“ คืนนี้ ท่านเจ้าวัง จะเปิดให้ พวกท่านเข้าร่วมการตรวจรักษาธิดาเทพของเรา ดังนั้น ตอนนี้พวกท่านพักผ่อนแต่ในเขตบ้านพักรับรอง พอถึงเวลาจะมีคนของเรามารับพวกท่านไป”
หัวหน้าสตรีเอ่ยจบก็หันหลังจะกลับไป แต่ราเชนเอ่ยถามไว้ก่อน
“ ธิดาเทพของพวกท่าน ป่วยเป็นโรคอะไร?”
“ ถึงเวลาท่านก็จะทราบเอง"
หัวหน้ามือปราบจ้าวเต๋อคุน กำลังจะเอ่ยปากถาม แต่ไม่ทันได้ถามนางก็เดินจากไปเสียแล้ว
“ ไต้ซือน้อย เอาไงต่อดี”
“ รอเวลา ตอนนี้คงออกไปหาเบาะแสอะไรไม่ได้ แต่อาตมาได้กลิ่นดอกลั่นทม ติดตัวของศิษย์วังน้ำทิพย์ทุกๆ คน”
“ อะไรนะ แล้วอย่างนี้จะรู้ได้ยังไงว่า ใครคือคนร้าย?”
“ ดอกลั่นทม นำมาทำถุงหอมติดกาย แต่ กลิ่นพิษยางไม้ลั่นทมนั้น มันเป็นคนละกลิ่นกัน” ราเชนเอ่ยตอบสั้นๆ
“ แล้วท่านจะพูดถึงกลิ่นดอกลั่นทมทำไม”
“ นอกจากพิษยางไม้ลั่นทมแล้ว คนร้ายก็พกถุงหอมกลิ่นลั่นทมติดตัวด้วย แต่ว่า
กลิ่นของมันรุนแรงกว่านี้”
“ ไต้ซือน้อย ท่านสามารถแยกกลิ่นได้ขนาดนั้นเลย?”
ราเชนได้แต่ยิ้ม แต่ในใจเขายังมั่นใจว่า หากเจอคนร้ายเขาต้องรู้ตัวของมันอย่างแน่นอน ราเชนหลับตานั่งสมาธิ ไม่อยากพูดอะไรต่ออีก ไม่นานก็มีเสียงเคาะประตู หัวหน้ามือปราบเปิดประตูออกไป ก็พบว่า มีชายหนุ่มหน้าขาว ยืนอยู่หน้าห้อง
“ ตอนนี้ได้เวลาแล้ว เจ้าวังขอเชิญท่านทั้งสอง ไปที่ตำหนักชมจันทร์ เพื่อรักษาธิดาเทพของเรา ขอรับ”
มือปราบเต๋อคุนมองหน้า ชายหนุ่ม แล้วเอ่ยออกมาว่า
“ นี่เจ้าเป็นศิษย์ของวังน้ำทิพย์ ได้ยังไง เจ้าเป็นผู้ชายไม่ใช่รึ?”
