ตอนที่22 เพื่อนร่วมชั้นฆ่าตัวตาย
พวกเขาเดินมาถึงหน้าบ้านชั้นเดียวที่เก่าโทรมหลังหนึ่งจากนั้นอาจารย์กู่ะโเรียกคนในบ้าน “อาเหอ อาเหอ อยู่ไหม?”รออยู่ครู่หนึ่งมีเสียงแหบแห้งตอบกลับมา
“อาจารย์กู่ ท่านเข้ามาเลย เฉียวเอ๋อไปเปิดประตูที” เสียงชายคนหนึ่งในบ้านส่งเสียง
“แอ๊ดดด.....”ประตูไม้หน้าบ้านเปิดออกมา มีเด็กผู้หญิงอายุราว 10 ขวบ หน้าตาซีดเซียวยืนอยู่ที่ประตู
“อาจารย์กู่ เมื่อคืนพ่อปวดหลังมากเลยพ่อร้องไห้บ่อย” เด็กหญิงคนดังกล่าวรีบฟ้อง
อาจารย์กู่และหลิวเย่เดินถือของบางส่วนเข้ามาภายในบ้านพวกเขามองเห็นชายวัยกลางคนร่างกายซูบผอมนอนอยู่บนเตียงไม้กลางบ้าน ดวงตาดูลึก
“เอ้านี่ เฉียวเอ๋อ มีขนมและอาหารบางส่วน”อาจารย์กู่ยื่นสิ่งของให้กับเด็กหญิง
“เสี่ยวเย่ ลองจับชีพจรดูสิ”อาจารย์กู่ไม่สนใจน้ำตาของชายที่นอนบนเตียง แต่เขาบอกหลิวเย่ให้ดำเนินการโดยตรง
หลิวเย่งุนงงเขาพบว่าอาจารย์กู่ทดสอบฝีมือเขาโดยตรง แต่ก็ดี เขาจะลองดู เมื่อเอื้อมไปจับข้อมูลของชายร่างผอมตรงหน้าเขาพบว่าชีพจรมีความปั่นป่วนคล้ายกับลักษณะของคนที่มีปัญหาด้านไตและกระดูกสันหลังเขาสอดมืดเข้าไปตรวจสอบกระดูกสันหลังอีกครั้ง นั่นช่วยยืนยันความคิดของเขาที่ว่ากระดูกสันหลังเคลื่อนตัวทำให้ชายบนเตียงมีอาการปวดและขยับตัวไม่ได้ และจะปวดมากขึ้นเมื่อมีอากาศเย็น
“เป็อย่างไรบ้าง?” อาจารย์กู่สอบถามหลังจากเห็นว่าหลิวเย่ทำการตรวจร่างกายครบถ้วนแล้ว
“อืมเขามีปัญหากระดูกสันหลังเคลื่อนและปัญหาของไต”หลิวเย่ตอบพลางสังเกตสีหน้าของอาจารย์กู่
“แล้วจะรักษาอย่างไร?” อาจารย์ถามต่อทันที
“รักษากระดูกสันหลังใหม่และทานยาสมุนไพร”หลิวเย่ตอบตามความคิดของเขา
“เขาไม่มีเงินซื้อยาตามใบสั่งนะ?”อาจารย์กู่หรี่ตาลงและถามความคิดเห็นเขา
หลิวเย่อึ้งชะงักไปเขาไม่คิดว่าจะเป็แบบนี้ จริงอยู่ว่า จากสภาพแวดล้อมที่มองเห็นโดยรอบในตอนนี้ครอบครัวนี้ไม่สามารถจ่ายค่าตรวจและค่ายาได้เลยแม้กระทั่งอาหารและเสื้อผ้าก็ลำบากแล้ว
หลิวเย่ครุ่นคิดหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับครอบครัวนี้จากนั้นเขาเสนอความคิดเห็นว่า “ฉันสามารถช่วยรักษากระดูกสันหลังให้เขาได้ส่วนปัญหาไตชะลอออกไปได้ เมื่อเขาสามารถหางานทำและซื้อยาสมุนไพรได้ เขาจะหายอย่างแน่นอน”หลิวเย่ตอบด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
