Thinking of 13
“ฝันอาบน้ำแล้วมาทานข้าวด้วยกัน” เสียงฝุ่นฉุดฉันให้หลุดจากภวังค์ พอหันไปมองทางด้านประตู คนที่มักคอยอยู่ข้าง ๆ ฉันในทุก่เวลาทำให้ฉันหลุดร้องไห้ออกมาอย่างหนัก
“ฝัน ฝันมองพี่” ฝุ่นวิ่งเข้ามากอดฉันไว้แน่นพร้อมกับเรียกสติ
“ขอ ขอโทษ ฮึก ขอโทษ”
“ฝัน ฮึก ขอร้องนะอย่าทำแบบนั้นอีก อย่านะฝัน พี่อยู่ไม่ได้นะถ้าไม่มีฝัน”
“ขอโทษ ขอโทษ”
“ไม่เอานะฝัน อย่าคิดแบบนั้นอีกนะ อย่าทำด้วย” ััเปียกชื้นที่ไหล่ทำให้ฉันร้องไห้หนักกว่าเดิม ฉันทำให้คนที่ฉันรักร้องไห้อีกแล้วเหรอ นิสัยไม่ดีเลยฝัน
“ขอโทษนะ”
“สัญญาก่อนว่าจะไม่ทำ” ฝุ่นถามย้ำ
“จะพยายาม...” ฉันไม่อยากสัญญา ฉันกลัวทำไม่ได้
“ไม่ฝัน ฝันต้องสัญญาพี่รู้ว่าฝันทำได้ โปรดเข้มแข็งไว้นะ พี่จะอยู่ข้าง ๆ ฝันเอง”
“ขอบคุณ”
“ฝันอาบน้ำนะ พี่จะรอแล้วเราไปทานข้าวด้วยกันนะครับคนเก่ง” ฝันผละออกห่างยกมือลูบที่ผมเบา ๆ น้ำตาเ้าตัวยังหยดลงมาแต่ก็ยังฝืนยิ้มให้กับฉัน
“จะรอตรงนี้นะ ห้ามล็อกประตู” ฉันพยักหน้ารับก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ ความรู้สึกมันทั้งหน่วงและหนักอึ้งไปหมด ระหว่างที่อาบน้ำฝุ่นก็ะโเรียกเป็ระยะ กระทั่งอาบเสร็จถึงก็พาไปนั่งที่โต๊ะทานข้าว ทานไปฝุ่นก็ชวนคุยไม่ให้เงียบ ความกังวลฉายชัดในดวงตาเข้มที่กำลังจ้องมองฉัน
“เดี๋ยวคืนนี้ไปนอนด้วย”
“ไม่เป็ไร”
“เป็ห่วง”
“รู้ แต่อยู่ได้”
“ฝัน...”
“เราจะไม่ทำแบบนั้นอีกสัญญา”
“ครับ เดี๋ยวไปส่งเข้านอน”
“วันนี้จะนอนในห้องลับ” ฉันบอกฝุ่นเมื่อเ้าตัวกำลังเช็ดมือให้แห้ง
“ฝัน...”
