บทที่ 1
จักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลและลึกลับไม่มีที่สิ้นสุดช่างดูเงียบงันรอบด้านไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่เพียงความมืดมิดและอาณาบริเวณที่ไกลสุดลูกหูลูกตาโดยมิอาจคำนวณเป็ตัวเลขได้ดวงดาวน้อยใหญ่ที่โคจรมากมายดูอับแสงลงไปถนัดตา แม้กระทั่งดาวฤกษ์ที่ใหญ่ที่สุดในเอกภพแห่งนี้ยังไม่สามารถสู้แสงสีทองเรืองรองที่เปล่งประกายมาจากสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางอวกาศนี้ได้
ปราสาทแสนโอ่อ่านี้เป็ที่ตั้งของผู้ครองจักรวาลแห่งนี้กำแพงด้านนอกที่โอบล้อมปราสาทหลังงามนี้ไว้ถูกทำจากทองคำล้ำค่าพวกมันส่องประกายเป็สีทองเรืองรองยามต้องกับแสงจากดาวรอบข้างเชิงเทินที่ถูกแบ่งออกเป็ช่อง ๆเพื่อให้พลธนูสามารถสอดส่องสถานการณ์และใช้เป็ช่องทางในการโจมตีได้หากเกิดเหตุอะไรฉุกเฉินมีทหารคอยผลัดเปลี่ยนเวรยามอยู่ตลอดเวลา
ประตูชักรอกตรึงด้วยโซ่แ่า แต่กระนั้นก็ยังคงถูกทำขึ้นอย่างประณีตบานที่ทำจากเหล็กกล้าถูกตกแต่งด้วยอัญมณีสีน้ำเงินเข้มอย่างงดงามถัดเข้ามาพอสมควรจะพบกับปราสาทชั้นในที่สูงตระหง่านซึ่งโดยรอบมีทหารกว่าแสนนายคอยเดินตรวจตราและเฝ้าระวังอย่างแ่า
หอกลางเป็หอศูนย์กลางของปราสาทซึ่งส่วนนี้ถูกใช้เป็คุกไว้คุมขังนักโทษอีกด้วยแต่ด้วยการป้องกันที่แ่าทำให้สถานที่นี้ยังไม่เคยถูกใช้งานเลยแต่หอนี้ยังคงได้รับการรักษาความปลอดภัยไม่น้อยไปกว่าห้องโถงใหญ่ของปราสาทมันถูกใช้เป็ที่เก็บเสบียง อาวุธ แม้แต่เป็ที่อยู่อาศัยอีกด้วย
เมื่อผ่านใจกลางของปราสาทไปได้ก็จะยิ่งเห็นทหารจำนวนมากนั่งคุกเข่าั้แ่ธรณีประตูจนถึงสุดปลายทางด้านในห้องโถงกลางแสนโอ่อ่านี้ถูกทำขึ้นจากทองคำบริสุทธิ์ที่ไม่อาจประเมินค่าทุกตารางนิ้วของกำแพงจะถูกตกแต่งด้วยอัญมณีแสนล้ำค่าเท่าที่จะรวบรวมหาได้หน้าต่างบานใหญ่เป็กระจกใสสามารถมองทะลุไปยังรอบตัวปราสาทแสนงามพรมสีแดงถูกปูยาวไปจนสุดทางซึ่งทุก ๆ ฝีเก้าจะมีนายทหารนั่งอยู่อย่างเป็ระเบียบ
สุดสายตาเป็พื้นยกระดับสามขั้นบันไดและที่แห่งนี้เองเป็ที่ตั้งของบัลลังก์แสนหรูหราของผู้ถือครองปราสาทแห่งนี้หากคิดว่าด้านนอกสวยงามอย่างที่สุดแล้ว เมื่อได้มองไปยังที่นั่งบุกำมะหยี่ฝังเพชรอย่างดีเบื้องหน้าแล้วประตูชักรอกก็ดูไร้ค่าไปเลยเมื่อเทียบกับห้องโถงห้องนี้
บัลลังก์สีทองอร่ามถูกทำขึ้นอย่างดีขาเก้าอี้ที่เลื่อมเป็มันส่องประกายแวววับเพราะอัญมณีที่ฝังอยู่แม้กระทั่งที่พักแขนยังถูกตกแต่งด้วยลวดลายแสนวิจิตร ชายหนุ่มที่นั่งพำนักอยู่ค่อยๆ ลุกขึ้นจากบัลลังก์แสนงามเผยให้เห็นพนักพิงแสนหรูหรา
