บทที่ ๒๔ : ร้อน
หลังจากส่งแขกไม่ได้รับเชิญเฉกเช่น ‘เจียงลี่หยู’ หญิงปริศนาในชุดเดรสสีแดงออกจากคฤหาสน์ เฟยหลงก็เบ้ปากขมวดคิ้วทำท่างอนกุ่ยเต๋อหวงอยู่พักหนึ่ง
“น้องเซียนมันคือธุรกิจ และพี่ก็ไม่เคยคิดมาก่อน ว่าเธอคนนี้จะมากระทำการอะไรในบ้านของพวกเราหวังว่าน้องเซียนจะหายโกรธพี่ในเร็ววันนะ” ชายร่างใหญ่จมูกบานงอนง้อแต่อีกฝ่ายกลับหันหลังให้
“ถ้าพาไปเลี้ยงไก่‘เคจีบี’ จะหายโกรธก็ด้ะ” เฟยหลงแกล้งแสดงละคร ใบหน้ายังคงอมยิ้มขำขัน
“แน่ใจนะว่าแค่ร้านฟาสฟู้ดพวกนั้นจะเพียงพอ เอ่อ...มันโคตรจะธรรมดาเลยนะระดับน้องเซียนในตอนนี้ไม่เหมาะสมหรอก เอาแบบนี้แล้วกัน เดี๋ยวพี่จองภัตตาคารบนโรงแรมห้าดาวไว้ให้...ที่นั่นกำลังจะมีประชุมใหญ่ที่พี่ต้องไปร่วมด้วย แต่เวลานี้...พี่ต้องไปทำสัญญาเทคโอเวอร์กับบริษัทหั้วเสียนเสียก่อน เพราะพี่เพิ่งทิ้งประชุมของพวกเขามาโดยมิได้บอกกล่าวเพราะเห็นว่าน้องเซียนกำลังมีปัญหา เอ้านี่!” ชายจมูกบานยื่นบัตรทองคำเฟ่ยหยูให้แก่ฟางเซียน“บัตรนี้ใช้ผ่านเข้าไปในโรงแรมนั่นได้ แถมกินดื่มใช้บริการได้ทุกรูปแบบ มันมีระดับสูงกว่าวีไอพีเสียอีก... ไปรอพี่ที่นั่นนะน้องเซียน”
เฟยหลงรับบัตรทองมาเพ่งพิศดูพลางเก็บใส่กระเป๋ากางเกงหน้าตาเฉย “ก็ได้พวกฉันจะไปรอที่นั่น นานๆ ที กินอะไรหรูๆ ก็ดีเหมือนกัน” กุ่ยเต๋อหวงยิ้มรับ“ใช่จ้ะ เดี๋ยวพี่ต้องขอตัวก่อนนะ น้องเซียนคนสวย อ้อ!หนูสั่งเครื่องดื่มชูกำลังตั้งหนึ่งล้านขวดพี่เลยไปซื้อบริษัทผลิตเครื่องดื่มนั่นเป็ของตัวเองแล้ว เห็นสั่งเยอะแบบนี้น้องเซียนเอาไปเททิ้งหรือจ๊ะ” ชายร่างใหญ่แอบแซวขณะที่เฟยหลงหัวเราะชอบใจ “เื่นั้นพี่กุ่ยไม่ต้องคิดมากเอาเป็ว่าทำตามที่ฉันบอกก็พอ อ้อ! ในโกดังข้างคฤหาสน์มีตำลึงทองกว่าล้านก้อนฉันเพิ่งให้เด็กๆ ขนมาให้เมื่อวันก่อน เอาไปเทขายแลกเป็เงินดอลล่า หยวนและรูเบิ้ลนะ เจียดสักส่วนหนึ่งไปซื้อเหรียญคริปโตด้วยล่ะ”
หนุ่มจมูกบานผงกหัวรับคำพลางโบกมือลาแล้วตรงดิ่งกลับไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่จอดรออยู่ “สมกับเป็น้องเซียน ผู้ที่ทำอะไรเหนือความคาดหมายเสมออ้อ... ถ้ามีของอะไร้าอีก ก็ทิ้งโน้ตไว้กับป้าเสี่ยวฟางเลยนะ แล้วเจอกันหนูจ๋า”
“นั่นมันราชรถประเภทไหนดูเหมือนโลหะแข็งแกร่ง แต่ดันบินได้อีก สมกับเป็มิติภพแห่งทวยเทพเสียจริง”เทียนเทียนตาเบิกกว้าง ขณะที่อ้ายเหรินเอ่ยเสริมต่อ “นี่ถ้าหม่อมฉันรู้ว่าฝ่าาเป็คนจากภพเทพในอดีตคงมิกล้าหาเื่พระองค์หรอก” หญิงสาวทำตัวสั่นขนลุกขนชัน
“พลังในการเปิดประตูข้ามภพก็ดูพิสดารเพียงแค่ก้าวข้ามประตูห้องบรรทมก็มาโผล่ในโลกที่พวกเราไม่รู้จัก” เยี่ยนเอ๋อพูดบ้าง ั์ตายังคงมองบ้านเมืองสมัยใหม่อย่างตื่นเต้น
และในที่สุดบุคคลทั้งแปดก็ถวายบังคมเฟยหลงอีกครั้ง “พวกหม่อมฉันจะขอติดตามรับใช้ฝ่าาไปชั่วชีวิตเพคะ”
เฟยหลงถอนหายใจเบื่อหน่ายก่อนจะเดินไปที่ลานจอดรถ แล้วไล่สายตาดูรถแต่ละคันที่จอดเรียงรายอยู่...