“ ใช่แล้ว แต่ข้าถูกตอนเหมือนขันทีแล้ว”
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยสีหน้าเหมือนปกติ แต่แววตาบ่งบอกถึงความเศร้าไม่น้อย
“ เจ้าถูกบังคับอย่างนั้นรึ?” หัวหน้ามือปราบเอ่ยเสียงเข้ม
“ เปล่าๆ ไม่ใช่อย่างนั้น พวกเราเป็นเด็กกำพร้า ถูกพ่อค้าทาส นำไปจับตอนเป็นขันที แล้วนำไปแร่ขาย ท่านเจ้าวังได้เมตตารับพวกเราเป็นศิษย์รับใช้”
“ พวกเจ้ามีกันกี่คน?” คราวนี้ราเชนเอ่ยถามอย่างสนใจ
“ มีเกือบร้อยคน ขอรับ”
หัวหน้ามือปราบมองหน้าราเชน คล้ายสงสัยอะไรบางอย่าง แต่ไม่กล้าเอ่ยถามออกมา
“ นำพวกเราไปได้แล้ว”
ราเชนเข้ามาตบไหล่ มือปราบเต๋อคุน แล้วพยักหน้าให้เดินไป
ระหว่างทางไปที่ตำหนักชมจันทร์ ก็เดินผ่านสวนลั่นทมโบราณ มีแสงไฟจากโคมไฟ ประดับเอาไว้มากมาย มีผ้าสีขาวมาพันรอบๆ ต้นไม้ลั่นทมเอาไว้ เพื่อไม่ให้กลิ่นพิษยางไม้ โชยออกมา ราเชนมองไปรอบๆ เป็นต้นลั่นทม ที่มีขนาดใหญ่กว่าใคร มีอายุไม่น้อยกว่าร้อยปี เพราะมันใหญ่โตกว่าต้นอื่นๆ มาก มีผ้าพันสีขาวพันรอบๆ หลายชั้น และยังมีรั้ว คอยกั้นไม่ให้ใครเดินเข้าไปอีก เพราะกลิ่นยางไม้พิษนั้นจะรุนแรงมากเป็นพิเศษ
พอถึงตำหนักชมจันทร์ ที่มีลักษณะคล้ายยันต์แปดทิศ มีความสูงถึง 8 ชั้น สามารถมองเห็นดวงจันทร์ได้จากหน้าต่าง ทุกทิศทาง ผู้คนที่มาในงานเลี้ยง ถูกพากันขึ้นไปบนชั้นสี่ ที่มีสิ่งระเบียงขนาดใหญ่รอบๆ ตัวตำหนัก มีโต๊ะที่นั่ง สำหรับจอมยุทธ์ทั้งหลาย ประมาณ 100 โต๊ะ ซึ่งผู้ที่มา มีทั้งชายหนุ่ม ชายชรา และนักบวช ซึ่งราเชนยังได้เห็นอาจารย์ชิงอี้ และ อาจารย์หมิงเยว่ กับศิษย์ทั้งหลายของพวกนาง กำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ด้านหน้า พร้อมกับศิษย์ของวังน้ำทิพย์ รู้สึกว่า พลังปราณของพวกนาง ล้วนเพิ่มพูนขึ้นกันทุกๆ คน
พอราเชนเดินขึ้นบันได้มา ก็มีสายตาคู่หนึ่ง มองมาที่เขาอย่างตื่นตกใจ เป็น เชียนเชียนนั่นเอง
นางถึงกับลุกขึ้นเพื่อจะมาหาเขา แต่ทว่า ถูกเสี่ยวอี้จับมือห้ามเอาไว้ เพราะมีเสียงแหลมๆ คล้ายขันที ประกาศออกมาว่า
