“เสด็จแม่ วันนี้ข้าเอาผูเถาม่วงจากเมืองมนุษย์มาให้ท่านด้วย หวานยิ่งนัก”
เซ่าถิงเซวียนยื่นตะกร้าผลผูเถาให้มารดา อีกมือก็ดึงผลผูเถาเข้าปาก ยิ้มไปพลางเคี้ยวไปพลาง
“ทำไมข้าถึงรู้สึกว่า่นี้เ้ามาหาข้าบ่อยเกินไป ใช่หรือไม่” เซ่าฟางหรูหรี่ตามองบุตรชายที่เดินเข้าประตูตำหนักมาอย่างหน้าระรื่น
่หลายวันมานี้ นางสังเกตว่าบุตรชายตัวดีมักจะแวะมาเยี่ยมเยียนถี่ขึ้นทุกวัน แถมแต่ละวันที่มาก็ยังหิ้วผลไม้มาไม่ซ้ำ โดยเฉพาะผูเถาที่ต้องมีทุกวัน วันก่อนผูเถาเขียว เมื่อวานผูเถาแดง มาวันนี้ผูเถาม่วงอีกแล้ว
“่นี้ข้าว่างจากการรบ อีกอย่างเสด็จพ่อก็อยากให้ข้ามาอยู่กับเสด็จแม่แทนเขาให้มากหน่อย”
“เ้าไม่ต้องมาพูดแทนบิดาเ้า แล้วเหตุใดวันนี้ถึงยังเป็ผูเถาอีกเล่า” นางถามพลางยกผูเถาม่วงตรงหน้าขึ้นชู
“ท่านก็รู้ว่าเหล่าวิหคหลงใหลชื่นชอบในผลไม้ขนาดไหน โดยเฉพาะตัวข้าที่เป็เฟิ่งหวง ข้าโปรดปรานในการทานผูเถายิ่งนัก”
“เ้าชอบกิน แล้วทำไมจึงเอามาให้ข้า ทำไมถึงไม่เอาไปให้บิดาของเ้า” เซ่าฟางหรูมองค้อนลูกชาย
“เพราะเสด็จพ่อไม่โปรดผูเถา แต่โปรดเครื่องหอม[1]แบบท่านมากกว่า” เซ่าถิงเซวียนทำสายตาล้อเลียนไปให้มารดา เพียงนางได้ยินคำกล่าวที่สามีฝากมา นางถึงกับหน้าแดงแล้วแสร้งทำเป็โมโหกลบเกลื่อน
“ไม่ต้องเอาคำบิดาเ้ามาพูดกับข้าเลย อยู่กับเขาทุกวัน นับวันเ้ายิ่งได้นิสัยชั่วร้ายจากเขาเสียแล้ว”
“งั้น… ให้ข้าย้ายมาอยู่กับท่านดีหรือไม่” เซ่าถิงเซวียนทำท่าทะเล้นปนออดอ้อน นางเห็นแบบนี้ก็ถึงกับเสียงอ่อน
“เ้าจะมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน เ้ามีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ อีกอย่างอยู่กับข้าก็ไม่มีอะไรให้เ้าทำ แถมข้ายังต้องคอยดู… เอ่อ เอาเป็ว่าที่นี่ไม่สะดวกให้เ้าอยู่ เพราะเขตแดนนี้เป็ของจอมมาราาจิ้งจอกคู่กัดของบิดาเ้า” นางเกือบหลุดคำพูดต้องห้ามออกไป จึงรีบเปลี่ยนประเด็นทันที
“ท่านอยู่ที่นี่ทำอะไร แล้วเหตุใดท่านจึงสามารถอยู่ในสถานที่ของคู่อริของเสด็จพ่อได้เล่า”เขายู่ปากถามมารดา ทั้ง ๆ ที่ใจรู้ดีว่านางอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เื่ระหว่างบิดาตนกับจอมมาราาจิ้งจอกเก้าหาง และมารดาตนในอดีตนั้นมีใครบ้างที่ไม่รู้…
“ข้าเบื่อบิดาเ้าน่ะสิ ข้าจะอยู่ทำไมก็เื่ของข้า หาใช่เื่ของเ้ากับบิดาเ้าไม่…”
“เฟิงเฟยเทียนหวางตี้เสด็จ!”
