ย่าหลินเป็คนจิตใจดีเธอรู้สึกซาบซึ้งบุญคุณที่จางกุ้ยเฟินเคยให้นมหลินซือหย่วนกิน
ถึงแม้จะไม่พอใจกับการกระทำต่างๆของจางกุ้ยเฟินแต่เมื่อได้ยินจางกุ้ยเฟินหยิบยกเื่ให้นมหลินซือหย่วนมากกล่าวอ้างอีกครั้งย่าหลินก็จำต้องยินยอมให้ยืมเสื้อผ้าไป
ย่าหลินรู้ดีว่าหากเธอยังไม่ยินยอมให้ยืมเสื้อผ้าจางกุ้ยเฟินคงจะส่งเสียงดังโวยวายไม่จบสิ้นและยังจะเที่ยวป่าวประกาศเื่เสื่อมเสียของพวกเขาสองย่าหลานไปทั่วแน่นอน
ท้ายที่สุดแล้วย่าหลินก็ยังให้ความสำคัญกับบุญคุณเล็กๆ น้อยๆที่จางกุ้ยเฟินเคยหยิบยื่นให้ในอดีตอยู่ดี
ครู่ต่อมาย่าหลินก็เข้าไปในบ้านและนำกางเกงพร้อมกับเสื้อตัวใหม่ที่เธอเพิ่งเย็บให้หลินซือหย่วนเมื่อไม่กี่วันก่อนออกมาให้จางกุ้ยเฟิน
เมื่อได้เสื้อผ้าไปจางกุ้ยเฟินก็ยิ้มหน้าบานทันที
"ป้าคะ ถ้าครั้งนี้ต้าเผิงบ้านฉันดูตัวสำเร็จฉันจะให้เขามาส่งขนมมงคลให้ป้ากับหย่วนจื่อกินแน่นอนค่ะ"
ย่าหลินกล่าวตอบอย่างเฉยเมย"จะส่งหรือไม่ส่งขนมมงคลก็ไม่สำคัญหรอกขอแค่คราวนี้ต้าเผิงดูตัวราบรื่นก็พอ"
ย่าหลินคิดในใจว่าไม่ว่าจะราบรื่นหรือไม่ก็ตามขอแค่ใช้เสื้อผ้าเสร็จแล้วส่งคืนกลับมา นั่นก็ถือว่าเป็เื่ดีแล้ว
จางกุ้ยเฟินไม่ได้เอ่ยถึงเื่ที่ว่าหลังจากใช้เสื้อผ้าเสร็จแล้วจะซักให้สะอาดและส่งคืนกลับมาแต่อย่างใด
เมื่อได้เสื้อผ้าไปจุดประสงค์ก็สำเร็จลุล่วงแล้ว แต่จางกุ้ยเฟินกลับไม่รีบร้อนที่จะขอตัวกลับไป
"ป้าคะ เื่ที่ฉันเคยบอกป้าไปเมื่อคราวก่อนป้าพิจารณาแล้วคิดว่ายังไงบ้างคะ?"
"เธอเคยบอกอะไรฉันไว้หรือ?" ย่าหลินถามอย่างงุนงง
จางกุ้ยเฟินลดเสียงลงเล็กน้อยและกล่าวว่า"ก็เื่ที่ให้หย่วนจื่อคบหากับเกาลี่อย่างไรคะ!เกาลี่ชอบหย่วนจื่อมากเสียยิ่งกว่าอะไรดี พวกพี่เขยของฉันก็ยอมรับนะตอนนี้ก็แค่รอคำตอบจากฝ่ายชายเท่านั้นค่ะ"
ย่าหลินยังไม่ทันได้เอ่ยปากหลินซือหย่วนที่เดินออกมาจากในบ้านก็เอ่ยปากปฏิเสธตรงๆ"ป้าใหญ่ ผมไม่ได้ชอบเกาลี่ครับ"
ในเวลานี้หลินซือหย่วนได้เดินมาถึงหน้าประตูห้องโถงแล้วเขายืนเท้าเอวอยู่บนขั้นบันไดหน้าประตู
ั้แ่ต้นจนจบหลินซือหย่วนแทบจะไม่ได้มองหน้าจางกุ้ยเฟินอย่างจริงจังเลยด้วยซ้ำ
การที่เขาบอกว่า‘ผมไม่ได้ชอบเกาลี่’ ถือเป็การปฏิเสธที่ตรงไปตรงมามากแล้ว
ย่าหลินรับ่ต่อจากหลินซือหย่วนและกล่าวว่า"กุ้ยเฟินเอ๋ย หย่วนจื่อไม่ได้ชอบเกาลี่ เธอก็อย่าฝืนใจเขาเลย"
จางกุ้ยเฟินไม่ยอมรามือเช่นนั้นง่ายๆ"หย่วนจื่อ เกาลี่ไม่ดีตรงไหน เธอถึงไม่ชอบหล่อน? สาวๆ เขาอุตส่าห์เข้าหา เธอเองกลับไม่เอา เธอนี่มันเหลือเกินจริงๆ"