อาจารย์กู่มองเขาด้วยแววตาเป็ประกายด้วยความพึงพอใจเพราะคำตอบของเขาไม่เพียงจะช่วยแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้เท่านั้นแต่ยังวางแผนการรักษาขั้นต่อไปที่เป็ลักษณะการพึ่งพาตนเองมากที่สุด เขาพยักหน้าแทนคำตอบ
“อาจารย์กู่ ท่านจะตรวจอีกครั้งไหม?” หลิวเย่ถามด้วยความสงสัย
“ฮ่า ฮ่า ไม่ต้อง ไม่ต้องฉันรู้จักพวกเขาดี เคยตรวจมาหลายครั้งแล้ว” อาจารย์กู่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ
จากนั้นหลิวเย่ทำการรักษากระดูกสันหลัง โดยมีอาจารย์กู่ยืนจ้องดูไม่กระพริบตาเขาแปลกใจที่หลิวเย่สามารถรักษากระดูกสันหลังได้ เขาเคยได้ยินเื่ราวของหลิวเย่ที่ช่วยนักศึกษาขณะฝึกทหารแต่ไม่คิดว่าหลิวเย่จะสามารถเรียนรู้และปฏิบัติได้เป็อย่างดี
มันเหนือความคาดหมายของเขา
นี่เป็พร์ใช่ไหม?!
เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาหันไปบอกเด็กหญิงให้ไปเอาน้ำดื่มมาให้พ่อของเธอ ในขณะที่อาจารย์กู่เดินออกไปคุยกับกลุ่มคนที่อยู่นอกบ้านในจังหวะที่ไม่มีคนสังเกตเห็นหลิวเย่แอบเทน้ำอมฤตรักษาไตผสมกับน้ำดื่มแก้วที่เด็กหญิงถือมาก่อนที่เขาจะมอบหมายให้เด็กหญิงเป็คนป้อนน้ำอย่างช้าๆ เมื่อเห็นว่านายเหอดื่มน้ำได้ดีเขาก็เดินไปสมทบกับอาจารย์กู่ที่หน้าบ้าน
ในตอนนี้อาจารย์กู่เดินกลับไปยังเพิงกลางชุมชนและกำลังทำการตรวจรักษาผู้คนในชุมชน
หลิวเย่เดินเข้าไปเขามองเห็นเก้าอี้ว่างอีกด้านของโต๊ะ เขาจึงเดินเข้าไปทันใดนั้นอาจารย์กู่ก็หยุดตรวจคนไข้และยืนขึ้นแนะนำหลิวเย่กับผู้คน “ทุกท่านนี่คือ หมอหนุ่มคนใหม่ของเรา เขาจะมาช่วยตรวจรักษาให้กับทุกคนฉันรับรองว่าเขามีความสามารถไม่ด้อยไปกว่าฉันเลยโดยเฉพาะใครมีปัญหาเกี่ยวกับกระดูก ได้โปรดให้เขาทำการตรวจรักษาเลยเื่นี้เขาเก่งกว่าฉันแน่นอน รับรอง” อาจารย์กู่ประกาศเสียงดังพร้อมรอยยิ้มกว้าง
มีเสียงฮือฮาในฝูงชนพวกเขาล้วนมีปัญหาปวดหลัง ปวดขา ปวดไหล่ ปวดแขน ปวดมือมีหลายคนที่แยกมาต่อแถวเข้ารับการตรวจตรงหน้าหลิวเย่ “สวัสดี ฉันชื่อหลิวเย่ฉันยินดีจะช่วยตรวจรักษาทุกคน”
หลังจากนั้นทั้งอาจารย์กู่และหลิวเย่ต่างพากันวุ่นวายไปกับการตรวจรักษาผู้ป่วยจำนวนมาก
พริบตาเดียวความมืดเริ่มคืบคลานเข้ามา
หลิวเย่ทำการรักษากระดูกสันหลังให้กับชายวัยกลางคนอ้วนคนหนึ่งเขามีอาชีพขับรถแท็กซี่ เมื่อตั้งค่าเสร็จ ชายอ้วนคนนั้นก็ดีใจจนน้ำตาไหลเมื่อเขาพบว่าอาการปวดหลังหายไปทันใดเขาก้มตัวโค้งคำนับหลิวเย่ครั้งแล้วครั้งเล่าหลิวเย่ยิ้มเขินที่เห็นหลายเห็นมองเขาด้วยสายตาเทิดทูนและชื่นชม
ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจและคำว่าความสุขพุ่งพล่านเต็มหัวใจของเขาทันที
อาจารย์กู่เพียงมองหน้าหลิวเย่แต่เขาไม่ได้พูดอะไร สายตาอาจารย์กู่เต็มไปด้วยความภูมิใจ เขาคิดในใจว่าครั้งนี้เขาสนับสนุนถูกคน บางทีอาจถึงเวลาที่เขาสมควรเปิดเผยตัวเองได้แล้วหลิวเย่เป็ต้นกล้าที่ดีที่เขาควรหล่อเลี้ยงอย่างเต็มกำลัง
เมื่อหลิวเย่กำลังเดินเข้าใกล้หอพักเขาได้ยินเสียงร้องโหวกเหวกที่อีกฟากหนึ่งของหอพักด้านล่างมีกลุ่มฝูงชนจำนวนมากราวห้าสิบคน กำลังเงยหน้าชี้มือขึ้นไปบนหลังคาหอพักเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นเขามองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งยืนร้องไห้และกำลังก้าวไปข้างหน้าทีละนิดภาพนี้บีบหัวใจใครหลายคน จนพวกเขาร้องะโและมีบางคนส่งเสียงกรีดร้องจนเป็ลมล้มลง
หลิวเย่วิเคราะห์สถานการณ์ตรงหน้าเขาไม่คิดมาก เขาหามุมมืดแล้วทำการสวมหน้ากากอันเดิมที่ใช้ต่อสู้กับฟางเจ๋อจากนั้นเก็บกระเป๋าเป้เข้ามิติพื้นที่ แล้วะโวูบลอยตัวเหินขึ้นเป็จังหวะเดียวกับที่หญิงสาวบนหลังคาตัดสินะโลงมา หลิวเย่รีบอุ้มหญิงสาวก่อนลงถึงพื้นจากนั้นนำเธอไปวางบนพื้นต่อหน้าฝูงชน แล้วเขาะโหนีหายไปทางด้านข้างอาคาร
ในเวลาเดียวกับที่หลิวเย่วางหญิงสาวลงกับพื้นตำรวจก็ได้เดินทางมาถึงพอดี พวกเขาเห็นการกระทำของหลิวเย่ ตำรวจที่ฟื้นสติได้รีบวิ่งตามหลิวเย่ไป
ตอนนี้หลิวเย่ไม่ได้ใช้พลังปราณแล้ว เขาใช้เพียงกำลังกล้ามเนื้ออย่างเดียวดังนั้นเขาตั้งใจวิ่งไม่เร็วมากนักจนเ้าหน้าที่ตำรวจสองนายติดตามเขาทันในป่าหลังมหาวิทยาลัย
“หยุด เพื่อนนักศึกษา”มีเสียงเข้มะโบอกเขา
หลิวเย่ตัดสินใจหยุดหันหลังรอพวกเขา เขาอยากรู้ว่าพวกเขาจะมีคำพูดอะไร
“มีอะไรหรือ?”หลิวเย่ถามเสียงเรียบและหันหน้ามาเผชิญกับพวกเขา
ตำรวจสองนายสบตากันชายรูปร่างสูงกำยำกว่าอีกคน เอ่ยถามเขาว่า “เพื่อนนักเรียนคุณเป็นักศึกษามหาวิทยาลัยนี้ใช่ไหม?”เขา้าสอบถามเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถติดตามหลิวเย่ในภายหลังได้
“ทำไมเหรอ?”หลิวเย่ยิ้มใต้หน้ากากพลางถามอย่างรู้ทัน
“เพื่อนนักเรียนคุณสนใจไปสมัครเป็กองกำลังอาสาไหม?”ชายเตี้ยอีกคนถามเขา
“เป็กองกำลังอาสา ดีอย่างไร? ดีกว่ากองทัพไหม?”หลิวเย่ถามกวนๆ
ชายเตี้ยมีท่าทางไม่พอใจ “ดีกว่าแน่นอนคุณลองไปทดสอบความสามารถที่สถานีสิ แล้วจะรู้ว่าดีอย่างไร?”
