ทว่าอี้เฉินที่เห็นภายในดอกบัวสีเลือด ดวงตาของเขาเบิกออกกว้างในฉับพลัน ไม่คิดว่าภายในจะมีเมล็ดบัวสีเขียวอยู่ ถึง3เมล็ด ร่องรอยกลางอากาศเนืองๆ อยู่เช่นนั้น ส่งกลิ่นหอมของสมุนไพรออกมา ลอยคละคลุ้ง จนภายในดอกบัวสีเลือด เต็มไปด้วยกลิ่นหอมรัญจวนใจ
อี้เฉินจดจำภาพ เมล็ดบัวแห่งการหวนคืน ที่เขาเคยศึกษาได้ในทันที ไม่คิดว่า มันจะเป็นเมล็ดบัวแห่งการหวนคืน แอบมาหลบซ่อนยังสถานที่แห่งนี้ มันช่างเป็นอะไรที่บังเอิญเสียจริง หากเขาไม่ได้ตามเยว่ชิงเซียนมา เกรงว่าเขาคงไม่ได้พบเจอมันเป็นแน่
อี้เฉินที่เห็นว่า เยว่ชิงเซียนเงียบนิ่งไม่ไหวติง เขาพลิกตัวนางขึ้นมาดูในทันที ไม่รู้ว่านางบาดเจ็บมากหรือไม่ ทว่าฉับพลันที่อี้เฉินพลิกกายาหญิงสาวขึ้นมา คอหอยของเขาก็ถูกนิ้วมือเรียวเล็ก ของนางพุ่งเข้ามา จอที่คอหอยของเขาหมายจะปลิดชีพ เขาลง
"เจ้า! เจ้า! ข้าอุตส่าห์ ช่วยเจ้าไว้ นี่หรือสิ่งที่เจ้าตอบแทนข้า" อี้เฉินกล่าวคำพูดออกมาด้วยความยากลำบาก ไม่คิดหญิงสาว ผู้นี้จะคิดฆ่าสังหารตัวเขา จริงๆ ถึงนางจะมีใบหน้าคลับคล้ายคลับคลา กับเยว่ฉาน ทว่านิสัยของนางกลับดุดันและแข็งกร้าว
เยว่ชิงเซียนครั้นได้ยินนางหนังตากระตุกเล็กๆ ทว่าก็ไม่คิดปล่อย ชายหนุ่มอัปลักษณ์ไป "เจ้าบังอาจมารุ่มร่ามกับข้าเองนะ จะมาโทษข้า ใจร้ายได้เยี่ยงไรเล่า" ทว่าเมื่อนางได้กลิ่นของสมุนไพร นางอดไม่ได้ที่จะเงยศีรษะขึ้นไปมอง มันจึงกลายเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ เมื่อนางเห็นเมล็ดบัวแห่งการหวนคืน มันก็ทำให้นางใจลอยไป ชั่วขณะหนึ่ง
ก่อนจะถูกอุ้มเท้าของเจ้าแมวน้อยในแหวนมิติ ของอี้เฉิน ปัดแขนของนางออกอย่างฉับพลัน ทำให้อี้เฉินรอดพ้นจาก กรงเล็บของนางไปได้
"ผลัวะ"
เยว่ชิงเซียนครั้นเห็น ชายหนุ่มผมขาวมีตัวช่วยนางถึงกับหน้ามืดทะมึน แขนที่ถูกปัดป้องถึงกับมีเลือดไหลซึม ครั้นเมื่อยันร่างขึ้นมาได้ เตรียมที่จะยกฝ่ามือเอื้อมไปหยิบเมล็ดบัวแห่งการหวนคืน มาไว้ในครอบครอง หากมีมัน ตราคำสาปเหล่านั้นก็จะไม่ใช่ปัญหาสำหรับนางอีกต่อไป
ทว่าตัวนางถูกลดทอนขั้นพลัง จนยุบฮวบฮาบ จึงตามความเร็วในยามนี้ของอี้เฉินไม่ทัน เมล็ดบัวแห่งการหวนคืน ทั้ง3เมล็ดถูกอี้เฉิน เก็บไปทั้งหมดในฉับพลัน
