วันนี้มู่หยางเซิงจะนำไก่ที่ได้มาเมื่อวานไปขายที่ตลาดและนำผ้าที่ปักเสร็จเรียบร้อยแล้วของหลินเหม่ยเอินไปส่งที่ร้านประจำเขาจึงออกจากบ้านั้แ่กลางยามเหม่า
หลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จมู่เหม่ยอวี้นำปลาบางส่วนไปทำปลาแดดเดียว โดยช่วยกันทำกับมารดา
ยามเว่ยสามคนพี่น้องชักชวนกันไปตกปลาที่ลำธารอีกโดยมู่เหม่ยอวี้ทำเบ็ดตกปลาเพิ่มอีกหนึ่งคันให้มู่หยางิ่
ขณะนั่งตกปลามู่เหม่ยอวี้ก็นั่งคิดว่าจะทำอย่างไรกับชีวิตดีจะให้อยู่แบบลำบากแบบนี้ต่อไปก็ไม่ไหวนะ ทั้งที่ตนก็มีของกินของใช้มากมายชนิดที่ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด ทำไมต้องให้มาอยู่แบบลำบากแบบนี้เนี่ย “เฮ้อ”นางเผลอตัวถอนหายใจออกมาดังๆ มู่หยางิ่หันไปมอง
“น้องรองเป็อะไรหรือ”
“เปล่าเ้าค่ะ ไม่มีอะไรแค่เบื่อที่ปลาไม่กินเหยื่อข้าสักที” นางแก้ตัวกับพี่ชาย
“มันไม่กินอะไรล่ะข้าเห็นลูกทุ่นเ้าโดนดึงจมไปสองครั้งจนมันกลับมาลอยเหมือนอีกแล้ว”
“อ้าวเหรอ สงสัยข้าเผลอหลับเลยไม่ทันเห็น แหะๆ”ว่าไปนั่น แถไปเรื่อย
ว่าแล้วนางก็ดึงเบ็ดมาใส่เหยื่อใหม่ไม่นานก็เป็เหมือนเดิม นางนั่งคิดอะไรในใจจนเหม่อลอย สักพักนางก็ทำตาโต จมูกบานหัวเราะหุๆ
“พี่ใหญ่ๆ ข้ารู้สึกร้อนเหลือเกิน ข้าขอเล่นน้ำได้หรือไม่เ้าคะ”
“ได้ แต่เ้าไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนไม่ใช่หรือประเดี๋ยวจะไม่สบายเอาได้นะ”
“เอาน่า อากาศร้อนๆ แบบนี้ครู่เดียวก็แห้งแล้วเ้าค่ะไม่ทันไม่สบายหรอก”
“เฮ้อ เ้านี่นะ ดื้อจริงๆ ก็ได้ๆ แต่ไปเล่นตรงตื้นๆ นะประเดี๋ยวจะอันตราย” พี่ชายอนุญาต แต่ไม่ให้เล่นน้ำลึก
“ข้าว่ายน้ำได้เ้าค่ะ เล่นน้ำตื้นจะสนุกอะไร” มู่เหม่ยอวี้เถียง
‘ตื้นเกินจะไม่สมจริงน่ะสิ’ นางกล่าวต่อในใจ
แล้วมู่เหม่ยอวี้ก็ไปเล่นน้ำคราแรกนางก็ไปเล่นที่ลึกประมาณเหนือเข่าก่อน เล่นไปแอบมองมู่หยางิ่ไป พอเขาเผลอนางก็ขยับตัวไปเล่นที่ลึกขนาดเอว แล้วดำผุดดำว่าย พักใหญ่ๆก็ขยับมาเล่นตรงอีกบริเวณที่ลึกถึงอก นางว่ายไปว่ายกลับจนทั่วสักพักก็ทำทีเป็ะโเรียกน้องชายไปเล่นน้ำด้วย