เซ่าฟางหรูยังพูดไม่ทันจบก็ยืนขึ้นเมื่อได้ยินเสียงของทหารยามหน้าตำหนักดังขึ้น
ด้านหน้าประตูปรากฏสีหน้าร้อนใจของจอมมาราาจิ้งจอกเก้าหาง เขาเดินเข้ามาพอเห็นเซ่าถิงเซวียนก็ปรับสีหน้าให้เคร่งขรึม หัวคิ้วเลิกขึ้นไม่สบอารมณ์เล็กน้อย แต่ก็พยักหน้าตอบรับที่เซ่าถิงเซวียนทำความเคารพ ก่อนจะส่งสัญญาณทางสายตาให้เซ่าฟางหรูเดินตามไปอีกด้านของตำหนัก
เซ่าถิงเซวียนรู้ว่าพวกเขาคงจะคุยเื่สำคัญเลยเดินหลบออกมา ไม่ได้ตั้งใจที่จะแอบฟัง แต่เพราะเสียงที่ลอดออกมาทำให้เขาชะงัก และลอบได้ยินอยู่เงียบ ๆ
“เมื่อครู่ตอนท่านเดินเข้ามา ข้าเห็นว่าสีหน้าดูไม่ดีนัก ท่านไปที่ถ้ำผูเถามาใช่หรือไม่ หรือว่าเกิดเื่อันใดกับนาง” เซ่าฟางหรูถามออกมาอย่างร้อนใจ
“ใช่ ข้าไปที่นั่นมา แต่มิได้เกิดเื่ใหญ่อะไร เห็นด้านในขยับตัวไปมา คิดว่าอีกไม่กี่วัน ‘นาง’ คงจะตื่นขึ้นมาแล้ว ข้าเพียงตื่นเต้นและกังวลใจ”
“โธ่! ข้าก็นึกว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง ข้าก็ว่าข้าดูแลนางอย่างดีจะเกิดอะไรขึ้นได้ ในเมื่อนางจะตื่นขึ้นมาแล้ว ท่านจะกังวลเื่ใดเล่า” เซ่าฟางหรูยกมือขึ้นทาบอก อดโล่งใจไม่ได้ ที่แท้ก็แค่บิดากังวลเื่ธิดาตน
“ข้ากังวลพิเศษก็เื่บุรุษ เพราะธิดาของข้า นางเกิดในครรภ์ผูเถา ดังนั้นกลิ่นกายนางจึงไม่ธรรมดา แถมเืของนางเป็เผ่าจิ้งจอก และที่ชัดไปกว่านั้น วันนี้ข้าเห็นกับตา นางมีเก้าหาง”
ซึ่งเก้าหางนี้ ต่อให้เป็บุตรหรือธิดาที่มาจากสายเืแท้ ๆ เก้าหาง ก็ไม่ใช่ว่าทุกรุ่นจะสามารถสืบทอดสายเืเก้าหางนี้ได้ ดังนั้นการที่เฟิงอ้ายซินเถียนมีเก้าหาง ถือว่านางคือธิดาสายเืเก้าหางที่แท้จริง
“นั้นก็ไม่ผิดที่ท่านจะกังวล…” เซ่าฟางหรูเข้าใจความกังวลของเฟิงเฟยเทียนดี นางทำท่าครุ่นคิด
“ข้าจะซ่อนนางไว้ ไม่ให้ออกไปไหนดีหรือไม่”
“ท่านคิดว่านางไม่มีขาหรืออย่างไร จิ้งจอกซนจะตายใช่ว่าท่านไม่รู้ ดูตัวท่านสมัยวัยเยาว์เสียก่อน เอาเป็ว่าท่านไม่ต้องห่วง ทำใจสบาย ๆ ข้าจะคอยดูแลนางแทนท่านให้ดีที่สุด ท่านอย่าพึ่งตีตนไปก่อนไข้ ยังไม่มีเื่อันใดเสียหน่อย”