“หิวจนจะหน้ามืดตายอยู่ละจะให้ป้าเสี่ยวฟางทำกับข้าวให้ใหม่ก็กระไรอยู่ เฮ้อ!เพราะนังนั่นแท้ๆ ถ้าเจออีกทีจะตบเข้าขมับให้คว่ำ” ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวสบถบ่นพึมพำใบหน้าเหยเกบอกบุญไม่รับ “มีแต่รถสปอร์ต รถหรูสองประตู ยัดสาวๆพวกนี้ใส่เข้าไปคงไม่หมด...ถ้าจะให้เ้าพวกนี้ขับรถตามกันไปเองคงได้ฉิบหายกลางทางแน่ทำยังไงดีนะ คนตั้งแปดคน”
เฟยหลงลูบคางครุ่นคิดไปมาก่อนจะะโเรียกลุงหวัง ผู้เป็คนสวนให้เข้ามาหา “ลุงหวัง มานี่หน่อย”
“มีอะไรให้รับใช้ขอรับคุณหนู” ลุงแก่หลังค่อมเอ่ยถามใบหน้าฉงน ขณะที่ร่างระหงชี้ไปที่รถบรรทุกขนส่งของ
“ขับเ้านี่ขนพวกฉันไปส่งโรงแรมหน่อยสิ โรงแรมเฟ่ยหยูกลางปักกิ่ง”
เวลาต่อมาหญิงสาวทั้งเก้าก็ขึ้นไปนั่งท้ายรถบรรทุกใบหน้าของทุกคนดูตื่นเต้นดีใจ ยกเว้นเฟยหลงที่ไม่ค่อยสบอารมณ์สักเท่าไหร่
บรืนนนนน!!!
เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มองครักษ์พิทักษ์ดวงดาวทั้งแปดหัวเราะชอบใจ ดวงตาเบิกกว้าง “นี่มันราชรถ พวกเรากำลังโดยสารบนราชรถวิเศษ” ถิงถิงะโเสียงดัง หญิงสาวไม่อาจเงียบขรึมต่อไปได้อีกในระหว่างที่คนอื่นๆ มองวิวทิวทัศน์มหานครปักกิ่งโดยรอบ “ช่างใหญ่โตดูแม่นางคนนั้นสิ หน้าใหญ่เบ้อเริ่มเลย” พวกนางกำลังดูป้ายโฆษณาขนาดมหึมาที่ติดอยู่ตามท้องถนนหนทางั์ตาวาวโรจน์“แสดงว่าต้องมีเผ่าคนั์ในภพนี้เป็แน่แท้” เหม่ยลี่ผู้สวมหมวกฟางเอื้อนเอ่ย ขณะที่หลินฮุ่ยรูปแผลเป็รูปพระอาทิตย์โต้แย้งกลับ“ไม่ใช่ นี่น่าจะเผ่าโทรลต่างหากล่ะ”
เฟยหลงพ่นลมหายใจพลางมองเหล่าสาวๆ ที่กำลังตื่นเต้นกับโลกใบใหม่อย่างเอ็นดู “ถ้าไม่ต้องสู้รบตบมือกับตัวอะไรก็ตามในมิติของฟางเซียน...พวกเธอก็เป็เพียงกลุ่มผู้หญิงธรรมดาๆ เท่านั้นล่ะนะ” ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวส่งเสียงพึมพำกับตัวเองในลำคอพลันอมยิ้มมุมปากผ่อนคลาย
แต่เมื่อเขาหันไปเห็นหรงเอ๋อที่กำลังยื่นหน้าแลบลิ้นรับลมเหมือนสุนัขโดยสารรถยนต์ เขาก็รีบเขกหัวสาวน้อยลูกครึ่งผมทองให้อีกฝ่ายกลับไปนั่งที่ตามเดิม“ขายหน้าชะมัด”
เวลาผ่านไปไม่นานสักเท่าไหร่รถบรรทุกของเฟยหลงก็มาจอดหน้าโรงแรมห้าดาวสุดหรู...อันดับหนึ่งในปักกิ่ง...
