ณ หมู่บ้านโกแลนซ์
บ้านหลังหนึ่งภายในหมู่บ้าน
ภายในห้องนอนห้องหนึ่งมีร่างของเด็กหนุ่มอายุสิบห้าปีนอนอยู่
เด็กหนุ่มใบหน้าธรรมดา เส้นผมสีน้ำตาลแดง รูปร่างผอมแห้ง
ผ่านไปไม่นานชายหนุ่มก็ลืมตาขึ้นพร้อมกับรีบดันตัวเองขึ้นมานั่งบนเตียงก่อนที่จะเอามือจับไปที่ศีรษะทันที
ใบหน้าที่แสดงถึงความตื่นตระหนกและใ ดวงตาทั้งสองเบิกกว้าง เม็ดเหงื่อไหลรินทั่วร่างกาย
“ เกิดอะไรขึ้นกันแน่ นี้มันคือความฝันหรือความจริงกันแน่? ” ชายหนุ่มพึมพำออกมา จากนั้นสายตาของเขาก็หันไปมองรอบๆห้องของตัวเอง ไม่นานก็ถอนหายใจอออกมา
“ เป็ความฝันที่น่ากลัวจริงๆ ” ชายหนุ่มพึมพำเบาๆ เพราะเขาไม่รู้ว่าภายในความฝันมันคือความฝันหรือความจริง เพราะประสบการณ์ต่างๆเหมือนกับเขารู้สึกและััด้วยตัวเอง
“ แต่สิ่งที่ฉันอยากรู้คือการฝึกฝนในความฝันจะสามารถนำมาใช้ที่นี้ได้ไหม!! ” ชายหนุ่มแสดงสีหน้าตื่นเต้นและรีบฝึกฝนทันที
ภายในความฝัน เขาฝันว่าตัวเองเป็จอมยุทธ์คนหนึ่ง เขาฝึกฝนตัวเองเรื่อยๆจนกระทั้งกลายเป็คนที่แข็งแกร่งและทรงพลัง เขาฝ่าฝันอุปสรรค์จนกลายเป็บุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก
“ มันได้ผล!! ” ชายหนุ่มแสดงท่าทีตื่นเต้นจากนั้นเขาก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ความจริงแล้วชายหนุ่มผู้นี้ชื่อว่าไลท์ เขาได้มาที่โลกใบนี้เมื่อหนึ่งปีก่อน
โลกใบนี้คือโลกแนวแฟนตาซีที่เกี่ยวกับดาบและเวทย์มนต์ มีทั้งนักผจญภัยและกิลด์จอมเวทย์รวมไปถึงสภาจอมเวทย์ มีสัตว์ประหลาดออกโจมตีมนุษย์หรือแม้กระทั้งทวีปมืดที่เต็มไปด้วยปีศาจและแฝงไปด้วยความอันตราย
นอกจากนี้ยังมีหอคอยปริศนาที่ปรากฏขึ้นมาเมื่อห้าพันปีก่อน
ภายในหอคอยเต็มไปด้วยทรัพยากรมหาศาลทำให้ทุกคนต่างก็แย่งชิงกันอย่างบ้าคลั่ง ทุกคนต่างเรียกหอคอยแห่งนี้ว่า ‘ หอคอยแห่งนิรันดร์ ’
หอคอยแห่งนิรันดร์มีอยู่ทั้งหมดหนึ่งร้อยหอคอย ซึ่งมันกระจายไปทั่วทั้งโลก ไม่ว่าทวีปต่างๆหรือแม้แต่ในทวีปมืดก็มี
หอคอยแห่งนิรันดร์คล้ายกับโลกใบใหม่อีกใบ เพราะเมื่อทุกๆคนเข้าไปในหอคอยแห่งนิรันดร์แล้วพวกเขาจะไปโผล่ในโลกอีกใบ พวกเขาสามารถพบเจอกันได้แม้ว่าอีกคนจะเข้ามาจากทวีปมืดก็ตาม
ความกว้างภายในหอคอยแห่งนิรันดร์มีความกว้างเท่ากับทวีปใหญ่ๆทวีปหนึ่ง
ในตอนแรกภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ยังเป็เพียงแค่พื้นที่ว่างเปล่า แต่สมัยนี้เต็มไปด้วยเมืองจำนวนมากและประชากรไม่ต่ำกว่าล้านล้านคนภายในนั้น
– หมู่บ้านโกแลนซ์เป็หมู่บ้านเล็กๆในอาณาจักรฟรอส –