“โอเค โอเค ถ้าว่าง ฉันจะไป”หลิวเย่ตอบตัดบท
“ทำไมต้องวุ่นวายขนาดนั้นทดสอบตอนนี้เลยก็ได้” ชายร่างสูงกล่าวจบ พวกเขาทั้งคู่ก็พุ่งเข้าหาเขาทันที
หลิวเย่ยิ้มอีกครั้ง
ในสายตาของหลิวเย่นั้น การเคลื่อนไหวของทั้งสองคนช้ามากเขาเพียงแค่หลบไปทางซ้ายและขวา พวกเขาไม่สามารถััเสื้อผ้าเขาได้เลย
ราวห้านาทีต่อมา
ชายฉกรรจ์สองคนก็หายใจหอบเหนื่อยพวกเขาสบตากันและมองเห็นความท้อแท้และขมขื่นของกันและกัน พวกเขาสองคนช่วยกันรุมประณามมัน.....พวกเขาไม่สามารถทำอะไรหลิวเย่ได้เลยนี่แสดงว่าพวกเขามีฝีมือด้อยกว่าหลิวเย่มากพวกเขานึกออกเลยว่ากัปตันทีมของพวกเขาจะต้องทำโทษพวกเขาแน่นอน
“เพื่อนนักเรียนให้พวกเรารู้จักชื่อคุณด้วยได้ไหม?”ชายร่างสูงถามอย่างประนีประนอม
“เรียกอะไรก็ได้ จะเรียกหน้ากาก.....ก็ได้นะ”หลิวเย่ตอบขำๆ จากนั้นเขาะโเหินตัวหายไปต่อหน้าพวกเขา
“นั่น นั่น เขาบินไปใช่ไหม?” ชายร่างเตี้ยถามด้วยความใ
ทั้งสองคนทำได้เพียงมองไปยังทิศทางที่หลิวเย่หายตัวไปพวกเขารู้ตัวแล้วว่าไม่สามารถติดตามหลิวเย่ได้อีกต่อไป
ฝีมือต่างชั้นกันเกินไป!
ต่างกันเกินไปแล้ว!
ปรากฏว่าเหตุการณ์ปะทะฝีมือระหว่างตำรวจสองนายและหลิวเย่อยู่ภายใต้สายตาของครูฝึกทหารสองนายที่คอยเฝ้าติดตามหลิวเย่อยู่ลับๆ
พวกเขาต่างพยักหน้าอย่างพึงพอใจกับฝีมือของหลิวเย่
“เรามีเื่ไปรายงานกัปตันแล้วเหลาหู”โจวหงกล่าวพลางตบไหล่หูตง พวกเขามองหน้ากันอย่างเข้าใจในความหมายนั้น
“ไปเถอะ ก่อนที่ตำรวจพวกนั้นจะเดินนำหน้าพวกเรา”หูตงพยักหน้า จากนั้นพวกเขาเคลื่อนตัวหายออกไปจากมหาวิทยาลัย
ตำรวจสองนายกลับไปสมทบกับทีมงานในสถานที่เกิดเหตุใต้อาคารหอพักในเวลานี้ยังมีผู้คนจำนวนมากล้อมรอบหญิงสาวคนดังกล่าวที่นั่งร้องไห้ฟูมฟายพูดจาไม่รู้เื่ มีเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่คอยปลอบใจอยู่ข้างๆ
ห่างออกไปมีหญิงสาวผมสั้นอีกคนที่จับแขนรั้งหญิงสาวผมยาวที่ทำท่าจะเข้ามาทำร้ายร่างกายของหญิงสาวที่นั่งร้องไห้กับพื้นสถานการณ์วุ่นวายพอสมควร
ในตอนนี้หลิวเย่ไม่ได้เข้าไปร่วมในเหตุการณ์นี้อีกเขากลับไปยังหอพักโดยตรง
หลิวเย่ไม่รู้ว่ามีเพื่อนนักศึกษาบางคนที่ถ่ายวิดีโอเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ
พวกเขาโพสต์วิดีโอนั้นบนฟอรัมของมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเทียนจิน
“ชายลึกลับช่วยหญิงะโตึก”
“การกลับมาของชายลึกลับผู้ชนะฟางเจ๋อ”
“ชายลึกลับ ผู้วิเศษที่แท้จริงมีวิดีโอแนบ”
“การบินของชายลึกลับมีวิดีโอแนบ”
พร้อมกันนั้นก็มีข้อความตอบกลับใต้โพสต์มากมายฟอรัมมหาวิทยาลัยะเิร้อนแรงอีกครั้ง
“CG ประณาม...มันต้องเป็ CG”
“ใครก็ได้ช่วยบอกทีชายลึกลับเป็ใคร?”
