ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 2 บทที่ 40 ไล่ถาม

            เจ้าสำนักเหลยอยู่ที่ใด?

            ทันทีที่ม่อเวิ่นเฉินเอ่ยเสร็จกระบี่ยาวของเขาก็ทาบขนานกับลำคอของเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมเป็นที่เรียบร้อยแล้วมีดบินกว่าสิบดอกตีกระทบลงบนกระบี่ยาวและกระเด็นกลับไปทันที ถ้าหากมิใช่เพราะว่าวรยุทธ์ของเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมนั้นเก่งกาจเกรงว่าเขาคงจะต้องตายในมีดบินของตนเสียแล้ว

            ทว่าต่อให้วรยุทธ์จะเก่งกาจล้ำเลิศเพียงใดตอนนี้ก็ได้ถูกกระบี่ปักลงไปในอก ใกล้สิ้นชีพเต็มทีแล้ว

            เมื่อเห็นแววตาอันเยือกเย็นของม่อเวิ่นเฉินและความเย็นชาที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาในที่สุดเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมก็ถอนหายใจออกมาอย่างอับจนหนทางทว่าเขากลับส่ายศีรษะด้วยสีหน้าจริงจัง “ไม่รู้”

            ตอนนี้ถ้าหากเขาพูดความจริงออกมาทั้งหมดเกรงว่าจะต้องตายอย่างแน่นอน

            นิสัยและการกระทำของม่อเวิ่นเฉินนั้นทุกคนล้วนรู้ดี

            โหด ดุร้าย ไร้ความปรานี

            ถ้าหากตกอยู่ในมือของเขาแล้วไม่มีทางมีชีวิตรอดอย่างแน่นอน

            “หาเรื่องตาย”ดวงตาของม่อเวิ่นเฉินหรี่ลง มุมปากกระตุกยิ้มที่ดูแสนจะโหดร้ายขึ้น

            จากนั้นก็หันไปมองซูฉีฉีที่อยู่ในอ้อมอกของตน “ฉีฉี เจ้าน่าจะมีวิธีทำให้เขานึกขึ้นมาได้ว่าเหลยอวี๊เฟิงอยู่ที่ไหนกระมัง”

            เห็นสีหน้ายิ้มๆของเขาแล้วก็ทำให้ซูฉีฉีรู้สึกปวดหนึบบนศีรษะขึ้นมาในทันทีนางมองไปที่คนเบื้องหน้าด้วยสายตาสงสารเล็กน้อยก่อนจะดันตัวเองออกจากอ้อมอกของม่อเวิ่นเฉินนางยืนตรงด้วยสีหน้าราบเรียบก่อนจะคว้าเอาเข็มทองออกมาจากแขนเสื้อของตนอย่างช้าๆ

            นางรอบรู้ด้านการแพทย์ซ้ำยังเชี่ยวชาญด้านการฝังเข็มเป้นอย่างยิ่งจุดชีพจรของร่างกายมนุษย์นั้นยิ่งแม่นยำกว่าใครๆ

            หมอที่ดีสามารถรักษาคนได้แต่ก็สามารถทำร้ายคนได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

            ตอนนี้สิ่งที่นางต้องทำก็คือการทำร้ายคนนางมิได้มีอาชีพเป็นหมอ เช่นนั้นนางจึงมิต้องเคารพจรรยาบรรณของแพทย์

            โดยเฉพาะเมื่อคนตรงหน้านี้เป็นคนที่ม่อเวิ่นเสวียนส่งมาตอนนี้นางจงเกลียดจงชังฮ่องเต้ชั่วผู้นั้นเป็นอย่างมากแน่นอนว่านางเกลียดบิดาของตนมากกว่า ตอนนี้นางไม่มีทางใจอ่อนเป็นแน่

            เข็มทองสะท้อนกับแสงอาทิตย์ระยิบระยับแสบตาผู้คน

            นางหนีบเข็มทองไว้ระหว่างนิ้วชี้และนิ้วนางของตนก่อนจะโบกมันไปมาตรงหน้าของเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมซูฉีฉีแสดงสีหน้าจริงจังออกมา “จะไม่พูดจริงหรือ?”