ไลท์เป็เพียงเด็กหนุ่มที่อาศัยอยู่ท้ายหมู่บ้านโกแลนซ์ เขามีอาชีพเก็บสมุนไพรและล่าสัตว์เล็กๆเท่านั้น เพราะในชีวิตที่แล้วไลท์เป็เพียงพนักงานออฟฟิตเท่านั้น ครอบครัวของเขาเคยอาศัยในหมู่บ้านชนบทมาก่อนทำให้เขามีประสบการณ์ในการเก็บสมุนไพรและล่าสัตว์เล็กๆในป่า
เพียงแต่หลังจากวันนี้ทุกอย่างจะเปลื่ยนไป ไลท์จะไม่ล่าสัตว์ตัวเล็กๆอีกต่อไปเขาจะล่าพวกกวาง หมูป่า แม้กระทั้งสัตว์ร้ายอย่างเสือและหมี
เช้าวันต่อมาไลท์เดินออกจากบ้านไปยังลานฝึกซ้อมของหมู่บ้าน
ลานฝึกซ้อมของหมู่บ้านถูกสร้างขึ้นโดยอดีตผู้ใหญ่บ้าน เขา้าให้หมู่บ้านมีนักผจญภัยที่แข็งแกร่งเกิดขึ้นซึ่งพวกเขาได้จ้างนักผจญภัยระดับDมาเป็ผู้ฝึกสอนให้กับเด็กๆในหมู่บ้าน
หมู่บ้านโกแลนซ์เป็หมู่บ้านที่มีฐานะในหมู่บ้านรอบๆ เพราะลูกชายของอดีตผู้นำหมู่บ้านได้กลายเป็จอมเวทย์และเข้าร่วมกับกิลด์ไซเบอร์ซอร์ดและได้ส่งเงินก้อนโตกลับมาที่หมู่บ้านทุกๆปี เพราะเหตุนี้ทำให้อดีตผู้ใหญ่บ้านเชื่อว่าทุกๆคนสามารถแข็งแกร่งได้
แม้ว่าจะเป็เวลาเช้าแต่เหล่าเด็กๆในหมู่บ้านต่างก็ออกมาฝึกฝนกันแล้ว
“ อ่าวไลท์เธอมาฝึกฝนด้วยหรอ? ” ไซรัสนักผจญภัยระดับDที่รับภารกิจมาเป็ผู้ฝึกสอนให้กับหมู่บ้านเป็เวลาสามเดือน
“ ใช่แล้วครับ ” ไลท์พยักหน้ารับ
ไลท์เป็คนที่สนิทกับคนอื่นๆเพราะเขาเป็คนที่เข้าหาง่ายและอัธยาศัยดีแม้ว่าจะเงียบๆไปสักหน่อยก็ตาม
“ งั้นฉันไม่กวนเธอแล้วแต่ถ้าหากเธอมีปัญหาอะไรก็สามารถมาถามฉันได้ตลอดเวลา ” ไซรัสพูดขึ้น
“ ขอบคุณครับ ” ไลท์ยิ้มและพยักหน้า เขารู้สึกชอบหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้เหมือนกัน ดูเรียบง่ายและมีความสุข
ไลท์ที่หยิบดาบไม้เล่มหนึ่งพร้อมกับพยายามนึกถึงท่วงท่าในความฝันจากนั้นเขาก็ค่อยๆขยับร่างกายอย่างช้าๆ
เหล่าเด็กๆทุกคนที่เห็นไลท์ขยับร่างกายก็พากันหัวเราะเพราะว่าไลท์ขยับได้ช้ามากมันจึงทำให้เขาดูตลก แม้แต่ไซรัสก็ยังต้องส่ายหน้า
สาเหตุที่ไลท์ทำแบบนี้ก็เพราะเขา้าทำให้ร่างกายของเขาจดจำกระบวนท่าให้ได้เสียก่อนจากนั้นจึงค่อยเร่งความเร็วขึ้น
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสิบห้าวัน
ในทุกๆวันตอนเช้าไลท์จะฝึกฝนกระบวนท่าดาบ ส่วนตอนบ่ายเขาจะเข้าป่าไปล่าสัตว์หรือไม่ก็หาสมุนไพร ส่วนตกเย็นเขาก็จะบ่มเพาะพลังจนเขาเกือบจะเข้าสู่จิตวิถีมนุษย์แล้ว
แม้ว่าจะยังไม่เข้าสู่จิตวิถีมนุษย์แต่ร่างกายของไลท์ก็แข็งแกร่งกว่าชายฉกรรจ์สามถึงสี่เท่าแล้ว
ระดับพลังบ่มเพาะภายในความฝันมีทั้งหมดเจ็ดขั้นใหญ่ได้แก่ จิตวิถีมนุษย์ จิตวิถีปฐี จิตวิถี์ จิตวิถีนิรันดร์ จิตวิถีา จิตวิถีะ จิตวิถีเทพเ้า
ณ ลานฝึกซ้อม
