พิชิตประตูมิติด้วยอาคม
ตอนที่ 1: กลิ่นธูปในมหานครเหล็ก
ปี ค.ศ. 3010 – กรุงเทพมหานคร
ท่ามกลางกระแสธาราของเทคโนโลยีที่พุ่งทะยานจนถึงขีดสุด กรุงเทพฯ ในสหัสวรรษที่สี่กลายเป็ป่าคอนกรีตที่ถูกทับซ้อนด้วยเลเยอร์ของโฮโลแกรมที่สว่างไสว รถเหาะพลังงานไฮโดรเจนวิ่งสวนกันบนรางแม่เหล็กไฟฟ้าที่ลอยฟ้าสูงเสียดฟ้า แสงสีนีออนจากป้ายโฆษณาดิจิทัลฉาบย้อมทุกตารางนิ้วให้กลายเป็เมืองที่ไม่เคยหลับใหล
ทว่า ณ มุมหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่หลังตึกระฟ้าของบริษัทั์ใหญ่ ยังมี "วัดป่ามหาพุทธาราม" สถานที่ซึ่งกำแพงอิฐเก่าคร่ำคร่าถูกเถาวัลย์พันเกี่ยวดูผิดยุคผิดสมัย กลิ่นธูปหอมจางๆ ลอยล่องแข่งกับกลิ่นโอโซนจากเครื่องปรับอากาศั์ของเมืองใหญ่
ภายในโบสถ์ที่เงียบสงัด น้ำมนต์ ชายหนุ่มวัย 20 ปี ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดแขนยาวสีดำเรียบง่าย นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นไม้ที่มันวาวจากการใช้งานมานานนับสิบปี แผ่นหลังของเขาเหยียดตรง สงบนิ่งราวกับรูปปั้นหิน ั์ตาคมกริบหลับสนิทขณะที่ริมฝีปากขยับบริกรรมคาถาแ่เบา
"นะโม พุทธายะ ยะธาพุทโมนะ... อะสังวิสุโลปุสะพุภะ..."
เสียงสวดนั้นไม่ใช่เพียงการท่องจำ แต่ทุกอักขระที่เปล่งออกมาดูเหมือนจะสั่นะเืมวลอากาศรอบตัวเขาเบา ๆ น้ำมนต์คือเด็กกำพร้าที่ถูกทิ้งไว้หน้าวัดั้แ่แบเบาะ เขาเติบโตมาใต้ร่มกาสาวพัสตร์โดยมีหลวงพ่อเ้าอาวาสเป็ทั้งพ่อและครูผู้ประสาทวิชาอาคมสายขาวให้ นอกจากวิชาทางธรรม น้ำมนต์ยังมี 'ของดี' ติดตัว นั่นคือวิชาอาคมที่เข้มขลังพอจะปัดเป่าคุณไสยมนต์ดำได้
"น้ำมนต์เอ๋ย... จิตเ้าวันนี้ดูว้าวุ่นนะ" เสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังของหลวงพ่อเ้าอาวาสดังขึ้นจากด้านหลัง
น้ำมนต์ลืมตาขึ้น ลมหายใจสุดท้ายที่พ่นออกมาดูเหมือนจะมีควันจางๆ พุ่งออกมาด้วย "ขอโทษครับหลวงพ่อ ผมแค่รู้สึกว่า... อากาศข้างนอกมันเปลี่ยนไป มันมีความกดอากาศแปลกๆ ที่ผมไม่เคยััมาก่อน เหมือนมีพายุกำลังจะมา"
หลวงพ่อมองออกไปนอกหน้าต่างโบสถ์ เห็นท้องฟ้าสีม่วงอมแดงที่ปกคลุมเมืองใหญ่ "โลกมันเปลี่ยนไปมากแล้วน้ำมนต์ แต่อำนาจแห่งจิตและความดีงามจะไม่เปลี่ยนตามกาลเวลา เ้าต้องเตรียมตัวให้พร้อม... ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเอง แต่เพื่อเด็กๆ ในวัดแห่งนี้ด้วย"
น้ำมนต์กราบลาหลวงพ่อด้วยความเคารพ ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังโรงมวยเก่าหลังวัด ที่นั่นคือที่ฝึกซ้อมของเขาและเป็ที่ที่เขาใช้หยาดเหงื่อแลกเงิน ครูชัย อดีตแชมป์มวยไทยผู้มีแผลเป็ทั่วร่าง ยืนรอลูกศิษย์เอกอยู่พร้อมนวมเก่าๆ คู่หนึ่ง
"มาแล้วเหรอน้ำมนต์! วันนี้จัดหนักหน่อยนะ นัดชกคืนนี้ที่สนามใต้ดิน 'ไอ้แขนเหล็กจอร์จ' มันประกาศจะหักคอแกกลางเวที!" ครูชัยะโพลางเตะเป้าล่อให้น้ำมนต์ออกอาวุธ
ปึ้ง! ปึ้ง! ปึ้ง!
