ตึก! ตึก! ตึก!
เสียงฝีเท้าที่หยุดลงตรงหน้าประตูห้องเรียนดังชัดเจนในความเงียบ แรงสั่นะเืของมันหนักแน่นราวกับบางสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์กำลังยืนอยู่อีกฟากหนึ่ง
"ขอต้อนรับนักเรียนใหม่..."
เสียงกระซิบดังแ่เบา แต่กลับก้องกังวานในห้อง ธันวา แพรไหม และกรณ์ตัวแข็งทื่อ ความเย็นเยียบแทรกซึมเข้ามาในอากาศ ราวกับโรงเรียนกำลังพยายามดูดกลืนพวกเขาเข้าไปอีกครั้ง
กรณ์พิงหลังกับประตูแน่น "ไม่นะ... ไม่นะ! นายบอกว่าเราจะออกไปได้แล้วไง!?"
แพรไหมสะอื้น มือของเธอปิดปากตัวเองแน่น ขณะที่น้ำตาเริ่มไหลอาบแก้ม "เรา…เราจะหนีไปไหนได้อีก?"
ธันวาไม่ได้ตอบ เขากำลังใช้สมองประมวลผลทุกสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาออกมาจากห้อง 206 ได้จริง ๆ แต่สุดท้ายก็ยังคงติดอยู่ในที่เดิม เพียงแค่… มันเปลี่ยนไป
เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง—แต่คราวนี้มันไม่ใช่เสียงเตือนเวลาเรียน มันดังเป็จังหวะคล้ายเสียงหัวใจเต้น
ติ๊ง... ติ๊ง... ติ๊ง...
ทันใดนั้นเอง กระดานดำตรงหน้าพวกเขาก็เริ่มขีดเขียนเอง!
ชอล์กสีขาวขูดลากไปตามพื้นผิวของกระดาน ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังเขียนข้อความลงไป
"บทเรียนใหม่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น"
ทั้งสามคนเบิกตากว้าง กรณ์สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพุ่งเข้าไปลบข้อความบนกระดาน แต่ทันทีที่เขาเอามือแตะลงไป—
มือของเขาผ่านทะลุกระดานดำไป!
"อะไรวะ!?" เขาผงะถอยหลัง มองดูมือของตัวเองที่ยังคงอยู่ครบ แต่กระดานดำตอนนี้ มันไม่ใช่กระดานธรรมดาอีกแล้ว
มันกลายเป็เงาดำสนิท... กลายเป็อีกโลกหนึ่ง!
"นี่มัน...ทางออกเหรอ?" แพรไหมพึมพำ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความลังเล
ธันวาไม่ได้ตอบ แต่สัญชาตญาณของเขาบอกว่าถ้าหากพวกเขาะโเข้าไปในนั้น มันอาจเป็โอกาสเดียวที่พวกเขาจะรอด
กรณ์กำหมัดแน่นก่อนจะหันมามองทั้งสองคน "เราจะลองเสี่ยงกับมันไหม?"
ธันวามองเข้าไปในเงาดำบนกระดานดำ มันลึกลงไปไม่มีที่สิ้นสุด…
แล้วเสียงกระซิบก็ดังขึ้นข้างหูเขาอีกครั้ง
"นายไม่มีทางหนีจากที่นี่ได้... ถ้ายังไม่ยอมรับความจริง"
ธันวาเม้มปากแน่น เสียงนั้น...มันเป็เสียงของเขาเอง!
ทันใดนั้นเอง ประตูห้องเรียนสั่นไหวอย่างรุนแรง สิ่งที่อยู่ข้างนอกกำลังพยายามพังเข้ามา!
ไม่มีเวลาให้ลังเลอีกแล้ว
"ไปกันเถอะ!" ธันวาะโ ก่อนจะะโเข้าสู่เงามืดของกระดานดำ
แพรไหมรีบตามเขาเข้าไปทันที กรณ์ลังเลอยู่เสี้ยววินาทีก่อนที่ประตูจะถูกกระแทกเข้ามา เขาตัดสินใจกระโจนตามเข้าไปในวินาทีสุดท้าย!
ธันวารู้สึกเหมือนร่างของเขากำลังร่วงลงสู่ห้วงมิติที่ไร้ก้นบึ้ง เสียงรอบข้างหายไปหมด เหลือเพียงเสียงกริ่งที่ยังคงดังก้องอยู่ในหู ร่างของเขาไม่ได้ัักับพื้น ไม่มีแรงโน้มถ่วง ไม่มีทิศทาง ทุกอย่างมีเพียงความมืด
จากนั้น...