“น้องเล็กเล่นน้ำกับข้าไหม น้ำเย็นสนุกมากเลย”
“ข้าว่ายน้ำไม่เป็ เล่นได้หรือขอรับ”มู่หยางเฉินทำหน้าอยากเล่นระคนเสียดาย
“ได้สิ มาเล่นตื้นๆ จะได้หัดว่ายน้ำด้วยไง”พี่สาวตัวดีตอบ
“พี่ใหญ่ๆ ให้ข้าเล่นน้ำกับพี่รองได้หรือไม่ขอรับวันนี้เราได้ปลาตั้งหลายตัวแล้ว” มู่หยางเฉินหันไปถามพี่ชาย
“ถ้าเ้าอยากเล่นก็ไปเถอะ แต่เล่นแค่บริเวณน้ำตื้นๆ พอนะอย่าดื้อแบบพี่รองของเ้า ประเดี๋ยวถ้าเ้าตกน้ำไปไม่ได้พบหน้าท่านพ่อท่านแม่อีกเลยนะ” มู่หยางิ่อนุญาต แต่ก็ขู่น้องชายไม่ให้เล่นน้ำลึก
“ได้ขอรับ ข้าจะเล่นแค่ที่บริเวณน้ำตื้น”มู่หยางเฉินตอบรับพี่ชายอย่างดีใจ เขารีบวางคันเบ็ด แล้วไปเล่นน้ำกับมู่เหม่ยอวี้ซึ่งนางไปรอตรงบริเวณที่น้ำลึกเพียงเข่า แล้วจับมือพาเดินไปให้ลึกอีกหน่อยจากนั้นนางสอนน้องชายว่ายน้ำโดยให้เขาจับไปที่โขดหินใกล้ๆ แล้วฝึกตีขา
ระหว่างที่มู่หยางเฉินฝึกตีขา นางก็ดำผุดดำว่ายอยู่ใกล้ๆไม่นานก็จับอะไรบางอย่างขึ้นมาจากใต้น้ำ
“อุ๊ย!อะไรเนี่ย สวยจัง” นางนำของสิ่งนั้นยกขึ้นมาจากน้ำแล้วนำมาถามน้องชาย
“เฉินเอ๋อร์ อันนี้คืออะไรรู้หรือไม่”มู่หยางเฉินหยุดตีขาแล้วยืนขึ้น มองไปยังสิ่งที่อยู่ในมือของพี่สาว
“ข้าไม่รู้จักขอรับ แต่ก็สีสวยดีนะขอรับ”มู่หยางเฉินตอบอย่างใสซื่อ
“พี่ใหญ่ๆ พี่ใหญ่รู้จักเ้านี่ไหมเ้าคะมันคืออะไรเ้าคะ สีสวยจังเลย” นางยกของในมือชูขึ้นโบกไปมาให้มู่หยางิ่ดู
มู่หยางิ่ขมวดคิ้ว แล้ววางคันเบ็ดลุกเดินมาหาน้องสาวที่อยู่ห่างออกไปประมาณหกจั้งมู่เหม่ยอวี้ล้างโคลนที่เกาะอยู่ที่ของชิ้นนั้นแต่ก็ยังมีรอยโคลนติดอยู่บ้างยังไม่สะอาดดีส่งให้พี่ชาย มู่หยางิ่รับไปดู มันมีรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเป็สีเหลือง มีรูปภาพ และข้อความอะไรบางอย่างที่เขาอ่านไม่ออกบุ๋มลงไปน้ำหนักประมาณหกเหลียง เขาพลิกดูจนทั่ว แล้วตอบน้องสาว
“ข้าไม่เคยเห็นของเช่นนี้มาก่อน”ในคราแรกมู่เหม่ยอวี้ก็กดยิ้มมุมปากเล็กๆ อย่างอดใจไม่ได้ พอได้ฟังคำตอบของมู่หยางิ่นางถึงกับอึ้งไป
‘แม่เ้า ไม่รู้จักของสิ่งนี้’ แล้วนางก็ทำหน้าห่อเหี่ยว