ไลท์ขยับร่างกายอย่างต่อเนื่องมันทั้งรวดเร็วและทรงพลัง แม้แต่ไซรัสที่ยืนดูก็ยังอดกลืนน้ำลายไม่ได้เพราะเขารับรู้ได้ว่ากระบวนท่าที่ไลท์ออกนั้นแม้แต่เขาก็ยังไม่รู้จะต้านทานได้มากแค่ไหน
หลังจากที่เห็นว่าไลท์หยุดพักแล้วไซรัสจึงเดินเข้ามาหา
“ ไลท์เรามาฝึกซ้อมกันหน่อยไหม? ” ไซรัสพูดขึ้นพลางถูมือไปมา
ไลท์ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะพยักหน้าเห็นด้วยเพราะการต่อสู้กับคนอื่นจะได้รับประสบการณ์ที่ดีกว่าฝึกซ้อมคนเดียวอยู่แล้ว
เพียงแต่ไม่ถึงสามนาที
ไซรัสก็ลงไปนอนกองกับพื้นพร้อมกับสีหน้าเ็ป
ทักษะดาบของไลท์ทรงพลังมากมันทั้งรวดเร็วและทรงพลัง แม้ว่าไซรัสจะพยายามปัดการโจมตีของไลท์มากแค่ไหนมันก็สามารถทะลุการป้องกันมาได้ตลอด
“ ให้ตายเถอะไลท์ทักษะดาบของเธอมันจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว ตอนนี้นายสามารถกลายเป็นักผจญภัยได้แล้วนะ ” ไซรัสพูดพร้อมกับถอนหายใจ เขาเชื่อว่าไลท์จะต้องแข็งแกร่งได้กว่านี้มากเพราะไลท์ยังอายุน้อยสามารถพัฒนาได้อีกไกล
“ ขอบคุณมากคุณไซรัส ” ไลท์ยิ้ม
“ ถ้าหากว่านายสนใจฉันสามารถส่งจดหมายไปหาเพื่อนของฉันที่สมาคมนักผจญภัยได้นะ ” ไซรัสพูด
ไลท์ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะส่ายหน้า
“ ผมยังต้องฝึกฝนอีกเยอะ รอให้ผมพร้อมกว่านี้ก่อนค่อยไปแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้น
“ ฉันเข้าใจแล้ว ” ไซรัสพยักหน้ารับ
“ จริงสิคุณไซรัสถ้าหากผม้ารู้ว่าผมสามารถเป็จอมเวทย์ได้ไหมผมต้องทำยังไงหรอครับ? ” ไลท์ถามขึ้น
“ เื่นี้ถ้าหากเธออยากจะทดสอบก็ง่ายมากเดี๋ยวฉันจะไปเอาคริสตัลทดสอบพลังเวทย์มาให้เธอทดสอบดูแล้วกัน ” ไซรัสพูดขึ้นก็วิ่งไปที่บ้านของเขาพร้อมกับหยิบคริสตัลทดสอบพลังเวทย์ก้อนเท่ากับกำปั้นมาให้ไลท์ดู
“ ถ้าหากเธอัักับคริสตัลก้อนนี้ถ้าหากเธอมีพลังเวทย์ในตัวมันก็จะส่องแสงออกมา นอกจากนี้มันยังบอกด้วยว่าเธอสามารถใช้เวทย์อะไรได้ ” ไซรัสพูดขึ้น
ไลท์พยักหน้ารับก่อนที่จะหยิบคริสตัลทดสอบพลังเวทย์ขึ้นมาแต่น่าเสียดายที่มันไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ ดูเหมือนว่าเธอจะไม่มีพลังเวทย์ในตัว แต่ถึงอย่างไงเธอก็มีทักษะดาบที่ทรงพลังฉันเชื่อว่าเธอจะต้องแข็งแกร่งกว่าพวกจอมเวทย์ได้แน่นอน ” ไซรัสพูดอย่างจริงจัง
“ ขอบคุณมากครับคุณไซรัส ” ไลท์ตอบรับ ถ้าหากเขาไม่ได้มีทักษะจากความฝันเขาก็คงจะท้อแท้ไปแล้วแต่ตอนนี้มันไม่เหมือนกัน เขาเชื่อว่าเขาสามารถแข็งแกร่งได้แม้กระทั้งเป็อันดับต้นๆของโลก
หลังจากที่ไซรัสจากไปแล้วไลท์ก็ััได้ว่าตอนนี้เขาเข้าใกล้วิถีดาบระดับชำนาญแล้ว