“นางคือธิดาหัวแก้วหัวแหวนของข้า จะไม่ให้ข้ากังวลได้อย่างไร” เฟิงเฟยเทียนกล่าวอย่างจนใจ เดินวนไปวนมาทำหน้าครุ่นคิด
“อย่างน้อย ๆ ระหว่างนางอยู่ที่นี่ ข้าจะเปลี่ยนทหารยามให้เป็สตรีทั้งหมด ห้ามบุรุษได้เยื้องกรายเด็ดขาด บุตรชายเ้ายิ่งห้าม”
“เช่นนั้นก็ตามประสงค์ของท่าน” เซ่าฟางหรูพยักหน้ารับ
ทั้งคู่อยู่คุยกันสักพักก็แยกจากไป เซ่าฟางหรูมองหาเซ่าถิงเซวียน แต่ก็ไม่พบ จึงคิดว่าบุตรชายคงกลับไปนานแล้ว นางจึงมุ่งหน้าเดินไปที่ถ้ำผูเถาอย่างรีบร้อน
ทางด้านเซ่าถิงเซวียน เขาเดินออกมาจากตำหนักของมารดาทันก่อนที่ทุกคนจะสังเกตเห็น และแน่นอนเขาได้ยินบทสนทนาทั้งหมด รวมถึงประโยคสุดท้ายนั้นด้วย แต่เขาหาได้ใส่ใจมากนัก ฉับพลันก็คิดแผนการบางอย่างขึ้นมาได้ เขาจึงยิ้มอย่างมีเลศนัย
ในเมื่อท่านแม่รั้งจะต้องอยู่ต่อไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนได้ เช่นนั้นต่อให้เสด็จพ่อมาที่นี่ เสด็จแม่จะไปที่ไหนได้อีก ถึงตอนนั้นเสด็จพ่อมา ค่อยหาจังหวะแอบเข้าไปดูก็ไม่เสียหาย เท่ากับเขวี้ยงหินก้อนหนึ่งได้นกสองตัวมิใช่หรือ
วังเฟิ่งหวง
“เ้าได้บอกมารดาตามที่ข้าบอกหรือไม่” เซ่าหนิงหยางเอ่ยถามบุตรชายทันทีที่เห็นเขาเดินเข้ามาในห้องอักษรที่ตนอยู่
“บอกขอรับ เสด็จแม่กล่าวเช่นเดิม…” เซ่าถิงเซวียนพยักหน้า ยังพูดไม่ทันจบเซ่าหนิงหยางก็ะโเรียกองครักษ์ตนออกมาแล้ว
“พวกเ้าไปพาตัวเซ่าฟางหรูเทียนโฮ่วมาขังไว้ที่ตำหนักหนิงหยางของข้าเดี๋ยวนี้!”
“……”
เหล่าองครักษ์ต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่กแล้วหันไปทางเซ่าถิงเซวียนอย่างขอความเห็น
“ท่านไม่ต้องทำถึงเพียงนั้น ข้าจะคิดแผนพาท่านไปหาเสด็จแม่เอง”
คำกล่าวของเขาเหมือนดั่งเสียง์ เหล่าองครักษ์ต่างส่งสายตาแทนคำขอบคุณ เซ่าหนิงหยางได้ยินดังนั้นจึงโบกมือไล่ให้องครักษ์พวกนั้นออกไป “อ่านสารนี้จบแล้วค่อยบอกแผนเ้าทีหลัง”