ใบหน้าที่งดงามของ เยว่ชิงเซียนถึงกับบึ้งตึง สบถด่าออกมาด้วยความไม่จำยอม "บัดซบ! บัดซบ! เจ้าส่งเมล็ดบัวแห่งการหวนคืนมาเสีย แล้วเรื่องทุกอย่าง ข้าก็จะถือว่าเราไม่เคยพบเคยเจอกัน ไม่มีความแค้นเคืองต่อกันอีกต่อไป" นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงข่มขู่ กดดัน อี้เฉินอยู่ไม่น้อย
"เหมือนเจ้าจะไม่รู้สถานการณ์ของเจ้าในยามนี้นะ แม่นางเยว่ชิงเซียน ตัวเจ้าในยามนี้ไม่อาจต่อต้าน ข้าได้ ถึงข้าจะทำเรื่องที่ผิดบาป ภายในสถานที่แห่งนี้ ผู้คนภายนอกก็ไม่มีใครรับรู้ได้ แม้เจ้าจะหายไปก็ตาม" ก่อนอี้เฉินจะส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ จับจ้องไปที่เรือนร่างของนางอย่างไม่วางตา
"เจ้า..! เจ้า..! ไอ้เวรเจ้าคิดจะทำอะไรข้า" เยว่ชิงเซียน ตัวนางถอยกรูด กายา สั่นราวลูกนกในทันที ครั้นเห็นสายตาที่ทิ่มแทงของชายหนุ่มอัปลักษณ์ ราวกับมองทะลุเสื้อผ้าของนางเข้าไป
อี้เฉินเดินเข้าไปช้าๆ จับใบหน้า งามล่มเมืองของเยว่ชิงเซียนอย่างเบามือ ดวงตาแดงระเรื่อ จ้องมองใบหน้าที่ เหมือนเยว่ฉาน ด้วยความทะนุถนอม "ดินแดนเบื้องบนเองก็ไม่เท่าไร เจ้าว่าไหม"
เยว่ชิงเซียน ในยามนี้นางหวาดกลัวชายหนุ่ม อัปลักษณ์เป็นอย่างมาก หากนางไม่โดนคำสาปคงไม่ตกมาอยู่ในสถานการณ์ เฉกเช่นนี้ นางที่ได้ชื่อว่าเป็นสตรี ศักดิ์สิทธิ์ ไร้ราคี จะให้ถูกชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยไฟราคะ ปู้ยี่ปู้ยำ ตัวนางจึงเต็มไปด้วยความไม่จำยอม พยายามส่ายหน้า หนีชายหนุ่ม ไม่ให้เข้ามาแตะต้องใบหน้านาง
ทว่าเมื่อ เยว่ชิงเซียน ได้ยินน้ำเสียงของชายหนุ่มอัปลักษณ์ มันทำให้ดวงตาของนางเบิกออกกว้าง จนรูม่านตาขยายออกจนสุด แม้แต่สร้อยคอลูกปัดที่นางคล้องคอ ยังสั่นไหวให้กับน้ำเสียงของชายหนุ่ม
นางจดจำชายหนุ่มที่หลั่งน้ำตา ต่อหน้านางภายในโลกเบื้องล่างได้ในทันที "เจ้า! เจ้า! เป็นเจ้าเองหรือ เด็กหนุ่มผมขาวที่ข้าเคยพบเจอภายในดินแดนเบื้องล่าง แล้วเหตุใดสภาพของเจ้าถึงเป็นเช่นนี้เล่า" เยว่ชิงเซียน นางตกตะลึง สุดแสนไม่คิดคนที่นางดูถูกดูแคลน เมื่อในวันวาน จะกุมชะตาชีวิตของนางไว้
