11 | ความเสียใจและคราบน้ำตา
เธอทิ้งให้ตัวฉันต้องเหงา เธอลืมเรื่องราวของเราเมื่อตัวเธอมีเขาข้างกายเธอลืมมันง่ายดาย เธอทำให้ฉันร้อนรน ทำให้ฉันทุกข์ระทม งมงายเธอทำให้ฉันเสียใจ....เธอทำให้ฉันร้องไห้!!!
ไม่รู้ว่าผมเดินอย่างนี้มานานเท่าไหร่แล้วกว่าจะรู้ตัวอีกทีผมก็เดินมาหยุดอยู่หน้าคอนโดแล้วหึ!! นี่ผมกำลังเป็นบ้าอะไรวะ! ผมรีบเดินเข้าไปในคอนโดแล้วรีบขึ้นไปยังห้องทันที ผมค่อยๆ เดินเข้ามาในห้องช้าๆแล้วนั่งลงที่โซฟาอย่างหมดแรง เหมือนกับว่ามันไม่มีเรี่ยวแรงที่จะทำอะไรอีกต่อไปแล้ว... เฮ้อ!! นี่ผมเป็นถึงขนาดนี้เลยหรอวะ มันแค่คนเดียวทำไมถึงมีอิทธิพลต่อความรู้สึกและหัวใจผมขนาดนี้วะเนี่ย ไม่ใช่หรอก!! ผมแค่หวั่นไหวไปกับความอ่อนโยนที่มันมอบให้ผมก็แค่นั้น ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปผมว่าหัวใจของผมมันต้องเจ็บมากกว่านี้แน่ๆ ผมไม่มีทางให้เป็นแบบนั้นเด็ดขาด!!! จะว่าไปมันก็ได้ผมไปแล้วมันคงไม่สนใจอะไรแล้วล่ะมั้ง ก็ดีเหมือนกันผมจะได้ไม่ต้องทนอยู่ให้มันปวดใจ เห็นทีว่าผมจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ซะแล้ว ไวเท่าความคิดผมรีบลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินเข้าไปในห้องนอนทันที ทันทีที่ผมเปิดประตูห้องนอนเข้ามาภาพต่างๆ ที่มันคอยดูแลผมเมื่อวานมันก็พุ่งเข้ามาในหัวของผมทันที เหมือนกับว่าต้องการจะกระชากและซ้ำเติมผมให้เจ็บเจียนตาย หึ!! นี่มึงเป็นเอามานะไอ้คิสผมสะบัดหัวไล่ภาพพวกนั้นให้ออกไปจากหัวแล้วก็เดินไปเก็บข้าวของทันที หลังจากที่เก็บของเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็รีบออกมาจากห้องนั้นทันทีโดนที่ก่อนออกมาผมวางกุญแจห้องไว้บนโต๊ะเพื่อคืนมัน ผมคงไม่มีความจำเป็นที่ต้องมาที่นี่อีกแล้ว ผมนั่งรถเมล์เพื่อที่จะกลับบ้านสายลมเย็นๆ ที่มันปะทะเข้ากับใบหน้าของผมทำให้ผมเลิกฟุ้งซ่านได้บ้างผมลงที่ป้ายรถเมล์ตรงหน้าหมู่บ้านแล้วเลือกที่จะเดินเข้าไปผมเดินเข้าไปเรื่อยๆ อย่างกับคนเหม่อลอยในหัวมีแต่ภาพไอ้เฮลเต็มไปหมด ให้ตายเถอะ!! นี่กูยังไม่เลือกฟุ้งซ่านอีกหรอวะเนี่ย ผมล่ะอยากจะบ้าตายจริงๆ เหมือนกับว่าหัวใจของผมมันกระตุบวูบแล้วมีค้อนอันใหญ่มาทุบมันให้แหลกสลายอีกครั้ง แปะ..แปะ.. จู่ๆ ฝนก็ตกลงมาอะไรอีกวะเนี่ย วันนี้นี่มันวันซวยอะไรของกูหนักหนาวะห้ะ!?