ในความเงียบของราตรีที่โรยตัวจนเกือบจะสิ้นสุดแสงไฟสีขาวสว่างจ้าจากร้านสะดวกซื้อคือโอเอซิสเพียงแห่งเดียวบนถนนแห่งนี้ทั้งสองคนทิ้งตัวลงนั่งยองๆ บนขอบฟุตบาทที่เย็นชืดปล่อยให้ไออุ่นจากถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปปะทะกับลมกลางคืนที่เริ่มเย็นลง
อั๋นแทบจะฝังใบหน้าลงไปในถ้วยกระดาษความร้อนจากน้ำซุปและไอระอุที่ลอยขึ้นมาปะทะดวงตาช่วยขับไล่ไอแอลกอฮอล์ที่ยังคั่งค้างอยู่ออกไปทีละน้อย
สติที่เคยพร่าเลือนค่อยๆกลับมาโฟกัสได้อีกครั้งแม้จะยังรู้สึกเหมือนโลกรอบตัวโคลงเคลงอยู่ในเรือลำเล็กก็ตาม
“โห่พี่...ถ้าไม่ได้บะหมี่ร้อนๆถ้วยนี้ช่วยชีวิตไว้นะ ผมว่าคงได้อ้วกพุ่งแน่ๆ” คนน้องพูดพลางใช้ตะเกียบคีบเส้นบะหมี่เข้าปากอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะยกถ้วยกระดาษขึ้นซดน้ำซุปร้อนๆ ตามลงไปจนเกลี้ยง
“มึงรู้ตัวว่าคออ่อน แล้วยังจะเสือกแดกเข้าไปไม่ยั้งทำไมล่ะ”เด่นพูดตำหนิ แต่ไม่มีความเกรี้ยวกราดในน้ำเสียงนั้นเลยแม้แต่น้อยเขามองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มที่ซ่อนอยู่มุมปาก ปล่อยให้ความเอ็นดูฉายชัดอยู่ในแววตา
“ถ้ากูไม่ได้อยู่ด้วยนะป่านนี้มึงคงโดนลากไปทำอะไรต่อมิอะไรแล้วใครจะไปรู้ ยิ่งหน้าตาดีๆ แบบมึงด้วยมีแต่คนจ้องจะขย้ำตาเป็มัน” เขาพูดพลางเหลือบมองอีกฝ่ายอย่างพิจารณา
“ทำไงได้ล่ะครับพี่คนเรามันเลือกเกิดไม่ได้นี่นา” อั๋นทำหน้าทะเล้นใส่อย่างช่วยไม่ได้
“ไม่เหมือนพี่หรอก หายไปอยู่กรุงเทพฯตั้งสี่ห้าปี พอกลับมาอีกทีก็หล่อล่ำกล้ามโต เปลี่ยนไปเป็คนละคนเลยนี่ถ้าคืนแรกที่เจอกัน พี่ไม่ไปนอนแผ่หลาอยู่บนโซฟาบ้านไอ้เดียวนะผมคงนึกว่าเป็คนแปลกหน้าที่ไหนก็ไม่รู้จริงๆ” เด็กหนุ่มเริ่มรื้อฟื้นความหลัง
“ผมยังจำได้อยู่เลยนะ ตอนที่พี่เพิ่งจะเรียนจบม.6 ใหม่ๆ พี่ยังตัวดำๆ แถมยังผอมแห้งยังกับกุ้งเสียบอยู่เลยพอมาเจอกันอีกที โหยังกับดาราเกาหลีแหนะ!”เด็กหนุ่มพูดพลางซดน้ำซุปในถ้วยกระดาษจนหมดหยดสุดท้าย ก่อนจะหันมายิ้มแหยๆให้คนพี่ เป็เชิงขอโทษที่เผลอพูดแซวแรงเกินไปหน่อย
“ปากมึงนี่มันจริงๆ เลยนะไอ้อั๋น” ร่างสูงส่ายหัวเบาๆกับความช่างจำของอีกฝ่าย
“ประจบประแจงก็เก่งแทะโลมกัดชาวบ้านเขาก็เก่ง”
สายตาคมกริบคู่นั้นกลับจ้องลึกลงไปในดวงตาของคนน้องราวกับจะมองทะลุเข้าไปให้ถึงความคิดที่ซ่อนอยู่ข้างใน
รอยยิ้มทะเล้นบนใบหน้าของอั๋นค่อยๆหุบลงเล็กน้อยเมื่อถูกจับจ้องด้วยสายตาที่จริงจังเกินกว่าจะเป็แค่การหยอกล้อธรรมดาบรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนไป ความขี้เล่นเมื่อครู่จางหายเหลือเพียงความตึงเครียดที่น่าประหลาดใจลอยเข้ามาแทนที่