            น้ำเสียงของนางมิได้บีบคั้นแต่กลับเหมือนกำลังเจรจากับเขาอยู่ท่าทางที่สงบนิ่งเรียบเฉยของนางนั้นกลับทำให้คนมิกล้าเสมองไปทางอื่น

            สตรีผู้นี้ใช้เพียงเข็มเล่มเดียวก็ทำให้หัวหน้าพรรคเด็ดบุปผานั้นต้องพ่ายแพ้กลับไปเรื่องนี้ได้กระจายออกไปทั่วยุทธภพแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่ใช่คนในยุทธภพแต่ก็ได้ยินข่าวคราวมาบ้าง

            หญิงสาวที่ดูบอบบางอ่อนแอไม่เป็นที่สะดุดตาเช่นนี้กลับสามารถเอาชนะหัวหน้าพรรคเด็ดบุปผาฮวาฉือแน่นอนว่ามิอาจดูเบานางได้

            แต่ว่าเพียงเพราะประโยคเดียวก็ให้เขายอมรับออกมาเขาทำไม่ได้จริงๆ

            เขาสะบัดหน้าไปทางอื่น ไม่มองตรงไปที่ซูฉีฉี “จะฆ่าจะแกงก็แล้วแต่ท่าน ข้าจะไม่หลบเลี่ยงแม้แต่น้อย”

            ท่าทีของเขาดื้อดึงไม่น้อยเลย

            ซูฉีฉีเองก็มิได้แสดงท่าทีไม่พอใจทว่ารอยยิ้มของนางได้หายไปแล้ว ตอนนี้นางนิ่งสงบมากไม่อาจคาดเดาได้เลยว่านางรู้สึกเช่นใดอยู่ทวงท่าที่เฉยชาของนางกลับทำให้คนรู้สึกเหมือนนางเป็นเทพศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจแสดงท่าทีล่วงเกินได้

            ซูฉีฉีมิได้พูดอะไรกับเขาอีกนางมิได้ชอบเอ่ยวาจามากมายเป็นเดิมอยู่แล้วด้วยเหตุนี้เข็มในมือของนางจึงทิ่มแทงเข้าไปที่จุดด้านหลังลำคอของเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

            จุดนั้นเป็นเพียงแค่จุดธรรมดาของร่างกายมนุษย์โดยทั่วไปแล้วผู้คนไม่ค่อยใส่ใจนักทว่าจุดนั้นก็เป็นจุดที่พรากชีวิตของคนได้เช่นกัน

            เข็มทองทิ่มลงไปโดยไม่ต้องออกแรงแม้แต่น้อยซูฉีฉีค่อยๆ ก้าวถอยออกมา สีหน้าของนางสงบนิ่ง

            ม่อเวิ่นเฉินในตอนนี้ก็มีสีหน้าเช่นเดียวกับนางสงบนิ่งและเรียบเฉยมาก

            เข็มทองแทงเข้าไปในจุดแล้วเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมเพียงแค่ขมวดคิ้วของตนเล็กน้อย เขาหันกลับมามองด้วยสีหน้าประหลาดใจเพราะว่าตนนั้นไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดหรือไม่สบายตัวแม้แต่น้อยมุมปากของเขาค่อยๆ กระตุกยิ้มเย็นขึ้น “ข่าวลือนั้นก็ยังคงเป็นข่าว...”

            คำสุดท้ายกลับเอ่ยออกมาไม่ได้ทั่วทั้งร่างของเขาเกร็งขึ้นกะทันหัน เขารู้สึกราวกลับมีสิ่งของบางอย่างกระแทกที่หัวใจของตนอย่างแรงเจ็บจนมิอาจจะทนได้

            “อ๊า...”

            เสียงร้องครางออกมาอย่างเจ็บปวดก่อนที่เขาจะขดตัวลงอย่างไร้เรี่ยวแรง

            ความรู้สึกเหมือนถูกกระแทกอย่างแรงผ่านพ้นไปตามมาด้วยความรู้สึกเสมือนถูกคนควักหัวใจไปบีบไว้ในกำมือออกแรงบีบอย่างแรงแต่กลับไม่บีบจนมันแตกสลายเหมือนกับกำลังบีบเล่นของเล่นอยู่ก็มิปาน ความทรมานเช่นนี้ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถทนได้ไหว

            ทว่าความเจ็บปวดทรมานเช่นนี้กลับไม่อาจทำให้คนสลบลงไปได้

            เหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมเจ็บจนกลิ้งดิ้นไปมาอยู่บนพื้นเสียงร้องแห่งความเจ็บปวดดังอย่างต่อเนื่องท่าทีหยิ่งพยองทะนงตนเมื่อครู่ได้หายไปจนหมดแล้ว

