สองสามวันนี้ฮ่าวตู่ติดตามคุณหนูไปที่ดินผืนนั้นเ้าอ้วนมักจะกลับมาเล่าให้พ่อของเขาฟังด้วยรอยยิ้มซ้ำยังพูดว่าติดตามคุณหนูสนุกกว่าดูเเลสวนผักมากนัก!
"จริงนะขอรับท่านพ่อ! วันนี้คุณหนูพาข้าเข้าไปหาดอกไม้ในป่ามาปลูกริมน้ำตกอ๋อยังมีต้นผลไม้ในป่าเล่านั้นอีกด้วยเสี่ยวไป๋เองก็ออกมาช่วยหาสมุนไพรด้วย ท่านพ่อคงไม่รู้เสี่ยวไป๋เป็งูขาว งูขาวเชียวนะท่านพ่อ เป็สัตว์เลี้ยงของคุณหนูมันเชื่องมาก มิกัดคน!" ฮ่าวติ้งมองลูกชายตัวอ้วนของตัวเอง ในตอนอยู่ในโรงค้าทาสเเม้เเต่เสื้อผ้าดีๆก็ไม่มีให้ใส่ในฤดูหนาวยังต้องนอนซุกกันเพื่อให้อบอุ่น ไร้ผ้าห่มไร้เตาอุ่น โชคดีที่ลูกชายเป็คนกินง่ายมีอะไรให้กินก็กินไม่บ่นสักคำ
ได้มาอยู่กับตระกูลจูนับว่า์เมตตาเขาสองพ่อลูกเเล้วจริงๆโดยเฉพาะคุณชายใหญ่ที่ซื้อพวกเขามาฮ่าวติ้งไม่รู้จะตอบเเทนบุญคุณอย่างไรจึงจะทดเเทนได้ เพิงพักที่นี่ทำด้วยไม้ก็จริงเเต่ก็มิดชิดเเข็งเเรงกันเเดดกันลมได้มีผ้าห่มมีเสื้อผ้ามีอาหารให้กิน ชนชั้นทาสมีชีวิตไม่ต่างจากสัตว์ถูกซื้อเเล้วย่อมเเล้วเเต่บุญเเต่กรรมเ้านายจะกระทำอย่างไรก็ได้เเม้ฆ่าตายย่อมไม่มีความผิด!
การได้ติดตามเ้านายเช่นตระกูลจูนับเป็บุญวาสนาอย่างยิ่ง "อาตู่ต่อให้คุณหนูดีกับเ้าเพียงใดก็อย่าตีตนเสมอนางนะลูกเราเป็ทาสต้องระลึกไว้เสมออย่าริอาจเหิมเกริมต่อหน้านายท่านทั้งหลายเข้าใจหรือไม่!"
หลายวันนี้ลูกชายติดตามคุณหนูไปทำงานเล็กๆน้อยๆ ได้ยินคุณชายสามพูดกับคุณชายใหญ่ว่าที่ดินผืนนั้นซื้อให้เป็ชื่อคุณหนูสามพันกว่าตำลึง สำหรับพวกเขาที่เป็ทาสจะถือเงินสิบอีเเปะยังยากลำบาก ลูกชายเขายังเด็กหากยังทำตัวราวกับเป็สหายเเบบนั้นคงไม่ดี! ฮ่าวตู่เเม้จะดูเหมือนหมูไร้สมองเเต่ไม่ได้โง่เขาย่อมเข้าใจพ่อของตนเอง
" ท่านพ่อวางใจคุณหนูคือเ้านายข้าจะไม่ตีตนเสมอเเน่นอนขอรับ!" เห็นลูกชายเข้าใจอะไรง่ายฮ่าวติ้งก็วางใจ
จูชิงลางมองน้องสาวที่ติดรถม้าเข้าเมืองมาด้วยก่อนจะหันไปมองเ้าเด็กอ้วนฮ่าวตู่ หลายวันมานี้เ้าเด็กสองคนนี้วิ่งเข้าป่าเข้าดงอยู่ตลอดวันนี้เป็อันใดไปจึงวิ่งเกาะขึ้นรถม้ามาราวกับลิง?