แต่ยังไม่ทันจะปรับอารมณ์ที่เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวห่อเหี่ยวได้ก็ได้ยินเสียง์ขึ้นมาอีก
“แต่ข้าเคยเข้าไปในตลาดกับท่านพ่อเคยเห็นพวกคนที่มีฐานะเขาใช้เครื่องประดับที่มีสีและลักษณะพื้นผิวแบบนี้”มู่หยางิ่หลี่ตามองเหมือนกำลังนึกอะไรบางอย่าง แล้วกล่าวถึงสิ่งที่เคยเห็น
“โอ้!หรือว่าสิ่งนี้มันเอาไปใช้ทำเครื่องประดับได้เ้าคะพี่ใหญ่” เห็นโอกาส ต้องรีบตี
“อืม ก็เป็ไปได้นะถ้าอย่างนั้นเราลองเอาไปให้ท่านแม่ดูดีหรือไม่” ผู้เป็พี่ชายเสนอ
“ก็ดีเหมือนกันนะเ้าคะเผื่อมันจะเป็สิ่งของที่พี่ใหญ่กล่าวถึงจริงๆ แล้วถ้าใช่จริงๆเราก็จะสามารถนำมันไปขายหาเงินมาใช้กันก็ได้”
พอกล่าวถึงเื่เงิน มู่หยางเฉินก็หูผึ่ง “ใช่ๆๆๆ พี่ใหญ่ลองเอาไปให้ท่านแม่ดูดีกว่าเพราะเราไม่รู้จัก ท่านแม่เก่งต้องรู้แน่เลยขอรับ”
“นอกจากอันนี้ ข้ายังเห็นอีกหลายอันเลยเ้าค่ะประเดี๋ยวข้าลองหาเพิ่มอีกดีหรือไม่เ้าคะ”ว่าแล้วก็ทำท่าจะดำน้ำลงไปหยิบของแบบนั้นอีก แต่ก็ได้ยินเสียงดับฝัน
“ยังไม่ต้องหรอกน้องรองมันอาจจะไม่ใช่ของแบบที่พี่เคยเห็นก็ได้ เอาไว้เราไปถามท่านแม่ก่อนดีกว่าถ้าใช่เราค่อยมาหาก็ยังไม่สาย ถ้าไม่ใช่น้องรองจะเหนื่อยเปล่า”พี่ชายพูดอย่างหวังดี กลัวน้องสาวจะเหนื่อย คนเป็น้องได้แต่กัดปากอยากจะกรีดร้องเหลือเกิน แต่ก็ยอมขึ้นจากน้ำแต่โดยดี
“ตกลงถ้าเช่นนั้นเรารีบกลับบ้านไปหาท่านแม่กันเถอะเ้าค่ะ ไปถามให้รู้ชัดว่ามันคืออะไรถ้ามันสามารถเอาไปขายได้เราจะได้รีบมาหา เพราะถ้าชักช้าอาจจะมีคนอื่นมาเอาไปก่อน”นางเร่งพี่ชาย
เมื่อตกลงกันได้แล้ว ก็พากันเก็บเบ็ดเก็บปลากลับบ้านกัน
พอมาถึงบ้าน ก็เห็นท่านพ่อกลับมาถึงบ้านแล้วเช่นกัน
“อ้าว ทำไมตัวเปียกกันมาเช่นนี้ล่ะ”มู่หยางเซิงถามเมื่อเห็นทั้งมู่เหม่ยอวี้และมู่หยางเฉินตัวเปียก
“พวกน้องเล่นน้ำกันขอรับ”มู่หยางิ่ตอบผู้เป็บิดาแทนน้องๆ
“ใช่ขอรับ ข้าเล่นน้ำกับพี่รองพี่รองสอนข้าว่ายน้ำด้วยนะขอรับ” มู่หยางเฉินกล่าวอวดบิดา
“แต่พวกเราได้ปลาเยอะแล้ว จึงไปเล่นน้ำกันนะขอรับ”มู่หยางเฉินยังคงอวดต่อ