ตุบ!
เขารู้สึกถึงแรงกระแทกเมื่อร่างของเขาตกลงบนพื้นแข็ง ธันวาหอบหายใจ ลืมตาขึ้นมาอย่างมึนงง แต่สิ่งที่เขาเห็นทำให้เืในกายของเขาเย็นเฉียบ
พวกเขากลับมาอยู่ที่โรงเรียนอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้มันแตกต่างออกไป ห้องเรียนที่เคยซีดจางกลับดูใหม่เอี่ยม โต๊ะและเก้าอี้ถูกจัดเรียงอย่างเรียบร้อย ผนังที่เคยแตกร้าวถูกซ่อมแซมจนเหมือนใหม่ ทุกอย่างราวกับย้อนเวลากลับไปหลายสิบปีก่อน
เสียงหัวเราะของเด็กนักเรียนดังแว่วมา พวกเขาไม่ได้อยู่คนเดียว
กรณ์และแพรไหมลุกขึ้นนั่ง ใบหน้าของทั้งคู่ซีดเซียว "นี่มัน...เกิดอะไรขึ้น?"
ธันวาลุกขึ้นยืน มองไปรอบ ๆ ด้วยความตกตะลึง "เราไม่ได้หนีออกไป... เราถูกดึงกลับมาในอดีต"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังก้องไปทั่วทางเดิน เสียงของเด็กนักเรียนพูดคุยกันเจื้อยแจ้วเหมือนโรงเรียนใน่เวลาที่มันยังมีชีวิตชีวา
"เรากำลังเห็นอดีตเหรอ?" แพรไหมถามเสียงสั่น
กรณ์หันไปมองรอบ ๆ แล้วกัดฟันแน่น "หรือว่า... พวกเราถูกย้อนกลับมาใน่เวลาที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น?"
เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่เสียงกริ่งหลอน ๆ แต่เป็เสียงกริ่งธรรมดาที่ใช้ส่งสัญญาณเข้าเรียน
ธันวาหันขวับไปมองหน้าต่าง สิ่งที่เขาเห็นทำให้ร่างกายของเขาเย็นเฉียบไปทั้งตัว
ที่สนามด้านนอก... มีเด็กนักเรียนยืนเรียงกันเป็แถวอย่างเป็ระเบียบ และตรงหน้าของพวกเขา...
คือ "วีรัช"
เขาสวมชุดนักเรียนสีซีด หน้าตาเหมือนกับภาพถ่ายเก่าในสมุดบันทึกที่ธันวาเคยเห็น
แต่มันไม่ใช่แค่ภาพอดีต เพราะทันทีที่วีรัชเงยหน้าขึ้นมา...
เขาสบตากับธันวา!
"นายมาแล้ว..." วีรัชพูดเสียงเรียบ แต่มันดังชัดเจนราวกับกระซิบข้างหู
ธันวากลืนน้ำลาย ร่างของเขาสั่นเทา "นี่มัน...ไม่จริง"
"นี่คือทางออกเดียว" วีรัชพูดต่อ ดวงตาของเขาว่างเปล่าไร้ประกายชีวิต "นายต้องจำให้ได้ว่าทำไมพวกนายถึงติดอยู่ที่นี่"
แพรไหมก้าวถอยหลัง ใบหน้าของเธอซีดเผือด "หมายความว่าไง...?"
วีรัชยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนที่เขาจะก้มลงมองพื้น มือของเขายกขึ้นช้า ๆ และชี้ไปที่บางสิ่งที่อยู่ข้างหลังธันวา
"พวกนายต้องดูสิ่งที่ถูกซ่อนไว้ตลอดมา..."
ธันวาหายใจติดขัด รู้สึกถึงความเย็นเยือกที่แล่นขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ หันกลับไปมองสิ่งที่อยู่ข้างหลังเขา...
ภาพสะท้อนในกระจกบานใหญ่ไม่ได้เป็เงาของพวกเขาอีกต่อไป
มันเป็ภาพของนักเรียนสิบสามคนที่ยืนเรียงกันอยู่ และที่ตรงกลาง... คือร่างของธันวาเอง
"พวกนายไม่เคยรอดออกไปเลย"
เสียงกริ่งดังขึ้นเป็ครั้งสุดท้าย
ปัง!!!