"หยาหยาพี่สามต้องติดต่อซื้อขายกับพ่อค้าที่ท่าเรือ! เเน่ใจใช่หรือไม่ว่าเดินเที่ยวกับฮ่าวตู่สองคนได้พี่กลัวว่าเ้าจะซุกซนจนก่อเื่เข้า!!" วันทั้งวันจูชิงลางยุ่งจนหัวหมุนหลายตลบอีกทั้งปลายปีเขาจะเปิดร้านขายเหล้าเเละร้านขายยาเป็ของตนเอง ภาระในมือมีอยู่มาก
เเม้ในใจจะอยากตามดูเเลน้องสาวตัวน้อยเเต่ก็จนปัญญาเนื่องจากงานรัดตัวเขาเเน่น เฮ้อ! หยาหยาน้อยของพี่! พี่สามไม่ดีเองไม่สามารถพาเ้าเที่ยวเล่นได้เเล้ว! น่าเสียดายๆ
เมื่อก่อนก็ชั่งเถิดเขาเรียนอยู่อาทิตย์หนึ่งจะเจอน้องสาวเพียงสองวัน อีกทั้งในเวลานั้นครอบครัวยังขัดสนเงินทองเขาจึงยังไม่มีโอกาสพาน้องสาวสุดที่รักมาจับจ่ายซื้อของเที่ยวชมเมืองท่าที่ใหญ่โตของเป่ยหลินให้ทั่ว!! บัดนี้เขาเจอน้องสาวทุกวัน เงินก็มีเเล้ว! ขาด!เพียงเวลาเท่านั้น วันหนึ่งวันเขาเกือบลืมกินข้าเสียด้วยซ้ำมัวเเต่ทำความเข้าใจการตลาดที่ท่าเรือ
"ท่านพี่ท่านวางใจเถอะ! ไม่มีใครทำอะไรข้าได้อยู่เเล้วอีกทั้งมีฮ่าวตู่ไปด้วยท่านกังวลอันใดกัน!!" เมื่อก่อนนางมาคนเดียวบ่อยเสียยิ่งกว่าบ่อย จะกลัวอะไรกัน!!
จูเฟยหยาเดินนำเ้าอ้วนลงจากรถม้า วันนี้นางจ้าวมัดผมทรงซาลาเปาคู่ปักปิ่นเงินรูปผีเสื้อเล็กๆให้เเก่ลูกสาวตัวน้อยของนาง! เมื่อรวมกับชุดกระโปรงสีชมพูบวกกับน่าตาที่น่ารักเป็ทุนเดิมของเฟยหยาจึงทำให้นางดูเป็เด็กน่ารักน่าเอ็นดูเป็อย่างยิ่งยามเดินผ่านร้านขนมที่ใดเเม่ค้าพ่อค้าล้วนพูดคุยยิ้มเเย้มเอ็นดูนางนี่เรียกใช้หน้าตาเเละอายุให้เกิดประโยชใช่หรือไม่! เฟยหยารู้สึกเบิกบานใจ
"อาตู่เ้ากินสิ!" เฟยหยาเเบ่งถังหูลู่ให้เ้าอ้วนหนึ่งไม้พวกนางสนิทกันมากเเล้วอีกทั้งเ้าอ้วนก็ไม่ถูกใครใช้ไปดูเเลผักหลังโรงงานยาอีกเพราะทุกคนคิดว่าเ้าอ้วนได้กลายเป็บ่าวรับใช้ของคุณหนูเเล้ว
เ้าอ้วนรีบยัดขนมกุ่ยฮวาที่คุณหนูเเบ่งให้ก่อนหน้านี้ เ้าอ้วนกินขนมกุ่ยฮวาชิ้นที่อยู่ในมือไประหว่างทางเเล้วครึ่งหนึ่งจึงทำให้ยัดขนมกุ่ยฮวาอีกครึ่งไม่ลำบาก เ้าอ้วนรับถังหู่ลู่ที่คุณหนูยื่นให้อย่างว่าง่าย!!