เมื่อชายหนุ่มเริ่มลุกยืนขึ้นแล้วกำลังเดินออกไปข้างนอกประตูห้องในขณะที่ชายหนุ่มเปิดประตูห้องออกมาก็จะเห็นเหล่าไพร่พลคนนับไม่ถ้วนนั่งคุกเข่าอยู่หน้าประตูในตัวปราสาทเต็มไปหมดส่วนด้านนอกปราสาทจะเป็ทหารยามกว่าแสนนายคอยยืนตรวจสอบคนเข้าออกตลอดเวลาแต่ละคนล้วนมีระดับพลังอยู่ที่สูงลิบลิ่วจนขุมอำนาจอื่นๆไม่อาจที่จะไม่เคารพแม้แต่แค่ยามที่ยืนอยู่หน้าประตูปราสาทได้
หลังจากที่ชายหนุ่มเดินออกมาจากประตูห้องบัลลังก์ที่หรูหราในตัวปราสาทก็ได้ป่าวประกาศให้ไพร่พลทั้งหมดได้ยินทุกคนว่า วันนี้ข้า ”หนิงหลี่เฟิงโจวชิงเหอ” จะขอสละบัลลังก์แล้วไปเกิดใหม่ใช้ชีวิตอย่างคนปกติที่สงบสุข
เขาเปล่งออกมาเป็น้ำเสียงที่นิ่งสงบแต่ว่าทำให้เหล้าไพร่พลทุกคนล้วนเศร้ากันทุกคนเนื่องจากนายเหนือหัวของพวกตนจะละสังขารแล้วไปเกิดใหม่หลังจากครองบัลลังก์มามากว่าสิบล้านปี
เข้าได้กล่าวต่อไปว่าส่วนเื่ใครจะเป็คนครองตำแหน่งมหาราชันย์ต่อจากข้านั้น ข้าได้คิดเอาไว้แล้วว่าจะให้"หนิง เฟยหลาง" เป็ผู้ครองตำแหน่งต่อจากข้า
ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ได้เก่งที่สุดแต่ว่ามันฉลาดเป็อย่างมากแล้วที่สำคัญมันเป็คนที่ซื่อสัตย์เป็อย่างมากเช่นกันขอให้พวกเ้าทุกคนยอมรับ “หนิง เฟยหลาง” เป็ผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากข้า “หนิงหลี่เฟิงโจวชิงเหอ” ด้วยแล้วกัน
ข้าจำเป็ที่จะต้องละสังขารแล้วส่วนเื่ฝีมือของพวกเ้าไม่จำเป็ต้องเป็ห่วงเื่นั้นข้าเชื่อว่าแม้แต่ทหารยามหน้าประตูประสาทก็ไม่เป็รองใครในจักรวาลนี้หรือจักรวาลไหนๆอย่างแน่นอน
หลังจากที่ “หนิง เฟยหลาง” ได้ยินนายเหนือหัวยื่นข้อเสนอมาให้ตนเองรับตำแหน่งราชันย์ก็เหมือนมีอะไรจะพูดแต่กลับถูกขัดจังหวะเสียก่อน
มีเสียงหนึ่งส่งผ่านกระแสจิตทำให้ชายหนุ่มได้ยินเพียงคนเดียว เฮ้อ~ หนิง เฟยหลางข้ารู้นะเ้าไม่ได้อยากรับตำแหน่งต่อจากข้าแต่ว่าข้าไว้ใจแค่เ้าเพียงคนเดียวและข้าก็จะได้ละสังขารอย่างหมดห่วงเสียทีถือซะว่าข้าขอร้องเ้าเป็ครั้งแรกและเป็ครั้งสุดท้ายของชีวิตนี้ข้าขอให้เ้าจัดการงานที่เหลือ ต่อจากข้าด้วย ขอให้เ้าจงขึ้นเป็ “จักรพรรดิมหาราชันย์ศักดิ์สิทธิ์ะ!!!”ต่อจากนี้จนกว่าเ้าจะสามารถหาผู้อื่นที่มาทำหน้าที่นี้แทนเ้าได้
หลังจากที่ชายหนุ่มได้วางภาระหน้าที่ออกจากบ่าชายหนุ่มก็ได้รวบรวมอัดแน่นพลังิญญาและความทรงจำทุกอย่าง ไว้บนฝ่ามือแล้วสุ่มเขวี้ยงลงไปบนดาวเคราะห์แห่งหนึ่ง
เมื่อหลังจากเขวี้ยงเสร็จร่างต้นของชายหนุ่มก็หมดลมหายใจไปในทันทีทันใด