เฟยหลงและพวกพ้องะโรถลงมายืนจังก้าท้าแดด่เที่ยงวันก่อนจะบอกให้ลุงหวังเอารถกลับคฤหาสน์ไปได้เลย “ขอบคุณลุงหวังมากค่ะ”เฟยหลงยกมือขอบคุณลุงผู้เฒ่าขณะที่ลูกน้องวัยชราส่ายศีรษะเอื้อนเอ่ยตอบ “ไม่เป็ไรหรอกคุณหนูกระผมพร้อมรับใช้คุณหนูคนสวยอยู่แล้ว”
พนักงานโรงแรมจ้องมองหญิงสาวทั้งเก้าคนด้วยใบหน้างุนงงก่อนจะหันไปซุบซิบกันด้วยความสงสัยใคร่รู้ “พวกไอดอลจากที่ไหนเนี่ยมาถ่ายทำรายการอะไรกันหรือเปล่า”
เฟยหลงเดินทอดน่องตรงเข้าไปที่ประตูทางเข้าโรงแรมห้าดาวพลันยื่นบัตรทองเฟ่ยหยูให้พนักงานดู
“บัตรทอง!ของปลอมหรือเปล่า เห็นนั่งรถบรรทุกเปิดประทุนมายังกับลูกหมูจะไปมีบัตรทองแบบนี้ได้ยังไง” ผู้จัดการโรงแรมเดินเข้ามาตวาดแหว“ถึงมีบัตรทองก็ให้เข้าไม่ได้ เพราะที่นี่คุณหนูชิงชิงเหมาไว้หมดแล้ว”
“แต่...กุ่ยเต๋อหวงนัดฉันไว้ที่นี่ ให้พวกฉันเข้าไปนั่งรอเถอะ แดดมันร้อน” เฟยหลงเริ่มเหงื่อแตกเพราะนครปักกิ่งในยามนี้กำลังเข้าสู่หน้าร้อนพอดิบพอดี
ผู้จัดการโรงแรมร่างผอมเบ้ปากส่ายศีรษะพลันตะคอกตอบกลับเสียงเข้ม “คุณชายกุ่ยแห่งฟางเซียนกรุ๊ปน่ะเรอะจะนัดพวกเธอให้มาที่นี่?จริงอยู่ที่ทางเราได้รับแจ้งมาว่า... คุณชายกุ่ยบอก...จะมีแขกเป็หญิงสาวมาใช้บริการแต่นั่นต้องไม่ใช่พวกเธอแน่นอน ซึ่งคนที่คุณชายกุ่ยนัดน่าจะเป็คุณหนูชิงชิง แห่งชิงเยว่กรุ๊ปต่างหาก! อย่างพวกเธออย่ามาแอบอ้างสักหน่อยเลย หากพวกเธอเป็ทายาทจากตระกูลดังจริงทำไมฉันคนนี้จะไม่รู้จัก!”
