ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมตลิ่งริมน้ำ มีเพียงเสียงลมพัดเอื่อยเฉื่อยผ่านคมดาบที่เย็นะเื
เจียงลี่หยูยืนตัวแข็งทื่อ ั์ตากลมบล็อกเบิกกว้าง กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากขนทุกเส้นบนร่างตั้งชันราวกับเม่นแคระ
ปู้ด... แหมะ!
เสียงลมเบาๆ เล็ดลอดออกมาจากบั้นท้ายอวบอ้วนตามด้วยก้อนมูลสีเขียวปนขาวที่ร่วงหล่นลงมากองบนพื้นหญ้าอย่างไม่อาจควบคุมหูรูดได้
ห่านกู้ภัยผู้กล้าหาญเมื่อครู่บัดนี้ขี้แตกเรี่ยราดใส่ตีนตัวเองด้วยความหวาดกลัวจนสติหลุดกระเจิงไปเสียแล้ว
"ท่านองครักษ์! เป็ห่านปีศาจตัวนี้ขอรับ!"
เสียงแหลมเล็กประหนึ่งคนถูกบีบลูกกระเดือกของขันทีตัวร้ายดังก้องขึ้นเื้ัขณะที่นางกำนัลอีกคนพยักหน้าหงึกๆ แบบเห็นด้วย
กลุ่มบ่าวไพร่ที่เพิ่งวิ่งแตกฮือหนีหายไปเมื่อครู่บัดนี้พากันวิ่งกระหืดกระหอบกลับมาที่ริมสระบัวปลายนิ้วเหี่ยวย่นของพวกเขายกขึ้นชี้ตรงดิ่งมายังก้อนขนเปียกปอนที่กำลังยืนขาสั่นกึกๆ อยู่กลางวงล้อมของปลายดาบ
"มันเกิดบ้าคลั่ง สยายปีกวิ่งไล่จิกองค์หญิงแปดจนพระนางตื่นใพลัดตกลงไปในน้ำ พวกข้าพยายามห้ามแล้วแต่มันดุร้ายยิ่งกว่าสุนัขบ้าเสียอีกขอรับ!"
ขันทีชราแต่งเื่เป็ตุเป็ตะคำโกหกพรั่งพรูออกมาลื่นไหลไร้ที่ติ ราวกับล้อรถเข็นผักที่เพิ่งหยอดน้ำมันหมูมาใหม่ๆ
เหล่านางกำนัลด้านหลังต่างพากันบีบน้ำตาพยักหน้าสนับสนุนบทงิ้วลวงโลกอย่างพร้อมเพรียงประหนึ่งนัดแนะกันมาข้ามคืน
เจียงลี่หยูยังคงยืนนิ่งงันห่านสาวยังไม่รู้ว่าจะแก้ต่างให้ตนเองได้อย่างไร จะโต้แย้งด้วยภาษาห่านอีกฝั่งก็คงฟังไม่รู้เื่ จะหนีก็โดนล้อมแล้ว ทางเดียวที่จะออกไปจากจุดนี้ได้คงต้องกลายเป็พะโล้ห่านเสียกระมัง
'ตอแหล! ไอ้พวกขี้ข้าหน้าเหม็น!พวกแกนั่นแหละที่ผลักเด็กตกลงน้ำฉันเป็พลเมืองดีที่ยอมะโลงไปช่วยชีวิตต่างหาก โยนความผิดกันหน้าด้านๆ แบบนี้ขอให้ฟ้าผ่ากบาลพวกแกแยกเป็สองซีกเหมือนเขียงหมูในตลาดสดเลยคอยดู!'
อดีตพนักงานออฟฟิศเดือดดาลจนลืมความกลัวจะงอยปากแบนกว้างสีส้มอ้าออกกว้างสูดลมหายใจเข้าปอดจนอกที่เต็มไปด้วยชั้นไขมันพองโตเตรียมจะแหกปากด่าทอแก้ต่างให้ตนเองอย่างสุดเสียง
ก้าบ! แว้ก! ก้าบ!