น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำลงกว่าเดิมกลายเป็เสียงกระซิบที่แหบพร่าและแฝงนัยบางอย่างอย่างเปิดเผย
“ไม่รู้ว่า ‘อย่างอื่น’ ในตัวมันจะเก่งเหมือนปากมึงด้วยรึเปล่า”ประโยคหลังที่พูดออกไปนั้นเบาลงกว่าปกติ
“อย่างอื่นอะไรล่ะครับ?” คนฟังรีบสวนกลับทันควันด้วยความไม่เข้าใจจริงๆ เขาเอียงคอทำหน้างุนงงความใสซื่อในแววตานั้นจริงแท้จนน่าขัน
“ไม่รู้...คิดเอาเองแล้วกัน”
เ้าของรอยยิ้มเ้าเล่ห์ยักไหล่ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“ไปๆๆ กินอิ่มแล้วก็รีบกลับห้องได้แล้วกูอยากจะอาบน้ำนอนเต็มแก่แล้วเนี่ย” ร่างกำยำพูดพลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วใช้มือตบๆ ไปที่บั้นท้ายของตัวเองสองสามทีเพื่อไล่ฝุ่นผงที่อาจจะติดมาตอนนั่ง
“เออใช่!พูดถึงเื่อาบน้ำแล้วผมเพิ่งนึกขึ้นได้เลยอะพี่!”คนที่เพิ่งนึกออกทำตาโตเหมือนเพิ่งจะนึกเื่คอขาดบาดตายได้
“ผมลืมไปสนิทเลยว่าต้องเอาชุดมาเปลี่ยนด้วยอะดิ!ชุดที่ใส่อยู่นี่ก็เหม็นกลิ่นเหงื่อ กลิ่นเบียร์...” เขาพูดด้วยสีหน้าแหยๆอย่างเห็นได้ชัด พลางก้มลงดมชายเสื้อของตัวเองแล้วทำหน้าเบ้
“จะไปยากอะไร” ร่างสูงพูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจนักเขาหันไปมองรอบๆ ถนนที่เงียบสงัดมีเพียงเสียงฝีเท้าของพวกเขาสองคนที่ดังสะท้อนไปมา ก่อนจะยักไหล่
“มึงก็แก้ผ้าแล้วใส่กางเกงในตัวเดียวนอนก็สิ้นเื่หรือถ้าอยากจะสบายตัวกว่านั้นก็ไม่ต้องใส่อะไรเลยหาผ้าเช็ดตัวมาพันเอวไว้ผืนเดียวก็พอแล้ว นอนๆ ไปเถอะน่าผู้ชายเหมือนกันจะไปอายอะไร”
“อืมมม...ก็จริงอย่างที่พี่ว่า”
เด็กหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วยอย่างง่ายดายรอยยิ้มเ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
“ผู้ชายเหมือนกัน...จะไปอายอะไรล่ะเนอะ” เขาพูดพลางเดินเข้าไปกอดคอคนพี่อย่างสนิทสนมขณะที่ทั้งสองคนพากันเดินตรงไปยังโรงแรมที่พักซึ่งอยู่ไม่ไกลจากร้านสะดวกซื้อมากนัก
“ขนาดวันนั้น...ที่พี่...เอ่อ... ‘ชักว่าว’อยู่คนเดียวบนโซฟาตอนดึกๆ พี่ยังไม่อายผมเลยสักนิดแล้วผมจะไปอายอะไรกับแค่การไม่ใส่เสื้อผ้านอน จริงไหมล่ะครับ! ฮ่าๆๆๆ”
เสียงะเิหัวเราะอย่างอารมณ์ดีดังขึ้นกระทันหันก่อนที่ร่างโปร่งของคนน้องจะรีบผละออกจากอ้อมแขนของคนพี่แล้ววิ่งนำหน้าไปไกลลิบปล่อยให้เสียงหัวเราะกังวานลอยสะท้อนไปตามถนนที่ว่างเปล่า
เด่นหยุดยืนนิ่งกึกราวกับถูกสาป!