‘อยากจะโบกกระบาลไอ้หมอนี่สักป้าบแล้วเอาเท้าขยุมหน้าให้เข็ดหลาบ นี่ถ้าเป็มิติของฟางเซียนล่ะก็ หมอนี่คงได้ไปคุยกับรากมะม่วงแล้วล่ะ’เฟยหลงครุ่นคิดในใจเส้นเืปูดโปน แต่ก็หักห้ามใจไว้ได้ เพราะตัวเขาและเหล่าสาวกทั้งแปดยังคงสถานะเป็คนเถื่อนในประเทศแห่งนี้หากมีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นจนเื่แดงไปถึงตำรวจ ก็ไม่ต่างจากต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองมีแต่จะสร้างปัญหาให้กุ่ยเต๋อหวงเสียเปล่าๆ
‘จะโทรศัพท์บอกกุ่ยเต๋อหวง?หมอนั่นก็คงติดประชุมอยู่ไม่อยากรบกวน... อ้อ! นึกออกแล้ว’เฟยหลงนึกอะไรบางอย่างออกในใจก่อนจะเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาใครบางคนเบื้องหน้าเหล่าพนักงานต้อนรับของโรงแรมชื่อดัง
“ฉันฟางเซียนนายเป็มือขวาของอากุ่ยใช่ไหม ช่วยทำเื่ซื้อโรงแรมเฟ่ยหยูให้ฉันหน่อยจะราคาเท่าไหร่ก็ซื้อมันไปเลย ส่วนเื่อากุ่ย เดี๋ยวฉันบอกเขาเอง ไม่มีปัญหาจัดการให้ทีนะ เดี๋ยวนี้เลย! เพราะฉันยืนรออยู่ที่ด้านหน้าของโรงแรมนานแล้ว”ร่างระหงพูดคุยกับโทรศัพท์ไร้สายขณะที่เหล่าสาวกพิทักษ์ดวงดาวทั้งแปดจ้องมองดูเฟยหลงอยู่นิ่งๆ พวกนางกำลังเหงื่อออกร้อนจัดจนลิ้นห้อย
พนักงานต้อนรับโรงแรมและผู้จัดการโรงแรมหัวเราะลั่นเมื่อพวกเขาได้ยินเฟยหลงพูดคุยกับโทรศัพท์เสียงดังฟังชัด
“จะซื้อที่นี่เลยเหรอแม่หนู... เห็นว่าหน้าตาดีเข้าหน่อยจะทำอะไรก็ได้เรอะ จะหลอกลวงใครก็ให้มันเนียนอยู่ในพื้นฐานความเป็จริงเสียบ้าง” ผู้จัดการโรงแรมกุมท้องหัวเราะเยาะเย้ยไม่หยุดในขณะที่เฟยหลงทำสีหน้าเรียบเฉยเหงื่อแตกเต็มเสื้อเพราะอากาศร้อนเริ่มแผดเผา “ถ้าแกให้ฉันเข้าไปหลบแดดในห้องแอร์ดีๆแกยังพอทำให้ฉันไม่ไล่แกออกจากงานได้นะ”
จบประโยคพนักงานโรงแรมกลับหัวเราะเสียงดังหนักกว่าเดิม ขณะที่คุณหนูชิงชิง จากชิงเยว่กรุ๊ปชำเลืองมองฟางเซียนจากล็อบบี้ด้วยสายตาดูแคลน“พวกสิบแปดมงกุฎก็แบบนี้แหละนะ อยากทำตัวไฮโซทั้งทั้งที่ชาติตระกูลต่ำต้อย”
องครักษ์แห่งดวงดาวทั้งแปดยืนนิ่งไม่ไปไหนร่างกายขาวได้สัดส่วนกำลังเหงื่อออกไปทั่วร่าง “อดทนไว้ นี่ต้องเป็การฝึกวิชา เพื่อบ่มเพาะปราณตามที่ฝ่าาเคยบอกไว้เป็แน่” ลั่วลั่วเอื้อนเอ่ยบอกเหล่าสาวกทุกคน ในขณะที่คนอื่นๆพยักหน้าแบบเห็นด้วยอย่างเข้าใจ