“ได้โปรด มาช่วยฉันด้วยชายลึกลับ”
“พระเ้า! เื่จริงใช่ไหม?”
“.....”
เหตุการณ์ความโกลาหลบนฟอรัมของมหาวิทยาลัยหลิวเย่ไม่ได้ให้ความสนใจใดๆมีเพียงการส่งเสียงมีส่วนร่วมของเพื่อนร่วมหอพักของเขาเท่านั้น
ชีวิตของหลิวเย่ยังคงดำเนินวนซ้ำในแต่ละวันเช้าฝึกฝน สายเรียน บ่ายเข้าห้องสมุด เย็นไปตรวจรักษาคนไข้กับอาจารย์กู่กลางคืนอ่านหนังสือ และฝึกพลังจิต
เย็นวันศุกร์เมื่ออาจารย์กู่มาส่งเขาที่หน้าประตูมหาวิทยาลัยเขาไม่ได้เดินเข้าไป แต่หันหลังกลับไปยังอพาร์ตเมนท์โดยตรง
เขามีหลายสิ่งที่ต้องทำและไม่้าให้เพื่อนร่วมหอพักเห็นบางสิ่งบางอย่าง
หลิวเย่ค้นข้อมูลโรงประมูล“จินหลง” และตระกูลเล่อมีข่าวเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับอาการป่วยของผู้เฒ่าตระกูลเล่อที่ยังไม่มีแพทย์คนใดรักษาอาการป่วยนั้นได้
ข้อมูลของครอบครัวเล่อผู้เฒ่าตระกูลเล่อ ชื่อ เล่อผิง ภรรยาเสียชีวิตเมื่อห้าปีก่อน เขามีบุตรสามคนบุตรชายคนโตแต่งงานกับเผิงหยุน มีบุตรชายคนโตชื่อ เล่อจิน และบุตรสาวชื่อเล่อเสวี่ย บุตรชายคนที่สองแต่งงานกับฉู่ม่านเว่ย มีบุตรชายคนเดียวชื่อ เล่อผู่บุตรสาวคนสุดท้องแต่งงานกับบุตรชายคนโตของตระกูลโจวจากปักกิ่ง ชื่อโจวไป๋มีบุตรสาวคนเดียวชื่อ โจวหรานซี เธอคนนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในเมืองปักกิ่งว่าเป็อัจฉริยะของครอบครัวและมีความงามเป็หนึ่งในสี่เทพธิดาของปักกิ่ง
หลิวเย่พบว่าครอบครัวของลูกชายคนที่สองมีข้อมูลทางออนไลน์น้อยมากรูปภาพของพวกเขาก็มีน้อยเช่นกัน บางภาพก็เบลอหรือสลัวเกินไป
เป็ครอบครัวที่น่าจะมีอิทธิพลมากเพราะพวกเขาสามารถปิดบังข้อมูลส่วนตัวได้ลึก
โรงประมูลจินหลงผู้ดูแลกิจการในตอนนี้คือ เล่อจิน หลานชายคนโตของตระกูลและเป็ผู้สืบทอดของตระกูลด้วย
เมื่อเห็นอิทธิพลของตระกูลเล่อหลิวเย่ให้ความสนใจกับอาการป่วยของผู้เฒ่าตระกูลเล่อหากเขาสามารถรักษาอาการป่วยได้เขาอาจสร้างเงื่อนไขเพื่อช่วยในการดำเนินธุรกิจของเขาได้แต่เขาต้องดูท่าทีของพวกเขาก่อน หากพวกเขาไม่ทำตัวเป็จิ้งจอกเ้าเล่ห์จนเกินไปเขาอาจจะยินดีร่วมมือด้วย
เช้าวันเสาร์ฟู่หยางโทรบอกหลิวเย่เื่บัตรเชิญเข้าร่วมการประมูลและนัดหมายจะมารับหลิวเย่เวลา15.00 น.