ทุกสรรพเสียงรอบกายเงียบหายไปในบัดดลเหลือเพียงเสียงหัวเราะของอั๋นที่ยังก้องอยู่ในหูและความร้อนที่ค่อยๆแผ่ซ่านจากลำคอขึ้นมาจนถึงใบหน้าภาพในคืนนั้น...ความมืดสลัว...ความเงียบสงบ...และความเป็ส่วนตัวที่เขาคิดว่ามีอยู่จริง...พังทลายลงในพริบตา
“กูว่าแล้ว...ว่าวันนั้นมันต้องเห็นจริงๆ”
มุมปากของเขากระตุกยิ้มอย่างขบขันปนสมเพชตัวเองก่อนจะรีบเดินตามจ้ำอาวไปพร้อมกับสมองที่พยายามเรียบเรียงหาคำแก้ตัวที่ดีที่สุด
…
คลิก!
ทันทีที่บานประตูห้องพักถูกปิดลงโลกภายนอกก็ถูกตัดขาดกลิ่นหอมสะอาดของผ้าปูที่นอนที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่และไอเย็นฉ่ำจากเครื่องปรับอากาศก็โอบล้อมร่างกายของคนทั้งสองไว้
เด็กหนุ่มกวาดตามองไปรอบๆ อย่างตื่นตาตื่นใจปลายนิ้วไล้ไปตามผิวโต๊ะไม้ขัดมัน ก่อนจะหันไปหาคนพี่ที่กำลังถอดเสื้อครอปพาดลงบนพนักเก้าอี้เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างและมัดกล้ามที่สมบูรณ์แบบ
“พี่เด่น! ผมขออาบน้ำก่อนนะ!” อั๋นประกาศกร้าวพร้อมกับชี้ไปยังประตูห้องน้ำด้วยแววตาที่มุ่งมั่น
“พี่ตัวใหญ่กว่าผม ต้องอาบน้ำนานแน่ๆผมตัวเล็กอาบน้ำไวกว่า แป๊บเดียวเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว นะพี่นะ ขอผมอาบก่อน!” อั๋นทำเสียงออดอ้อนออเซาะอย่างน่าหมั่นไส้
ร่างสูงที่เหนื่อยล้าจากการดื่ม ได้แต่ส่ายศีรษะให้กับพลังงานที่ไม่มีวันหมดของอีกฝ่ายเขาหมดแรงที่จะต่อล้อต่อเถียงด้วยแล้ว เด่นทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงนุ่มๆที่ยวบลงตามน้ำหนักตัว แล้วโบกมือไล่เบาๆ ไปทางห้องน้ำ เป็การอนุญาตโดยไร้เสียง
“เย้! ขอบคุณครับ!”