วิถีดาบถูกแบ่งออกเป็หกระดับได้แก่ ฝึกหัด ชำนาญ เชี่ยวชาญ แก่นแท้ บรรลุ เทพ
ยิ่งวิถีดาบอยู่ในระดับสูงเท่าไหร่ก็ยิ่งแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เพียงแค่ฟาดกิ่งไม้ธรรมดาก็สามารถตัดูเาและท้องนภาได้
เวลานี้ไลท์เพิ่งจะฝึกดาบได้ไม่นานแต่เขาได้รับประสบการณ์จากความฝันมาแล้วทำให้เขาเข้าใจวิถีดาบได้อย่างรวดเร็วจนตอนนี้เกือบจะเข้าสู่ระดับชำนาญแล้ว
เมื่อกลับมาที่บ้านไลท์ก็มองหาทักษะที่เกี่ยวกับการป้องกันทันที โดยเขาได้ทักษะที่ชื่อว่ากายาเทพอสูร ซึ่งเป็ทักษะระดับสูงที่ทำให้ร่างกายของผู้ฝึกฝนแข็งแกร่งและยังทนทานอีกด้วย นอกจากนี้ยังสามารถฟื้นฟูอาการาเ็ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเหมาะแก่การต่อสู้ที่ต้องใช้เวลานาน
ทักษะนี้ถูกแบ่งออกเป็เจ็ดระดับได้แก่ กายาทองแดง กายาเงิน กายาทอง กายาเพชร กายาศักดิ์สิทธิ์ กายาะ กายาเทพอสูร
ซึ่งแต่ละขั้นจะเพิ่มพละกำลังอันมหาศาลให้อีกด้วย เพียงแค่หมัดเดียวก็สามารถต่อยูเาเล็กๆให้หายไปได้ง่ายๆ เพียงแต่มันต้องใช้เวลานานมากในการฝึกฝนเพราะต้องดูดซัพพลังงานอย่างต่อเนื่อง ถ้าเพื่อความแข็งแกร่งต่อให้ใช้เวลานานแค่ไหนไลท์ก็สามารถอดทนได้
เมื่อได้ทักษะป้องกันมาแล้วก็ถึงทักษะท่าร่างหรือทักษะที่ใช้ในการเคลื่อนที่
หลังจากที่หาอยู่ครู่หนึ่งเขาก็เจอทักษะที่เข้าท่าอยู่สองทักษะได้แก่ทักษะเหยียบเงาเมฆาและทักษะก้าวพริบตา
ทักษะเหยียบเงาเมฆาเป็ทักษะที่ใช้ทรงพลังถ้าหากฝึกฝนจนชำนาญแล้วละก็สามารถเหยียบเมฆาได้ครู่หนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งมีประโยชน์มากสำหรับการต่อสู้บนท้องฟ้า
ส่วนทักษะก้าวพริบตาเป็ทักษะที่ทำให้ไปอยู่ในพื้นที่ที่้าในชั่วพริบตา เพียงแต่พื้นที่ตรงนั้นต้องไม่ห่างจากตัวผู้ใช้ห้าสิบเมตร ซึ่งท่านี้สามารถพลิกสถานการณ์ได้เลย
หลังจากที่ได้ทักษะที่้าแล้วไลท์ก็ฝึกฝนตัวเองในหมู่บ้านโกแลนซ์เป็เวลาถึงสองปี
ในทุกๆวันไลท์จะฝึกฝนร่างกายและฝึกดาบในตอนเช้า ส่วนตอนบ่ายจะเป็การฝึกฝนทักษะกายาเทพอสูร ทักษะเหยียบเงาเมฆาและทักษะก้าวพริบตาสลับกันไป
ส่วนตอนเย็นเขาจะบ่มเพาะพลังเพื่อเพิ่มลมปราณให้กับร่างกายของตัวเอง
ทำให้เวลานี้ไลท์มีพลังบ่มเพาะในขั้นจิตวิถีนิรันดร์แล้ว ส่วนดาบวิถีแห่งดาบเขาก็อยู่ในขั้นแก่นแท้แห่งดาบแล้ว ส่วนทักษะกายาเทพอสูรเขาก็อยู่ในขั้นกายาทอง
ด้วยความแข็งแกร่งระดับนี้ไลท์เชื่อว่าเขาสามารถผจญภัยในโลกใบนี้ได้แล้ว
ไลท์เวลานี้อายุสิบเจ็ดปี ใบหน้าดูธรรมดาเส้นผมสีน้ำตาลแดง รูปร่างสมส่วน เขาไม่ได้ผอมแห้งเหมือนอดีตอีกต่อไป
บาร์โลตัส