ตอนสายหลิวเย่นั่งแท็กซี่ไปห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองเทียนจินชื่อห้าง “จินหลง” ดูแล้วน่าจะเป็ธุรกิจภายใต้ตระกูลเล่อ
เมื่อหลิวเย่เดินเข้าไปในห้างผู้คนเหลียวมองเขาด้วยความอิจฉาและชื่นชมในรูปร่างหน้าตาที่สูงเพรียวหล่อเหลายิ่งกว่าดารา
หลิวเย่เดินเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าแบรนด์Armani พนักงานหญิงรีบเดินเข้ามาทักทายเขา
“คุณผู้ชายสนใจเสื้อผ้าแบบไหนค่ะตอนนี้เรามีรุ่นใหม่เพิ่งตั้งโชว์เมื่อวานนี้เอง ทางนี้ค่ะ”พนักงานหญิงแนะนำอย่างกระตือรือร้น
หลิวเย่เห็นชุดสูทดำทับเสื้อเชิ้ตสีขาวดูสง่างาม เขาแจ้งให้พนักงานนำเสื้อผ้ามาให้เขาลองชุด
ในเวลานี้มีคู่หนุ่มสาวเดินเข้ามาในร้านหญิงสาวกอดแขนชายหนุ่มแสดงความเป็เ้าของ พลางชี้นิ้วสั่งพนักงานหญิงเสียงดัง“ไปเอาชุดมาใหม่มาให้แฟนฉันลองสิ เอามาตอนนี้เลย”น้ำเสียงที่เอาแต่ใจของหญิงสาวดังลั่นร้าน
หลิวเย่หันมามองพลางยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ชายหนุ่มที่มากับหญิงสาวเมื่อเขาเห็นใบหน้าของหลิวเย่ เขาแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวและพ่นคำอย่างไม่พอใจว่า“คนไม่มีเงิน ถอยออกไปให้ไกล”
หลิวเย่ส่ายหัวเล็กน้อยจากนั้นเขาถามพนักงานหญิง “ฉันมาก่อน ฉันควรได้ลองชุดก่อน จริงไหม?”
“ใครบังอาจพ่อฉันเป็เ้าของห้างนี้นะ” หญิงสาวยังคงค้านเสียงดัง
พนักงานหญิงมองหน้าหลิวเย่อย่างขอโทษเธอเป็เพียงพนักงานตัวเล็กๆ ที่อาจตกงานได้ทันทีถ้าขัดใจเ้านาย
เฉิงซีหลงมองหน้าหลิวเย่อย่างท้าทายเขาเป็แฟนหนุ่มของหลานสาวตระกูลเล่อ ผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองเทียนจินแห่งนี้ส่วนชายหนุ่มตรงหน้า ถึงแม้จะหน้าตาดี แต่ไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่ดังนั้นเขาไม่สนใจใบหน้าของหลิวเย่
ขณะที่เหตุการณ์กำลังวุ่นวายผู้จัดการหญิงของร้านก็เดินออกมาต้อนรับหญิงสาวและชายหนุ่ม “โอ้ คุณหนูวันนี้ให้เกียรติมาอุดหนุนสินค้าที่ร้านเรา มีปัญหาอะไรไหม?”เธอถามพลางสบตาพนักงานขายที่ทำหน้าที่อึดอัด
“ผู้จัดการค่ะคุณผู้ชายคนนี้มาก่อน แต่ แต่......” พนักงานขายไม่กล้าเอ่ยคำต่อไปเธอทำได้เพียงแค่ก้มหน้ามองปลายเท้าตนเอง
หลิวเย่เริ่มรู้สึกรำคาญในตอนนี้เขาสบตาหญิงสาวและชายหนุ่มที่เย่อหยิ่งจากนั้นร่ายเวทมนตร์หนึ่งในแปดพิเคราะห์ นั่นคือ เก้าทวารพิการ ซึ่งทำให้หู ตาจมูก ปาก ช่องปัสสาวะ และช่องอุจจาระพิการ ซึ่งมีเพียงเขาเท่านั้นที่จะถอดถอนเวทมนตร์ได้
ดังนั้นอย่าทำให้เขาโกรธ!
