
จวนเซี่ยเล็กกว่าที่หว่านหนิงจำได้
หรือบางทีในความทรงจำ นางอาจทำให้มันใหญ่ขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว เพราะมันคือที่ที่นางทุ่มทั้งชีวิตลงไป
กำแพงด้านตะวันตกร้าวยาวั้แ่ฐานถึงยอด
ต้นไม้ในลานเหลือแค่สามต้น ที่เหลือถูกขุดขายไปหมด
คนใช้ที่มายืนรับมีเจ็ดคน
เจ็ดคน สำหรับจวนขุนนางเก่าที่เคยมีคนใช้แปดสิบ
ชุนถาวกระซิบข้างหู เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
"คุณหนู... ที่นี่มัน..."
"ข้ารู้"
หว่านหนิงมองผ่านผ้าคลุมลงไปที่พื้นหิน
ในอีกไม่กี่ปี พื้นตรงนี้จะปูใหม่ทั้งลาน ด้วยเงินจากหีบสินเดิมของนาง
กำแพงจะซ่อม ต้นท้อจะเต็มลาน คนใช้จะกลับมาห้าสิบคน
และนางจะไม่ได้อยู่เห็นมันครบสิบปีด้วยซ้ำ
✦ ✦ ✦
พิธีชาจัดที่เรือนใหญ่
เซี่ยเหล่าฟูเหรินนั่งอยู่บนตั่งไม้ตัวเดียวที่ยังดูสมศักดิ์ศรี หลังตรง ผมขาวเกล้าเรียบร้อย มือถือไม้เท้าไว้แน่น
สายตาที่มองสะใภ้ใหม่ไม่ได้อบอุ่นเลยแม้แต่น้อย
เป็สายตาของคนที่กำลังตีราคาของ
หว่านหนิงคุกเข่าลง ยกถ้วยชาขึ้นเหนือศีรษะ
"ขอท่านย่าดื่มชาเ้าค่ะ"
เหล่าฟูเหรินไม่รับ
ในห้องไม่มีเสียงอะไรเลย พี่สะใภ้หลิวสื้อที่ยืนอยู่ข้างๆ ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ชาติก่อนก็เป็แบบนี้
ชาติก่อน หว่านหนิงคุกเข่าอยู่อย่างนั้นจนขาชา แล้วก็พูดออกไปเองว่า
"สินเดิมทั้งหมดของหลาน ขอมอบให้ตระกูลเซี่ยดูแลเ้าค่ะ"
เหล่าฟูเหรินถึงรับชา
ทั้งจวนปรบมือ ทุกคนชมว่าสะใภ้ใหม่กตัญญู
และสามวันต่อมา เงินทั้งหมดก็ไปอยู่ในมือหลิวสื้อ ผู้ถือบัญชีเรือน
หว่านหนิงยังคุกเข่าอยู่ ยกถ้วยไว้เหนือศีรษะเหมือนเดิม
แต่คราวนี้นางไม่พูดถึงสินเดิมสักคำ
"หลานได้ยินมาว่า"
เสียงนางดังขึ้นกลางห้องที่ไม่มีใครพูด นุ่มนวลแต่ชัดเจน
"ที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลเซี่ยที่ตำบลชิงหลิน ถูกจำนำไว้กับร้านรับจำนำเฉินั้แ่ปีกลาย และจะครบกำหนดไถ่ถอนในเดือนหก"
ไม้เท้าในมือเหล่าฟูเหรินขยับเสียงดังก๊อก
สีหน้าของหลิวสื้อค้างอยู่อย่างนั้น
"เ้ารู้เื่นี้ได้อย่างไร"
"หลานเป็สะใภ้ตระกูลเซี่ยแล้วเ้าค่ะ"
หว่านหนิงยกตามองผู้เฒ่าตรงๆ เป็ครั้งแรก
"เื่ของตระกูล หลานควรรู้"
"...แล้วเ้าจะทำอย่างไร"
"หลานจะไถ่คืนให้เ้าค่ะ"
เสียงฮือดังขึ้นทั่วห้อง
"แต่หลานขอไถ่ในนามของหลานเอง"
เสียงฮือหายไปทันที
หลิวสื้อพูดขึ้นเป็คนแรก น้ำเสียงแหลมขึ้นผิดปกติ
"น้องสะใภ้ นี่เ้าจะยึดที่ดินบรรพบุรุษของตระกูลเซี่ยหรือ"
"ข้าไม่ได้ยึดเ้าค่ะ พี่สะใภ้"
หว่านหนิงยังคุกเข่าอยู่ ท่าทางอ่อนน้อมไม่เปลี่ยน
"ที่ดินยังเป็ของตระกูลเซี่ยเหมือนเดิม ในโฉนดจะเขียนว่าเป็สินส่วนตัวของสะใภ้ ซึ่งตามกฎหมายบ้านเมือง สินส่วนตัวของสตรีไม่ถูกยึดพร้อมทรัพย์สินตระกูล"
นางหยุดหายใจครั้งหนึ่ง
"แปลว่าต่อให้วันหนึ่งตระกูลเซี่ยมีเื่... ที่ดินผืนนี้จะไม่หายไปไหน"
ห้องเงียบสนิท
เหล่าฟูเหรินมองหน้าเด็กสาวที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า นานมาก