ทุกอย่างดับวูบเข้าสู่ความมืดสนิท
ทุกอย่างรอบตัวจมหายไปในความมืด ราวกับโลกทั้งใบถูกดูดกลืนเข้าไปในห้วงอเวจี ธันวาพยายามขยับตัว แต่แขนขาของเขาหนักอึ้งเหมือนถูกพันธนาการด้วยโซ่ที่มองไม่เห็น
เขาได้ยินเสียงลมหายใจของกรณ์และแพรไหม แต่ไม่มีใครพูดอะไร ความเงียบแผ่ขยายไปทั่ว
จากนั้น…
ติ๊ง… ติ๊ง… ติ๊ง…
เสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียงสะท้อนในโรงเรียน มันดังขึ้นจาก ข้างในหัวของพวกเขาเอง
"นี่มันจบแล้วใช่ไหม?" แพรไหมกระซิบ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความกลัวและสิ้นหวัง
กรณ์กัดฟันแน่น กำหมัดจนข้อขึ้นสีขาว "ฉันไม่รู้...แต่ฉันเบื่อกับเื่บ้า ๆ นี่เต็มทีแล้ว"
ธันวาหลับตาลง ความมืดที่ห่อหุ้มเขาเริ่มสั่นไหว ก่อนที่ภาพความทรงจำบางอย่างจะไหลทะลักเข้ามาในหัว ความทรงจำที่เขาไม่เคยจำได้มาก่อน
[ในอดีต...]
เสียงกริ่งดังขึ้นเป็ครั้งสุดท้ายในค่ำคืนที่มืดมิด นักเรียนสิบสามคนยืนเรียงกันอยู่หน้าห้องเรียนหมายเลข 206 ทุกคนอยู่ในสภาพซีดขาว ราวกับเป็เงาของตัวเอง พวกเขากำลังรอ "บางสิ่ง"
และที่กลางวง… มีเด็กชายคนหนึ่งยืนอยู่
"วีรัช"
เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาว่างเปล่า น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงมาตามแก้มของเขา ก่อนที่เขาจะพูดด้วยเสียงแ่เบา
"พวกเราจะออกไปจากที่นี่ได้ยังไง?"
ไม่มีใครตอบ มีเพียงเสียงกระซิบรอบตัว
"ไม่มีใครเคยออกไปจากที่นี่"
จากนั้น... ประตูห้องเรียนหมายเลข 206 ก็ปิดลง
ปัง!!!
[กลับสู่ปัจจุบัน]
ธันวาสะดุ้งเฮือก ดวงตาของเขาเบิกกว้าง ร่างกายของเขาสั่นสะท้าน
"ฉัน… ฉันจำได้แล้ว…"
กรณ์กับแพรไหมหันขวับมามอง "นายจำอะไรได้?"
ธันวาหอบหายใจ เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาสั่นไหว
"เราเคยติดอยู่ที่นี่มาก่อน… เราเคยเป็ส่วนหนึ่งของนักเรียนสิบสามคนนั้น"
แพรไหมตัวแข็งทื่อ "หมายความว่าไง!?"
กรณ์กำหมัดแน่น "บ้าไปแล้ว! พวกเราเพิ่งมาติดอยู่ในโรงเรียนนี้แค่ไม่กี่วันเองนะ!"
แต่ธันวาส่ายหัว "ไม่ใช่...พวกเราไม่ใช่คนที่มาติดที่นี่ครั้งแรก"
"เราเป็ส่วนหนึ่งของที่นี่มาตลอด"
ทันใดนั้นเอง เสียงหัวเราะแ่เบาก็ดังขึ้นรอบตัวพวกเขา
เสียงหัวเราะที่ฟังดูคุ้นเคย…
เสียงของ "ตัวพวกเขาเอง"
"ไม่นะ…" แพรไหมเริ่มร้องไห้ "เราต้องออกไปจากที่นี่…เราต้องออกไปได้!"
กรณ์หันไปมองธันวา ดวงตาของเขาสั่นระริก "นายหมายความว่าไงกันแน่!? พวกเราเคยติดอยู่ที่นี่มาก่อน แล้วทำไมเราถึงจำไม่ได้!?"
ธันวาเม้มปากแน่น ความจริงค่อย ๆ ปรากฏขึ้นในหัวของเขา
เพราะพวกเขา "ลืม"
พวกเขาเคยหนีออกไปได้ครั้งหนึ่ง แต่วัฏจักรของโรงเรียนนี้…มันบังคับให้พวกเขากลับมา และมันลบความทรงจำของพวกเขาทุกครั้ง
และคราวนี้ มันกำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ติ๊ง… ติ๊ง… ติ๊ง…
เสียงกริ่งดังขึ้นเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลงอีกครั้ง