บทที่ 19 อักขระ์
เมื่อได้ยินคำว่า อักขระ์ จากปากของชายชราที่เรียกตนเองว่าเหล่าเหอ ทำให้เสวี่ยซานถึงกับอ้าปากตะลึงค้าง
ผู้ฝึกฝนอักขระ์เป็ผู้ฝึกตนอีกวิถีนึงที่แยกออกจากการฝึกปราณอย่างสิ้นเชิง มิหนำซ้ำคนพวกนั้นยังมีสถานะที่สูงส่งบนมหาพิภพโต้วตี้แห่งนี้เป็อย่างมาก
สาเหตุหนึ่งที่ทำให้พวกผู้ฝึกฝนอักขระ์มีสถานะที่สูงส่งก็เพราะผู้ฝึกอักขระ์นั้นมีจำนวนเพียงน้อยนิดเมื่อเทียบกับสิ่งมีชีวิตบนโลกนี้
พวกเขาไม่เชี่ยวชาญเื่การใช้พลังปราณ แต่เชี่ยวชาญในด้านการใช้ 'พลังจิต'
พวกเขาสามารถดึงพลังของฟ้าดินมาใช้ประโยชน์ในการต่อสู้หรืออื่นๆ ตัวอย่างเช่น 'ค่ายกล' สิ่งที่ผู้ฝึกอักขระ์ส่วนใหญ่เชี่ยวชาญที่สุด
หากเป็บุคคลปกติทั่วไปต้องใช้ผู้ฝึกตนจำนวนมากรวมพลังปราณเข้าด้วยกันเพื่อก่อสร้างค่ายกล แต่หากเป็ผู้ฝึกฝนอักขระ์ แค่เพียงคนเดียวก็สามารถสร้างค่ายกลได้อย่างง่ายดายดั่งพลิกฝ่ามือ
"ข้า…ข้าสามารถเป็ได้จริงหรือ!?" เสวี่ยซานที่ตั้งสติได้ก็เอ่ยถามออกมาเสียงดัง
"แน่นอน ข้าได้ตรวจสอบพลังจิตของเ้าแล้ว พลังจิตของเ้ามีมากกว่าเด็กในวัยเดียวกันหลายเท่านัก!"
ชายชราเอ่ยพร้อมหัวเราะออกมาเบาๆ กับท่าทางตื่นเต้นของเด็กหนุ่มตรงหน้า
เด็กหนุ่มอายุเพียงสิบหกปีเท่านั้นกลับมีพลังจิตที่สูงลิบลิ่ว นับว่าหาได้ยากยิ่ง และถึงแม้จะไปอยู่ในทวีปใหญ่ ก็ไม่ใช่ว่าจะพบเจอกันได้ง่ายๆ
"เช่นนั้นข้าต้องทำอย่างไร?"
"ง่ายดายมาก คำนับข้าเป็อาจารย์ของเ้าซะ" ชายชราพูดพร้อมใช้มือที่เหี่ยวแห้งลูบเคราไปมา
สิ้นเสียงของเหล่าเหอเสวี่ยซานก็เกิดความลังเลขึ้นมา หากตาเฒ่าคนนี้โกหกเขาเล่า แล้วเขาจะทำอย่างไร?
"เ้ามิใช่ว่าอยากแข็งแกร่งขึ้นเพื่อไปแก้แค้นงั้นรึ?"
"ท่านรู้ได้อย่างไร?"
"เ้าหนูน้อย ตอนข้าออกท่องยุทธภพ เ้ายังไม่เกิดเลยกระมัง เด็กหนุ่มที่ออกเดินทางเพียงลำพัง อีกทั้งสายตาที่เต็มไปด้วยความแค้นของเ้าน่ะ ข้าแค่มองดูจากสายตาของเ้าก็รู้แล้ว"
เหล่าเหอพูดกลั้วหัวเราะ สายตาพลันจ้องดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลของเสวี่ยซาน ภายในนั้นเหมือนราวกับมันจะสุมไปด้วยเพลิงแค้นที่ยากจะพูดออกมา
ถูกต้อง ภายในใจของเสวี่ยซานนั้นเต็มไปด้วยความเคียดแค้น เขาอยากจะกลับไปที่ตระกูลมู่ กลับไปจัดการคนที่เคยดูถูกเขากับมารดาเอาไว้ในตอนนั้น แต่ตอนนี้เขายังทำไม่ได้ เพราะเขายังไม่มีพลังมากพอถึงขนาดนั้น
"แล้วข้าจะเชื่อท่านได้อย่างไรว่าท่านคือผู้ฝึกอักขระ์?"