เสียงหมัด เท้า เข่า ศอก ของน้ำมนต์กระทบเป้าล่อดังสนั่นราวกับเสียงปืนใหญ่ ทุกท่วงท่าของเขาสวยงามแต่แฝงไปด้วยความตาย เขาใช้ศาสตร์มวยไทยดั้งเดิม ผสมผสานกับจังหวะจะโคนอันแม่นยำ น้ำมนต์ไม่ได้ชกเพื่อชื่อเสียง แต่เงินเดิมพันในคืนนี้คือ 'ทุนการศึกษา' ของเหล่าน้องๆ เด็กกำพร้าที่เขาสัญญาไว้ว่าจะส่งเรียนให้สูงที่สุด
"การ์ดอย่าตก! บิดสะโพกอีกนิด!" ครูชัยสั่งพร้อมพยักหน้าด้วยความพอใจ ในใจครูชัยรู้ดีว่าน้ำมนต์มีมากกว่าฝีมือมวย เขามีสมาธิที่นิ่งเหมือนน้ำแข็ง และพละกำลังที่ดูเหมือนจะมากกว่าคนทั่วไป
เมื่อตะวันลับขอบฟ้า แสงไฟจากโฮโลแกรมเริ่มทำงานเต็มที่ น้ำมนต์สะพายกระเป๋าใบเก่งมุ่งหน้าสู่ย่านอโคจรใจกลางกรุง ที่นั่นมีสนามมวยใต้ดินที่จัดขึ้นเพื่อความบันเทิงของพวกเศรษฐีที่ชอบความรุนแรง น้ำมนต์เดินผ่านฝูงชนที่ส่งเสียงเชียร์กันอย่างบ้าคลั่ง แววตาของเขาเฉยเมยต่อแสงสีรอบข้าง กลิ่นคาวเื ที่ติดแห้งเกรอะกรังและเืสดๆ ที่ยังมีตกค้างอยู่บนผืนผ้าใบยังมีอยู่ให้เห็น ล่องลอยคละคลุ้งไปกับกลิ่นบุหรี่ กลิ่นเหม็นอับที่ล่องลอยไปทั่วสนามตรงหน้า
หลังจากที่น้ำมนต์เตรียมตัวพร้อมเขาก้าวขึ้นสู่สังเวียนมวยที่ล้อมรอบด้วยกรงเหล็กไฟฟ้า ที่ตอนนี้ยังไม่เปิดทำงาน คู่ต่อสู้ของเขาคือไซบอร์กครึ่งมนุษย์ที่มีแขนขวาเป็โลหะไทเทเนียมขนาดมหึมาซึ่งมันยืนรอคู่ชกของมันด้วยความมั่นอกมั่นใจ มันแยกเขี้ยวขาววับมองน้ำมนต์เหมือนมองเหยื่อที่มันคิดว่าสามารถจัดหนักให้หมอบกระแต่ได้โดยง่าย
"เฮ้! ไอ้เด็กวัด วันนี้ข้าจะส่งแกไปหาเ้าอาวาสของแกในนรก!" จอร์จแขนเหล็กคำราม
น้ำมนต์ไม่ได้ตอบโต้ด้วยคำพูด เขาเพียงพนมมือไหว้ครูอย่างสง่างาม ก่อนจะร่ายอาคม 'นะจังงัง' แบบย่อลงบนฝ่ามือ ความกดอากาศรอบตัวเขาเปลี่ยนไปกะทันหัน ในวินาทีที่ระฆังดังขึ้น...
เปรี้ยง!!!
มันไม่ใช่เสียงหมัดปะทะหน้า แต่เป็เสียงสายฟ้าสีม่วงขนาดมหึมาที่ผ่าลงมากลางหลังคาสังเวียนมวย แรงสั่นะเืรุนแรงระดับแผ่นดินไหวทำให้ผู้คนล้มระเนระนาด ท้องฟ้าเบื้องบนถูกฉีกออกเป็รอยแยกมิติสีดำขลับที่ดูเหมือนดวงตาั์กำลังจ้องมองโลก
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นวะ!" เสียงกรีดร้องดังระงม พร้อมกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเสียงกรีดร้อง เสียงโวยวาย ดังขึ้นมาแต่ฟังไม่ได้ศัพท์ ต่างคนต่างกลัว กลัวในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ทุกคนพยามหนี หนีเอาตัวรอดจากสิ่งประหลาดที่ทุกคนไม่เคยเห็นไม่เคยเจอ สิ่งที่ทุกคนเห็นเหมือนกันคือรอยกรีดในอากาศขนาดใหญ่ขอบของมันเหมือนกับรอยกระจกที่แตกความกว้างขนาดของมันใหญ่กว่ารถบัสห้าหกคันเรียงคู่กันด้านในมีความมืดสนิทและแสงกระพริบเหมือนกับฟ้าผ่าแต่สีสันของเส้นสายมันกับมีสีสันมากมายสลับกันไปมาและกึ่งกลางของรอยแตกมันมีการหมุนเป็ก้นหอยซึ่งเกิดจากอะไรไม่มีใครรู้ได้ และน้ำมนต์และคนอื่นๆ ก็ถูกแรงดูดมหาศาลจากรอยแยกนั้นกระชากร่างลอยขึ้นสู่ความมืดมิดในทันที!