“จะซื้อโรงแรมแห่งนี้แถมยังจะไล่ฉันออก ไปเอาอำนาจบาตรใหญ่มาจากไหน ถุย!” ผู้จัดการโรงแรมถุยน้ำลายลงพื้นเกือบโดนรองเท้าของเฟยหลงขณะที่พนักงานคนอื่นๆ ยังคงหัวเราะลั่น “เอาล่ะเล่นตลกพอหรือยัง? ถ้ารู้ราคาของโรงแรมแห่งนี้แล้วผู้หญิงอย่างเธอจะขี้ขึ้นสมองเสียเปล่าๆเพราะต่อให้เธอทำงานอีกสักร้อยชาติ ก็คงซื้อให้เป็ของตัวเองไม่ได้”
คุณหนูชิงชิงผู้หน้าแหลมปานปลาจวดเดินตรงมาที่ประตูโรงแรมเข้าสมทบ“นี่ยังไม่ไล่พวกเหลือขอนี่ไปอีกรึมันรบกวนงานเลี้ยงของฉันนะ ฉันอุตส่าห์เหมาครัวอาหารทั้งชั้นจัดงานเลี้ยงวันเกิดแท้ๆขืนเป็แบบนี้ต่อไป...แเื่ของฉันไฉนเลยจะกล้าเข้ามาในงานเลี้ยงฉลอง” ใบหน้าปลาจวดหัวคิ้วชนกันแบบไม่ค่อยสบอารมณ์ พลันเดินหายลับไปในโถงด้านในของโรงแรม
เหล่าพนักงานก้มหัวแบบเกรงอกเกรงใจ‘ชิงชิง’ หญิงสาวชนชั้นสูงก่อนจะหันกลับมามองฟางเซียนด้วยอารมณ์มุ่งร้ายเปี่ยมโทสะ “ไม่ได้ยินที่คุณหนูชิงชิงพูดรึไงกลับไปซะ อย่าให้ฉันต้องเรียก รปภ.” ผู้จัดการโรงแรมะโลั่นมือไม้สั่นเทาแบบโกรธจัด “ที่นี่ต้อนรับแต่คนชั้นสูงเท่านั้นพวกเธอไม่มีสิทธิ์เข้าใจไหม ถึงเข้ามาได้ ใช้บริการได้ กินดื่มได้พวกเธอจะมีปัญญาจ่ายไหวเหรอ? หน้าด้าน”
“ฉันจะให้เวลาพวกแกสำนึกสามวินาทีแล้วฉันก็ยังใจดีพอ...ที่จะให้อภัยพวกแกได้ หากพวกแกหมอบกราบแนบเท้าของฉันซะ”ร่างระหงเอ่ยเสียงเรียบ ใบหน้าสะสวยสบตากับผู้จัดการโรงแรมร่างผอมไม่ลดละ
จบประโยคของเฟยหลงผู้จัดการโรงแรมก็ทำไม้ทำมือส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง พลางชี้ไปที่จักรพรรดินีหลงยุคกับบรรดาสาวกแห่งดวงดาวทั้งแปด “ยามจับพวกมันออกไปจากหน้าโรงแรมของฉันเดี๋ยวนี้”
ชายรูปร่างกำยำในชุดสีฟ้าเต็มยศราวห้าคนเดินดุ่มตรงเข้าหาฟางเซียนและพรรคพวกหากแต่ว่าจู่ๆ รถหรูคันหนึ่งก็ตะบึงเคลื่อนตัวเข้าจอดที่ด้านหน้าโรงแรมแบบเร็วจี๋
เอี๊ยด!
ชายในชุดสูทหวีผมเป๋สวมแว่นตาหนาเตอะก้าวขาลงจากรถแบบเร่งรีบขณะที่เหล่าพนักงานของโรงแรมดวงตาเบิกกว้างเมื่อพบเห็น
“ท่านประธานเฉินท่านมาทำอะไรหรือขอรับ?”พนักงานต้อนรับซุบซิบเสียงดังอื้ออึง ขณะที่ผู้จัดการโรงแรมปั้นหน้าฝืนยิ้มแบบเกรงกลัว
“กระผมกำลังจะไล่คนพวกนี้ออกไปเลยขอรับไม่ต้องห่วงนะขอรับท่านประธาน” ผู้จัดการโรงแรมโค้งศีรษะทำความเคารพหากแต่ว่า...ประธานเฉินกลับเดินดุ่มตรงเข้าหาฟางเซียนแบบไม่สนใจสิ่งใด
“กระผม‘เฉินตงตง’ จากเฉินตงกรุ๊ป... ขอบคุณคุณหนูที่ซื้อกิจการโรงแรมของพวกเราครับ...คุณหนูฟางเซียน” ชายในชุดสูทผมเรียบเป๋ไปข้างหนึ่งโค้งศีรษะให้แก่หญิงสาวขณะที่ใบหน้าของเหล่าพนักงานโรงแรมต่างซีดเผือด เส้นผมหลุดร่วง
โปรดติดตามตอนต่อไป