เจ้าวังน้ำทิพย์ ออกมาแล้ว ทุกๆ คนลุกขึ้นยืนต้อนรับ สตรีผู้หนึ่ง แต่งกายด้วยชุดสีขาว ใบหน้างดงามยิ่งนัก มองดูด้วยสายตา อายุไม่น่าเกินสามสิบปี ผิวพรรณของนางช่างขาวอมชมพู ราวกับเด็กสาวแรกแย้ม เดินออกมา โดยมีหญิงสาวเดินประกบมาด้วยสี่คน แต่มีชายชราใบหน้าซูบผอม คนที่ตะโกนด้วยเสียงแหลมเล็ก ยื่นแขนประคอง เจ้าวังน้ำทิพย์ ราวกับขันทีคอยประคองหญิงผู้สูงศักดิ์ในวัง
จอมยุทธ์หนุ่มและชรา ที่เห็นใบหน้าของเจ้าวังน้ำทิพย์ ถึงกับยืนนิ่ง ราวกับถูกสะกด จนกระทั่ง เจ้าวังน้ำทิพย์เอ่ยคำพูดออกมา
“ วังน้ำทิพย์ของเรา ยินดีต้อนรับ เหล่าแพทย์ และ จอมยุทธ์ทุกๆ ท่าน ครั้งนี้ธิดาเทพของเรา เป็นโรคประหลาด ท่านเทพโอสถ กับ ศิษย์ยังไม่สามารถรักษาให้หายได้ ดังนั้น จึงต้องรบกวนพวกท่านทั้งหลาย ช่วยเหลือธิดาเทพของเราในครั้งนี้ด้วย”
ราเชนได้ฟังก็ขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจ อาจารย์ของเขาบอกว่า จะลงใต้ แล้วมาที่นี่ตั้งแต่เมื่อไร และ มากับศิษย์คนไหนกันแน่ หรือว่า จะเป็นศิษย์พี่รอง ถูเอ้อหนาน
ช่วงนี้มีเสียง ผู้คนมากมาย ต่างคุยว่าจะช่วยรักษาธิดาเทพ กันอย่างแข็งขัน แต่ก็มีบางคนที่พอได้ยินว่า เทพโอสถกับลูกศิษย์ ยังไม่สามารถรักษาได้ จึงได้แต่ทอดถอนใจ คิดว่าแล้วตัวเองจะเอาปัญญาที่ไหนไปรักษาธิดาเทพ
“ ทุกๆ ท่านอาจสงสัย ว่าทำไม ข้าถึงได้เชิญพวกท่านมาที่นี่ เพราะบางท่านอาจไม่ใช่หมอ หรือ ผู้ที่มีความรู้เรื่องการรักษาแม้แต่น้อย” เจ้าวังน้ำทิพย์เอ่ยด้วยน้ำเสียงไพเราะ ราวกับเด็กสาว แต่ทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเสียงที่ก้องกังวาน
ราเชนสัมผัสได้ว่า นางต้องมีพลังปราณยุทธ์ไม่ด้อยไปกว่า ขั้นปราณราชันระดับกลางอย่างแน่นอน
เหล่าจอมยุทธ์ที่มา ต่างยังคงตื่นเต้นที่จะฟังเรื่องราวต่อไป
“ เรื่องนี้ เป็นผลมาจากท่านราชครูฟ้า ได้ทำนายว่า เมื่อธิดาเทพอายุได้ 18 ปี จะเกิดโรคประหลาด มีเพียงเทพผู้พิทักษ์ประจำตัวของนางเท่านั้น ที่จะรักษาได้ ดังนั้น หากท่านจอมยุทธ์ทั้งหลาย สามารถรักษาธิดาเทพได้ ข้าจะมอบหยดน้ำทิพย์ 100 ปี ให้คนผู้นั้นหนึ่งหยด ซึ่งจะทำให้พลังปราณยุทธ์ของท่าน เพิ่มพูนขึ้นไปอีก อย่างน้อย 1 ขั้นใหญ่ หรือ 20 ระดับในทันที”
พอทุกคนได้ยิน จากปากของท่านเจ้าวังเช่นนี้ ก็ตื่นเต้นยินดียิ่งนัก ต่างส่งเสียงร้องขอเข้ารักษา เป็นคนแรกๆ แต่ขันทีที่ยืนอยู่ กลับเอ่ยด้วยเสียงดังก้องกังวานว่า