หว่านหนิงรู้ว่าผู้เฒ่ากำลังคิดอะไร
เพราะสิ่งที่เหล่าฟูเหรินกลัวที่สุดไม่ใช่ความจน
คนแก่คนนี้เคยเป็ภรรยาขุนนางระดับสาม เคยเข้าวังไปงานเลี้ยง เคยมีคนคำนับตอนเดินผ่าน
สิ่งที่นางกลัวคือการเป็ "ตระกูลที่เคยมี"
และที่ดินบรรพบุรุษคือสิ่งเดียวที่ยังยืนยันว่าตระกูลเซี่ยเคยเป็ใคร
เหล่าฟูเหรินยื่นมือออกมา
รับถ้วยชา
ดื่มจนหมด
"ดี"
เสียงผู้เฒ่าแหบพร่า
"ั้แ่วันนี้ เ้าเป็คนของตระกูลเซี่ยแล้ว"
หว่านหนิงก้มลงคำนับ
ในใจนับไปด้วย
หนึ่งหมื่นสองพันตำลึง
ค่าไถ่ที่ดินผืนนั้น
ชาติก่อนนางเสียไปทั้งหมดเจ็ดหมื่นตำลึง แลกกับคำชมว่ากตัญญู
ชาตินี้นางเสียหนึ่งหมื่นสองพัน
แลกกับที่ดิน โฉนดในชื่อตัวเอง และคำว่า "คนของตระกูลเซี่ย" จากปากผู้เฒ่า
คุ้มกว่ากันหลายเท่านัก
✦ ✦ ✦
ห้องหอจุดเทียนไว้สองเล่ม
หว่านหนิงนั่งอยู่ริมเตียง ยังคลุมผ้าแดงอยู่ ฟังเสียงฝีเท้าที่ค่อยๆ เข้ามาใกล้
เสียงนั้น
เสียงที่นางเคยรอทุกคืนอยู่แปดปี
ผ้าคลุมถูกยกขึ้นช้าๆ
เซี่ยจิ่งอวี้ยืนอยู่ตรงหน้า ในชุดวิวาห์สีแดงที่ตัดเข้ารูปพอดี ผมรวบด้วยปิ่นหยกเรียบๆ
หน้าตาเขายังเด็กกว่าที่นางจำได้มาก
ยังไม่มีริ้วรอยระหว่างคิ้ว ยังไม่มีแววตาที่เ็าแบบปีที่เจ็ด
เขามองนางแล้วรีบหลบตา หูแดงขึ้นมาถึงปลาย
"ข้า... ขออภัยด้วย"
"ขออภัยเื่อะไรหรือเ้าคะ"
"เื่จวน"
จิ่งอวี้ก้มหน้าลง มือกำชายเสื้อตัวเองแน่น
"เ้ามาจากตระกูลซู่ เคยอยู่บ้านที่มีคนใช้เป็ร้อย มาอยู่ที่นี่... กำแพงยังร้าวอยู่เลย"
เขาเงยหน้าขึ้น สบตานางตรงๆ
"ข้าสัญญาว่าจะไม่ให้เ้าลำบากไปมากกว่านี้ ให้เวลาข้าสักสามปี ข้าจะสอบให้ได้ จะทำให้เ้าได้อยู่ในบ้านที่สมกับเ้า"
หว่านหนิงมองหน้าเขานิ่ง
นี่คือปัญหา
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของทั้งหมด
เพราะตอนนี้เขาพูดจริง
ทุกคำที่ออกจากปากชายคนนี้ในคืนนี้ ไม่มีคำไหนโกหกเลยสักคำ
สายตาที่มองนางคือสายตาของเด็กหนุ่มอายุยี่สิบที่กำลังกลัวว่าตัวเองจะไม่ดีพอ
แล้วอีกแปดปีข้างหน้า สายตาคู่เดียวกันนี้จะมองนางผ่านลูกกรงเรือนจำ แล้วบอกว่าจะหาทางช่วย
ทั้งที่ชุดวิวาห์ชุดใหม่ตัดเสร็จั้แ่หน้าหนาว
"ท่านพี่"
"อือ"
"ท่านจะให้อะไรข้าเป็ของขวัญวันแต่งงานไหมเ้าคะ"
จิ่งอวี้ชะงัก แล้วรีบล้วงในอกเสื้อ
"ข้า... ข้ามีนี่ แต่มันเล็กมาก เ้าอาจจะ..."
เขาวางกำไลเงินเส้นเล็กๆ ลงบนฝ่ามือนาง
กำไลเงินไม่มีลวดลาย น้ำหนักไม่ถึงครึ่งตำลึง
ราคาไม่เกินสิบเหรียญทองแดง
ในชาติก่อน นางเก็บกำไลเส้นนี้ไว้ในกล่องข้างเตียงตลอดแปดปี
"ข้าไม่เอาอันนี้เ้าค่ะ"
จิ่งอวี้หน้าซีดลง
"ข้าขอเป็อย่างอื่นได้ไหม"
"ได้สิ" เขารีบพูด "เ้าอยากได้อะไร ถ้าข้ามีข้าจะให้"
หว่านหนิงยกมือขึ้นแตะปิ่นหยกเขียวที่รวบผมเขาอยู่
ปิ่นหยกเขียวลายไผ่
ของตกทอดจากบิดาเขา
สิ่งเดียวที่มีค่าที่สุดที่ชายคนนี้เหลืออยู่
และเป็สิ่งที่ในชาติก่อน เขาถอดออกมามอบให้หว่านอวี๋ในวันเกิดปีที่สาม ต่อหน้าคนทั้งจวน
โดยที่นางยืนดูอยู่ตรงนั้น แล้วยิ้มออกมาได้ด้วย
"ข้าขออันนี้เ้าค่ะ"