เมื่อตำหนิหลินซือหย่วนเสร็จจางกุ้ยเฟินก็หันไปมองย่าหลินที่กำลังร้อยเข็มเย็บผ้า"ป้าคะ หย่วนจื่อยังเด็กยังไม่รู้ความป้าก็อย่าตามใจเขาให้มากนัก ปีนี้หย่วนจื่อก็อายุยี่สิบเอ็ดแล้วถ้ายังไม่รีบหมั้นหมาย อีกไม่กี่ปีก็จะหาดีๆ ไม่ได้แล้วนะชื่อเสียงของหย่วนจื่อในหมู่บ้านเราก็ไม่ค่อยดีนักฉันไม่เชื่อหรอกว่าป้าจะไม่เคยได้ยินได้ฟังมา ถ้ามีลูกสาวใครยอมแต่งงานด้วยเราก็ต้องรีบคว้าเอาไว้สิคะ"
สีหน้าของย่าหลินเปลี่ยนจากเมฆมากเป็มืดครึ้มในทันที"กุ้ยเฟิน ถึงหย่วนจื่อจะไม่ดียังไงเขาก็เป็หลานชายสุดที่รักของฉันอยู่ดี คนอื่นจะว่าเขาลับหลังยังไง ฉันไม่สนหรอกแต่ถ้าใครมาว่าหย่วนจื่อต่อหน้าฉัน ฉันละอยากจะตบปากให้แตก"
"ป้าคะ ป้าตามใจหย่วนจื่อแบบนี้ไม่ได้นะ เขาไม่ใช่เด็กๆ แล้วถ้าเขายังเอาแต่เที่ยวเล่น ี้เีสันหลังยาว สักวันจะล่มจมนะคะ" จางกุ้ยเฟินแสดงท่าทีหวังดีเต็มที่
หลินซือหย่วนที่เดิมทียืนอยู่บนขั้นบันไดหน้าประตูก้าวเพียงไม่กี่ก้าวก็ไปหยุดอยู่ตรงหน้าจางกุ้ยเฟิน
บนใบหน้าของหลินซือหย่วนไม่มีอารมณ์ใดๆปรากฎชัด ประกอบกับรูปร่างที่ค่อนข้างสูงใหญ่การที่เขายืนอยู่ตรงนี้อย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ย่อมสร้างความรู้สึกกดดันโดยธรรมชาติ
"ป้าใหญ่ ย่าผมจะอบรมสั่งสอนผมยังไง มันก็เป็เื่ของท่านไม่ใช่เื่ที่คนนอกจะมาชี้นิ้วสั่ง ถ้าป้าไม่มีธุระอะไรแล้ว เชิญกลับไปเถอะครับ"
เมื่อได้ยินคำว่าคนนอกจางกุ้ยเฟินก็ร้อนรนขึ้นมาทันที "หย่วนจื่อเธอพูดอะไรออกมา? ใครเป็คนนอกกัน? เธอว่าฉันเป็คนนอกเหรอ?ไอ้ลูกหมาอกตัญญู ถ้าไม่มีฉันให้นมเธอในตอนนั้น เธอคงอดตายไปนานแล้ว"
จางกุ้ยเฟินลุกพรวดขึ้นมาจากเก้าอี้"ถ้ารู้ว่าโตขึ้นมาเธอจะเป็แบบนี้ ฉันจะไม่ให้นมเธอกินหรอก"
สีหน้าของหลินซือหย่วนค่อยๆมืดครึ้ม เขากวาดสายตาดูถูกมองลงไปที่จางกุ้ยเฟิน จากนั้นก็เอ่ยปากอย่างใจเย็นว่า"ของที่บ้านผมให้ป้าไปใน่หลายปีมานี้คงพอที่จะจ้างแม่นมห้าคนมาเลี้ยงผมได้สามปีด้วยซ้ำ"
จางกุ้ยเฟินพูดจาเกินเลยมากขึ้นเรื่อยๆย่าหลินก็ไม่สามารถพูดจาดีๆ กับเธอได้อีกต่อไป
"กุ้ยเฟิน ที่เธอเคยให้นมหลานชายของฉันกินพวกเราสองย่าหลานก็รู้สึกขอบคุณเธอนะ ขอบคุณก็ส่วนขอบคุณแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเราจะต้องตอบแทนเธอไปตลอดชีวิตโดยไม่มีเงื่อนไขแบบนี้"
คำพูดของสองย่าหลานนั้นช่างคมกริบเชือดเฉือนจนจางกุ้ยเฟินแทบจะยืนไม่อยู่ ใบหน้าของเธอแดงก่ำ