เสียงที่หลุดรอดออกมาจากลำคอยาวระหงกลับมีเพียงเสียงร้องแหลมบาดหูของสัตว์เดรัจฉานหน้าโง่เท่านั้น ไม่มีถ้อยคำแก้ตัวไม่มีบทสวดด่าทอถึงบรรพบุรุษมีเพียงสำเนียงของนกน้ำที่ฟังดูคล้ายคนกำลังสำลักน้ำแกงจืด
'โอ๊ย! ลืมไปสนิทว่าตัวเองพูดไม่ได้์! นี่ท่านจะกลั่นแกล้งให้ฉันกลายเป็ห่านรับบาปถูกเชือดบูชายัญความชั่วของพวกมนุษย์สองขาจริงๆ หรือไง!'
ชิ้ง...
เสียงขยับด้ามดาบขององครักษ์เสื้อแพรดังแทรกขึ้นมา
ชายฉกรรจ์ในชุดเกราะไม่ได้สนใจฟังเสียงนกเสียงกาใบหน้าถมึงทึงของพวกเขายังคงจ้องเขม็งปลายเหล็กกล้าคมกริบขยับเข้ามาจ่อชิดลำคอของนกน้ำผู้รับเคราะห์จนััได้ถึงความเย็นเยียบประหนึ่งมีดปังตอของพ่อค้าเนื้อที่กำลังเล็งหาจุดตัดเส้นเืใหญ่เพื่อเตรียมทำพะโล้
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบของคนหมู่มากดังแว่วมาจากทางเดินหินอ่อนดึงดูดสายตาของทุกชีวิตริมสระน้ำให้หันไปมอง
บุรุษหนุ่มรูปงามในอาภรณ์หรูหราสองคนก้าวพรวดพราดเข้ามาในจุดเกิดเหตุหนึ่งในนั้นคือองค์ชายห้าผู้มีใบหน้าหล่อเหลาหมดจดที่เธอคุ้นเคยเป็อย่างดีและอีกหนึ่งคือบุรุษผู้สวมชุดปักลายัสี่เล็บซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าเป็องค์รัชทายาท
ตามมาติดๆ ด้วยร่างของชายชราในชุดสีเหลืองทองอร่าม
ฮ่องเต้ผู้ครองแคว้นต้าเฉียนกึ่งเดินกึ่งวิ่งหอบฮักมาพร้อมกับขบวนขุนนางนับสิบชีวิต
ใบหน้าของประมุขแผ่นดินและเหล่าขุนนางเฒ่าแต่ละคนซีดเผือดทุกคนดูเหมือนตื่นตระหนกใที่องค์หญิงแปดเกือบจมน้ำตาย
สตรีในร่างสัตว์ปีกเงยหน้ามองคณะทัวร์ราชวงศ์ชุดใหญ่ที่เพิ่งแห่กันมาถึงก่อนจะกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ท่ามกลางวงล้อมของปลายดาบคมกริบที่ยังคงจ่อคอหอยอยู่อย่างไม่ลดละ
ใบหน้าเหี่ยวย่นของชายชราในชุดอาภรณ์สีเหลืองทองที่เพิ่งเสด็จมาถึงแดงก่ำสลับกับเขียวคล้ำราวกับคนเผลอกินของบูดผิดสำแดง
ฮ่องเต้เฒ่าจ้องเขม็งมายังก้อนขนเปียกปอนที่กำลังยืนขาสั่นอยู่ท่ามกลางวงล้อมดาบั์ตาดุดันนั้นวาวโรจน์ประหนึ่งพ่อค้าเขียงหมูที่กำลังกะน้ำหนักเนื้อเตรียมลงมีดสับ
สองมือที่ไพล่หลังของประมุขแผ่นดินกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเืหลังมือปูดโปนท่าทางกรุ่นโกรธนั้นดูคล้ายกับว่า หากไม่มีองครักษ์ขวางอยู่เขาคงพุ่งเข้ามาใช้สองมือเปล่าบีบคอยาวๆ ของห่านขาวให้หักดังกร๊อบคามือประดุจการบิดผ้าขี้ริ้วเปียกน้ำเป็แน่
เจียงลี่หยูกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก
'ตาแก่นี่กะจะเอาเืห่านไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษหรือไงโกรธจนหนวดสั่นกระตุกเป็จังหวะสามช่าเลยโว้ย!'