คนได้สิทธิ์รีบคว้าผ้าขนหนูผืนใหม่ที่พับไว้อย่างดีบนชั้นวางแล้ววิ่งตัวปลิวหายเข้าไปในห้องน้ำทันทีประตูปิดลงพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอของเด่นเขาได้แต่ส่ายหน้าให้กับท่าทางเหมือนเด็กน้อยได้ของเล่นใหม่ของอีกฝ่าย
เด่นทอดถอนใจพลางทิ้งตัวลงนั่งบนขอบเตียงนุ่มเตรียมจะเอนหลังลงพักสายตาสักงีบ กะว่าคงต้องรออีกพักใหญ่ตามประสาคนสำอาง
ทว่ายังไม่ทันที่แผ่นหลังจะได้ผ่อนคลายอย่างเต็มที่ประตูห้องน้ำก็เปิดผลัวะออกมาพร้อมกับร่างโปร่งที่ห่อหุ้มด้วยผ้าขนหนูผืนเดียวรอบเอวอย่างิ่เหม่
หยาดน้ำเกาะพราวตามแผงอกและลาดไหล่กลิ่นสบู่หอมสะอาดลอยฟุ้งออกมาปะทะจมูก
เด่นเลิกคิ้วอย่างแปลกใจก่อนจะะเิหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“กูก็ไม่คิดว่ามึงจะอาบไวขนาดนี้”
คนพี่พูดพลางหัวเราะในลำคอเขาคว้าผ้าขนหนูผืนสะอาดมาพาดบ่าก่อนจะปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกอย่างไม่รีรอจนเหลือแต่กางเกงในสีขาวล้วนเพียงตัวเดียวเปิดเผยความคับแน่นของสัดส่วนความเป็ชายที่ซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้าออกมาเต็มสายตา
โดยไม่แคร์ว่าอีกฝ่ายจะมองอยู่หรือไม่
การทำเช่นนั้น ทำเอาอั๋นที่กำลังยกผ้าขนหนูผืนเล็กขึ้นมาเช็ดผมถึงกับมือไม้แข็งทื่อไปชั่วขณะดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตระหนก ก่อนจะรีบเสมองไปทางอื่นทันควันแก้มที่เคยซีดลงแล้วกลับมาร้อนผ่าวขึ้นอีกครั้ง
ร่างสูงยังคงเดินสวนคนน้องไปอย่างอ้อยอิ่งหัวไหล่ที่เปียกชื้นของอั๋นเฉียดเข้ากับแผ่นอกร้อนผ่าวของเด่นอย่างจังจนเด็กหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่ประตูห้องน้ำจะถูกเลื่อนปิดลง
“คนผีบ้า...เมาแล้วชอบโชว์...”
อั๋นบ่นพึมพำกับตัวเองเสียงเบาเพื่อกลบเกลื่อนใบหน้าที่เห่อร้อนแต่แล้วเขาก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศปะทะเข้ากับผิวที่ยังเปียกชื้นจนขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เด็กหนุ่มไม่รู้จะทำอย่างไรกับความหนาวนั้น จึงรีบกระโจนขึ้นเตียงแล้วดึงผ้าห่มนวมผืนหนาขึ้นมาคลุมโปงเพื่อหาไออุ่นในทันที
สักพักใหญ่...เสียงน้ำที่ดังซู่ซ่าต่อเนื่องก็ดังลอดออกมาจากห้องน้ำ
อั๋นซึ่งนอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม กำลังนอนฟังเสียงน้ำที่สาดกระทบผิวกายของใครอีกคนอย่างหนักหน่วงและสม่ำเสมอเสียงนั้นกลับก้องอยู่ในหูชวนให้จินตนาการไปถึงภาพที่เขาเพิ่งเห็นเมื่อครู่จนต้องพลิกตัวไปมาอย่างกระสับกระส่าย
ในที่สุดเด็กหนุ่มก็ยอมแพ้ เขาค่อยๆโผล่เพียงศีรษะออกมาจากกองผ้าห่มหนานุ่มสายตาของเขาเลื่อนลอยไปรอบห้องอย่างไร้จุดหมายเพื่อหาอะไรบางอย่างมาดึงความสนใจของตัวเอง...
จนกระทั่งไปหยุดนิ่งอยู่ที่มุมหนึ่ง...ตู้เย็นขนาดเล็กสีดำสนิทที่ตั้งอยู่บริเวณปลายเตียง