“เรานอนได้ เดี๋ยวเปิดประตูห้องลับไว้เลย แล้วก็จะไม่ล็อกประตูห้องนอน ตกลงไหม”
“อือ ก็ได้”
“ขอบคุณค่ะ”
ห้องลับ คือห้องเก็บหมอนรองคอมีฟูกเล็ก ๆ วางอยู่ เวลาเครียดคิดมากหรือคิดถึงแม่ฉันก็จะเข้ามานอนที่นี่ ก่อนหน้านี้ห้องนี้เป็ห้องเก็บของเฉย ๆ พอฝุ่นจับสังเกตได้ว่าเวลาเครียดฉันมักจะหายเข้าไปในห้องลับ ฝุ่นเลยแอบให้ช่างมาติดเครื่องปรับอากาศให้ ทำให้ฉันมีห้องนอนอีกห้องเป็ห้องที่ทำให้ฉันรู้สึกปลอดภัย
ฉันจำไม่ได้ว่าตัวเองลืมเื่ราวส่วนไหนของชีวิตไปบ้าง ฉันจำได้แค่่ก่อนที่แม่เสีย รู้ว่าผู้ชายคนนั้นไม่เคยรักแม่เลยฉันโกรธเขามากจนไม่อยากรับรู้เื่ราวของเขา แต่พอเห็นเหตุการณ์หลังจากที่แม่เสีย ฉันจำได้แค่เขาพาผู้หญิงเข้ามาในบ้านพร้อมกับบอกว่าผู้หญิงคนนั้นเป็ลูกของเขาและฉันพยายามที่จะตามไปอยู่กับแม่ตามไปยังไงไม่รู้เหมือนกัน หลังจากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลยสักอย่างทุกอย่างมันขาวโพลนไปหมดพอพยายามนึกคิดก็นึกไม่ออก ถามฝุ่นก็บอกว่าจำไม่ได้เหมือนกัน ฉันรู้ว่าฝุ่นโกหกแต่ก็เลือกที่จะเชื่อในสิ่งที่ฝุ่นบอก ในโลกนี้ไม่มีใครรักและหวังดีกับฉันได้เท่ากับฝุ่นและแม่แล้วล่ะ
“ฝันนอนยัง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหน้าประตูห้องลับ ฉันแกล้งหลับตาลงไม่ขานตอบฝุ่น เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ก่อนจะหยุดลงที่ด้านหลังฉัน
“หลับแล้วเหรอคนดี” ฝุ่นกระซิบถาม ััอ่อนนุ่มแตะลงบนเรือนผมเบา ๆ
“ขอให้ไต้ฝันอย่าฝันร้ายนะ ขอให้พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาแล้วยิ้มให้พี่นะครับ ฝันดีนะ” เสียงทุ้มกระซิบเบา ๆ เพียงเพราะประโยคก่อนหน้าของฝุ่นทำให้ฉันหลับไปอย่างง่ายดายทั้งที่ตัวฉันเองพยายามฝืนตัวเองให้หลับนานนับหลายชั่วโมง
ขอให้พรุ่งนี้เป็วันที่ดีนะ
“คุณฝันคะ คุณยูเมะรอพบค่ะ” ทันทีที่เดินมาถึงหน้าห้องทำงาน พี่แต้มก็เอ่ยรายงานทันที
“ขอบคุณค่ะ ขอกาแฟให้แขกด้วยนะคะ”
“ได้ค่ะ คุณฝันรับอะไรดีคะ”
“ฝันขอโกโก้เย็นกับแซนด์วิชก็ได้ค่ะ” วันนี้เราตื่นสายกันทั้งพี่และน้องเลยไม่มีมื้อเช้าทานกัน ปกติจะมีเมนูง่ายๆ เตรียมไว้อยู่แต่วันนี้แทบจะกอดคอกันวิ่งออกจากห้องเพราะตื่นสาย ฉันหลุดขำน้อย ๆ เมื่อนึกถึงสีหน้าใของเราสองพี่น้องที่วิ่งอกมาห้องนอนพร้อมกัน
“รอสักครู่นะคะ”
“รบกวนด้วยค่ะ” ฉันยิ้มให้พี่แต้มอีกครั้ง เมื่อเดินเข้าห้องก็เจอกับคนที่มารอั้แ่เช้า ไม่รู้ว่าเขาไม่มีการมีงานทำหรือไงถึงได้มาที่นี่ทุกวันแบบนี้
“สวัสดีค่ะ มาเช้าขนาดนี้คุณยูเมะมีอะไรด่วนหรือเปล่าคะ” เดินไปวางกระเป๋าที่โต๊ะทำงานเสร็จก็เดินกลับไปหาคนที่มานั่งรอเพื่อไม่ให้เป็การเสียมารยาท
“ออกไปก่อน” เสียงสั่งเลขาของเขา คล้อยหลังเลขาเขาเดินออกไป คนตัวสูงก็มองฉันอย่างพิจารณา
“เื่เมื่อวานพี่ขอโทษ”
“ไม่ต้องขอโทษหรอกค่ะ มันควรจะเป็แบบนั้นั้แ่ต้น”
“ฝัน พี่แค่โมโหเลยพูดไปแบบนั้น ขอโทษนะครับ”
“ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีเราจะรับคำขอโทษไว้นะคะ แต่เราไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเื่พวกนั้น...”