อี้เฉิน ยกยิ้มยียวน ก่อนเอ่ยพูดข้างหูของนาง ด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา"ข้าไม่ทำอะไรเจ้าหรอก เจ้าสบายใจได้ ..ข้าอยากจะรู้ภายในโลงศพที่เจ้าหมายตามีอะไรกันแน่ เล่ามันมาให้ข้าฟัง เดียวนี้"
เยว่ชิงเซียน นางมองค้อนมาที่อี้เฉิน ทำปากมุ่ยอย่างไม่พอใจ "เรื่องอะไรที่ข้าต้องบอกเจ้าด้วย เจ้าสิที่ต้องหวาดกลัว หากผู้คนรับรู้ ว่าเจ้าจับข้ามา จะกลายเป็นตัวเจ้าที่ไม่มี ที่ยืนภายในแผ่นดินนี้"
"เจ้าอยากทำเรื่องอย่างว่ากับข้าก็ไม่บอก ..ดี ..ดี ข้าเองก็อยากเห็นภายใต้อาพรสีขาวของเจ้า เจ้าจะยังคล้องสร้อยคอที่ข้าให้มาอยู่หรือเปล่า เปิดมันดูก็น่าจะรู้" อี้เฉินกล่าว พร้อมยิ้มย่อง ก่อนมือของอี้เฉิน ค่อยๆ เอื้อมมาหา ตัวของเยว่ชิงเซียน ช้าๆ ประหนึ่งเป็นการกดดันตัวนาง
ทว่าเมื่อฝ่ามือนั้นเข้าใกล้ อาภรณ์ขาว ของนาง ใบหน้างดงาม ของเยว่ชิงเซียน ก็เต็มไปด้วยความไม่ยอม ริมฝีปากกัดกราม ไว้แน่นจนมีเลือดไหลซึมออกมา
"เจ้า! เจ้า! ไอ้บัดซบเอ๊ย " นางดิ้นพล่านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับเด็กน้อย ที่ถูกจี้จุดสำคัญ ใบหน้าของนางแต่งแต้มไปด้วยเลือดฝาด จนแดงระเรื่อขึ้นมา ด้วยความโกรธเคือง จวนลมจะออกหู
เยว่ชิงเซียน นางไม่อยากให้ชายหนุ่มรับรู้ว่านางสวมใส่สร้อยคอลูกปัด ที่ชายหนุ่มมอบให้ติดตัวไว้ตลอด สร้อยคอลูกปัดมันแปลกเป็นอย่างมาก แม้ว่าตัวนางอยากจะทิ้ง มันไปแต่ก็ไม่อาจทำได้ เหมือนมันมีอะไรบางอย่างที่ดึงดูดตัวนางไว้ ไม่ให้ออกห่างจากตัวนาง ตั้งแต่ได้มันมาครอบครอง ประหนึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตนาง ไปแล้วในยามนี้ ไม่อาจแยกออกจากกันได้
"ได้ๆ ข้าจะเล่าให้เจ้าฟัง แต่เจ้าต้องมอบเมล็ดบัวแห่งการหวนคืนมาให้ข้า 1เมล็ด เป็นข้อแลกเปลี่ยน"
อี้เฉิน ที่ได้ยินเขาหยุดมือในทันที ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอื้อมเช็ดเลือดออกจากริมฝีปากของนาง "ข้าตกลง แม่นางเจ้าเล่าเรื่องโลงศพสีทองนั้นออกมาเสีย"
เยว่ชิงเซียน นางตกใจไม่น้อย ครั้นมีคนมาโดนริมฝีปากอวบอิ่มของนางที่แต่งแต้มไปด้วยเลือดฝาด ก่อนจะถอยหลังไปหลายก้าว นั่งลงกับพื้นเบื้องล่าง ปากแยกเขี้ยว เคี้ยวฟันด้วยความไม่จำยอมสักเท่าใดนัก ก่อนจะเล่าสิ่งที่นางรับรู้ทั้งหมดออกไป