ไลท์กำลังนั่งดื่มเหล้าพร้อมกับพูดคุยกับจิลที่เป็บาร์เทนเดอร์เพียงคนเดียวของบาร์โลตัส
จิลเป็ชายวัยกลางคนผิวเข้ม ใบหน้าดูอบอุ่นรูปร่างสูงใหญ่
หลังจากที่ไลท์ได้ฝึกฝนจนตัวเองแข็งแกร่งขึ้นเขาก็ล่าสัตว์ร้ายได้มากมาย เขานำเนื้อส่วนมากไปขายให้กับลุงมาร์คซึ่งเป็ลุงที่เปิดร้านขายเนื้อของหมู่บ้าน ส่วนเนื้ออีกส่วนเขาก็มักจะนำมาให้จิลทำอาหารให้เขากิน นอกจากนี้เขาก็ได้แบ่งเนื้อส่วนหนึ่งให้จิลเป็ค่าแรง ทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งคู่สนิทกันมากขึ้น
“ จิลฉันกำลังจะออกเดินทางไปเป็นักผจญภัย ” ไลท์พูดขึ้นพลางดื่มเหล้าในแก้ว
จิลมองมาที่ไลท์ก่อนที่จะถอนหายใจเบาๆ
“ ฉันรู้ว่าวันหนึ่งมันต้องมาถึงแต่ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้ ฉันขอให้นายประสบความสำเร็จนะไลท์ ” จิลพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ ขอบใจมากจิล นายสนใจไปกับฉันไหมล่ะ? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ฉันคงต้องปฏิเสธนายแล้วล่ะเพราะยังไงฉันก็ชอบอยู่แบบนี้มากกว่า ” จิลหัวเราะและส่ายหน้า
“ ฉันเข้าใจแล้ว ” ไลท์พยักหน้า
“ แล้วนายจะออกเดินทางวันไหน ถ้าเป็ไปได้ก่อนที่นายจะออกเดินทางมาที่นี้สิให้ฉันได้ร่ำลานายก่อน ” จิลพูดขึ้น
“ ตกลง ” ไลท์พยักหน้า
“ แล้วนายจะได้เห็นว่าฉันแข็งแกร่งและมีชื่อเสียงมากแค่ไหน ” ไลน์พูดพร้อมกับยิ้มขึ้น
“ อย่างนั้นฉันคงต้องใช้ชื่อเสียงของนายในการโปรโมทร้านว่า นายมากินเหล้าที่ร้านของฉันบ่อยๆ ” จิลหัวเราะ
“ แน่นอนนายสามารถใช้ชื่อเสียงของฉันได้เสมอ ” ไลท์พยักหน้า
หลังจากนั้นทั้งสองก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน
วันต่อมา ไลท์ไปยังบ้านของผู้ใหญ่บ้าน
“ เธอ้าขายบ้านหลังนั้นใช่ไหม? ” ผู้ใหญ่บ้านถามขึ้น
“ ใช่ครับ ถ้าหากมีคนสนใจก็สามารถขายบ้านนี้ในราคาถูกๆได้เลยครับ ” ไลท์พูดขึ้น
ผู้ใหญ่บ้านครุ่นคิดก่อนที่จะพยักหน้ารับและพูดขึ้นว่า “ อย่างนั้นฉันจะลองถามคนอื่นๆดูว่ามีใครสนใจบ้านของเธอไหม ”
ผ่านไปหลายวัน ในที่สุดบ้านของไลท์ก็ถูกขายออกในราคาห้าพันจีเซล *(ค่าเงินของโลกใบนี้คือจีเซล)
ในวันออกเดินทางชาวบ้านก็ออกมาส่งไลท์กันเป็จำนวนมาก
“ ไลท์นายจะต้องประสบความสำเร็จแน่ๆ ”
“ ไลน์อนาคตเธอจะต้องกลับมาเยี่ยมหมู่บ้านมั้งนะ พวกเราทุกคนจะต้องคิดถึงนายแน่นอน ”
เสียงะโของชาวบ้านดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไลท์โบกมืออำลาพร้อมกับรอยยิ้มและะโกลับไปว่า “ ทุกคนในอนาคตผมจะต้องกลับมาที่หมู่บ้านนี้อย่างแน่นอนครับ! ”
สถานที่ที่ไลท์กำลังมุ่งหน้าไปก็คือเมืองทิวลิป