“พี่ไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไงให้เราเข้าใจ แต่เราจะหมั้นกันเหมือนเดิม ไม่ว่าจะยังไงก็แล้วแต่ หมั้นก็คือหมั้น”
“คุณเป็บ้าเหรอ?” ฉันถามออกไปตรง ๆ ไร้ซึ่งความเกรงใจ
“...”
“เมื่อวานก็บอกเองว่าจะหมั้นกับลูกของพวกเขา พอตอนนี้กลับบอกอีกอย่าง เห็นฉันเป็คนยังไงเหรอโง่มากจนคุณพูดจากลับกลอกยังไงก็ได้เหรอคะ?”
“ไม่ใช่ ขอโทษสำหรับเื่เมื่อวานที่พูดแบบนั้น พี่ขอโทษที่งี่เง่าจนพูดแบบนั้นออกไป”
“...”
“พี่จะไม่แก้ตัวอะไรอีกแล้ว แต่พี่ยังยืนยันคำเดิมจะด่ายังไงก็แล้วแต่เราแต่ยังไงเราก็ต้องหมั้นและแต่งงานกัน”
“เราไม่แต่งค่ะ อย่ามาบังคับซะให้ยาก”
“ทำยังไงถึงจะยอมแต่ง”
“ไม่แต่งค่ะ”
“ฝันครับ”
“ถ้าคุณยูเมะไม่มีอะไรแล้ว... คุณ!! ปล่อยเลยนะ คุณยู!!” คนตัวโตดึงมือฉันออกจากห้องทำงานไม่ฟังเสียงคัดค้านจากฉันสักประโยค เขาพาขึ้นรถไปนั่งรอสักพักคุณเลขาก็กลับขึ้นมาบนรถพร้อมกับกระเป๋าสะพายของฉัน นี่มันเื่บ้าอะไรกัน!
“จะไปไหนคะ?”
“เดี๋ยวก็รู้ครับ นั่งใจเย็น ๆ ก่อน” จะให้ใจเย็นได้ยังไงกัน โดนลากออกมาแบบนี้น่ะ สิบห้านาทีผ่านไปฉันที่ทนความเงียบไม่ไหวลอบมองข้างทางอย่างใคร่รู้ รถก็ติดแทบจะไม่ขยับก็นะ่นี้เป็่เวลาไปทำงานนี่นา ไม่ติดก็คงแปลก
“หิวไหม?” คนที่นั่งข้าง ๆ เอ่ยถาม มือก็ยื่นมาจับมือฉันไว้แน่น พอจะชักมือกลับเขาก็บีบมือไว้ก่อนจะดึงไปวางไว้บนตักเขาแทน
“ปล่อย”
“หิวหรือเปล่า ยังไม่ทานมื้อเช้าใช่ไหม?” หึหึ ขอเอาคืนหน่อยแล้วกัน
“ค่ะ ตอนนี้หิวมาก ๆ ”
“อยากทานอะไรครับ พี่จะให้คนแวะให้” เขายิ้มออกมาในรอบสองชั่วโมง
“อยากทานร้านxxx ค่ะ จะทานที่ร้านแบบใจเย็น ๆ ไม่ต้องรีบไม่ต้องมาเร่ง”
“ได้ครับ แต่เสร็จแล้วไปธุระด้วยกัน”
“...” ตอนนี้ในหัวฉันขบคิดอะไรไปเรื่อย เมื่อถึงร้านอาหารฉันสั่งอาหารมาหลายอย่างก็ที่คิดว่าทานหมดนั่นแหละแต่ฉันจะค่อย ๆ ทาน ทานช้า ๆ เอาให้อีกฝ่ายหงุดหงิดไปเลย ระหว่างที่ทานข้าวคนที่นั่งเฝ้าอยู่ตรงข้ามก็ตักอาหารมาใส่จานให้ หึ ทำดีตอนนี้ฉันก็ยังเคืองเขาเหมือนเดิมนั่นแหละ
ฉันใช้เวลาที่ร้านอาหารเกือบสามชั่วโมง หวังให้คนพามาหงุดหงิดแต่ไม่เลยอีกฝ่ายยังคงนั่งมองฉันยิ้ม ๆ ทำไมไม่หงุดหงิดล่ะ อยากให้หงุดหงิดนะ
“อิ่มไหม? สั่งเพิ่มหรือเปล่า” เขาถาม มือยังคอยตักอาหารให้ ยังจะให้สั่งอะไรอีกแค่นี้ก็ทานไม่หมดแล้ว!
