“อลิซ!”
เสียงเรียงของเมเปิ้ลและมือที่จับไหล่อย่างอ่อนโยนดึงสติอลิซกลับมา เธอมองหน้าเมเปิ้ลมองมาทางเธออย่างเศร้าหมองและเป็ห่วงอย่างมากจนเธอรู้สึกผิด
ไม่ว่าเมื่อไหร่เมเปิ้ลก็ช่วยเธอหาอดีตพ่อแม่แท้จริงมาโดยตลอด ไม่ว่าจะต้องบุกน้ำลุยไฟเธอรู้ดีว่าเมเปิ้ลพร้อมจะร่วมไปด้วยกับเธอ การที่ทำให้คนสำคัญมีใบหน้าเช่นนี้ทั้งปวดใจและโกรธตัวเอง ไม่ใช้แค่เมเปิ้ลแม้แต่ ฟาร์มกับลีก็มีสีหน้าไม่ต่างกัน
อลิซจับมือเมเปิ้ลที่อยู่บนไหล่เหมือนบอกให้รู้ว่าเธอไม่เป็ก่อนหันไปหาเพื่อนทั้งสอง
“พวกเรากลับกันเถอะ”
พอได้ยินอย่างนั้นทั้งสองก็พยักหน้าเข้าใจ ฟาร์มกับลีวางเอกสารที่อยู่ในมือลงก่อนเดินไปที่ประตู
อลิซมองแฟ้มในมือแปปหนึ่งก่อนจะโยนลงบนกองเอกสารบนพื้น ส่วนเมเปิ้ลเองก็เดินไปเก็บแฟ้มที่เอามาจากชั้นหนังสือ
(มันต้องมีสิฉันรู้สึกได้….)
อลิซบอกในใจตนเอง เธอเชื่อว่าที่ห้องนี้ต้องมีสิ่งที่หาแน่นอน มันมีลางสังหรณ์บางอย่างในตัวเธอบอกออกมา
(อลิซ…)
เมเปิ้ลมองที่หน้าอลิซรู้ได้เลยว่ายังไม่ตัดใจ เธอก็เข้าใจและรู้ว่าอลิซต้องมาที่นี้อีกแน่และแน่นอนเธอก็พร้อมจะมาด้วย
“ว้าย!?”
เมเปิ้ลกำลังไปชั้นหลังสือก็เมื่อไปสะดุดล้มอะไรสักอย่างเล็กๆบนพื้น พอมองลงไปก็เห็นแผ่นปูพื้นหลุดแง้มออกมานิดหนึ่ง
เธอโมโหเล็กน้อยให้กับความซุ่มซ่ามของตน แต่เพราะสะดุดเมื่อกี่ทำให้แผ่นปูที่แง้มขึ้นกว่าเดินแต่นั้นทำให้สังเกตมีอะไรสอดอยู่ข้างในแผ่นปูน
“มีอะไรอยู่ในนั้น?”
ด้วยความสงสัยเธอเลยก้มยื่นมือเข้าไปหยิบดูเล่นๆ
“เมเปิ้ลทำอะไรนะ?”
อลิซถามขึ้นขณะกำลังจะเก้าเท้าออกจากห้อง พอเห็นเมเปิ้ลก้มไปหยิบอะไรสักอย่างอยู่ดีๆก็รู้สึกเมเปิ้ลเหมือนจะเจออะไรดีๆเข้าแล้วเลยรีบตามเข้าไปดู
“เหมือนมีอะไรอยู่ใต้นี้…อะ ได้ละ!”
พอเมเปิ้ลหยิบได้ก็ส่งให้อลิสก่อนจะลุกขึ้นถาม
“เป็ไง แฟ้มคนไข้หรือหนังสือเรียนอะไรอีกละ”
“…ไม่ใช่ทั้งคู่ละ!”