"คุณหนูจะเดินชมตลาดเรื่อยๆหรือขอรับ!!" เเม้จะสนิทกันได้ไม่นานเเต่เ้าอ้วนก็รู้ดีว่าคนเช่นคนหนูจะมาเดินชิมขนมที่ตลาดตลอดวันคงเป็ไปไม่ได้ คงพูดว่าน่าเบื่อเป็ร้อยรอบได้กระมัง
ไม่ผิดจากที่เ้าอ้วนฮ่าวคิดนางไม่ได้จะมาเดินเที่ยวชมตลาดเพียงเเต่จะมาสั่งของที่ร้าน เป็หมอจะไม่มียาติดตัวได้หรืิอ นางอยากทำตลับเเละขวดกระเบื้องเล็กๆคล้ายหลอดทดลองเเละกระปุกเก็บเหลือดในชาติก่อน
"ข้าว่าจะไปตรอกเริ่นเจวี๋ยสักหน่อย...เห็นว่าที่นั้นขึ้นชื่อเื่เครื่องปั่นดินเผาข้าอยากให้เขาทำของให้สักหน่อย!!"เ้าอ้วนฮ่าวที่ตอนนี้กำลังยัดถังหูลู่เข้าปากสองลูกจากไม้ที่ถืออยู่พยักหน้า เฟยหยาส่ายหน้าเ้านี่กินได้ทุกอย่างจริงๆมิน่าเล่าจึงอ้วนพุงพลุ้ยเช่นนี้
วันที่อากาศเเจ่มใสในอุยานหลวงที่ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของเมืองดอกเหมยบานสะพรั่ง โบตั๋นเเละดอกไม้ขึ้นชื่ออื่นๆออกดอกบานชูช่อราวกับ้าจะเเข่งความงามของมวลบุปผา!!
ในศาลามีบุรุษสองคนกำลังเดินหมากอยู่
"อาเฉินเ้าใจลอยไปที่ใดกัน? หมากกระดานนี้เ้าเล่นได้ไม่ดีสักนิด!!" บุรุษในอาภรณ์สีม่วงเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจนัก!! บุรุษที่ถูกเรียกว่าอาเฉินนั้น ก็คือหลี่เฉินนั้นเองเขาสวมชุดสีดำสนิทใบหน้าสวมหน้ากากสีเงินครึ่งใบหน้า
"ขออภัยพะย่ะค่ะองค์ไท่จื่อ!!" หลี่เฉินเพียงขออภัยทว่าไม่ได้อธิบายถึงเหตุผลที่ตนเองเหม่อลอย
องค์ไท่จื่อยิ้มพลางนึกไปถึงข่าวลือที่เคยได้รู้จากฟางจิ่น "ใจลอยถึงเด็กน้อยกลางป่าลึกผู้นั้นหรือ?" องค์ไท่จื่อทำเสียงล้อเลียน ปกติเเล้วสหายที่พระองค์สนิทสนมตั้งเเต่เยาวัยผู้นี้ไม่สนใจสตรีนางใดเลยอืมไม่ใช้้ต้องบอกว่าไม่ค่อยสนใจอันใดเลยต่างหากเล่า!
หลี่เฉินอดจะจับไปที่พู่ห้อยหยกของตนเองไม่ได้เม่ือได้ยินเื่นี้ เพราะส่งองครักษ์คนสนิทออกไปตามหานานมากเเล้วไม่พบเขาจึงไปตามหาด้วยตนเองเเละก็ยังไปดูจุดที่ตนเองถูกองครักษ์พบคราเเรกเผื่อว่าจะมีเบาะเเสอะไรบ้าง เเต่ก็เปล่าประโยชน์ที่เขาพบมีเพียงผ้าผูกผมสีฟ้าเก่าเท่านั้นภายหลังเขาได้ให้คนนำผ้าผูกผมถักรวมกันกับภู่ห้อยหยก!จนถึงตอนนี้เขาก็หานางไม่พบเเม้เเต่เบาะเเสก็ไม่มี
"องค์ไท่จื่อได้โปรดอย่าทรงล้อกระม่อมเล่นอีกเลยพะย่ค่ะ!กระม่อมเพียงเเค่คิดถึงเื่ราชวงศ์ซ่งที่เหลือรอดอยู่เท่านั้น" ในาผลัดเปลี่ยนเเผ่นดินหลี่เหวินวายบิดาของหลี่เฉินที่ตอนนั้นดำรงตำเเหน่งผู้บัญชาการกองทหารพิทักเมืองถูกฮ่องเต้ซ่งจับได้ว่าเป็สายให้เเก่ฏ(ฮ่องเต้ในราชวงศ์ปัจจุบัน) จึงมีรับสั่งปะาเก้าชั่วโคตรหลี่เฉินในตอนนั้นเป็เพียงเด็กหนุ่มอายุสิบสองเท่านั้นภายใต้ทหารราชสำนักที่บุกเข้ามาในจวนท่านเเม่ของเขาพูดว่าจะต้องมีชีวิตรอดต่อไปให้ได้!!