“พอแล้วค่ะ แล้วจะพาไปไหน” ฉันเอ่ยถามอีกครั้ง แอบหวังในใจว่าเขาจะยอมบอก แต่ไม่ถึงวิก็ถูกตัดความหวังไปเสียอย่างนั้น
“ไปทำธุระครับ ไปด้วยกัน” ฉันมองเมินเขาก่อนจะทานข้าวเงียบ ๆ กว่าจะออกจากร้านอาหารก็นาน พอขึ้นรถมาได้สักพักฝุ่นก็ไลน์เข้ามา ฉันบอกว่าคุณยูเมะพาออกมาข้างนอกและจะส่งโลเคชันให้ตอนที่ไปถึงสถานที่ ฉันนั่งนิ่งเป็เด็กดีมองรอบ ๆ รถเลี้ยงเข้าซอยซอยหนึ่ง รอบ ๆ เป็หมู่บ้านที่มีความเป็ส่วนตัวสูงอยู่ไม่น้อย รถคันหรูเลี้ยวเข้าไปยังเขตบ้านหลังหนึ่งที่รอบบ้านร่มรื่นไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ สายตาฉันจับจ้องไปที่สวนดอกไม้ด้วยความสนใจ ฉันอยากเดินไปใกล้ ๆ จัง
“อยากไปดูเหรอ” คนที่พามาเอ่ยถาม ฉันทำเพียงแค่พยักหน้าเท่านั้น มือก็กดส่งโลเคชันให้กับฝุ่น
“เดี๋ยวพาเดินไปดู” เมื่อรถจอดนิ่ง คนตัวโตก็จับมือพาเดินไปยังสวนดอกไม้ทันที กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกกุหลายและอากาศเย็น ๆ ทำให้ฉันจิตใจสงบลงอย่างบอกไม่ถูก
“เข้าไปด้านในด้วยกันก่อน ขากลับจะพาแวะมาเดินเล่นใหม่” ยังไม่ทันจะได้เอ่ยขัดอะไร ก็ถูกดึงมือให้เดินตามเขาเข้าไปยังตัวบ้านหลังใหญ่ ภายในบ้านตกแต่งเรียบ ๆ แต่ยังดูหรูหราในคราเดียวกัน ั้แ่ที่เดินเข้ามาฉันััได้ถึงความอบอุ่น หัวใจฉันตอนนี้ราวกับมีกระแสไฟขนาดเล็กวิ่งผ่านไปมา เมื่อเดินไปจนถึงห้องหนึ่งที่คาดว่าน่าจะเป็ห้องรับแขก ก็เจอกับร่างของบุคคลที่ฉันไม่ได้้าจะเจอ เท้าชะงักถอยหลังอัตโนมัติแต่ติดที่มือถูกดึงไว้แน่นไม่ยอมให้ฉันได้หนีออกจากที่นี่
====
เม้นๆๆๆ กันโลด!!!! ตอนเย็นจะมาอัพอีกตอน แล้วเจอกันอีกทีวันศุกร์นะคะ