“อ้อ ถ้าอย่างนั้นก็ไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้ากันเสียก่อนสิประเดี๋ยวจะป่วยได้ไข้กัน” บิดาเตือนให้ลูกๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความเป็ห่วง
“เื่นั้นเอาไว้ก่อนเถอะเ้าค่ะท่านพ่อ ข้ามีอะไรจะถามด้วยเ้าค่ะ”มู่เหม่ยอวี้พูดขึ้นบ้าง เพราะถ้าชักช้าดูจะไม่ได้เื่แล้วใช้สายตามองไปยังมู่หยางิ่ให้เขาเอาของออกมาถามบิดามู่หยางิ่เห็นสายตาของน้องสาวก็เข้าใจจึงหยิบของที่น้องสาวเก็บมาได้จากในน้ำยื่นให้บิดาแล้วถาม
“ตอนที่น้องๆ เล่นน้ำ น้องรองเก็บสิ่งนี้ได้แล้วถามข้าว่ามันคืออะไร แต่ข้าไม่แน่ใจขอรับว่าใช่สิ่งที่ข้าเคยเห็นหรือไม่พวกเราคิดว่าบางทีมันอาจจะสามารถขายได้ เลยคิดว่าจะเอามาให้ท่านแม่ดูขอรับน้องรองบอกว่าเห็นอีกหลายอันเลยแต่ข้าไม่รู้ว่ามันจะมีประโยชน์อะไรหรือไม่เลยไม่ได้เอามาขอรับ”
ณ เวลานี้ มู่หยางเซิงหูอื้อไปเรียบร้อยแล้วเมื่อได้รับของที่มู่หยางิ่ส่งมาให้พร้อมคำอธิบาย ใจเต้นตึกตัก มือสั่นรีบละล่ำละลักถาม “พวก พวก พวกเ้า เล่น เล่น เล่นน้ำกันบริเวณไหน”
“ที่ลำธารที่น้องเคยตกปลาขอรับ” มู่หยางิ่ตอบบิดา
“ไป รีบพาพ่อไปเร็ว” มู่หยางเซิงก้าวขาทันทีแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงของมู่เหม่ยอวี้
“ประเดี๋ยวก่อนเ้าค่ะท่านพ่อ”มู่หยางเซิงหยุดเท้าแล้วหันมาเลิกคิ้วถาม
“ข้าเห็นมันมีหลายอันอย่างน้อยก็เป็สิบนั่นแหละเ้าค่ะใหญ่กว่าอันนี้ก็มี ข้าว่าเราหาอะไรไปใส่ด้วยดีหรือไม่เ้าคะ” นางตอบเสียงปกติ
“เป็สิบเลยหรือ ใหญ่กว่าอันนี้ด้วย!”มู่หยางเซิงรู้สึกตื่นเต้นสุดขีด แล้วรีบวิ่งเข้าไปในบ้าน หยิบถุงย่ามออกมาแล้วรีบจ้ำอ้าวออกไป โดยที่ก่อนไป เขาไม่ลืมกำชับให้มู่หยางเฉินรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพราะประเดี๋ยวจะป่วยไข้ และบอกหลินเหม่ยเอินว่าจะไปลำธารกับมู่หยางิ่และมู่เหม่ยอวี้สักพักไม่ต้องเป็ห่วง ให้นางทำอาหารรอ โดยไม่ได้บอกว่าจะไปทำอะไรเพราะไม่อยากให้นางตื่นเต้นเหมือนตนเอง
โธ่ ก็จะไม่ให้เขาตื่นเต้นได้อย่างไรกันเล่าเพราะสิ่งที่มู่หยางิ่เอามาให้ตน และบอกว่ายังมีอีกเป็สิบก้อน มันคือ ทอง ทองเชียวนะทอง!