            ม่อเวิ่นเฉินและซูฉีฉีที่อยู่ด้านข้างยืนดูเขาอยู่นิ่งๆสีหน้านิ่งเรียบไม่แสดงอารมณ์ใดๆ กระทั่งจะสูดหายใจเข้าลึกๆขณะมองคนกลิ้งไปมาบนพื้นอย่างเจ็บปวดนั้นพวกเขาก็ไม่ทำ เสมือนว่าเบื้องหน้าไม่ใช่คนแต่คือภาพของมดตัวเล็กที่กำลังจะสิ้นชีวิตลงได้ทุกเมื่อ

            พวกเขาไม่ขยับแม้แต่น้อย

            ความเจ็บปวดต่อเนื่องเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วยามเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมเดิมคิดจะกลับไปรักษาทวงท่าอันสง่างามของตนทว่าเขากลับพบว่าความเจ็บปวดนี้ยากจะทนได้ไหวเขาร้องตะโกนอย่างเจ็บปวดพลางร้องขอความเมตตา “ข้าพูด...พระชายา...ขอท่านโปรดเมตตา...ให้ข้า...ตายไปเสียเถิด...”

            ตอนนี้เขารู้แล้วว่าอะไรคือการอยู่ก็มิสู้การตายแล้ว

            ตอนนี้แม้แต่การจะตายนั้นเขายังทำมิได้เลย

            “เจ้าสำนักเหลยอยู่ที่ใด?”ซูฉีฉีไม่ได้ขยับตัว ในขณะที่ม่อเวิ่นเฉินเอ่ยถามอีกครั้งน้ำเสียงของเขานิ่งเรียบ ฟังไม่ออกว่าเขากำลังมีอารมณ์เช่นใดอยู่เหมือนว่าจะไม่มีโทสะอีกแล้ว

            มีเพียงแววตาที่เยือกเย็นสะท้อนไอแห่งความอันตรายออกมา

            “ข้าพูดข้าพูดแน่นอน” เหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมคิดอยากจะดันตัวเองให้คุกเข่าทว่าความเจ็บปวดนั้นทำให้เขาทำได้เพียงกลิ้งอยู่ที่พื้นไปมามือทั้งสองยกขึ้นเกาบริเวณหัวใจจนเป็นบริเวณนั้นมีเลือดไหลซึมออกมาไม่หยุดตอนนี้เขาเพียงอยากจะตายเท่านั้น

             “อยากตายงั้นหรือ ย่อมได้ ขอเพียงบอกมาว่าเหลยอวี๊เฟิงอยู่ที่ใด” ซูฉีฉีขมวดคิ้วเบาๆ ก่อนจะก้าวเท้าไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง

            ความจริงแล้วในใจของนางก็ทนไม่ค่อยได้กับภาพตรงหน้าทว่ากับลูกน้องของม่อเวิ่นเสวียนแล้ว นางบอกกับตัวเองว่าต้องอดทนให้ได้นางจะต้องเด็ดเดี่ยว เมื่อคิดถึงมารดาของตนที่ตายไปหัวใจของนางก็นิ่งเย็นมากขึ้น

            มุมปากของเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมเริ่มจะบิดเบี้ยวจากความเจ็บปวดก่อนที่เขาจะหันไปจ้องซูฉีฉีในแววตาเหมือนแฝงไปด้วยความรู้สึกเสียใจกับการตัดสินใจเมื่อครู่ของตนเขารู้แล้วว่าตนเองได้ทำผิดไปแล้วสตรีที่จะยืนอยู่ข้างม่อเวิ่นเฉินได้นั้นย่อมไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน

            แต่ว่าจะเสียใจตอนนี้ก็เกรงว่าจะสายไปเสียแล้ว “เขาอยู่ในมือของฮ่องเต้”

            แม้ว่าเขาจะเจ็บปวดปางตายแต่เขากลับพบว่าตนนั้นยังมีเรี่ยวแรงพอที่จะพูดออกมาได้

            ซูฉีฉีและม่อเวิ่นเฉินหันมาสบตากันแวบหนึ่งก่อนที่ต่างฝ่ายต่างมองไปทางอื่น

            ม่อเวิ่นเฉินเดินไปข้างหน้าก่อนจะยกมือขึ้นอย่างไม่ลังเลทำให้กระบี่นั้นผ่ากลางร่างของเหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมร่างกายของเขาแยกออกจากกันโดยทันที และก็เป็นการยุติความเจ็บปวดที่ไร้จุดจบของเขาเช่นกัน