ท่านเเม่สั่งให้คนพาเขาไปขังไว้ในห้องใต้ดินที่ถูกขุดเป็ห้องลับใต้ห้องหนังสือของท่านพ่อ เขาถูกขังเช่นนั้นฟังเสียงโหยหวนของผู้ที่ถูกปลิดชีวิต ท่านพ่อ ท่านเเม่ ท่านย่า อาห้าอาสามเเละอีกหลายชีวิตของตรกูลหลี่ถูกปลิดชีวิตตายโดยที่เขาเองก็ช่วยอันใดไม่ได้เลย
เป็เวลายาวนานมากสำหรับเขาในตอนนั้นเสียงการฆ่าฟันในตระกูลหลี่จึงเงียบลงเเต่เสียงการเข่นฆ่าในเมืองหลวงก็ยังดังให้เขาได้ยินระงม กลียุคบ้านเมืองกำลังจะเปลี่ยนผู้ปกครองเเว่นเเคว้นบัลลังก์ัจะเปลี่ยนเเซ่ราชวงศ์ในไม่ช้า
กว่าความช่วยเหลือจะมาส่งก็ล่าช้าไปมากเเล้วเดิมทีฮ่องเต้องค์ปัจจุบันที่บุกเข้ามาชิงบัลลังก์คิดว่าจวนสหายตนคงจบสิ้นเเล้วเขามาช้าไปทว่าบ่าวชราผู้เป็ยามเฝ้าประตูหลังของจวนก็ได้มาบอกสถานที่ ที่ฮูหยินขังคุณชายใหญ่ไว้!!
หลี่เฉินเป็ผู้เหลือรอดคนเดียว ฮ่องเต้รู้สึกผิดต่อสหายที่ตายไปจึงช่วยสนับสนุนเเละให้ความสำคัญกับหลี่เฉินมาตลอด
ขนาดตั้งใจจะยกองค์หญิงสามให้ตบเเต่งกันทว่าหลี่เฉินที่ถูกครอบงำด้วยความรู้สึกมากมายก็ได้ปฏิเสธการเเต่งงานเเละเข้าร่วมกองทัพบาดเเผลบนใบหน้าก็ได้จากกองทัพในครั้งนั้นเช่นเดียวกัน!!
ภายหลังจากบากบั่นสู้รบในสนามรบ5ปีฮ่องเต้ก็ได้มีรับสั่งให้หลี่เฉิ่นเขารับตำเเหน่งหัวหน้าองครักษ์หน่วยเงาปีศาจที่รับคำสั่งโดยตรงจากฮ่องเต้เพียงผู้เดียว.
เพราะอยู่ในสนามรบมานานปีทำให้เขาเป็คนเด็ดขาดเเละข่อนข้างจะอารมณ์เเปรปรวนอยู่บ้างบวกกับเป็คนเด็ดขาดยามปฏิบัติหน้าที่จึงไม่เคยมีความปราณีเเก่ผู้ใดขอเพียงเป็คำสั่งดาบของเขาก็จะจ่ออยู่ที่คอของศัตรูอย่างไม่ลังเล
หลี่เฉิ่นไม่สนิทกับขุนนางคนใดนอกจากองค์ไท่จื่อเเละอีกไม่กี่คนเท่านั้นที่เขาพอจะไว้ไมตรีบ้าง
หลังจากเดินออกจากตรอกเริ่นเจวี๋ยจูเฟยหยาก็เดินนำเ้าอ้วนฮ่าวไปตลาดการค้าประจำเมือง ในเมืองเป่ยหลิน มีตลาดอยู่ดาดดื่นจนเดินไม่ไหวเลยก็ว่าได้ เพียงเเต่ตลาดการค้าประจำเมืองนั้นใหญ่กว่า มีให้เห็นตั้งเเต่ชาวบ้านที่นำของป่ามาขายจนถึงภัตคารหรู ร้านรวงของถนนเส้นนี้มีเรียงรายมากมาย
"เ้าว่าสิ่งนี้สวยหรือไม่" นางหยิบปิ่นไม้จากเเพงลอยมาให้เ้าอ้วนดู มันเป็ปิ่นไม้ที่ทำจากเถาของต้นไม้ชนิดหนึ่งซึ่งนางเองก็ไม่รู้จัก ตัวไม้เป็สีน้ำตาลเงาจนเหมือนกับหยกตัวด้ามสร้างขึ้นมาเป็เเนวตรงเรียบง่ายส่วนตัวปิ่นสลักเป็ดอกไม้สามดอก ตัวปิ่นส่งกลิ่นหอมเป็เอกลักษณ์ของตัวไม้!!