ขณะเดียวกันสายตาของสตรีในร่างนกน้ำก็เหลือบไปเห็นบุรุษรูปงามที่ยืนอยู่เยื้องไปทางด้านหลัง
องค์ชายห้าไม่ได้มีท่าทีเกรี้ยวกราดเฉกเช่นพระบิดาทว่าคิ้วเข้มราวกับกระบี่ของเขากลับขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็ปมเงื่อนตาย
ั์ตาสีดำขลับลึกล้ำคู่สวยจ้องมองก้อนขนสีขาว สลับกับร่างเปียกปอนขององค์หญิงแปดบนพื้นหญ้าแววตาของเขาเต็มไปด้วยความฉงนสงสัยคล้ายกับกำลังตีความรอยหมึกเปื้อนบนหน้ากระดาษบัญชีที่จู่ๆ ตัวเลขก็หารไม่ลงตัว
'เอ๊ะ...อีตาองค์ชายห้ามองฉันแบบนั้นหมายความว่ายังไงหรือเขาจะจำได้ว่าฉันคือห่านหน้าโง่ที่ว่ายน้ำไม่เป็จนเกือบจมน้ำตายคราวก่อน?'
ความหวังเล็กๆ จุดประกายขึ้นในอกที่เต็มไปด้วยชั้นไขมัน
'ใช่แล้ว! เขาต้องเอะใจแน่ๆว่าห่านที่เคยจมน้ำดิ่งพสุธาจะมีปัญญาว่ายน้ำไปไล่จิกน้องสาวต่างมารดาของเขาจนตกสระได้อย่างไร!'
ทว่าเมื่อหันไปมองบุรุษสูงศักดิ์อีกผู้หนึ่งที่สวมชุดปักลายัสี่เล็บความหวังอันริบหรี่ก็แทบจะปลิวหายไปกับสายลมอันเย็นเยียบ
องค์รัชทายาทผู้มีศักดิ์เป็ถึงพี่ชายคนโต...แม้จะเกิดจากมารดาคนละตำหนักทว่าเขากลับไม่แม้แต่จะปรายตามองดรุณีน้อยที่นอนตัวสั่นงันงกอยู่บนพื้นหญ้าเลยแม้แต่นิดเดียว
ใบหน้าหล่อเหลาที่เชิดขึ้นสูงนั้นเอาแต่แหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างเอาเป็เอาตาย
ั์ตาขององค์รัชทายาทยังคงสอดส่ายไปมาตามหมู่เมฆคล้ายกับกำลังชะเง้อหานกไฟหน้าโง่ตัวนั้นอย่างกระวนกระวายใจความห่วงใยน้องสาวต่างสายเืดูจะมีค่าน้อยเสียยิ่งกว่าเศษขี้เล็บบนตีนผังผืดของเจียงลี่หยูเสียอีก
'โอ้โห...ครอบครัวหรรษาราชวงศ์ต้าเฉียนช่างอบอุ่นเสียจริง!'
อดีตมนุษย์เงินเดือนลอบประชดประชันในใจอย่างอดไม่ได้
'คนเป็พ่อจ้องจะหักคอห่านคนเป็พี่ชายรองยืนขมวดคิ้วคิดเลขคณิตศาสตร์ส่วนพี่ชายคนโตก็มัวแต่มองหาไก่ย่างไฟลุกบนฟ้า...ไม่มีใครคิดจะเรียกหมอหลวงมาดูอาการยัยเด็กแปดขวบที่นอนสำลักน้ำนี่เลยหรือไงวะ!'
ก้าบ...
เจียงลี่หยูส่งเสียงร้องแ่เบาในลำคอพลางพ่นลมหายใจออกทางรูจมูกบนจะงอยปาก
'เอาเถอะ...ศึกสายเืวังหลังก็เื่หนึ่ง แต่ตอนนี้ฉันจะเอาชีวิตรอดจากปลายดาบสิบกว่าเล่มที่จ่อคอหอยอยู่นี่ได้อย่างไรก่อน!'