“ ทุกๆ คน จงฟัง ธิดาเทพของเราเป็น ผู้สูงศักดิ์ของวังน้ำทิพย์ ดังนั้น ขอเชิญท่านหมอถูเอ้อหนาน ศิษย์เทพโอสถ อธิบายวิธีการตรวจรักษาด้วย”
ชายวัยกลางคน แต่งกายเหมือนกับอาจารย์เทพโอสถ เดินออกมาจากม่านประตูสีขาวทางด้านหลัง ในมือมีเส้นด้ายสีแดง นับร้อยๆ เส้น ประสานมือคารวะทุกๆ คน แล้วเอ่ยว่า
“ นี่คือด้ายแดง ซึ่งผูกเอาไว้กับเส้นชีพจรที่ข้อมือ ขอธิดาเทพ ขอให้ทุกๆ ท่านรับเอาไว้ หากว่าผู้ใดสามารถบอกอาการของ ธิดาเทพได้ ก็จะได้เข้าไปพบกับ ธิดาเทพ”
ถูเอ้อหนาน เอ่ยจบ ก็มีขันทีรับใช้ รีบน้ำเส้นด้ายแดง เพื่อน้ำไปให้กับ จอมยุทธ์ที่มากันทุก โต๊ะในทันที
“ อะไรกันนี่ แล้วแบบนี้จะรู้ได้อย่างไร ธิดาเทพมีอาการแบบไหน”
แต่ละคนล้วนส่ายหัว มีหมอบางคนพยายามจับเส้นด้ายแดง เพื่อตรวจชีพจร ด้วยสีหน้าครุ่นคิด บางคนเป็นนักบวช ก็เริ่มจุดธูปทำพิธี อัญเชิญเทพ เพื่อมาให้ข้อมูล
บางคนยิ่งหนัก นำหุ่นกุมารทองมาวางบนโต๊ะ แล้ว ท่องบทสวด เหมือนกับว่ากำลังจะสอบถามอาการกับ ภูตผีปีศาจ
แต่ราเชนเองกลับไม่แม้แต่จะสัมผัสด้ายสีแดงแม้แต่น้อย
“ ไต้ซือน้อย ท่านไม่ลองสัมผัสด้ายแดงนี่หน่อยรึ?” มือปราบเต๋อคุนเอ่ยด้วยความสงสัย
ราเชนยิ้มเล็กน้อยแต่ไม่ตอบ เขากลับจ้องมองไปที่ผ้าม่านประตูสีขาว แล้วหลับตาปล่อยจิตสัมผัสออกไป ทันใดนั้นเอง ราเชนถึงกับสะดุ้งเฮือก ลืมตาขึ้นอย่างตกใจ !!
“ เป็นอะไร ไต้ซือน้อย เกิดอะไรขึ้น”
ราเชนยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร หมอถูเอ้อหนาน ก็เอ่ยถามขึ้นว่า มีใครพร้อมที่จะบอกอาการของ ธิดาเทพหรือไม่
“ ธิดาเทพ มีอาการองค์หญิงนิทรา?”
หมอถูเอ้อหนานส่ายหัว แล้ว ให้คนอื่นพูดต่อ
“ ธิดาเทพ มีตุ่มหนองขึ้นบนผิวหนัง”
“ ธิดาเทพ เดินไม่ได้”
“ ธิดาเทพ ปวดหัว อย่างไม่มีสาเหตุ”
“ ธิดาเทพ ปวดท้อง”
“ ธิดาเทพความจำเสื่อม”
“ ธิดาเทพถูกผีสิง”
ทุกคำตอบ ล้วนถูกหมอถูเอ้อหนานปฏิเสธหมด ทำให้ทุกๆ คน ที่มาหมดปัญญาไม่มีใครตอบได้ เหลือแต่เพียง ราเชนเพียงโต๊ะเดียวเท่านั้น เจ้าวังน้ำทิพย์ทอดถอนใจออกมา
“ ไต้ซือน้อย ท่านมีความคิดเห็นว่าอย่างไร” ถูเอ้อหนาน หันมาถามราเชนเป็นคนสุดท้าย
“ ธิดาเทพ มีอาการปกติทุกอย่าง แต่ว่า...”