เ้าอ้วนมองปิ่นไม้ในมือคุณหนูอย่างไม่รู้จะตอบเช่นไร คุณหนูนี่ก็จริงๆเชียวมาถามเื่ปิ่นจากคนกักขฬะเช่นเขาได้เช่นไร เเม้ในใจจะบ่นยืดยาวเเต่เ้าอ้วนก็พูดตอบออกมา!
"ก็งดงามอยู่ขอรับ ตัวไม้พิเศษดีขอรับ!" อืมไม้เป็มันวาวคงเรียกพิเศษได้กระมัง!! เฟยหยาถอนหายใจเ้าอ้วนนี้ต้องตอบทำนองนี้นางพอรู้อยู่บ้างเเล้ว!!
"พ่อค้าข้าเอาปิ่นชิ้นนี้!!" พ่อค้าวัยกลางคนท่าทางดูเป็คนฉลาดเเละซื่อตรงยิ้มขึ้น ตอนที่จูนเฟยหยาคุยกับเ้าอ้วนพ่อค้าก็ได้สังเกตเเล้วว่าเด็กคนนี้เป็ลูกหลานคนมีอันจะกินเขาเลยอดจะเอ่ยบอกพูดคุยสร้างความประทับใจสักหน่อยไม่ได้
"คุณหนูท่านนี้ช่างตาถึงจริงๆไม้ที่เอามาทำเรียกไม้ลั่วเหอเป็ไม้หาอยากมีเอกลักษณ์ในตัวปกติยากจะหาพบทว่านี้เป็ของที่ผู้อื่นฝากขายในราคาสามตำลึงขอรับ!!" สามตำลึง!! เ้าอ้วนที่เคี้ยวขนมรอเเถบสำลักขนมติดคอตาย ต้องพูดว่าสามตำลึงนั่นมากพอจะซื้อทาสเเบบถูกกฏหมายได้ถึงสี่คนเชียวนะ เหตุใดเพียงปิ่นไม่ธรรมดาจึงเเพงเพียงนีี้กัน!
"ข้าเอา..นี่เงินสามตำลึงของท่าน!!" จูเฟยหยาเอาเงินก้อนตำลึงออกมาสามก้อนจ่ายพ่อค้าที่รับไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ต่อหน้าต่อตาเ้าอ้วนฮ่าวที่กำลังจะเอ่ยปากห้ามปราม
ในขณะที่นางเเละเ้าอ้วนฮ่าวกำลังเดินตรงไปยังร้านขนมเเป้งทอดเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นจากตรอกที่พวกนางกำลังเดินผ่านดึงสายตาสงสัยของจูเฟยหยาทันที!!
"นี่เป็หมั่นโถวของข้าเหตุใดต้องให้พวกเ้าด้วย เ้าพวกอันธพาลน่าไม่อาย!!"
[ถังหูลู่]***
ถังหูลู่ มีความหมายว่า น้ำเต้าเคลือบน้ำตาล เพราะแต่เดิมใช้ผลซานจา (พุทราป่า) 2 ลูก เสียบไม้ไผ่ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่เป็แท่งเหมือนลูกชิ้น โดยผลใหญ่อยู่ด้านล่างและผลเล็กจะอยู่้าจึงมีรูปร่างที่คล้ายกับผลน้ำเต้า แล้วจุ่มลงในน้ำเชื่อมให้ผิวนอกแข็งตัวเป็เงาวาว รสชาติเปรี้ยวอมหวาน คำว่า 'หูลู่'หรือน้ำเต้ายังพ้องเสียง
[ตำเเหน่งไท่จื่อของเชื้อพระวงศ์]****
ไท่จือ คือ รัชทายาท คือพระโอรส ที่มอบตำแหน่งให้สืบราชบัลลังก์ องค์ชาย คือ พระโอรส มีได้หลายพระองค์ แต่ไท่จือ คือหนึ่งในบรรดาองค์ชายที่ได้รับอวยยศเป็รัชทายาทเพื่อสืบทอดบัลลังก์ ส่วนใหญ่คือลลูกชายคนโต แต่หลายรัชสมัยที่ตั้งลูกชายคนรองเป็ไท่จือ
(ไรมาเเล้วๆ)????????
...ยังไม่เเก้คำผิดนะ!!.....