จางกุ้ยเฟินรู้ดีว่าหากยังอยู่ที่นี่ต่อไปก็จะยิ่งทำให้ตนเองต้องอับอายมากขึ้น เธอจึงจำต้องหอบเสื้อผ้าหนีไปอย่างจนใจ
เมื่อแน่ใจว่าจางกุ้ยเฟินไปไกลแล้วหลินซือหย่วนจึงเอ่ยปากอีกครั้ง "ย่าครับเราย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองกันเถอะ ไม่อย่างนั้นป้าใหญ่ก็จะคอยแต่มารบกวนแบบนี้น่ารำคาญชะมัด"
ย่าหลินไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาและกล่าวตอบว่า"จะไปก็ไปสิ ฉันไม่ไป"
หลินซือหย่วนขมวดคิ้วและกล่าวอย่างจนปัญญา"ย่าครับ ถ้าย่าไม่ไป ผมก็ไม่ไปหรอกผมซื้อบ้านไว้เรียบร้อยแล้ว ย่าก็ยังไม่ยอมไป บ้านที่ไม่มีคนอยู่นานๆมันจะขึ้นราเอานะ ย่าทนเห็นบ้านเราขึ้นราได้ลงคอเหรอครับ?"
ย่าหลินแค่นเสียงอย่างไม่ใส่ใจ"บ้านจะขึ้นรา? เอาแต่หลอกย่าอยู่ได้ตอนที่คิดจะซื้อบ้านในเมือง ย่าก็บอกไปแล้วว่าบ้านหลังนั้นเอาไว้ให้แกอยู่กับเมียถ้าไม่อยากอยู่ในหมู่บ้านแล้ว ก็รีบไปหาเมียมาแล้วพาเมียไปสร้างเนื้อสร้างตัวในเมืองซะสิ"
"ยังอีกนานกว่าผมจะได้แต่งงานนะครับย่า เราย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองกันเถอะ"หลินซือหย่วนโอบแขนย่าหลินไว้และอ้อนวอนเหมือนเด็กๆ
ย่าหลินสะบัดมือของหลานชายสุดที่รักออกอย่างไม่ไว้หน้า"อายุตั้งเท่าไหร่แล้ว ยังมาทำเสียงเล็กเสียงน้อยกับย่าอีกวอนโดนตีนักใช่ไหม?"
หลังจากดุหลานชายคนโตที่มาออดอ้อนตนเองแล้วสีหน้าของย่าหลินก็กลับมาเรียบเฉยดังเดิม
"หย่วนจื่อ ถ้าอยากจะกตัญญูจริงๆ ก็ไปคบหากับหลันเยวี่ยให้ดีๆรีบแต่งแม่หนูคนนั้นเข้ามาเป็หลานสะใภ้ของย่า พวกแกสองคนจะได้ไปทำการค้าเล็กๆน้อยๆ ในเมือง ไว้พวกแกมีลูก ฉันก็จะได้ช่วยเลี้ยงหลาน"
หลินซือหย่วนคิดว่าการที่ย่าบอกให้เขาแต่งงานกับหลันเยวี่ยเป็เื่ล้อเล่นเสียอีกไม่คิดว่าคนแก่อย่างท่านจะพูดจริงจัง "ย่าครับยัยเด็กคนนั้นเพิ่งจะกลับมาได้ไม่นาน พวกเรายังไม่รู้จักนิสัยใจคอกันเลยแล้วย่าจะรู้ได้ยังไงว่าผมเหมาะสมกับหล่อน? ถ้าจะว่ากันจริงๆการที่ย่าบอกว่าผมเหมาะสมกับถิงถิง ยังดูสมเหตุสมผลมากกว่าเสียอีก"
"ว่าไงนะ? นี่แกชอบถิงถิงเหรอ?" ย่าหลินถามอย่างรีบร้อน
หลินซือหย่วนรีบอธิบาย"ไม่ใช่ ไม่ใช่ ผมเห็นถิงถิงเป็แค่น้องสาวครับ"
ย่าหลินพูดขึ้น"ถิงถิงก็เป็เด็กดีนะใครได้แต่งงานกับเด็กคนนั้นก็ถือว่าเป็วาสนา แต่ถิงถิงไม่เหมาะสมกับหลานหรอกหลันเยวี่ยต่างหากที่เหมาะสม"
"ย่าครับ ย่ารู้ได้ยังไงว่าหลันเยวี่ยเหมาะสมกับผม?" หลินซือหย่วนถาม