            ตอนที่ม่อเวิ่นเฉินฟันกระบี่ลงไปนั้นซูฉีฉีก็ปิดตาทั้งสองของตนแน่น

            นางรู้ว่าม่อเวิ่นเฉินโหดร้ายแต่ว่าเมื่อเห็นกับตาของตนเองนั้นนางก็ยังคงรู้สึกเสียวสันหลังวาบหนาวเย็นไปทั่วร่างกาย

            คนผู้นี้น่ากลัวเสียยิ่งกว่าคำล่ำลือเสียอีก

            มิมีผู้ใดรู้เลยว่าเขาจะกระทำเช่นใดต่อ

            หลังจากที่เหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมตายไปแล้วนั้นกองทหารของเขาก็แตกกระจาย ขวัญกำลังใจหายสิ้นอีกทั้งยังเผชิญหน้ากับความน่าเกรงขามของกองทหารโลหิตยิ่งทำให้ทหารหลายคนทิ้งอาวุธโล่กำบังในมือตนบ้างก็ยกมือยอมแพ้ บ้างก็วิ่งหลบหนีไป เพียงแต่ว่ากลุ่มทหารที่หลบหนีไปนั้นไม่มีผู้ใดรอดชีวิตจากดาบของกองทหารโลหิตแม้แต่คนเดียว

            ร่างของพวกเขาล้วนขาดกระจายไม่เป็นสัดส่วน

            นี่เป็นวิธีการต่อสู้ของม่อเวิ่นเฉินมาโดยตลอด

            หลังจากที่เหลิ่งเหยียนจัดการซากศพของทหารจนเรียบร้อยแล้วเขาก็ขอตัวลาไปก่อน พวกเขาจะต้องดำเนินการตามแผนเดิน เมื่อครู่เป็นเพียงแค่ละครสั้นคั่นระหว่างเรื่องเท่านั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการต่อไปของพวกเขา

            สีหน้าของซูฉีฉีขาวซีดลงเล็กน้อยนางมองซากศพที่กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ในใจก็มิอาจรับกับภาพเบื้องหน้าได้เท่าใดนักจวบจนนางเข้ามานั่งในรถม้าอีกครั้ง สีหน้าถึงจะกลับมาสงบนิ่งดั่งเดิม

            สำหรับม่อเวิ่นเฉินแล้วปฏิกิริยาเมื่อครู่ของซูฉีฉีถือว่าดีมากแล้วคุณหนูผู้ดีคนหนึ่งสามารถมีความกล้าหาญได้ถึงเพียงนี้ก็ทำให้เขานับถือไม่น้อยแล้ว

            โดยเฉพาะการลงมือของนางที่เด็ดเดี่ยวมั่นคง และสงบนิ่งตลอดเวลา การพูดจาที่ไร้ช่องโหว่ มีแบบแผนและองอาจกล้าหาญ

            ความจริงแล้วความกล้าของซูฉีฉีนั้นได้ฝึกฝนมาตั้งแต่ช่วงที่เดินทางมาเมืองหลวงแล้วเมื่อก่อนนางหาได้เจอสถานการณ์เช่นนี้ไม่

            รถม้ามิได้หมุนเปลี่ยนทิศทางการเดินมันยังคงมุ่งหน้าไปทางเมืองอ้าว

            เสมือนว่าเมื่อครู่เหลยอวี๊เฟิงตัวปลอมไม่ได้กล่าวอะไรกับเขาทุกอย่างยังคงสงบนิ่งเช่นเดิม

            ซูฉีฉีเงยหน้าขึ้นมองไปด้านนอกนางรู้ว่าม่อเวิ่นเฉินคิดจะทำสิ่งใดแม้ว่าเหลยอวี๊เฟิงจะอยู่ในมือของม่อเวิ่นเสวียน แต่ว่าเขากลับไม่กล้าฆ่าคนปิดปากครั้งนี้ก็รอเพียงแค่ให้เขามาติดกับก็เท่านั้น

            คนที่ตกเป็นรองครั้งหนึ่งอย่างม่อเวิ่นเฉินนั้นจะต้องเอาคืนจากครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน 

    คล้ายกับเรื่องชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199