ราเชนไม่เอ่ยต่อ แต่นำยันต์ออกมาแล้วเขียนคำว่า “ เขา” แล้วปล่อยออกไป มันพุ่งเข้าไปอยู่ในมือของถูเอ้อหนาน ซึ่งพอได้อ่าน ก็ถึงกับทำสีหน้าตื่นตะลึง แล้วมองไปที่ เจ้าวังน้ำทิพย์แล้วพยักหน้า ทันที
เจ้าวังน้ำทิพย์ ถึงกับดีใจ หันไปมองหน้าขันทีชรา
“ ทุกคนเชิญเพลิดเพลินอาหารกับเครื่องดื่มกันตามสบาย พอเวลาห้าทุ่มขอเชิญทุกคนกลับออกไปให้หมด ส่วนไต้ซือน้อยกับผู้ติดตามเข้ามาได้”
ขันทีชรา ประกาศออกไป ทำให้จอมยุทธ์ทั้งหลายต่างไม่พอใจ หวังว่าจะได้พักค้างคืน ก็ยังดี
อาจารย์ชิงอี้ กับ อาจารย์หมิงเยว่ และลูกศิษย์ทั้งหลาย ต่างก็จำราเชนได้ จึงรีบเอ่ยออกมาว่า
“ ที่แท้คุณชายถูเฟยนี่เอง ทำไมเขากลายเป็นหลวงจีนไปแล้ว” อาจารย์ชิงอี้พอเอ่ย เจ้าวังน้ำทิพย์ถึงกับเอ่ยออกมาว่า
“ พวกท่านทั้งสอง รู้จักไต้ซือน้อยผู้นี้ด้วย?”
“ ใช่แล้ว เขาคือผู้ที่ช่วยชีวิตของพวกเราเอาไว้ และ ยังเป็นศิษย์ของท่านเทพโอสถอีกด้วย”
“ ศิษย์น้องของข้างั้นรึ?”
ถูเอ้อหนาน ถึงกับขมวดคิ้ว จ้องมองหลวงจีนน้อย ที่กำลังเดินเข้ามาหาเขา
“ คำนับศิษย์พี่รอง ข้าคือถูเฟย ศิษย์คนที่เจ็ดของท่านอาจารย์”
“ โอ้..อาจารย์บอกกับข้าเรื่องของเจ้า แต่ทำไมเจ้ากลายเป็นหลวงจีนไปแล้วนี่?”
“ เรื่องมันยาว ไว้ข้าจะค่อยเล่าให้ฟัง”
“ ได้ แต่ตอนนี้ไปพบกับธิดาเทพกับข้าดีกว่า”
“ เดี๋ยวก่อน ไต้ซือน้อยช่วยบอกข้าที ว่าท่านรู้อาการของธิดาเทพได้อย่างไร ข้าไม่เห็นท่านแตะด้ายแดง เลยแม้แต่น้อย” ขันทีชราเอ่ยอย่างสงสัย
ราเชนมองหน้าขันทีชราแล้วรู้สึกว่า กลิ่นกายของคนผู้นี้ ช่างแปลกประหลาดกว่าใคร แต่ไม่ใช่กลิ่นพิษยางไม้ลั่นทม100 ปี
“ ข้าฝึกฝนพลังปราณจิต เพียงแค่ส่งสัมผัสเข้าไป ข้าก็รู้สึกได้ ถึงสิ่งอัปมงคลที่เกิดขึ้นบนร่างของ ธิดาเทพ”
“ อาจารย์เคยบอกกับข้าแล้วว่า เจ้าไม่ธรรมดา ท่านเล่าขุยเขาคือศิษย์น้องของข้าเองท่านวางใจได้”
“ ถ้าเช่นนั้นก็ดี เชิญไต้ซือน้อย รีบเข้าไปกันเถอะ” เจ้าวังน้ำทิพย์เอ่ยออกมา
ราเชนถูกพาเข้าไปใน หลังม่านประตูสีขาว โดยที่เชียนเชียน ยังคงมองหน้าเขาคล้ายอยากจะพูดบางสิ่งออกมา แต่ว่าราเชนได้แต่ยิ้มให้ แล้วเดินเข้าม่านประตูสีขาวไป...........