พูดพลางส่งสารสำคัญทางการทหารจากฮ่องเต้เมืองมนุษย์มาให้ เซ่าถิงเซวียนรับมาเปิดอ่านก็พบว่าเป็สารขอความช่วยเหลือ เนื่องจากพวกปีศาจออกอาละวาดแถบชายแดนทางเชื่อมเข้าเมืองมนุษย์อีกแล้ว จึงขอให้เทพาทั้งสองเดินทางไปร่วมศึกครั้งนี้ด้วย
ก่อนการเดินทางไปร่วมรบครั้งนี้ เซ่าฟางหรูอดห่วงเซ่าถิงเซวียนไม่ได้ จึงยอมออกจากตำหนักมาหาเขาถึงวังเฟิ่งหวงตามคำขอในจดหมายที่เขาเขียนไว้ว่า ‘การรบครั้งนี้ข้าอาจจะไม่ได้กลับมาแล้ว’ แต่พอมาถึงนางพูดคุยกับบุตรชายได้ไม่ถึงสองประโยค ก็โดนเซ่าหนิงหยาง าาเฟิ่งหวงจอมร้ายกาจแบกนางออกไปที่ตำหนักตนทันที
เซ่าถิงเซวียนคิดไม่ถึงว่ามารดาจะมาตามคำขอ ทั้ง ๆ ที่คิดไว้ว่ามารดาคงไม่อาจทิ้งหน้าที่ที่มีได้ เท่ากับว่าตัวเขายังไม่ต้องคิดแผนการพาบิดาไปหานาง แต่กลับสำเร็จโดยที่ยังไม่ต้องกระทำการใดมากนัก เขายิ้มอย่างได้ใจ ใส่เกราะเหล็กที่ข้อมือเสร็จก็ลุกขึ้นยืน รีบรุดออกจากตำหนักตนโดยไว
“ท่านแม่ทัพจะไปไหนขอรับ” เซ่าเหนี่ยวไป๋องครักษ์ฝ่ายซ้ายเอ่ยทัก
“จะถึงเวลาแล้วนะขอรับ” ตามด้วยเซ่าเหนี่ยวเฮยองครักษ์ฝ่ายขวา
“พวกเ้าตามข้ามา คอยดูต้นทางห่าง ๆ ก็พอ” เซ่าถิงเซวียนยกยิ้มมุมปาก ก้าวขาไปด้วยพูดไปด้วยมุ่งหน้าไปยังถ้ำผูเถา
ถ้ำผูเถา
เซ่าถิงเซวียนใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงที่ตำหนักของมารดา เขาแปลกใจที่ไม่เห็นบรรดาสาวรับใช้ เลยคิดว่าส่วนหนึ่งคงติดตามมารดาไป อีกส่วนคงเฝ้าดูแล ‘นาง’ ในถ้ำนั้น
เขาไม่ได้ให้องครักษ์ตามมาด้วย เพียงแต่ให้ซุ่มอยู่รอบนอกูเา คอยสังเกตมารดาตน และจอมมาราาจิ้งจอกเก้าหาง
“เ้าว่าท่านแม่ทัพของพวกเรามาทำอะไรที่นี่ ในเมื่อเทียนโฮ่วตอนนี้ก็อยู่ที่ตำหนักาาเฟิ่งหวงมิใช่หรือ” เซ่าเหนี่ยวเฮยใช้ศอกกระทุ้งสีข้างเซ่าเหนี่ยวไป๋ที่ยังคงยืนนิ่งสงบหลังพุ่มไม้
“ท่านแม่ทัพให้ทำอะไรเ้าก็ทำเถิด อย่าถามให้มากความ”
“……” เซ่าเหนี่ยวเฮยได้แต่มองค้อนเซ่าเหนี่ยวไป๋
เ้าเหนี่ยวไป๋ขวานผ่าซากนี่ช่างน่าเบื่อเสียจริง!