"เจ้าเองก็น่าจะรู้ ว่าสถานที่แห่งนี้เคยมีจักรพรรดิโลหิตผู้หนึ่ง ตายตกเมื่อในสมัยบรรพกาล แล้วเจ้าว่าสถานที่ใดจะมี ซากศพของเขาแฝงตัวอยู่เล่า แถมเหมือนว่าเขาจะตายตกลงไปด้วยความไม่จำยอม แม้ว่าเขาจะได้ฉายาว่า จักรพรรดิแห่งความชั่วร้าย เรียนรู้มรรคาวิถี สายมาร สถานที่แห่งนี้ก็เข้าเค้าไม่ใช่หรือ มันทั้งเต็มไปด้วยคำสาป โลหิตเสียที่หลั่งไหลออกไปดั่งทะเลคลั่ง"
อี้เฉินตกตะลึงสุดแสน ทว่าเขากลับไม่รู้สึกถึงอะไรภายในโลงศพสีทองเก่าแก่คร่ำครึ แม้แต่น้อย"เจ้าอย่าบอกข้านะว่า ภายในโลงศพสีทองเก่าแก่ มีร่างของจักรพรรดิโลหิตอยู่" อี้เฉินกล่าวออกมาด้วยความตกใจ
เยว่ชิงเซียน นางพยักหน้ารับ "มันก็เป็นแค่การคาดเดาเท่านั้น แม้แต่ข้าเองก็ไม่มั่นใจ ไม่แน่ศพของจักรพรรดิ อาจจะอยู่ภายในวังมรดกของเขาก็เป็นได้ เจ้าไม่ต้องเชื่อข้าก็ได้ ...ข้าบอกกล่าวสิ่งที่ข้ารู้ไปหมดแล้ว ส่งเมล็ดบัวแห่งการหวนคืนมาเสีย"
อี้เฉิน ส่ายหัว "ข้ายังไม่ไว้ใจเจ้า รอข้าเข้าไปตรวจสอบ โลงศพสีทองนั้นก่อน ทว่าข้าสามารถรับปากเจ้าได้ หากเสร็จสิ้นเรื่องทุกอย่าง ข้าจะมอบเมล็ดบัวแห่งการหวนคืน ให้กับเจ้าอย่างแน่นอน"
เยว่ชิงเซียน ครั้นได้ยิน นางกัดกรามไว้แน่น เอ่ยพูดออกไปด้วยความไม่จำยอม "เจ้า! เจ้า! ไอ้เลวระยำ ข้าบอกกล่าวสิ่งที่ข้ารู้ไปหมดแล้ว เหตุใดเจ้าไม่รักษาคำพูดเล่า"
อี้เฉิน ส่ายหัว เขารู้ดีหากนางได้พลังฟื้นคืนกลับมา นางได้จัดหนักตัวเขาอย่างแน่นอน "เอาเป็นว่า เจ้าตามข้าให้ทันก็แล้วกัน ส่วนสิ่งของภายในโลงศพทอง ข้าจะแบ่งให้เจ้าบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของใด หากเจ้าไม่ยินยอม ข้าก็ไม่ถือสา"
เยว่ชิงเซียน นางหน้าบึ้งตึงไม่น้อย ชีวิตนี้นางไม่เคยเจอใคร กะล่อนเฉกเช่น ชายหนุ่มผู้นี้มาก่อน ไม่มีแม้แต่ตัวเลือกให้นางได้เลือกเดิน "ได้ๆ ข้าตกลง" มือของนางในยามนี้กำหมัดไว้จนแน่น อยากจะตะบันหน้าชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าเต็มแก่ แต่ก็ต้องอดกลั้นโทสะไว้ 'เจ้าไอ้เวร รอข้าฟื้นคืนพลังได้ก่อน เจ้าได้เสียใจแน่'