อลิสพูดเสร็จก่อนส่งแฟ้มให้เมเปิ้ล พอเธอมองหน้าแฟ้มมันเขียนว่า โครงการ E ไว้ตัวใหญ่พร้อมมีตราประทับของรัฐเขียนว่าลับสุดยอดทับชื่อโครงการอีกที เมเปิ้ลกระพริบตาบิบๆก่อนมองหน้าอลิสเหมือนถามว่าใช้ไหม
ตาเป็ประกายกับใบหน้าที่ยิ้มแย้มของอลิสตอบได้เป็อย่างดี ฟาร์มกับลีที่อยู่นอกห้องดูใบหน้าของเพื่อนก็พอเดาได้
“ในที่สุด…”
“พวกเราก็…”
““หาเจอแล้วววววว!!!””
“ไม่นึกว่าจะมีอยู่จริงน่ะเนี้ย”
“นั้นสิ ฉันยังใหมดเลย”
ฟาร์มและลีที่เดินอยู่หน้าพูดขึ้นอย่างประหลาดใจ โดยมีอลิสกับเมเปิ้ลเดินตามหลังมา
หลังจากเจอแฟ้มที่้าพวกเธอออกจากห้องเอกสารกำลังจะเตรียไปจากโรงพยาบาลร้างแล้วกลับบ้าน
“เป็ไงบ้าง ในนั้นเขียนอะไรที่เกี่ยวกับพ่อแม่จริงของเธอไหม?”
“อย่าว่าแต่เื่นั้นเลย เขียนอะไรไว้ก็ไม่รู้บางมีแต่ขีดดำเต็มไปหมด”
เมเปิ้ลถามถึงแฟ้มที่อลิซกำลังเปิดอ่านอยู่ แต่เ้าตัวก็ได้แต่สายหัวไปบ่นไปเพราะ เนื้อหาส่วนใหญ่ที่เขียนอยู่ในแฟ้มถูกขีดขาดดำเกือบหมดแม้จะพยายามจับใจความแล้วแต่ก็ไม่ใช้เื่ง่ายๆเลย
“คงต้องไปนั่งแกะเอาก่อนละถึงจะพอได้อะไรบ้าง เอาไว้ทำวันหลังละกัน”
“งั้นหรือ”
ถึงอลิซจะเสียดายที่ไม่ได้รีบทำแต่วันนี้ แต่พวกเธอก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้วควรจะได้พักผ่อน ซึ่งเมเปิ้ลก็เห็นด้วยเช่นกัน
“ว่าแต่ต่อจากนี้จะทำอะไรกันต่อละ”
ลีถามขึ้นมา ฟาร์มรีบตอบคนแรก
“ฉันจะกินขนมดูทีวีโชว์ให้สะใจเลย”
“งั้น ฉันไล่ดูซีรีที่ค้างไว้ดีกว่า…”
“แต่เย็นมีหนังที่จองไว้ฉายอยู่นะ”
“ฉันกับเมเปิ้ลจะดูหนังกัน!”
“แล้วลีละ?”
ทั้งสามติดสินใจได้แล้วเหลือแต่ลีที่กำลังคิดอยู่
“อืม เขาว่าจะ…”
กึกๆ กึกๆ
?!
“นี้ เมื่อกี่เหมือนได้ยินเสียง…”
ก่อนที่ลีจะถามจบ เกิดรอยแตกขนานใหญ่ขึ้นที่เท้าพวกเธอก่อนพื้นทรุดลงทันที
““เอ๊ะ?””
ขณะที่ลีกับฟาร์มกำลังงงอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้น อลิซกับเมเปิ้ลที่รู้สึกตัวก่อนรีบผลักทั้งคู่ออกไปให้พ้นระยะ ทั้งสองหันกลับมามองหน้าเพื่อนที่ช่วยพวกเธอไว้ก่อนหล่นลงไปในหลุมพื้นที่แตก ทั้งคู่ได้แต่ะโเรียกเพื่อนเธออย่างใ
“อลิซซซซซซซ!!!” “เมเปิ้ลลลลลลลล!!!”