ทางด้านเซ่าถิงเซวียน เขาเดินมาถึงช่องทางลับ กลิ่นหอมที่เคยััได้วันนั้น วันนี้เหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลง… กลิ่นหวานขึ้น หอมขึ้น และคล้ายว่าเข้มข้นขึ้นจากเดิมมาก
เขามองไปที่ปากทางเข้าถ้ำก็เห็นทหารยามหญิงสองคนนั่งหลับอยู่ในสภาพไม่ได้สติ จึงรู้ได้ทันทีว่าต้องเป็เพราะฤทธิ์มอมเมาของคนด้านในแน่นอน เขายิ้มให้กับความซุกซนโดยไม่รู้ตัวของนาง เท้าก็ค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไป
พวงผูเถาขนาดใหญ่ยังวางอยู่ที่เดิม แต่ที่ไม่เหมือนเดิมก็คือหญิงสาวที่อยู่ในนั้น วันนี้นางดูมีสีสัน ดูมีชีวิตชีวาทั้ง ๆ ที่ยังคงหลับใหล นางยังคงไร้อาภรณ์เหมือนเดิม และห่มกายด้วยหางจิ้งจอกสีขาวเหมือนครั้งแรกที่เขาได้เห็น
เซ่าถิงเซวียนใจเต้นแรงขึ้น เขาขยับเข้าไปใกล้นางเรื่อย ๆ ทว่าเพียงเขาขยับเท้าแค่นิดเดียว ร่างเล็กในผลผูเถาก็เหมือนจะขยับใบหูเบา ๆ เขาถึงกับกลั้นหายใจไปชั่วขณะ เกรงว่าลมหายใจของตนอาจจะไปรบกวนนางได้
เปลือกตาสีสวยกับขนตาแพยาวเริ่มขยับไปมา ดวงตากลมโตค่อย ๆ เปิดขึ้นช้า ๆ
นางตื่นแล้ว! และเขาคือคนแรกที่ได้เห็นนาง…
ร่างบางตรงหน้าค่อย ๆ ขยับตัว ดูเหมือนจะไม่ค่อยสบายตัวเท่าใดนักจากการที่หลับใหลไปนาน นางค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่งโดยที่มีหางจิ้งจอกขยับเลื่อนปิดบริเวณหน้าอก และส่วนที่สำคัญบนร่างกายไว้ ทำให้เขามองเห็นร่างของนางอย่างวับ ๆ แวม ๆ ซึ่งเท่านี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ใจของเขาถึงกับเต้นไม่เป็จังหวะเลยทีเดียว
นางสะบัดหัวไปมาสองสามทีอย่างเกียจคร้าน เส้นผมสีดำขลับยาวสยายพลิ้วไหวไปตามแรงสะบัด ช่างชวนให้คนมองรู้สึกหลงใหลและเอ็นดูยิ่งนัก เซ่าถิงเซวียนยกมือขึ้นโบกไปมาตรงหน้านางเพื่อทดสอบว่านางมองเห็นตนหรือไม่
แต่ดูเหมือนว่านางจะไม่เห็นเขา เพราะจากการที่นางพยายามใช้มือของตนัักับผนังผูเถานั้น นางทำท่าสงสัย เอียงคอไปมาซ้ายทีขวาที และดูเหมือนพยายามสอดส่องมองออกมาด้านนอก
เป็เพราะนางเอาใบหน้ามาใกล้กับผนังของผูเถา ทำให้เขาได้เห็นใบหน้าของนางอย่างชัดเจนยิ่งขึ้น และดูเหมือนว่าใบหน้าของนางนั้นจะได้ประทับลงบนหัวใจของเขาไปเรียบร้อยแล้ว…
เขาค่อย ๆ ยื่นมือไปวางทาบทับกับรอยมือของนางตรงหน้าในขณะที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มีเพียงผนังของผูเถาเท่านั้นที่กั้นทั้งสองไว้ เขาััได้ถึงไอเย็นจาง ๆ จากฝ่ามือของนาง จึงส่งไออุ่นของตนถ่ายทอดไปให้ผ่านฝ่ามือนั้น ส่วนนางเองก็คงจะััได้ถึงฝ่ามือของเขาเช่นกันจากการที่นางดันฝ่ามือของเขาแรงขึ้น เป็การตอบรับว่านางััได้ถึงอะไรบางอย่าง
หัวใจของเซ่าถิงเซวียนสั่นไหว เขามองมือของตนที่บดบังมือเล็กจดมิดสลับกับใบหน้างดงามของนาง สายตาแอบจ้องมองตรงดวงตาที่ยั่วยวนคู่นั้นสักพักก่อนจะเลื่อนมาจดจ่อกับริมฝีปากเล็กอวบอิ่มตรงหน้า… ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า หากได้ััจะหวานล้ำสักเพียงใด
[1] ฟางหรู แปลว่า เครื่องหอม