เสวี่ยซานที่ออกมาจากภวังค์ความคิด เอ่ยถามเหล่าเหอเสียงนิ่ง
"งั้นก็ดูให้ดี"
ทันทีที่เหล่าเหอพูดจบ หอกเมฆาก็ลอยเข้ามาสู่มือเหี่ยวแห้งของชายชราอย่างอัศจรรย์
"ข้าจะแสดงความสามารถของผู้ฝึกอักขระ์ให้เ้าดูเองเ้าหนู"
ชายชราพูดพร้อมกับชี้มือไปข้างหน้า ปากก็ท่องอะไรหมุบหมิบๆ อยู่คนเดียว คราแรกที่เสวี่ยซานมองฉากนี้ก็นึกแปลกใจ
ทว่าผ่านไปเพียงครู่เดียวเสวี่ยซานที่กำลังยืนมองชายชราอยู่ สายตาเขาพลันเบิกกว้าง เพราะตอนนี้เหล่าเหอที่ปากท่องอะไรบางอย่าง นิ้วมือเหี่ยวแห้งก็กำลังวาดลวดลายบนอากาศเบื้องหน้าอย่างต่อเนื่อง
อึดใจถัดมาปรากฏอักขระอันแปลกพิสดารที่เขาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน อักขระส่องประกายแสงสีทองระยิบระยับ พร้อมกลิ่นอายน่าเกรงขาม ไม่นานอักขระนั้นก็ประทับลงไปที่หอกเมฆา
หอกเมฆาเรืองแสงวูบครู่นึงก็หายไป เหล่าเหอคืนหอกเมฆาให้กับเสวี่ยซานอีกครั้ง หลังจากที่เสวี่ยซานัักับหอกก็รู้สึกได้ถึงสิ่งนึงที่แปลกไป
ยามเขาััก็มันก็รู้สึกว่าพลังปราณในร่างที่ไหลเวียนตามเส้นลมปราณกลับเคลื่อนที่ช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
สิ่งนี้ทำให้เสวี่ยซานตงตะลึง หอกเมฆาที่แต่เดิมมีน้ำหนักที่มากกว่าหอกทั่วไปอยู่แล้ว และยิ่งตอนนี้ที่พลังปราณติดขัดไม่ไหลลื่นเหมือนแต่ก่อนยิ่งไปกันใหญ่
เสวี่ยซานที่ยกหอกไม่ไหวจึงต้องปล่อยมันหล่นลงบนพื้น
เสียงของหนักหล่นดังตุบบนพื้นถ้ำ เกิดกลุ่มควันลอยฟุ้ง ตรงจุดที่หอกเมฆาร่วงหล่นลงไปเมื่อครู่ เสวี่ยซานมองเห็นหลุมขนาดย่อมๆหลุมนึง โดยที่มีหอกเมฆาเป็จุดศูนย์กลาง
"ฮ่าๆๆๆ เป็อย่างไรเ้าหนู ข้าสลักอักขระ ชะลอปราณกับอักขระแรงโน้มถ่วง ลงไปในหอกเ้าชอบหรือไม่?"
เหล่าเหอที่มองเสวี่ยซานอยู่เมื่อเห็นท่าทางทุลักทุเลของเสวี่ยซานก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง
"แต่เดิมข้าก็ต้องใช้พลังปราณช่วยเหลือในการยกหอกเมฆาอยู่แล้ว และตอนนี้สลักอักขระผนึกไว้บนหอก แล้วต่อจากนี้ข้าจะยกมันได้อย่างไรเล่า?"
"ฮ่าๆ ไม่ต้องเครียดไป ไม่ต้องเครียด ข้าสามารถแก้ไขได้อยู่แล้ว เอาหล่ะเ้าตัดสินใจได้หรือยัง?"
เหล่าเหอพูดกลั้วหัวเราะ สายตาจับจ้องเสวี่ยซานที่กำลังครุ่นคิด
"ได้ ข้าจะคำนับท่านเป็อาจารย์ของข้า!"
นิ่งคิดเพียงชั่วครู่ เสวี่ยซานก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด สายตาอันมุ่งมั่นของเขาทำให้เหล่าเหอที่มองอยู่อดเผยแววตาชื่นชมไม่ได้
ช่างเป็เด็กหนุ่มที่น่าอัศจรรย์ อายุเพียงเท่านี้กลับไม่เกรงกลัวที่จะออกท่องยุทธภพเพื่อแสวงหาพลังและอำนาจ เมื่อมองเห็นสายตาอันมุ่งมั่นของเสวี่ยซาน ชายชราเหมือนมองเห็นคนผู้นึงที่ตนคุ้นเคย ซ้อนทับอยู่บนร่างของเด็กหนุ่มตรงหน้า
"เอาหล่ะ เช่นนั้นก็เริ่มเลยเถิด"
หลังคืนสติ ชายชราเอ่ยขึ้นเพื่อให้เสวี่ยซานคำนับตนเองเป็อาจารย์อย่างถูกต้อง
"อื้อ!"
…
หลังจากเหล่าเหอมองเสวี่ยซานคำนับตนจนเสร็จสิ้น ก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
"เมื่อเ้าเป็ลูกศิษย์ของข้า มีหนึ่งสิ่งที่เ้าต้องรับปากกับข้า"
"เื่อะไรหรือท่านอาจารย์?"
เมื่อคำนับผู้าุโตรงหน้าเป็อาจารย์แล้ว เสวี่ยซานก็พลันเปลี่ยนคำเรียกขานไปด้วย
"ตอนนี้เ้ายังไม่จำเป็ต้องรู้ รู้แค่ว่าอย่าเปิดเผยถึงการมีอยู่ของข้าก็พอ!"
เหล่าเหอพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง เสวี่ยซานเห็นดังนั้นก็พยักหน้ารับหงึกหงัก
"ไหนๆเ้าก็เป็ลูกศิษย์ของข้าแล้ว เล่าความเป็มาของเ้า และสาเหตุที่ต้องออกมาฝึกตนเพียงลำพังที่ด้านนอกให้อาจารย์ฟังซิ!"
เสวี่ยซานพยักหน้าก่อนจะเล่าเื่ราวของตนเองให้กับเหล่าเหอได้ฟัง แม้ว่าบางเื่ชายหนุ่มไมาได้กล่าวมันออกไปก็ตาม