แล้วนี่กูเป็นอะไรทำไมรู้สึกร้อนๆ ที่ขอบตาอีกวะ ไม่นานฝนก็เทกระหน่ำตกลงมาทำให้ผมที่กำลังเดินอยู่บนทางฟุตบาทเนื้อตัวเปียกปอนไปหมด แทนที่ผมจะรีบวิ่งเพื่อไปหาที่หลบฝน แต่ผมกลับเลือกที่จะเดินต่อไปทั้งอย่างนั้นเปียกก็ช่างแม่งมันแหละใครจะว่าผมทำเท่เป็นพระเอกเอ็มวีก็ช่างมัน ผมไม่สนใจอะไรอีกแล้วตอนนี้ แล้วไอ้ความรู้สึกร้อนผ่าวที่ดวงตานี่มันอะไรกัน นี่ผมกำลังร้องไห้อีกแล้วงั้นหรอ..? เฮ้อ..ผมไม่เข้าใจว่าหยาดน้ำที่ไหลรินอยู่บนใบหน้าของผมตอนนี้มันเป็นน้ำฝนหรือว่าน้ำตาของผมกันแน่!! บางทีสายฝนที่กำลังตกลงมามันอาจจะช่วยชะล้างจิตใจของผมให้ดีขึ้นกว่านี้ก็ได้.. บางที..มันอาจจะช่วยนำพาความเจ็บปวดนี้ออกไปจากใจผมได้!!! ผมไม่รู้ว่าผมเดินมาถึงบ้านตั้งแต่เมื่อไหร่ กว่าผมจะรู้ตัวอีกทีผมก็มายืนอยู่ใต้ฝักบัวในห้องน้ำซะแล้วผมยังคงยืนอย่างเหม่อลอยไร้สติและก็ไม่รู้ว่ายืนอยู่แบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วด้วย รู้เพียงแค่ว่าสายน้ำเย็นที่กำลังรินรดตัวผมอยู่ตอนนี้มันไม่สามารถชำระล้างจิตใจของผมให้หายจากความเจ็บปวดและความเสียใจไปได้ ผมต้องจำใจเดินออกมาจากห้องน้ำเพราะเสียงโทรศัพท์ที่มันกรีดร้องดังระงมไปทั่วทั้งห้อง ผมรีบกดรับทันทีที่รู้ว่าใครเป็นคนโทรเข้ามา หม่ามี้!! “ฮัลโหล” (น้องคิส!! ทำอะไรอยู่ทำไมรับโทรศัพท์ช้าล่ะครับ?) ทันทีที่ผมรับสายหม่ามี้ก็ยิงคำถามใส่ผมทันที “อ่อ พอดีคิสอาบน้ำอยู่นะฮะ แล้วหม่ามี้โทรมาหาคิสมีอะไรหรอฮะ” ผมถามกลับไปอีกครั้งด้วยความสงสัยร้อยวันพันปีไม่เห็นจะโทรมาหาผมเลยแต่วันนี้มาแปลกแหะT^T (ตอนนี้น้องคิสอยู่ไหนลูก?) “เอ่อ..มีอะไรหรอฮะ” ผมไม่ได้ตอบคำถามของหม่ามี้แต่ถามกลับไป (ก็พี่เฮลบอกว่าน้องคิสเก็บเสื้อผ้าออกมาจากคอนโดแล้ว น้องคิสกลับไปอยู่ที่บ้านหรอลูก?) นั่นไงกูว่าแล้วดีนะที่ไม่ได้บอกว่าอยู่ไหน หึ!! มึงยังต้องการอะไรจากกูอีกวะไอ้เฮล!!! “เปล่าฮะ” ผมตอบกลับไปเสียงนิ่ง (อ้าว!! แล้วตอนนี้เราอยู่ที่ไหนล่ะลูก รู้ไหมหม่ามี้เป็นห่วงเรามากแค่ไหนน่ะ กลับไปหาพี่เฮลที่คอนโดเดี๋ยวเลยนะค่ะ) หม่ามี้พูดบอกว่าเป็นห่วงผมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน หึ!! ไม่มีวันที่ผมจะกลับไปอยู่กับมันอีก ไม่มีวัน!!! “ไม่!!! คิสจะไม่กลับไปอยู่ที่นั่นอีกเด็ดขาด ตอนนี้คิสอยากอยู่คนเดียว!!” (ไม่ได้นะคะ!! ถ้าน้องคิสไม่ยอมกลับไปหาพี่เฮลหม่ามี้จะหักค่าขนม!!!) หม่ามี้ตะคอกใส่ผมอย่างโกรธเกรี้ยว “ขอร้องนะฮะหม่ามี้ ฮึก! ตอนนี้คิสอยากอยู่คนเดียว ฮือๆ คิสยังไม่อยากเจอใครทั้งนั้น ต่อให้หม่ามี้หักค่าขนมคิสก็ไม่สน!!!” ผมร้องไห้โฮออกมาทันทีที่ได้ยินเสียงหม่ามี้ตะคอก (น้องคิสร้องไห้ทำไมครับ หนูเป็นอะไร?) หม่ามี้ถามกลับมาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง “หม่ามี้ไม่ต้องห่วงนะครับตอนนี้คิสมาพักผ่อนที่ต่างจังหวัด ฮึก! คิสเหนื่อยกับอะไรหลายๆ อย่างขอคิสอยู่คนเดียวสักพักนะฮะหม่ามี้” ผมกดตัดสายทันทีหลังจากพูดเสร็จไม่นานหม่ามี้ก็กระหน่ำโทรมาหาผมอีกครั้งแต่ผมก็ไม่รับจนไม่นานหม่ามี้ก็เลิกโทรหาผม ครืน..ครืน.. จู่ๆ ไอโฟนลูกรักของผมก็สั่นอีกครั้งเพราะข้อความเข้าพอผมกดเข้าไปดูหัวใจของผมก็กระตุกวูบทันที ‘คิสหายไปไหนน่ะ รู้ไหมว่าพี่เป็นห่วงเรามากแค่ไหน อย่าทรมานพี่แบบนี้สิครับ ตัวเล็กของพี่’ ผมกำโทรศัพท์แน่นเหมือนกับหัวใจของผมที่มันกำลังเจ็บปวดในตอนนี้ หึ! ไอ้คนโกหก!!! กูไม่มีวันเชื่อคนอย่างมึงอีกต่อไปแล้ว!! เอาความห่วงใยจอมปลอมของมึงคืนไปเถอะ!!! ผมกดปิดเครื่องทันทีที่จู่ๆ มันก็โทรเข้ามาหาผมอีกครั้ง หลังจากที่ผมดูข้อความของมันอีกหลายข้อความที่มันส่งเข้ามาหาผมและก็สายที่ไม่ได้รับจากมันอีกหลายสายด้วยเช่นกัน ผมจึงกดปิดเครื่องทันที หึ!! มันจะได้ไม่มีอะไรมาทำให้ผมเจ็บปวดอีกต่อไปแล้ว!! ตอนนี้ผมยอมรับว่าผมยังไม่อยากเจอหน้าใครทั้งนั้นโดยเฉพาะไอ้เฮลผมยิ่งไม่อยากเจอมากที่สุด หึ!! ถ้าจะหนีก็ต้องหนีให้ถึงที่สุด การที่ผมบอกหม่ามี้ว่าผมไปต่างจังหวัดเพราะผมรู้ดีว่าหม่ามี้ต้องเอาไปบอกไอ้เฮลอยู่แล้วว่าผมไม่ได้อยู่บ้าน ทั้งๆ ที่ผมอยู่ที่บ้านแท้ๆ หึ!! ใครจะรู้ว่าบ้านเป็นที่ที่อันตรายที่สุดต่อการที่มันจะมาเจอผมแต่มันกลับเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุด!!!! อืม..ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตาของผมมันเริ่มจะหนักขึ้นเรื่อยๆ แถมยังจะรู้สึกมึนหัวอีกต่างหาก ผมรีบลุกขึ้นจากเตียงใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วกลับมาล้มตัวลงบนเตียงอีกครั้ง หวังว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นมันจะเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น หวังว่าตื่นขึ้นมาความเจ็บปวดทั้งหมดมันจะจางหายไป...