ในตอนนี้ทั้งสองคนมีอาการปวดเบาและหนักพร้อมกันพวกเขาเร่งรีบไปเข้าห้องน้ำทันที
ผู้จัดการจ้องมองด้วยความสับสน
“ตกลงว่าฉันจะลองชุดได้หรือยัง?” หลิวเย่ถามเสียงเรียบ
พนักงานหญิงเงยหน้ามองผู้จัดการอย่างขอความคิดเห็นผู้จัดการตัดสินใจทันที เนื่องจากชุดดังกล่าวมีมา 3 ชุดซึ่งเพียงพอที่จะมอบให้แฟนหนุ่มของลูกสาวเ้านายลองสวมใส่ได้ในภายหลัง
เมื่อพนักงานหญิงเห็นผู้จัดการพยักหน้ายอมรับเธอรีบไปหยิบชุดให้หลิวเย่ทันที
ในที่สุดหลิวเย่ก็ซื้อชุดสูทสองชุดชุดลำลองเป็เสื้อเชิ้ตและเสื้อยืดอีกสองชุด
จากนั้นเขากลับไปที่อพาร์ตเมนท์ในตอนนี้เขาอ่านหนังสือจากห้องสมุดไปมากแล้ว สัปดาห์หน้าเขาตั้งใจจะเริ่มอ่านหนังสือเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีซึ่งหนังสือพวกนี้มีจำนวนน้อยมากบางทีเขาอาจจะลองหาซื้อมาศึกษาเองหรือไม่ก็ไปเยี่ยมเพื่อนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่งเพื่อที่จะไปอ่านหนังสือในห้องสมุดเขามีเพื่อนหญิงที่เป็เพื่อนข้างบ้านคนหนึ่งเธอเรียนแพทย์แผนจีนที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง
ในเวลานี้หลิวเย่ตัดสินขายภาพวาดที่ได้รับเป็ของกำนัลมาจากจูผิงอันเขาหยิบมันออกมาจากมิติพื้นที่เพื่อนำไปมอบให้กับฟู่หยาง
“โอ้เ้านายช่างหล่อเหลาเสียจริง”ฟู่หยางตะลึงในภาพลักษณ์ใหม่ของหลิวเย่ที่สวมชุดสูทดำทำให้เขาดูสูงสง่าเหมือนคุณชายตระกูลใหญ่ๆ
“ลุงหยาง อย่าชมเลย”หลิวเย่เกาหัวด้วยความเขินอาย
“ลุงหยางฉันอยากขายภาพนี้ มันจะขายได้ไหม?”หลิวเย่หยิบภาพวาดออกมาให้ฟู่หยางดูคร่าวๆ
เขาพยักหน้าแล้วก็ส่ายหน้า“ฉันไม่แน่ใจนะ ต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบดูอีกที”
“ที่โรงประมูลมีคนตรวจสอบอยู่แล้วใช่ไหม?” หลิวเย่ถามเพื่อความแน่ใจ
“โอ้ ใช่ ใช่ งั้นพวกเราไปกันเถอะกว่าจะถึงคงได้เวลาพอดี” ฟู่หยางเชิญหลิวเย่นั่งบนรถ